ausiris หน้าแรก     

ausiris ออสสิริส     

megaphone
- WWW.SETTRADE.COM -
- WWW.SETTRADE.COM -  SET INDEX  1,582.36  +1.45  +0.09%         Value  39,211.62  Mil.Baht         SET50 INDEX  996.26  +1.30  +0.13%         SET100 INDEX  2,251.44  +2.52  +0.11%         sSET INDEX  1,047.12  +1.20  +0.11%         SETHD INDEX  1,212.30  +1.68  +0.14%             AGRO  481.66  -0.13  -0.03%       AGRI  253.61  -0.27  -0.11%       FOOD  13,669.96  -2.71  -0.02%           CONSUMP  148.23  +0.60  +0.41%       FASHION  707.20  +4.66  +0.66%       HOME  46.62  +0.05  +0.11%       PERSON  598.46  +0.54  +0.09%           FINCIAL  190.64  +0.17  +0.09%       BANK  524.52  +0.92  +0.18%       FIN  3,063.19  -7.22  -0.24%       INSUR  14,733.02  -52.97  -0.36%           INDUS  132.85  +0.66  +0.50%       AUTO  547.74  +1.81  +0.33%       IMM  73.69  +0.07  +0.10%       PAPER  2,137.98  +42.20  +2.01%       PETRO  1,166.09  +7.29  +0.63%       PKG  4,576.24  -3.27  -0.07%       STEEL  52.59  +0.13  +0.25%           PROPCON  145.97  -0.05  -0.03%       CONMAT  13,597.32  -14.07  -0.10%       PROP  297.09  +0.14  +0.05%       PF&REIT  171.24  -1.01  -0.59%       CONS  131.25  +1.08  +0.83%           RESOURC  179.62  +0.46  +0.26%       ENERG  20,462.63  +51.63  +0.25%       MINE  18.28  +0.33  +1.84%           SERVICE  444.17  +0.23  +0.05%       COMM  36,375.94  -26.89  -0.07%       HELTH  5,008.13  -4.55  -0.09%       MEDIA  65.41  -0.35  -0.53%       PROF  291.53  +0.38  +0.13%       TOURISM  609.04  +4.92  +0.81%       TRANS  304.41  +1.06  +0.35%           TECH  179.86  -0.12  -0.07%       ETRON  2,293.42  -23.79  -1.03%       ICT  163.49  +0.19  +0.12%       TFEX       SET50 Index Futures       S50M17  996.3  +1.3  49,286        S50N17  994.0  +0.3  1        S50Q17  996.3  +4.3  1        S50U17  991.5  +1.4  20,512        S50Z17  989.7  +1.3  560        S50H18  985.6  +1.1  87      Sector Index Futures       BANKM17  -  -  -        COMMM17  -  -  -        ENERGM17  -  -  -        FOODM17  -  -  -        ICTM17  -  -  -      Single Stock Futures       AAVM17  6.37  -0.07  5        ADVANCM17  179.79  +0.89  89        AMATAM17  17.96  -0.15  22        AOTM17X  46.20  -0.22  5        APM17  8.30  +0.08  22        BAM17  18.70  -0.08  4        BANPUM17  17.39  -0.11  695        BAYM17  -  -  -        BBLM17  181.05  +0.05  1        BCHM17  13.60  +0.10  1        BCPM17  -  -  -        BDMSM17  19.00  -0.09  2        BEAUTYM17  11.22  -0.08  2        BECM17  22.30  -  20        BEMM17  7.40  +0.26  1,338        BHM17  -  -  -        BJCM17X  -  -  -        BLAM17  -  -  -        BLANDM17  1.86  +0.01  4,742        BTSM17  -  -  100        CBGM17  69.72  +0.57  40        CENTELM17  -  -  -        CHGM17  -  -  500        CKM17  29.35  +0.21  308        CKPM17  3.30  +0.04  169        CPALLM17  62.03  -0.27  20        CPFM17  25.65  -0.05  103        CPNM17  -  -  100        DELTAM17  -  -  -        DTACM17  53.80  +2.21  437        EARTHM17  -  -  -        EGCOM17  -  -  -        EPGM17  -  -  200        GLOBALM17X  -  -  -        GLOWM17X  -  -  20        GPSCM17  -  -  -        GUNKULM17X  -  -  -        HANAM17  52.30  +0.25  1        HMPROM17  -  -  -        ICHIM17  8.96  +0.06  25        INTUCHM17  58.00  -0.40  78        IRPCM17  5.12  -  558        ITDM17  4.52  +0.01  120        IVLM17  38.98  -0.16  620        JASM17  8.25  -  3,645        KBANKM17  192.94  +0.44  10        KCEM17  -  -  80        KKPM17  72.50  +0.30  1        KTBM17  18.83  +0.10  528        KTCM17  -  -  -        LHM17  10.20  +0.16  1        LPNM17  12.40  -0.05  3        MAJORM17  -  -  -        MINTM17  -  -  -        MTLSM17  35.59  +0.08  5        PLANBM17  -  -  -        PSHM17  22.91  -0.08  24        PTGM17  21.35  +0.25  10        PTTM17  379.51  +0.01  21        PTTEPM17  87.00  -0.09  346        PTTGCM17  69.02  +0.02  28        QHM17  2.62  +0.02  3        RATCHM17  -  -  -        ROBINSM17  -  -  -        SM17  -  -  -        SAMARTM17  15.22  -0.18  25        SAWADM17X  52.50  -0.26  2,008        SCBM17  154.45  +0.60  47        SCCM17  514.00  -0.02  3        SIRIM17  2.27  -0.03  1,520        SPALIM17  26.75  +0.26  9        SPCGM17  -  -  -        STAM17  14.90  +0.06  360        STECM17  28.25  +0.99  7        STPIM17  -  -  -        TASCOM17  24.55  -0.15  616        TCAPM17  45.00  -1.97  12        THAIM17  21.32  +0.05  350        THCOMM17  17.20  -0.19  4        TISCOM17  -  -  -        TMBM17  2.29  -0.01  1,249        TOPM17  78.27  -0.23  7        TPIPLM17  2.36  -  9,298        TRUEM17  6.21  -  266        TTAM17  9.24  +0.19  182        TTCLM17  17.41  -0.19  98        TTWM17  -  -  -        TUM17  -  -  -        TVOM17  30.30  -0.16  9        UNIQM17  19.30  +0.30  102        VGIM17  5.74  -0.01  301        VNGM17  -  -  -        WHAM17  3.26  +0.12  58      GF10 Futures       GF10M17  20,300  +80  2,975        GF10Q17  20,360  +80  6,508        GF10V17  20,390  +60  2,208      GF50 Futures       GFM17  20,290  +60  201        GFQ17  20,350  +70  236        GFV17  20,390  +60  104      USD Futures       USDM17  33.95  -0.05  42        USDN17  33.96  -0.02  1        USDQ17  -  -  -        USDU17  34.00  -0.03  153      BB3 Futures       BB3U17  -  -  -        BB3Z17  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5U17  -  -  -        TGB5Z17  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3M17  -  -  -        RSS3N17  -  -  -        RSS3Q17  -  -  -        RSS3U17  -  -  -        RSS3V17  -  -  -        RSS3X17  -  -  -        RSS3Z17  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DM17  -  -  -        RSS3DN17  57.10  +0.50  16        RSS3DQ17  57.10  +0.40  16        RSS3DU17  56.80  +0.60  17        RSS3DV17  56.90  +0.70  16        RSS3DX17  56.70  +0.50  16        RSS3DZ17  56.80  +1.30  16      Index Options       Most Active Call Volume       S50U17C1000  6.4  +0.1  468        S50M17C1000  1.6  +0.1  264        S50U17C1025  1.7  -0.1  255        S50U17C975  20.4  +0.5  159        S50M17C1025  0.2  -  81      Most Active Put Volume       S50M17P925  0.1  -  500        S50U17P975  4.0  -0.7  367        S50U17P1000  14.9  -1.2  266        S50M17P900  0.1  -  261        S50U17P950  1.4  +0.1  175      ---     ԭʹ㨿ѧ SET SD Forum Sustainability Strategy: Key Blueprint for Business Growth ֧ҷСм÷ǹӤѭ㹡á˹ط СþѲҴҹ׹ 6 .. 12.30-16.30 . ҤõҴѡѾ ͺ 0-2009-9999     ---     ԭʹҹ mai FORUM 2017 ˡѧ mai 駷 4 ٸʴԹҺԡâͧ . mai 100 ѷ ѺѧҨҡ٪鹹ӵʹҹ 1 .. 11.00-19.00 . . 繷 ù ͷ 繷Ŵ ´ www.set.or.th    ---    
1

ข่าวล่าสุด

คำถามที่นักลงทุนทองสงสัย....

คำถามที่นักลงทุนทองสงสัย....

 


       เวลาที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดความเสี่ยงเกิดสงครามมักจะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นนั้นจริงๆแล้วสิ่งที่จะให้ราคาทองคำปรับขึ้น เพราะการเข้าซื้อของนักลงทุนที่มองว่า การที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือความเสี่ยงที่จะเกิดสงคราม มักส่งผลกระทบให้ค่าเงินและดัชนีหุ้นของชาติที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจมีค่าที่ลดลง ขณะที่เหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงเกิดสงคราม มีผลกระทบต่อค่าเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก

 

       หลังจากที่ได้เห็นกราฟราคาทองคำมักจะปรับขึ้นกับเหตุการณ์เกี่ยวกับประเทศใหญ่ หรือเหตุการณ์สำคัญที่มีผลเศรษฐกิจ และปัจจัยที่อาจจะก่อให้เกิดสงคราม เช่นการเกิดวิกฤตเสณาฐกิจของสหรัฐฯ

       แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีสิ่งใดน่าเป็นห่วงกันบ้าง
       1.) ความไม่สงบในซีเรีย ที่นานาชาติอย่าง สหรัฐฯ ยุโรป และรัสเรีย มีปฎิบัติการโจมตีกลุ่มก่อการร้าย ISIS (ความเสี่ยงทางภาวะสงคราม)
       2.) คาบสมุทรเกาหลี รู้กันอยู่แล้วว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีการปัญหากันมาตั้งนานแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดภาวะสงครามจริงๆ คือ การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่อาจทำให้สหรัฐฯ หรือประเทศมหาอำนาจมีความกังวลทำการโจมตีเพื่อตอบโต้การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ (ความเสี่ยงทางภาวะสงคราม)
       3.) กรีซอาจต้องออกจากสหภาพยุโรป จากการที่ไม่มีเงินชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ (ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ)
       4.) ความเสี่ยงจากหนี้เสียของอิตาลี ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.6 แสนล้านยูโร โดยหนี้ดังกล่าวนับเป็น 1 ใน 3 ของหนี้เสียของยุโรโซน

 

       สรุปราคาทองคำมักจะปรับขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดความเสี่ยงเกิดสงครามจริง และปัจจัยที่เราให้ระวังอาจไม่ได้แค่ 4 ข้อ เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลบ่งชี้เพียงเท่านี้ 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ภัยเงียบจากแคนาดา”

ประเด็นวันนี้ “ภัยเงียบจากแคนาดา”

 

 

     - หนี้ครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการ

     - ภายในปี 2002 -2017 หนี้พุ่ง 60% แตะ 169%

 

            เราอาจกำลังอยู่ในช่วงของวิกฤตแคนาดา เพราะในปัจจุบันหนี้ครัวเรือนสูงถึง 169% ในช่วง Q1/2017 และมีการคาดการณ์ว่าในปี Q2/2018 หนี้จะสูงขึ้นอีกถึง 180%

 

            จริงๆแล้วการเป็นหนี้ที่สามารถควบคุบได้ถือเป็นสิ่งที่ดี  เพราะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ แต่การที่มีหนี้มากจนไม่สามารถควบคุมได้จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว เนื่องจากการที่มีหนี้สูงทำให้ไม่สามารถสร้างหนี้เพิ่มได้

 

     สุดท้ายคนมักแก้ปัญหาหนี้อยู่ 3 ทางใหญ่ๆ

     1.เก็บเงินใช้หนี้ตามปกติ  อาจหมดหนี้ช้าแต่หนี้หมดแน่

     2.กู้มาลงทุนเพิ่ม เพื่อหาเงินใช้หนี้ ในข้อนี้จะเริ่มเห็นความเสี่ยงแล้ว

     3.กู้มาใช้หนี้ ซึ่งเป็นอะไรที่อันตรายที่สุด

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ภาพทองคำยังทรุด”

ประเด็นวันนี้ “ภาพทองคำยังทรุด”

 

 

     - ดอลลาร์แข็งค่ามากสุดในรอบ 1เดือน

     - ราคาทองคำต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์

     - แนวโน้มทางเทคนิคอาจลงแตะ $1,237

 

            ทองคำปรับตัวลงรอบนี้ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากปัจจัยที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นอีก 4 ครั้ง ภายในเวลาปีครึ่ง

 

            ทั้งนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯกำลังดันร่างกฎหมายปฎิรูปภาษี ซึ่งการใช้นโยบายดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัว จากการลงทุนเพิ่มขึ้นประชาชนของสหรัฐฯเอง เนื่องจากจะมีกำไรที่เพิ่ม เพราะมีการเสียภาษีที่ลดลง  แนวโน้มทางเทคนิคภาพใหญ่อาจลงแตะ $1,237 ระยะสั้นภาพเป็น Sideway Up ตอนนี้อยู่ใกล้กรอบล่าง เสี่ยงเข้าซื้อได้สั้นๆ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “อนาคตฝรั่งเศสในมือ มาครง”

ประเด็นวันนี้ “อนาคตฝรั่งเศสในมือ มาครง”

 

 

     หลายท่านคงยังจำกันได้ว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนที่ 25  ในวันที่ 8 พ.ค. 2560 เพราะมีนโยบายที่ประชาชนชาวฝรั่งเศสชอบ คือ จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อและสัญญาว่าจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 50,000 ล้านยูโร รวมถึงมาตรการลดภาษีนิติบุคคลให้เหลือ 25% จากเดิม 35%

 

     ทั้งนี้ตลาดมีการคาดการณ์ว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะไม่สามารถออกนโยบายเองได้  เนื่องจากไม่มีเสียงในรัฐสภาสนับสนุนเพียงพอ และอาจทำให้เศรษฐกิจฝรั่งเศสไม่ขยายตัวตามที่คาด

 

     แต่ความหวังของเศรษฐกิจฝรั่งเศสเริ่มมีขึ้นอีกครั้ง เพราะผลการเลือกตั้งสภาชิกรัฐสภาที่พึ่งจบไปในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคของนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และพรรค Democratic Movement ซึ่งเป็นพรรคพันธมิตรกวาดที่นั่งอย่างถล่มทลายโดยได้ที่นั่งในรัฐสภาแตะ 350 ที่นั่ง จากคะแนนเสียงดังกล่าวนับได้ว่าตอนนี้ถือเสียงข้างมากในสภา ซึ่งในอีกความหมายคือ นโยบายที่นายเอ็มมานูเอล มาครง วางไว้น่าจะออกมาใช้จริงได้อย่างแน่นอน แต่ต้องจับตาต่อว่า การที่ใช้นโยบายที่วางแผนไว้จะได้ผลตามที่หวังได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆแนวโน้มเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่น่าจะขยายตัวมากขึ้นจะเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำต่อไป

            

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ซีเรียระอุ”

ประเด็นวันนี้ “ซีเรียระอุ”

 

 

     หลังกองทัพสหรัฐฯใช้เครื่องบินขับไล่ F-18 เข้าโจมตี เครื่องบินรบ SU-22 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของซีเรีย ที่กำลังทิ้งระเบิดใส่กองกำลังฝ่ายกบฏของซีเรีย ทางตอนใต้ของเมืองทับกา เป็นเหตุทำให้เครื่องบินรบของซีเรียตก โดยอ้างถึงกฎการปะทะ และพันธกรณีในการปกป้องพันธมิตร ซึ่งกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏ เป็นพันธมิตรกับกองทัพสหรัฐฯ ในการทำสงครามต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้ายและกองกำลัง ISIS ซึ่งเป็นคำตอบที่ใครหลายคนสงสัยว่าแบบนี้ก็ได้หรือ !!

 

     กลับมาที่เรื่องของซีเรีย ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯมีการโจมตี โดยยิงขีปนาวุธกว่า 59 ลูกใส่ซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธสารเคมีต่อประชาชนที่สหรัฐฯเชื่อว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรีย

 

     ความกังวลจะเกิดขึ้นเมื่อกรณีที่ซีเรียมีท่าทีที่แข็งข้อมากขึ้นอาจส่งผลให้ปัญหาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและซีเรียกลับมาเป็นตัวกดดันสภาพตลาดหุ้นโลก (ผลักดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย)

 

     อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางรัฐบาลซีเรียยังไม่มีการตอบโต้ใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลซีเรียจะมีการตอบโต้กลับอย่างไร และประเทศอื่นๆอย่าง อิหร่านและรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไรกับการโจมตีครั้งนี้       

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ม.44 ความหวังใหม่ผลักดัน SET”

ประเด็นวันนี้ “ม.44 ความหวังใหม่ผลักดัน SET”

 

 

     ในวันศุกร์ที่ผ่านมา คสช. มีคำสั่งเรื่องมาตรการเร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย-จีน ในช่วง กรุงเทพฯ.-โคราช วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท ให้มีผลทันที โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเสนอร่างสัญญาความร่วมมือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย-จีน เข้าที่ประชุม ครม.ภายในเดือนนี้ และคาดว่าจะมีการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาไทยมาดำเนินงาน ภายใน 120 วัน

 

     จากปัจจัยดังกล่าวคาดการณ์จะส่งผลผลักดันหุ้นกลุ่มรับเหมาและหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างให้กลับมาคึกคักและน่าสนใจอีกครั้ง หลังจากเมื่อไม่นานมานี้เอง ทางภาครัฐเองก็พึ่งจะออกมาตราเร่งรัดการดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ  ให้มีการดำเนินโครงการต่างๆให้เร็วขึ้น ทั้งนี้เราคาดว่า รัฐบาลมีโอกาสผลักดันเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอีกเช่นกัน ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสที่จะผลักดันตลาดให้หลุดพ้นแนวโน้ม Sideway  ออกด้านข้างได้ หลังจากตลาดบ้านเราไร้ปัจจัยหนุนภายในประเทศผลักดันค่อนข้างยาวนาน

 

     ทั้งนี้ต้องจับตาดูต่อไปว่า รัฐบาลจะมีการผลักดันเร่งรัดนโยบายต่างๆ ในปีนี้เพิ่มอีกหรือไม่ และการเร่งรัดโครงการต่างๆจะได้รับผลตอบรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากรัฐบาลสามารถผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานไทยออกมาได้หมดนั้น ก็จะเป็นการขับคลื่นเศรษฐกิจไทย และจะสามารถผลักดัน GDP   ไทยได้อีกด้วย

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 19 - 23 JUN-17

Weekly Economic Focus 19 - 23 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

            สหรัฐ-จีนมีประชุมหารือเรื่องถกนิวเคลียร์เกาหลีเหนือต้องตามต่อว่าจะมีข้อสรุปหรือไม่

            เฟด มีมติ  8-1 เสียง ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.00-1.25% และเตรียมปรับลดงบดุล ทั้งนี้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้สู่ระดับ 1.6% ลดลงจากระดับ 1.9% ที่คาดการณ์ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟด

            ทรัมป์ ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการเดินทางไปคิวบาและการทำธุรกิจกับกองทัพคิวบา หลังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฟิเดล คาสโตร

 

อังกฤษ

            ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 5-3 ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นอย่างมาก

 

จีน       

            เกิดเหตุระเบิดที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บเกือบ 60 คน

            ธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย reverse repo ประเภท 7 วัน ยังคงอยู่ที่ระดับ 2.45%, อัตราดอกเบี้ยประเภท 14 วันยังคงอยู่ที่ระดับ 2.60% และอัตราดอกเบี้ยประเภท 28 วัน ตรึงอยู่ที่ระดับ 2.75% ทั้งนี้ยังมีการอัดฉีดเม็ดเงิน 2.5 แสนล้านหยวน

            สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า การจ้างงานของจีนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนแตะ 5.99 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 220,000 ตำแหน่ง ซึ่งการจ้างงานของจีนอยู่ในภาวะมีเสถียรภาพ และมีแนวโน้มในเชิงบวก

            IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจจีนปี 60 เป็น 6.7%

ญี่ปุ่น

           ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติ 7-2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% รวมทั้งเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีให้อยู่ที่ระดับ 0% เพื่อรักษาเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

 

ฮ่องกง

           ธนาคารกลางฮ่องกงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.50%

 

 

อ่านต่อ

รอยเตอร์สำรวจมุมมองสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีต่อ FED

ประเด็นวันนี้  “รอยเตอร์สำรวจมุมมองสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีต่อ FED”

 

 

โดย สถาบันการเงินยักษ์อย่าง Bank of America Merrill Lynch , Barclays , BMO , Bank of Nova Scotia , BNP Paribas , Cantor Fitzgerald, Citigroup, Credit Suisse, Daiwa, Deutsche Bank, Goldman Sachs, HSBC, Jefferies, JPMorgan, Mizuho, Morgan Stanley, Nomura, RBC, NatWest, Societe Generale, TD Securities, UBS, Wells Fargo, median 

 

โดยมี 3 คำถามสำคัญ 
1.)มองว่าใน Q3/2017 FED จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ 
-โดย 79.2% คาดการณ์ว่า FED จะคงดอกเบี้ยที่ 1-1.25% 

 

2.)มองว่าใน Q4/2017 FED จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ 
-โดยสถาบันการเงินมีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าขึ้นดอกเบี้ยแน่นอนที่ 1.25-1.50% 

 

3.)คำถามสุดท้ายมองว่า Q4/2018 FED จะขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับไหน 
ซึ่งสถาบันการเงินมองเป็น 3 ทาง 

 

-สถาบันการเงิน 54.2% มองว่าขึ้นดอกเบี้ยแตะ 2-2.25% -สถาบันการเงิน 16.7% คาดขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับ 2.25-2.5% -สถาบันการเงิน 12.5% เชื่อขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับ 1.5-1.75%

 

เราคาดการณ์ว่าการที่สถาบันการเงินมองว่าใน Q4/2017 จะขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1.25-1.50% เนื่องจากทรัมป์มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสิ่งที่จะตามมา คือ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ผลส่งให้ FED ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อที่จะลดอัตราเงินเฟ้อ เพื่อที่จะทำไม่ให้เกิดฟองสบู่ในอสังหาฯ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทำไมเฟดถึงรีบขึ้นดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “ทำไมเฟดถึงรีบขึ้นดอกเบี้ย”

 

 

-    เฟด มีมติลงคะแนนเสียง 8-1 เสียง ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.00-1.25% 
-    วิเคราะห์ได้จาก 3 ความกลัวที่ทำให้รีบขึ้นดอกเบี้ย
-    กลัว Money Multiplier(M1)
-    กลัวเงินเฟ้อ
-    กล้วฟองสบู่ในอสังหาฯ 

 

      จริงๆแล้วเรื่อง Money Multiplier(M1) เงินเฟ้อและฟองสบู่เป็นผลกระทบที่มีความต่อเนื่องกัน
เพราะในปัจจุบัน Money Multiplier สิ่งที่ชี้ว่ารอบเงินเปลี่ยนมือมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหน โดยตอนนี้ Money Multiplier แตะ
0.9% สูงสุดในรอบ 5 เดือน และเป็นปัจจัยที่ส่งให้ Historical Annual U.S. Inflation Rate ปรับขึ้นไปแตะ 2.20% ในเดือน เม.ย. ทั้งนี้ราคาบ้าน 20 เขตสำคัญของสหรัฐมีราคาบ้านขึ้น 5.9% สูงสุดในรอบ 2 ปีกว่า

 

      จากที่ได้ข้อมูล นี่แหละเป็นเหตุผลหลักที่เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยไวมากขึ้น เพื่อที่จะหยุดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อ และหากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยอาจเกิดฟองสบู่แตกได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นวิกฤตที่จะเกิดขึ้นครั้งใหม่ของสหรัฐฯ

 

      ขณะที่ผลกระทบจากการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย มองว่าราคาทองคำรับข่าวกับเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวมาโดยตลอดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน 6

อ่านต่อ

คาดการณ์ผลการประชุม FOMC

FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้

 

 

เราคาดการณ์ FED  มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ปีนี้  ในการประชุม FOMC วันที่ 13 – 14 มิถุนายน 
มีโอกาสถึง 90 % ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.00%-1.25% รับ 2 ปัจจัยหนุน


1.ตลาดแรงงานสหรัฐฯเองมีแนวโน้มแข็งแรง จากแนวโน้มอัตราการว่างแตะ 4.3% ต่ำสุดในรอบ 16 ปี 
2.อัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ระดับ อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2 % โดยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับที่ 1.5-1.7% 


โดยการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้มีโอกาสทำให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ประเทศสหรัฐฯมากขึ้น จากการฟื้นตัวของสหรัฐฯ
และการลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในระยะกลาง ส่งผลให้ ค่าเงิน US Dollar  มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้นๆ 

หากวิเคราะห์โอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในครั้งต่อๆไป จะมีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น
หลังจากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของ FED ในครั้งก่อน ที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากการปรับตัวเข้าใกล้อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2%
และเพิ่มแนวโน้มของการลดงบดุลของธนาคารสหรัฐฯ หลังจาก งบดุลของ FED ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.4 ล้านล้าน ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก ปี 2008
ซึ่งมีขนาดเพียงแค่ 9.2 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองทรุดแตะ $1,258”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองทรุดแตะ $1,258”

 

 

          - ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้

          - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย ส่งสัญญาณคลายความตึงเครียดกับกาตาร์

 

            ราคาทองคำปรับลงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ รับปัจจัยกดดัน 2 เรื่อง

     1) การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังในวันที่ 13-14 มิ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ จะมีการประชุม FOMC โดยนาย Michael Feroli นักเศรษฐศาสตร์ของ J.P. Morgan มองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1-1.25%  จากอัตราการว่างงานสหรัฐฯที่ต่ำสุดในรอบ 16 ปี แตะระดับ 4.3%

ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นแตะ 1.5-1.7% ทั้งนี้ Fed Rate Monitor Tool ที่จัดทำโดย CME Group คาดว่ามีโอกาส 90% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้

 

     2) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย เริ่มมีนโยบายผ่อนปรนแก่ครอบครัวกาตาร์-ยูเออี และ กาตาร์-ซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ถึงแม้ถูกชาติอาหรับตัดสัมพันธ์ กาตาร์ยืนยันข้อตกลงของกลุ่มโอเปก ในการปรับลดระดับกำลังการผลิตจนถึงเดือนแค่เดือน มี.ค. 2561

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แอฟริกาใต้ ปัญหาใหม่จากแดนไกล”

ประเด็นวันนี้ “แอฟริกาใต้ ปัญหาใหม่จากแดนไกล”

 

 

          แอฟริกาใต้ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่สุดในทวีปแอฟริกา และเป็น 1 ในกลุ่ม BRICS กำลังเจอกับปัญหา หลังสถาบันจัดอันดับ Moody’s   ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศและลดค่าเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้  ลงแตะระดับ Baa3 เริ่มเข้าใกล้ระดับ “ขยะ” เข้าไปทุกที โดยต้นตอของการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองและนโยบายต่างๆของรัฐบาลปัจจุบันทำให้แนวโน้มการขยายตัวภาคธุรกิจ และเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง กระทบต่อ GDP และรายได้ของประชากรที่ชะลอตัว

 ทั้งนี้ Moody’s  กล่าวว่ามีโอกาสปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของแอฟริกาใต้ได้อีก เพราะปัญหาหนี้สาธารณะที่มีอยู่ถึง $1.48 แสนล้าน แต่กลับมีรายได้เฉลี่ยของประเทศต่อปีเพียง $8.07 พันล้าน ส่วนแนวโน้มรายได้ต่อหัวของประชากรก็ลดลง เนื่องจากอัตราการว่างงานพุ่งสูงถึง 27.7%

 

         ในขณะที่เดือนเมษายน ปี 2560 สถาบันจัดอันดับทางการเงินอย่าง S&P และ Fitch Rating ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของสกุลเงินในประเทศของแอฟริกาใต้ไปอยู่ชั้น BB+ หรือในระดับ “ขยะ” จากที่ปธน. Jacop Zuma เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของเขาและไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่ง

 

         สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ สถาบันจัดอันดับอย่าง Moody’s จะลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินแรนด์ ของแอฟริกาใต้อีกครั้ง ให้ลงมาอยู่ในระดับขยะเหมือนกับ S&P และ Fitch Rating หรือไม่ ซึ่งหากโดนปรับลด อาจสร้างความผันผวนในประเทศแอฟริกาใต้ และอาจเป็นตัวผลักดันราคาทองคำให้ขึ้นได้อีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 12 - 16 JUN-17

Weekly Economic Focus 12 - 16 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 สหรัฐฯ

            หลังจากเสร็จสิ้นการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ ของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการ FBI ทำให้รู้ว่ายังไม่มีหลักฐานใดชี้ว่า ทรัมป์ได้เข้ามาขัดขวางการสอบสวนของนายเจมส์ โคมีย์ ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย

            จับตากันต่อวันในพุธตามเวลาประเทศไทย เพราะนายนายเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมให้การต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ในประเด็นที่รัสเซียอาจแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

 

อังกฤษ

            จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการตั้งแต่อังกฤษ พรรคที่มีที่นั่งนำมาคือ

          - พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ได้ไป 319 ที่นั่ง

- ส่วนพรรคแรงงานได้ 261 ที่นั่ง

- พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) ได้ 35 ที่นั่ง

- พรรค Lib Dems ได้ 12 ที่นั่ง

- ส่วนพรรค Democratic Unionist ได้ 10 ที่นั่ง

จะเห็นได้ว่าไม่มีพรรคใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียวได้เพราะคะแนนไม่ถึง 326 ที่นั้ง ทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมต้องหาพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยได้พรรค Democratic Unionist ที่มี 10 ที่นั่ง มาเข้าร่วมกับพรรคอนุรักษ์นิยมและมีเสียงข้างมากที่ 329 ที่นั่ง แต่การที่เป็นรัฐบาลร่วมทำให้ S&P และ มูดี้ส์ มีแนวโน้มที่จะลดอันดับเครดิตอังกฤษ เนื่องจากการออกนโยบายต่างๆจะลำบากมากขึ้นนั่นเอง

 

ฝรั่งเศส

            จบไปแล้วกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรอบแรก พรรคแนวร่วมรัฐบาลอย่างพรรค "ออง มาร์ชี" ของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครอง และพรรคโมเดม (Democratic Movement) มีที่นั่งรวมกันมาอันดับหนึ่งมีที่นั่ง 32.32%  โดยการเลือกตั้งที่จัดขึ้น เป็นการเลือกส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 539 ที่นั่งที่แบ่งตามเขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 2 รอบนั้น โดยผู้สมัครคนใดที่ได้รับคะแนนเสียง 12.5% ขึ้นไปจึงจะมีคุณสมบัติผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบ 2 แต่หากในรอบแรกมีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกิน 50% จะได้เป็นส.ส.ทันที

 

แอฟริกาใต้

            มูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ลง 1 ขั้น จาก Baa2 เป็น Baa3 จากปัญหาทางการเมืองที่มีนโยบายไม่แน่นอน

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เทเรซ่า เมย์ คิดผิดชีวิตเปลี่ยน”

ประเด็นวันนี้ “เทเรซ่า เมย์ คิดผิดชีวิตเปลี่ยน”

 

 

     หลังจากนางเทเรซ่า เมย์ ประกาศยุบสภา เพราะมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งในสภากว่า 330 ที่นั่ง แต่การกระทำดังกล่าวกลับเป็นความผิดพลาด ที่นั่งในสภาลดลงมากกว่าเดิมอีก  โดยผลการเลือกตั้งของอังกฤษในวันศุกร์ที่ผ่านมา พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซ่า เมย์ ได้คะแนนเสียง 319 ที่นั่ง โดยมีพรรคแรงงานของนายเจเรมี่ คอร์บิน ตามมาติดๆที่ 261 ที่นั่ง ขณะที่พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ได้ 35 ที่นั่ง พรรคเสรีประชาธิปไตย 12 ที่นั่ง และอีก 10 ที่นั่งเป็นของพรรค Democratic Unionist ของไอร์แลนด์เหนือ ส่งผลให้อังกฤษเข้าสู่ภาวะไม่มีรัฐบาลเบ็ดเสร็จที่กุมเสียงข้างมากพรรคเดียว เพราะต้องมีอย่างน้อย 326 ที่นั่ง

 

     หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง นางเทเรซ่า เมย์ ได้เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ของสหราชอาณาจักร เพื่อขอพระบรมราชานุญาตจัดตั้งรัฐบาล โดยมีการคาดการณ์ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งได้ 319   ที่นั่งจะจับมือกับพรรค Democratic Unionist ที่ได้ 10   ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มี 329 ที่นั่ง

     ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นมาปิดแดนบวกรับรู้ผลการเลือกตั้ง การที่พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถยึดเสียงข้างมากในสภาได้และจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม ส่งผลให้การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษมีแนวโน้มอ่อนลง

     ประเด็นที่สำคัญหลังจบการเลือกตั้ง รัฐบาลผสมของ นางเทเรซ่า เมย์จะสามารถผลักดันอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปด้วยรูปแบบใด และการผลักดันนโยบายต่างๆตามที่ได้หาเสียงไปจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ใหน หลังการเลือกตั้งที่ไม่ได้เสียงมากพอที่จะมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ และในวันที่ 19 มิถุนายนที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่รัฐบาลอังกฤษต้องแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา ซึ่งเป็นวันที่ประเทศอังกฤษเริ่มเจราจาเพื่อออกจากสหภาพยุโรปต่อไป

 

     ทั้งนี้มองว่าความเสียงทางการเมืองของอังกฤษเริ่มมีสูงขึ้นหลังจากมีรัฐบาลผสมที่มีเสียงไม่แน่นอน ทำให้การกำหนดนโยบายต่างๆ รวมถึงการเจรจา Brexit ของรัฐบาลต่อจากนี้ จะเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น โดยรวมมองเป็นผลบวกต่อกลุ่ม Commodities   

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เอ็กซิทโพลล์อังกฤษชี้ ใครได้เสียงข้างมาก”

ประเด็นวันนี้ “เอ็กซิทโพลล์อังกฤษชี้ ใครได้เสียงข้างมาก”

 

 

     กล่าวได้ว่าการเลือกตั้งของอังกฤษครั้งนี้ มีความสำคัญไม่แพ้ครั้งไหนๆ เนื่องจากเป็นการกำหนดว่าอังกฤษจะสามารถเดินออกจากสหภาพยุโรปในรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับนายกคนที่ 55 ของอังกฤษนั้นเอง

 

     หลังจากที่ปิดหีบการเลือกตั้งอังกฤษในเวลา 04:00 น. ตามเวลาประเทศไทย เอ็กซิทโพลล์จากสำนักข่าวใหญ่ๆ อย่าง BBC, ITV และ Sky ชี้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ จะได้ที่นั่งในสภามากที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถครองเสียงข้างมากได้ จากที่คาดว่าจะได้ที่นั่งเพียง 314 ที่นั่ง ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลได้ต้องมีที่นั่งมากกว่า 326 ที่นั่ง

 

     เกมนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คิด เพราะนางมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมได้ที่นั่งมากกว่าเดิม การที่เอ็กซิทโพลล์บอกว่าคะแนนของพรรคอนุรักษ์นิยมลดลงมีสาเหตุมาจากปัญหาการก่อการร้าย เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนของอังกฤษ เริ่มไม่มีความเชื่อมั่นกับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

 

     ถ้าพรรคอนุรักษ์นิยมจะไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล  อาจเป็นโอกาสของพรรคแรงงาน หากรวมกับพรรคอื่นๆรวมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยผลประโยชน์ที่ลงตัว  นั่นหมายความว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ จะกลายเป็นฝ่ายค้านในทันที 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “4 เหตุการณ์ที่ต้องจับตาวันนี้”

ประเด็นวันนี้ “4 เหตุการณ์ที่ต้องจับตาวันนี้”

 

 

     1.การเลือกตั้งอังกฤษ ใครจะเป็นผู้นำประเทศคนที่ 55 ที่จะมาสานต่อประเด็น Brexit ซึ่งจะประชุมกันอีกทีในวันที่ 19 มิ.ย. จะดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่อไปอย่างไร

 

     2.ราคาน้ำมันกำลังจะเป็นขาลง จากความกังวลสภาวะล้นตลาดจริงหรือ ? มีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ หลังจากที่กาตาร์โดนตัดความสัมพันธ์จาก 7 ชาติ ทำให้กาตาร์ไม่สนใจเรื่องการคงการผลิตน้ำมันที่ตกลงกับกลุ่มโอเปกแล้ว ส่วนทรัมปที่ไม่สนใจโลก ได้ถอนตัวออกจากความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

 

     3.อิหร่านเริ่มโครงการขีปนาวุธ เริ่มกระทบถึงสหรัฐฯ โดยวุฒิสภาสหรัฐฯเตรียมลงมติเรื่องร่างกฎหมายยกระดับการคว่ำบาตรอิหร่านฉบับใหม่ ต้องตามต่อว่าความเสี่ยงทางการเมืองจะรุนแรงขึ้นมากน้อยขนาดไหน

 

     4.การประชุม ECB ในการประชุมครั้งนี้ประธาน ECB จะมีมุมมองการใช้นโยบายทางการเงินในสถานการณ์ที่ยุโรปมีปัญหาเริ้อรังแบบนี้อย่างไร

 

 

อ่านต่อ

กาตาร์กับความขัดแย้งครั้งใหม่

กาตาร์กับความขัดแย้งครั้งใหม่

 

 

      หลังจาก 6 ชาติอาหรับได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต นำโดย ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาร์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขตปกครองตะวันออกของลิเบีย และเยเมน ที่มีต่อกาตาร์ โดยให้เหตุผลสำคัญคือ กาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และ กลุ่มก่อการร้าย และอีกประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจคือการที่ กาตาร์ให้ความสนับสนุนอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความแข็งกร้าวต่อซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการเมืองของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางยังกดดันหุ้นของกาตาร์ล่วงลงถึง 7% วันนี้เราจะพานักลงทุนทุกท่านมาทราบถึงข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการตาร์กันค่ะ

 

ที่ตั้ง
      ประเทศกาตาร์ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่เป็นแหลมยื่นจากชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอาระเบียออกไปทางอ่าวเปอร์เซีย โดยมีพื้นที่เท่ากับ 11,437 ตร.กม. ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย มีชายแดนทางใต้ที่ติดกับประเทศซาอุดิอาระเบียทางภาคพื้นดินเพียงประเทศเดียว ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบาห์เรน และทางตะวันออกติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านทางน่านน้ำ

 

ประชากร
      ประเทศกาตาร์ มีประชากรราว 2.1 ล้านคนเป็นชาวกาตาร์ เชื้อสาย เชดูอินเพียง 2 แสนคน ส่วนประชากรส่วนใหญ่เป็นกำลังแรงงานที่มีเชื้อสายจากอินเดีย เนปาล ฯลฯ  ประชากรส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี  โดยมีรายได้ประชากรต่อหัวถึง 144,139 ดอลลาร์/ปี ในปี 2015  ซึ่งทำให้ประเทศกาตาร์นั้นกลายเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลกในปี 2015

 

เศรษฐกิจหลัก
เศรษฐกิจหลักของประเทศกาตาร์นั้น มาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 63% ของรายได้หลักของประเทศ โดยสามารถแบ่งได้เป็น
      -    ในด้านน้ำมันดิบ  กาตาร์นั้นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.1ล้านบาร์เรล / วัน โดยมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองอยู่ที่ประมาณ 25.24 พันล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถผลิต ณ กำลังการผลิตปัจจุบันได้นานถึง 60 ปี
     -    และในด้านก๊าซธรรมชาตินั้น กาตาร์นั้นเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากการที่ภาครัฐมีการเร่งการขยายการผลิตและการส่งออกก๊าซธรรมชาติและการลงทุนที่เกี่ยวข้อง  โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 25 ล้านตัน/ปี โดยมี ปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองอยู่ 871.59 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากรัสเซียและอิหร่าน 

 

ผลกระทบจากการที่กลุ่มประเทศอาหรับตัดความสัมพันธ์กับประเทศกาตาร์
     -    ปัญหาความวิตกกังวลการขาดแคลนอาหารภายในประเทศกาตาร์เอง เนื่องด้วยกาตาร์เป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์เป็นทะเลทราย จึงทำให้ต้องนำเข้าอาหารถึง ร้อยละ 80 ของสินค้าและประชากรชั้นรากหญ้าของกาตาร์ส่วนใหญ่จะนิยมข้ามแดนไปเพื่อจับจ่ายใช้สอย สินค้าอุปโภคบริโภค การที่ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์และสั่งปิดกันพรมแดนนั้นทำให้ประชาชนชาวกาตาร์เดือนร้อนโดยตรงและเกิดภาวะความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหาร
     -    ความกังวลในด้านของภาวะน้ำมันดิบล้นตลาด การที่กลุ่มประเทศอาหรับประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากกลับมามองปัญหาอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดอีกครั้ง เนื่องจากกาตาร์อาจะยกเลิกข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ได้ให้ไว้กับกลุ่ม OPEC ได้
     -    ด้านอุตสาหกรรมการบิน สายการบินต่างๆของกาตาร์ไม่สามารถบินเข้าหรือผ่านน่านฟ้าของกลุ่มประเทศอาหรับได้  ทำให้สายการบินต่างๆได้ประกาศระงับเที่ยวบิน หรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งทำให้การคมนาคมมีความล้าช้าขึ้น


      อย่างไรก็ตามประเทศกาตาร์ยังคงไม่มีนโยบายเชิงแข็งกร้าวต่อประเทศกลุ่มอาหรับ โดยเสนอหนทางให้ทุกฝ่ายร่วมพูดคุยเจรจารา เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว และพร้อมให้คูเวต เป็นผู้ไกล่เกลี่ยปัญหาดังกล่าวให้แล้ว ทั้งนี้การเจรจาดังกล่าวไม่ได้ดูเปิดเผยแต่อย่างใด ซึ่งนักลงทุนควรต้องรอดูท่าทีของซาอุดิอาระเบียและกลุ่มประเทศอาหรับต่อไป แล้วสถานการณ์เหล่านี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนจากการหารือครั้งนี้ 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งทองเดือด ขึ้นแตะ $1,295”

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งทองเดือด ขึ้นแตะ $1,295”

 

 

     1.US Dollar Index ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แตะ 96 จุด เหตุเกิดจากวุฒิสภาเริ่มสอบสวนกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้กดดันให้นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ยุติการสืบสวนในข้อกล่าวหาว่ารัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2016 หรือไม่ และนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯที่ทรัมป์แต่งตั้งนั้นมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลรัสเซียหรือไม่ ซึ่งอาจตามมาด้วยการถอดถอนทรัมป์ออกจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

     2.ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งอังกฤษ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและเป็นตัวที่ส่งราคาทองไปได้อีก

 

     3.ตลาดหุ้นกาตาร์ลงมากกว่า 7% หลัง 7 ประเทศใกล้เคียงประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศลง และอาจมีประเทศอื่นตามมาด้วยอีก ส่วนทางมูดี้ส์เองก็ส่อเตรียมลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือลงอีก

 

     ทั้งนี้ราคาทองคำปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน รับ 3 ปัจจัยที่กล่าวในขั้นต่ำ ประกอบกับกองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 4.16 ตัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ตะวันออกกลางเดือด”

ประเด็นวันนี้ “ตะวันออกกลางเดือด”

 

 

     - 7 ชาติตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ นำโดย ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟส์

     - เป็นผลกระทบต่อกาตาร์ในหลายด้าน

 

          การที่ 7 ชาติตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ ให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ว่า กาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย แต่จริงๆแล้ว อาจเป็นเพราะการเข้าข้างอิหร่าน และการที่ทรัมป์เข้าไปเยือนซาอุฯ เขาก็ไม่ได้ทำแค่ข้อตกลงเกี่ยวกับอาวุธและพลังงานมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์เพียงอย่างเดียว แต่คงมีข้อตกลงบางอย่างที่นำไปสู่การตัดสัมพันธ์กับกาตาร์เป็นแน่ เพื่อที่จะกดดันกาตาร์ให้เลิกสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และอิหร่าน

 

          ทั้งนี้ 3 ประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะปิดชายแดนทางบกและทางทะเล รวมทั้งสนามบินต่อกาตาร์ โดยห้ามกาตาร์รุกล้ำดินแดน น่านน้ำ และน่านฟ้า และให้ประชาชนของตนเดินทางออกจากกาตาร์  ซ้ำร้ายให้ชาวกาตาร์ออกจากประเทศในเวลา 2 สัปดาห์

 

          ผลกระทบที่มองข้ามไม่ได้คือเรื่องการบิน เนื่องจากอาหรับเอมิเรตส์, สายการบินกัลฟ์แอร์ของบาห์เรน, สายการบินอียิปต์แอร์กำลังยุติเที่ยวบินต่าง ๆ ที่เดินทางเข้าออกกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และสุดท้ายกาตาร์ต้องนำเข้าอาหารราว 40 % ผ่านทางพรมแดนที่ติดกับซาอุดิอาระเบีย คงถูกกีดกันจนกว่าจะตกลงผลประโยชน์ได้ ต้องดูว่ากาตาร์จะทำอย่างไรต่อไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 5 -9 JUN-17

Weekly Economic Focus 5 -9 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

            ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า "สหรัฐจะยุติการมีส่วนร่วมในความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

รัสเซีย

            นายอังเดร เบโลซอฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเครมลนกล่าวว่า "ความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ" จะไม่สามารถเดินหน้าได้ หากขาดการมีส่วนร่วมจากสหรัฐ

 

อังกฤษ

            ผลการสำรวจของ Ipsos MORI ชี้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษคะแนนนิยมตกลงแตะ 45% และพรรคแรงงานตามอยู่ที่ 40%

            เกิดเหตุไล่แทง-ขับรถพุ่งชนในกรุงลอนดอนใกล้สะพานลอนดอนบริดจ์และตลาดโบโรห์ บาดเจ็บ 7 ราย

 

เกาหลีเหนือ

            ประณามสหรัฐฯในการทดสอบการยิงสกัดขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ว่าอาจเป็นชนวนให้เกิดสงครามนิวเคลียร์

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองคำยังพุ่งต่อ สูงสุดรอบ 6 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้ “ทองคำยังพุ่งต่อ สูงสุดรอบ 6 สัปดาห์”

 

 

            ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำทำราคาปิดไปที่ $1,278 ปรับตัวเพิ่มขึ้น $13 หรือกว่า 1% หลังสหรัฐฯประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร หดตัวลง 36,000 ราย แตะที่ 138,000 ราย น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 185,000 ราย นอกจากนี้การเปิดเผยดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่มีการขาดดุลเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนที่ผ่านมานับเป็นระดับ สูงสุดตั้งแต่เดือน ม.ค. ทำให้นักลงทุน กังวลภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าอาจจะยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทำให้ เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากการประชุม FOMC ในเดือนนี้

 

            ประกอบกับความกังวลกับปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษก่อนการเลือกตั้ง หลังผลโพลล์ชี้คะแนนเสียงของพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ ได้คะแนนนิยมลดลงอยู่ที่ 45% และพรรคแรงงานตามอยู่ที่ 40% ซึ่งการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 มิ.ย.

 

            ทั้งนี้ตลาดทองคำมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีก หลังการก่อการร้ายของอังกฤษที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากเหตุการณ์ในกรุงลอนดอนเมื่อวานที่ผ่านมา โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นติดกับการโจมตีครั้งที่แล้วห่างกันเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ ภาพ Safe Haven ของทองคำเริ่มกลับมา แนวโน้มยังเป็น Sideway Up

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ไปไม่ถึงฝัน เทเรซา เมย์ คะแนนตก”

ประเด็นวันนี้ “ไปไม่ถึงฝัน เทเรซา เมย์ คะแนนตก”

 

 

            ใกล้วันเลือกตั้งอังกฤษเข้าไปทุกที เกิดสิ่งที่นาง เทเรซา เมย์ ไม่คาดคิดว่าคะแนของพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอจะลดลงอีก 3 จุด แตะ 45 จุด ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจการเมืองอังกฤษว่า นาง เทเรซา เมย์ จะสามารถกลับมาเป็นนกยกฯอังกฤษได้อีกครั้งหริอไม่ และการดำเนินการของ Brexit จะเป็นอย่างไรหากพรรคอนุรักษ์นิยมเป็นฝ่านค้าน

 

            ทั้งนี้ผลการสำรวจของ YouGov ระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยมมีโอกาสสูญเสียที่นั่งในรัฐสภาจากเดิม 330 ที่นั่ง เหลือเพียง 310 ที่นั่ง หากจะเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมากจำเป็นต้องมี 326 ที่นั่ง

 

            ล่าสุดมีความคิดเห็นจาก จอร์จ โซรอส เรื่องมุมมองต่อ Brexit ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร

   - มองว่านาง เทเรซา เมย์ จะไม่สามารถดำเนินการออกจากสหภาพยุโรปได้ เพราะเสียงในสภาไม่ถึงเกณฑ์

   - นอกจากนี้ เขายังกังวลเรื่องวิกฤตผู้อพยพ, การเลือกตั้งเยอรมนี, วิกฤติหนี้ของธนาคารอิตาลี

 

            ทำให้มองว่าถ้า Brexit จบเรียบร้อยไปแล้วยังมี การเลือกตั้งของเยอรมนี และวิกฤติหนี้ของอิตาลีให้ติดตามต่อ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 ตัวแปรสำคัญคอยกระตุ้นตลาด”

ประเด็นวันนี้ “3 ตัวแปรสำคัญคอยกระตุ้นตลาด”

 

 

     อ้างอิงจาก Bloomberg ที่มีการสอบถามนักลงทุนแบบจริงจังจำนวน 400 คนผลสรุปมี 3 เรื่องที่กลุ่มคนเหล่านี้ให้ความสนใจในช่วงนี้

 

     1.การเมืองโลก ให้ระดับความสำคัญถึง 47% มีเรื่องให้กังวลเยอะมาก

- คาบสมุทรเกาหลี จากที่เกาหลีเหนือมีการทดลองอาวุธ โดยผู้เล่นในเกมนี้คือ เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ

- การผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกจาก 13 ประเทศ เพราะราคาน้ำมันที่สูงหรือต่ำมักจะส่งผลกระทบถึงอัตราเงินเฟ้อ

- การก่อการร้ายสากลในยุโรป, อังกฤษ และเอเชีย

- สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

- มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากยุโรปและสหรัฐฯ

 

     2.ทรัมป์ ให้ระดับความสำคัญ 38% กล่าวได้ว่าค่าเงิน US Dollar Index ของสหรัฐฯ ผันผวนตาม “ทรัมป์” โดยในช่วงแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 นั้น ค่าเงินแข็งมากที่สุดในรอบ 14 ปี แตะที่ 103.82 จุด ซึ่ง เกิดจากการส่งสัญญาณถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการลดภาษีในประเทศ เพิ่มภาษีการนำเข้า เพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน 

 

     3.Brexit ให้ระดับความสำคัญเพียง 3% ที่เหมือนจะไปได้สวย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด หลังจากที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อต้องการเลือกตั้งอีกครั้ง ล่าสุดโพลล์ที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานที่  42% - 38% เพียงเล็กน้อย ต้องติดตามว่าการเลือกตั้งอังกฤษในวันที่ 8 มิ.ย. พรรคไหนจะได้เสียงข้างมาก และใครจะได้เป็นนายกฯคนที่ 55 ของอังกฤษ

 

 

อ่านต่อ

ทำกำไรง่ายๆด้วย SET50Index Futures

ทำกำไรง่ายๆด้วย SET50Index Futures

 

 

 

      S50M17 คืออะไร หลายคนที่พึ่งเล่นหุ้นหรือ Derivative (หรือที่คนนิยมเรียกว่า TFEX) พอเห็น กลุ่มตัวอักษรเหล่านี้อาจจะงงว่ามันคืออะไร มองครั้งแรกอาจจะรู้สึกเหมือนมันมีความซับซ้อน ใช่ครับ มันมีความซับซ้อนอยู่บ้างก็จริง แต่การซื้อขาย ลงทุนหรือเกร็งกำไร ไม่ได้อยากอย่างที่ทุกท่านคิด โดยเมื่อเราเห็นกลุ่มคำนี้ S50M17 ให้เข้าใจเลยว่ามันคือสัญญาฟิวเจอร์สตัวหนึ่งที่เทรดในบ้านเราครับ หรือคือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงในดัชนี SET50Indexs ที่มีกำหนดอายุสัญญาหมดภายในเดือน มิถุนายน ปี 2017  โดยสามารถแยกได้อย่างนี้ครับ S50 = SET50Index  M = ซีรี่ หรือสัญญาหมดอายุเดือนมิถุนายน และ 17 แทนปี 2017 โดยตัวอักษรที่แทนเดือนนี่สัญญาหมดอายุสามารถระบุได้ดังนี้

 

**โดยส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนจะนิยมซื้อขายกันในสัญญาที่หมดอายุในเดือนสุดท้ายของไตรมาส เช่น H M U และ Z นั้นเอง ซึ่ง ซีรี่เหล่านี้จะมีสภาพคล่องที่สูงกว่าซี่รี่อื่นๆ

      สำหรับการทำกำไร นั้นง่ายมาก !! หากท่านคิดว่า ดัชนี SET50 จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่านก็แค่เพียง ซื้อหรือ Long S50M17 และหากท่านคิดว่า SET50 จะมีการปรับตัวลดลง ก็เพียงแค่ขายหรือ Short S50M17 เท่านั้นเอง โดยจะกำไร จุดละ 200 บาท อย่างเช่น หากตอนนี้เรา ซื้อ S50M17 ที่ 1,000.0 จุด หาก S50M17 วิ่งขึ้นไปที่ 1,020.0 จุด เปลี่ยนแปลงไป 2% ท่านจะได้รับเงินทั้งสิ้น 20 x 200 = 4,000 บาท แต่หากกลับกันท่านจะต้องเสีย 4,000 บาทเช่นกัน โดยวางเงินหลักประกันเท่ากับ 5,700 บาทต่อ 1 สัญญา (อ้างอิงจากราคาหลักประกันล่าสุด ณ.วันที่ 31 พฤษภาคม) เท่ากับว่า การขึ้นลงของ S50M17 2% สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนได้ถึง 70% เลยทีเดียว เช่นเดียวกันในกรณีที่ผิดทางก็ขาดทุนได้เท่านั้นนะครับ และนี่คือลักษณะเฉพาะตัวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นเอง ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องเข้าใจการวางหลักประกันอีก 3 ชนิด (ขออนุญาตเก็บไว้อธิบายต่อไปในบทความหน้านะครับ)

 

    ซึ่งข้อดีของการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคือ

- สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการขึ้นลงของตัวสินทรัพย์อ้างอิงนั้นๆได้ เช่น หากท่านมีหุ้นอยู่ใน SET50 อยู่แล้วแต่ยังไม่อยากขาย และท่านคาดการณ์ว่า SET50Index จะปรับตัวลดลง ท่านสามารถใช้ S50Index Futures เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงได้ โดยการ ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกับ Short S50Index Futures ในปริมาณ ที่เหมาะสมกับจำนวนหุ้นที่ถือ

- ไม่ต้องวางเงินเต็มจำนวนในการลงทุนหรือเก็งกำไร สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นจะเรียกเก็บเพียงหลักประกันขั้นต้นเท่านั้น ทำให้ความสามารถในการรับผลกำไรหรือขาดทุน ถูกทวีคูณไปด้วยเช่นเดียวกัน

- ไม่มีการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงนั้นจริงๆ การซื้อขาย SET50Index Futures เมื่อถือครบสัญญา จะมีการชำระราคาเป็นเงินสด ไม่ได้นำหุ้นใน SET50Index มาชำระราคา

      มาถึงตรงนี้แล้วทุกท่านน่าจะทราบ ลักษณะของการลงทุนหรือเก็งกำไรใน SET50Index Futures ในเบื้องต้นแล้ว โดยจะเห็นจะเห็นว่า การลงทุนใน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลจากเงินลงทุนที่ค่อนข้างน้อย แต่อย่าลืมครับว่ามันก็เป็นการลงทุนในลักษณะ ดาบ 2 คม คือหากท่านถูกท่าน ท่านก็จะได้รับเยอะ และหากท่านผิดทางท่านก็จะเสียในจำนวนเดียวกัน อย่างที่นักลงทุนหลายๆท่านทราบกันดี High Risk High Return นะครับ

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เจาะลึกผลกระทบการเมืองบราซิล”

ประเด็นวันนี้  “เจาะลึกผลกระทบการเมืองบราซิล”

 

 

     หลังจากกลางเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นบราซิลร่วงลงแตะ 10% รับข่าวนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิลคนที่ 37 ได้ทำการติดสินบนแก่พยานที่ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การ คดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง JBS และ BRF ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื่อวัวและเนื้อไก่ไปมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก จนเป็นที่มาของการระงับการซื้อเนื้อบราซิลจากประเทศคู้ค้า

     แต่ผลกระทบไม่ได้จบแค่ตลาดหุ้น เพราะการที่ประเทศคู่ค้ายกเลิกคำสั่งซื้อเนื้อมีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจบราซิลเป็นอย่างมาก โดยภาคแรงงานโดนผลกระทบมากที่สุด จากตัวเลขการจ้างงานที่ย่ำแย่ในปี 2016 อัตราการว่างงานเพิ่มแตะ 8.2% เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ที่ 7 % ประกอบกับเจอปัญหานี้เข้าไป อาจทำให้เกิดวิกฤตการจ้างงานก็เป็นได้ 

     ทั้งนี้คาดการณ์ว่า GDP ปี 2017 อาจขยายตัวแค่ 1% และจะนับเป็นตัวเลข GDP ที่ต่ำสุดในรอบ 16 ปี จากเหตุที่ภาวะการจ้างงานหดตัว

     มุมมองต่อราคาทองคำ มองว่าการหดตัวของเศรษฐกิจบราซิลในปลายปี จะเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เป็นมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ

 

 

อ่านต่อ

9 เหตุการณ์สำคัญส่งทองผันผวน

9 เหตุการณ์สำคัญส่งทองผันผวน

                       

 

[1] - 2/1/17 เฟดประกาศอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2017 ซึ่งคาดว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1.5%
 

[2] - 18/1/17 เวิลด์แบงก์กังวลความไม่แน่นอนของ"ทรัมป์" ฉุดการลงทุน โดยมีความกลัวว่าทรัมป์จะทำให้การลงทุนทั่วโลกชะลอตัวจากนโยบาย “America Great Again” ซึ่งตามมาด้วยการกีดกันทางการค้า
 

[3] - 27/1/17 ทรัมป์มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐาน 50 โครงการ และการกลับมาของทรัมป์ครั้งนี้ ทำให้ US Dollar Index กลับมาแข็งค่าที่ 100 จุดอีกครั้ง
 

[4] - 8/2/17 ทรัมป์มีแนวโน้มขึ้นภาษีสินค้าจีน 45% การเริ่มค้าโลกป่วน จากการเสนอวิธีเพิ่มรายได้จากนายปีเตอร์ นาวาร์โร่ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว
 

[5] - 27/2/17 ทรัมป์มีคำสั่งแบนพลเมือง 7 ชาติมุสลิม เพิ่มความเกลียดชังระหว่างสหรัฐฯและชาติมุสลิม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเชื้อไฟเติมลงไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น
 

[6] - 10/3/17 กองทุน SPDR เททอง 8 ตัน รับตัวเลข Non-Farm พุ่ง 235,000 ราย เกิดแรงเทขายทองคำอย่างแรง รับการจ้างงานสหรัฐฯดีขึ้น
 

[7] - 17/4/17 ทรัมป์เปิดฉากการยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูก สู่ซีเรีย ภาพความไม่สงบของโลกเกิดขึ้น ส่งภาพ Safe Haven แก่ทองคำ
 

[8] - 10/5/17 จบการเลือกตั้งฝรั่งเศส นายมาครองได้รับชัยชนะ ทางเดินของฝรั่งเศสไม่เปลี่ยน  แน่นอนว่าผู้นำของสหภาพยุโรปพอใจเป็นอย่างมาก จากความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศสจะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อ
 

[9] - 26/5/17 การเมืองอังกฤษระอุ โพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุดเท่านั้น ทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ จากคะแนนแต่ละพรรคที่ออกมาสูสีนั้น ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ต่างจากเดิมก่อนยุบสภา ซึ่งนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษ

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “การเมืองอังกฤษระอุ หนุนราคาทองสุงสูดในรอบ 4 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้  “การเมืองอังกฤษระอุ หนุนราคาทองสุงสูดในรอบ 4 สัปดาห์”

 


        
      กลับมาอีกครั้งกับการเมืองอังกฤษ ซึ่งในเดือน พ.ค. นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อต้องการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยหวังว่าจะได้เสียงข้างมากในการดำเนินการออกจากสหภาพยุโรป โดยใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพราะก่อนหน้านี้นางเทเรซา เมย์ ยังไม่มีเสียงข้างมากพอที่จะนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปได้

 

      ล่าสุดโพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่ นางเทเรซา เมย์คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุดเท่านั้น ทำให้เรามองว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ เพราะการที่คะแนนแต่ละพรรคออกมาสูสีนั้น ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ต่างจากเดิมก่อนยุบสภา ซึ่งนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษเลย

 

      ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงถึง 1.06% ปิดที่ 1.2805 ปอนด์/ดอลลาร์ สวนกับราคาทองคำที่ปรับขึ้น $11.3 ปิดที่ $1,266.5 ทั้งนี้ต้องจับตาการเลือกตั้งอังกฤษอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันตัดสินว่าพรรคไหนถือเสียงข้างมาก และใครจะได้เป็นนายกฯคนที่ 55 ของอังกฤษ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 29 MAY – 2 JUN-17

Weekly Economic Focus 29 MAY – 2 JUN-17

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

สหรัฐฯ

            ตัวเลขเศรษฐกิจในภาคอสังหาฯและภาคแรงงานชะลอตัว แต่ GDP Q1/2017 ขยายตัวแตะ 1.2%

            กองทัพเตรียมทดสอบระบบสกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป หลังจากเกาหลีเหนือมีการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป  ที่คาดว่าจะมีพิสัยโจมตีไกลถึงสหรัฐฯ

            เฟดสาขาเซนต์หลุยส์ มีความวิตกว่า เงินเฟ้อของสหรัฐในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

 

ฟิลิปปินส์

            ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบระหว่างกลุ่มหัวรุนแรงมอเต้ และกองกำลังของรัฐบาล ในเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งปธน.รัสเซียหวังว่า ความขัดแย้งในฟิลิปปินส์จะยุติลงโดยเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด

 

อังกฤษ

            การเมืองระอุหลังโพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้เป็นอย่างที่ นางเทเรซา เมย์ คิดโดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุด ทำให้มองว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีสามารถปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ เพราะการที่พรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคแรงงานมีคะแนนที่สูสี จะทำให้กลับไปสู่จุดที่ปัจจัยก่อนการที่ นางเทเรซา เมย์  จะยุบสภา และนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษ เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “งูกินหาง”

 

กลุ่มโอเปก

            บทสรุปมีมติอนุมัติขยายเวลาลดกำลังการผลิตที่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปถึง เดือน มี.ค. 2018 นับเป็นปริมาณการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 8 ปี ซึ่งผิดจากที่ตลาดคาดว่าน่าจะลดระดับยาวไปถึง มิ.ย. 2018

 

จีน

            มูดี้ส์สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับจีนในรอบ 30 ปี โดยลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนของจีน จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3 เพราะมองว่าเศรษฐกิจชะลอตัว โดย GDP จีนลดลงมา 6 ปีติดแล้ว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทำให้เกิดการเติบโตของสินเชื่อ และเป็นตัวเร่งให้หนี้สูงขึ้น 300% เมื่อเทียบกับ GDP

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาน้ำมันป่วน จบการประชุมโอเปก”

ประเด็นวันนี้ “ราคาน้ำมันป่วน จบการประชุมโอเปก”

 

 

- โอเปกมีมติขยายเวลาลดกำลังการผลิตไปถึงเดือน มี.ค. 2018

- ราคาน้ำมันดิบ Brent ผันผวน 6.61%

 

     จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการประชุมโอเปก มีมติอนุมัติขยายเวลาลดกำลังการผลิตที่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปถึง เดือน มี.ค. 2018 นับเป็นปริมาณการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 8 ปี  ซึ่งผิดจากที่ตลาดคาดว่าน่าจะลดระดับยาวไปถึง มิ.ย. 2018 เข้าใจว่ากลุ่มโอเปกเชื่อว่าการลดการผลิตน้ำมันจะมีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำมันที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถลดปริมาณได้นานถึง 12 เดือน เนื่องจากประเทศในกลุ่มโอเปกส่วนใหญ่มีรายได้หลัก คือ การขายน้ำมัน

 

     โกลด์แมน แซคส์วิเคราะห์ในครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจมีราคาอยู่ที่ระดับ $57/บาร์เรล มองว่าการคงกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกเป็นผลบวกต่อราคาน้ำมัน

 

     สิ่งที่จะกดดันราคาน้ำมันในตอนนี้คือทรัมป์ ที่มีแนวคิดจะขายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์หรือ SPR ออกครึ่งหนึ่ง โดย SPR มีน้ำมันในสต็อกอยู่ที่ 688 ล้านบาร์เรล โดยการกระทำดังกล่าวเพื่อเพิ่มรายรับของสหรัฐฯ

 

      แนวโน้มน้ำมันปัจจุบันเป็น Sideway Up  ตราบ ใดที่ทรัมป์ยังไม่ได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกไป ซึ่งหากทำจริง ปริมาณน้ำมันคงจะล้นตลาด จนเราอาจได้เห็นน้ำมันที่ระดับราคาไม่แพงก็ได้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เหตุใดที่มูดี้ส์มองจีนเปลี่ยนไป”

ประเด็นวันนี้ “เหตุใดที่มูดี้ส์มองจีนเปลี่ยนไป”

 

 

- มูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนของจีน จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3

- มูดี้ส์ให้เหตุผลจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน

 

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับจีนในรอบ 30 ปี โดยการลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนลง จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3 เหตุผลหลักที่มูดี้ส์ให้คือ

     1.มองเศรษฐกิจชะลอตัว โดย GDP จีนลดลงมา 6 ปีติดแล้ว

     2.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทำให้เกิดการเติบโตของสินเชื่อ และเป็นตัวเร่งให้หนี้สูงขึ้น 300% เมื่อเทียบกับ GDP

 

แต่ที่น่าตลกคือ จีนมีหนี้สาธารณะเพียง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวน แต่พอมองกลับไปที่สหรัฐฯ ที่มีหนี้สาธารณะถึง 19 ล้านล้าน กลับไม่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ทั้งนี้จีนก็โต้กลับ โดยกระทรวงการคลังจีนได้ออกมาปฏิเสธการตัดสินใจของมูดี้ส์ ที่ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวน

 

จากนี้ต้องตามต่อว่า S&P และ Fitch จะมีมุมมองต่อค่าเงินหยวนอย่างไร และหากสองเจ้านี้ลงมาเล่นด้วย ความน่าเชื่อถือของจีนก็มีโอกาสที่จะลดลงเป็นอย่างมาก

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดรับ 3 ปัจจัยหนุน”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดรับ 3 ปัจจัยหนุน”

 

 

ราคาทองคำกลับมาแตะที่ 1,263 อีกครั้ง หลังได้ 3 แรงหนุน คือ

 

     1.ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะทรัมป์มีแผนปรับลดรายจ่ายภาครัฐลง 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ และมีแผนขายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์หรือ SPR ออกครึ่งหนึ่ง โดย SPR มีน้ำมันในสต็อกอยู่ที่ 688 ล้านบาร์เรล หากเทขายออกมาครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคือ อะไรที่ทำให้ทรัมป์มีแนวโน้มคิดเช่นนี้ หรือสหรัฐฯกำลังจะมีวิฤกตใหม่ ?

 

     2.ภาพ Safe Haven ที่ชัดขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ โดยกลุ่ม IS อ้างตัวว่าเป็นผู้กระทำ อีกทั้งฟิลิปปินส์ ประกาศกฏอัยการศึกในจังหวัดมินดาเนา 60 วัน หลังเกิดการปะทะระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์ กับกลุ่มอูเต กลุ่มที่ติดอาวุธของมุสลิม

 

     3.นายนีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีอาโพลิส มองเศรษฐกิจสหรัฐฯน่าจะโตได้อีก จนอยากให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพราะกลัวจะไปขัดการโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งนายนีล แคชคารี เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC)

 

แนวโน้มราคาทองคำมองทางเทคนิค หากสามารถทะลุ $1,266 ได้มองเป้าต่อไป $1,280 ส่วนปัจจัยพื้นฐานยังเป็นบวก

 

 

อ่านต่อ

Issues of the day “จับตาการเมืองบราซิล”

Issues of the day  “จับตาการเมืองบราซิล”

 

 

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวฉาวเกี่ยวกับนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิลคนที่ 37 ได้ทำการติดสินบนแก่พยานที่ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การ คดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง JBS และ BRF ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื่อวัวและเนื้อไก่ไปมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

 

            ทั้งนี้ประธานาธิบดีบราซิลมีส่วนรู้เห็น ในการที่ภาครัฐบาลรับเงินสินบนจากบริษัทเอกชนหลายแห่ง เพื่อแลกกับการรับรองคุณภาพเนื้อส่งออก  ทั้งที่จริงเนื้อที่ส่งออกไปไม่ได้คุณภาพอย่างที่ควรจะเป็น

 

            ผลที่ตามมาทำให้ประเทศคู้ค้าเริ่มมีการระงับนำเข้าเนื้อจากบราซิล ซึ่งในระยะยาวอาจมีความรุนแรงถึงขนาดที่จะเป็นเหตุให้ประธานาธิบดีบราซิลหลุดออกจากตำแหน่งได้เลย เพราะประชาชนเริ่มออกมาประท้วงและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากคดีการคอรัปชั่น

 

            มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เองก็อาจถือโอกาสนี้หั่นอันดับความน่าเชื่อถือลงด้วย มองปัญหาทางการเมืองที่ไม่แน่นอนครั้งนี้จะกระทบเศรษฐกิจพอสมควร ซึ่งนับตั้งแต่มีข่าวดังกล่าวตลาดหุ้นบราซิลลงมาแล้วกว่า 6,892 จุด หรือลบกว่า 10%  คาดการณ์ว่าความเสี่ยงทางการเมืองของบราซิลครั้งนี้น่าจะเป็นแรงผลักดันต่อกลุ่ม commodities ได้อีกแรง      

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Bitcoin ทะลุ $2,000 สูงสุดในประวัติศาสตร์”

ประเด็นวันนี้ “Bitcoin ทะลุ $2,000 สูงสุดในประวัติศาสตร์”

 

 

หลายคนยังสงสัยว่า Bitcoin คืออะไรทำไมราคาถึงได้สูงนัก กล่าวได้ว่าเป็นสกุลเงินดิจิตอลถูกกฎหมายมีการยอมรับจากประเทศยักษ์อย่างเช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่ง Bitcoin สามารถใช้ได้ในโลกออนไลน์พร้อมทั้งมีโรงแรมกว่า 300,000 แห่งที่รับ Bitcoin

 

      มูลค่าของ Bitcoin ปรับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้แค่ 1 Bitcoin ก็มีมูลค่ามากกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากแปลงเป็นเงินบาทจะมีมูลค่ากว่า 70,000 บาททีเดียว

 

ถ้านับตั้งแต่ต้นปี Bitcoin ปรับขึ้นมาแล้วกว่า $1,000 หรือมากกว่า 2 เท่าตัว นับเป็นอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดมาก แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ Bitcoin มีราคาที่สูงขึ้นมาได้ขนาดนี้

 

      1.นักลงทุนญี่ปุ่น,สหรัฐฯและเกาหลีใต้มีความต้องการ (Demand) มากขึ้น มองเพื่อเก็งกำไร ประกอบกับภาครัฐญี่ปุ่นยอมให้ใช้ชำระเงินได้ถูกต้อง

      2.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า รับการเกิดปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในสหรัฐฯ และบราซิล

 

แนวโน้มของ Bitcoin อาจได้เห็นการพุ่งทะยานแบบนี้ต่อระยะสั้น จากการเข้าเก็งกำไรของนักลงทุน แต่ความผันผวนที่รุนแรงเช่นนี้ก็ต้องกลับเข้าสู่สภาพที่ตลาดควรจะเป็นโดยใช้เวลาอีกซักพัก เมื่อใดที่ตลาดสร้างแรงจูงใจจากมือใหม่ด้วยอัตรากำไรที่ก้าวกระโดด ช่วงนั้นควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 22-26 MAY-17

Weekly Economic Focus 22-26 MAY-17
สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

สหรัฐฯ
    ทรัมป์ ได้ข้อตกลงซื้อขายอาวุธกับรัฐบาลซาอุดิอาระเบียมีมูลค่าราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(สันติจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการทหารมากสุด ยกตัวอย่าง จิ๋นซีฮ่องเต้ที่สามารถรวม 7 แคว้นใหญ่ เพราะมีกำลังทหารแกร่งที่สุด)
    ประเด็นที่ 2 ยังอยู่กับทรัมป์ หลังมีข่าวว่าเข้าแทรกแซง CIA ที่มีการตรวจสอบความสัมพันธ์ของทรัมป์กับรัสเซีย และเป็นโอกาสนำไปสู่การถอดถอนทรัทป์

 

บราซิล
    มีปัญหาเดียวกับสหรัฐฯ คือ ปัญหาการเมือง เพราะนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล ได้ติดสินบนแก่พยานคนหนึ่ง ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การคดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัท JBS ซึ่งประธานาธิบดีมีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าว และเป็นที่มาของการลง 10% ในตลาดหุ้น ทั้งนี้มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส อาจมีการลดความน่าเชื่อถือ

 

กรีซ
    รัฐสภามีมติอนุมัติร่างกฎหมายมาตรการรัดเข็มขัด  ด้วยการลดเงินบำนาญและปรับขึ้นภาษีรอบใหม่จนถึงปี 2563 ดัวยคะแนน 153 ต่อ 128 เสียง โดยการในมาตรการนี้มีความหวังว่ากรีซจะได้เงินกู้ก้อนใหม่จากเจ้าหนี้ ที่จะประชุมในวันที่ 22 พ.ค.

 

อิหร่าน
    นายฮัสซัน รูฮานี คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีนับเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะดำเนินนโยบายที่มีต่อต่างชาติในแบบเดิม

 

 

อ่านต่อ

ตลาดหุ้นบราซิลร่วงหนัก 10%

ตลาดหุ้นบราซิลร่วงหนัก 10% 

 

 

      เมื่อคืนตลาดหุ้นบราซิลดิ่งต่ำกว่า 10% ทำให้เกิดเซอร์กิต เบรคเกอร์ โดยการลงครั้งดังกล่าวมาจากรับแรงกดดันเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเมือง
หลังมีข่าวอื้อฉาวของ นายมิเชล เทเมอร์ซึ่งเป็น ประธานาธิบดีของบราซิล มีความพยายามที่จะจ่ายค่าปิดปากพยานในคดีการติดสินบนครั้งใหญ่ที่สุดของบราซิลทั้งนี้นายมิเชล เทเมอร์ ประกาศว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน

      จากความเสี่ยงทางเมืองส่งผลกระทบให้เกิดความกังวลของนักลงทุนที่อยู่ในตลาดหุ้นบราซิล ประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์  อาจถูกถอดถอน 
แต่หากผลกระทบไม่ได้มีในตลาดหุ้นอย่างเดียว ยังส่งผลถึงค่าเงินเรียลของบราซิลดิ่งลงมากกว่า 6% เมื่อเทียบดอลลาร์ และ กองทุน iShares MSCI Brazil Capped ETF (EWZ) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ของสหรัฐฯ ที่มีการซื้อขายโดยอิงหุ้นบราซิล ทรุดตัวลงกว่า 17% ในช่วงการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
และยังส่งผลต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อนบ้านอย่างตลาดหุ้นอาร์เจนตินาที่ดิ่งลงร่วงลง 4.2% เพราะมีดุลการค้าต่อกันเป็นจำนวนค่อนข้างมาก

      ในมุมมองของตลาดหุ้นไทยไม่ได้ผลกระทบมากนัก ในการดิ่งของตลาดหุ้นบราซิลเนื่องจาก ประเทศเรามีดุลการค้าและการลงทุนต่อบราซิลค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเชิงอ้อมต่อหุ้นที่เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ธัญพืชและถั่วเหลือง ในระยะสั้นๆเท่านั้น เนื่องจาก การอ่อนตัวของค่าเงินเรียลบราซิล ทำให้ราคา ของสัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือน ก.ค. ลดลง 5.5 เซนต์ หรือ 1.48% แตะที่ 3.66 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.25 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 4.2575 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ร่วง 31 เซนต์ หรือ 3.18% ปิดที่ 9.4475 ดอลลาร์/บุชเชล อย่างไรก็ดี เราอาจจะเห็นการรีบาวด์กลับมาของตลาดหุ้นบริลในเร็วๆวันนี้ หลังการแพนิคหมดไป เพราะขั้นตอนการถอดถอนประธิบดีในบราซิล มีขั้นตอนค่อยข้างมาก และใช้เวลานาน ซึ่งจะทำให้ตลาดโลกสามารถที่จะรับรู้ผลกระทบหลังจากาการถอดถอนได้อย่างเพียงพอ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Brexit กับปัญหาที่ไม่จางหายไป”

ประเด็นวันนี้ “Brexit กับปัญหาที่ไม่จางหายไป”

 

 

หลังจากที่เราทราบผล Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 ที่เสียงส่วนมากต้องการออกจากสหภาพยุโรป หลังจากนั้นเกิดการเทขายในตลาดหุ้นทั้งโลกจากความกังวลต่างๆ ทองช่วงนั้นก็ได้อานิสงปรับขึ้นกว่า $50

 

     ปัจจุบันปัญหาก็ยังไม่จบ สก็อตแลนด์เตรียมจัดทำประชามติขอแยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ส่วนสถาบันการเงินต่างชาติยักษัใหญ่ของโลก ก็เตรียมย้ายสาขาออกจากอังกฤษเช่นกัน อย่างเช่น JPMorgan ,UBS และ Deutsche Bank ต่างขู่ว่าจะย้ายออกจากอังกฤษ

 

     ส่วนผลกระทบที่จะตามมา หากสถาบันการเงินต่างชาติยักษัใหญ่ของโลกย้ายสาขาออกจากอังกฤษ มองว่าในระยะสั้นจะส่งผลลบต่อตัวสถาบันการเงินและอังกฤษเองอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นที่มาของความเสี่ยงในเศรษฐกิจยุโรปอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ต้องจับตาการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิ.ย. 2560 ใครจะได้ขึ้นมาเป็นนายกอังกฤษ ซึ่งหากนางเทเรซา เมย์ ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง คงจะดำเนินการพร้อมนโยบายผลักดันให้ได้ออกจากสหภาพยุโรปเป็นแน่แท้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “คืนเดียวทองคำพุ่ง $24 ปิด $1,260”

ประเด็นวันนี้ “คืนเดียวทองคำพุ่ง $24 ปิด $1,260”

 

 

- ราคาทองคำปรับขึ้นมา 5 วันติด

- ปัจจัยหนุนจาก US Dollar Index อ่อนสุดในรอบ 5 เดือน

- America First เริ่มสร้างปัญหา

 

ราคาทองคำเริ่มมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลัง 5 วันที่ผ่านมาปรับขึ้นมาโดยตลอด และแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 วันปิดทิ่ $1,260

 

ปัจจัยสนับสนุนอีกเรื่องคือการอ่อนค่าของ US Dollar Index ที่มากสุดในรอบ 5 เดือน แตะ 97 จุด หลังเกิดความเสี่ยงทางงการเมืองของสหรัฐฯ รับเริ่มมีเรื่องขอการตรวจสอบทรัมป์

 

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำนั้นจากนโยบาย America First เริ่มสร้างปัญหาทางการค้าโลก ซึ่งก่อนหน้านี้คงเคยได้ยินว่า ทรัมป์สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนการค้าของสหรัฐจัดทำรายงานภายใน 90 วัน เพื่อหาต้นตอการขาดดุลการค้าและล่าสุดเริ่มมีการขึ้นกำแพงภาษีไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา 20% และเตรียมที่จะขึ้นภาษีเหล็กที่มาจากญี่ปุ่นกว่าอีก 200% ซึ่งมองว่ากีดกันทางการค้าและมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกซึ่งอาจเป็นโอกาสบวกของทองคำต่อเนื่อง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “อิตาลี กับความเสี่ยงครั้งใหม่ !”

ประเด็นวันนี้ “อิตาลี กับความเสี่ยงครั้งใหม่ !”

 

 

- S&P คาด GDP ปี 2017 อิตาลีชะลอตัว

- อิตาลีมี  NPL สูงถึง 3.6 แสนล้านยูโร

- อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP อิตาลีปรับเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

 

รอบนี้อิตาลีกลับมาพร้อมปัจจัยเสี่ยง เศรษฐกิจหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เริ่มด้วยสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์  เปิดประเด็นโดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอิตาลีในปีนี้ มีแนวโน้มหดตัวหลังจากภาคธนาคารอ่อนแอ หลังจากในปี 2016 ภาคธนาคารได้รับผลกระทบจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือหนี้เสียที่มีมูลค่าสูงถึงราว 360,000 ล้านยูโร คิดเป็นหนี้เสียถึงหนึ่งในสามของยูโรโซน ถือว่าหนี้ก่อนนี้มีขนาดใหญ่มากๆเมื่อเทียบกับขนาด GDP อิตาลีเอง

 

พอมามองหนี้สาธารณะของอิตาลีนั้น มีมากกว่าถึง 6 เท่า อย่างในปี 2016 หนี้สาธารณะอยู่ที่ 2,240,000 ล้านยูโร ความน่ากลัวอยู่ที่อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับเพิ่มขึ้น 9 ปีติดต่อกัน ล่าสุดปี 2016 อยู่ที่ 132% แสดงถึงหนี้สาธารณะที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

คาดการณ์ว่าในระยะยาว การที่ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 3 ของสหภาพยุโรปอย่างอิตาลีมีหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่วน GDP ที่มีแนวโน้มคงที่หรืออาจชะลอตัวนี้ จะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจยุโรป และมีความเสี่ยงที่จะทำดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลงต่อ เป็นโอกาสที่จะทำให้ราคา Gold Spot ปรับขึ้นจากภาพความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก

 

 

อ่านต่อ

ทำกำไรง่ายๆ ด้วย Calendar Spread !!

ทำกำไรง่ายๆ ด้วย Calendar Spread

 

 

      Calendar Spread คืออะไร คือการเก็งกำไรส่วนต่าง ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการเก็งกำไรทิศทาง หรือการเก็งกำไรปกติทั่วไปที่นิยมทำกันในปัจจุบัน
Calendar Spread คือการเก็งกำไรส่วนต่าง ในตลาดเดียวกัน โดยทำการซื้อและขายสัญญาฟิวเจอร์ของสินค้าอ้างอิงเดียวกัน
แต่ต่างกันที่เดือนส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงหรือวันหมดอายุของสัญญา โดยนักเก็งกำไรจะต้องคิดถึงความสัมพันธ์ของราคาระหว่างสัญญามากกว่าระดับราคา (Basis)
โดยจะทำการขายสัญญาที่คิดว่าราคาแพง และซื้อสัญญาที่คิดว่าราคาถูกกว่า กลยุทธ์ Calendar Spread เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการเก็งกำไรทั่วไป
เนื่องจากเป็นการล็อคความเสี่ยงของนักเก็งกำไรไปในตัว หรือการหักล้างความเสี่ยงซึ่งกันและกัน (Natural Hedging)
เพราะไม่ว่าราคาฟิวเจอร์สจะเปลี่ยนไปทางใด สัญญา Spread จะได้กำไรจากอีกสัญญาหนึ่งมาชดเชยขาดทุนจากอีกสัญญาหนึ่งเสมอ

      ตัวอย่างเช่น หากนักเก็งกำไรพบว่า Basis Spread (ค่าส่วนต่างของสัญญา เกิดจากการนำราคาของสัญญาส่งมอบเดือนไกล ลบกับสัญญาส่งมอบเดือนใกล้)
ที่เหมาะสมของ SET50 Index Future ควรจะอยู่ที่ -5 แต่ Basis Spread ในปัจจุบันอยู่ที่ -10 นักเก็งกำไรโดยใช้กลยุทธ์ Calendar Spread จะทำกำไร
โดยการ เปิดสถานะ Short SET50 Index Future ที่มีเดือนส่งมอบใกล้ (สมมุติเป็น S50M17) และ เปิดสถานะ Long SET50 Index Future ที่มีเดือนส่งมอบไกล
(สมมุติเป็น S50U17) ไปพร้อมกัน โดยสามารถใช้คำสั่งพิเศษประเภท Combination Order โดยคำสั่งประเภทนี้จะมีผลใน 2 Series ในเวลาเดียวกัน
(Open Long S50M17U17) นักเก็งกำไรจะได้กำไรจากการที่ Basis Spread กลับมาอยู่ใน Basis ที่เหมาะสม จึงทำการปิดสถานะของคู่สัญญานั้น
ซึ่งจะทำให้นักเก็งกำไรได้รับกำไรจาก Basis Spread ประมาณ 5 จุด (กำไรที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย)โดยมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำเพราะมี Natural Hedging อยู่แล้วในตัว

      สรุป Calendar Spread คือกลยุทธ์การเก็งกำไรประเภทหนึ่ง โดยเป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่าง ซึ่งต่างจากเก็งกำไรทิศทางที่นักเก็งกำไรปกตินิยมทำกัน
นักเก็งกำไรที่ใช้กลยุทธ์ Calendar Spread จะมองหาความผิดปกติจาก Basis Spread เปลี่ยนแปลงไปจากค่าที่เหมาะสม
เพื่อทำกำไรจากใช้กลยุทธ์นี้ โดยจะได้รับกำไรเมื่อ Basis Spread กลับมาอยู่ในค่าที่เหมาะสม โดยมีความเสี่ยงในการเก็งกำไรที่ค่อนข้างต่ำมาก
เพราะมี Natural Hedging อยู่ในตัว เนื่องจากกลยุทธ์นี้จะทำการ เปิดสถานะซื้อและขายไปพร้อมๆกัน ต่างกันเพียงแค่วันหมดอายุของสัญญาเพียงแค่นั้น

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 3 วันติด”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 3 วันติด”

    

 

ทองคำมีการปรับขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นมา 3 วันติด รวมขึ้นราว $20 แตะ $1,237 หลังมีปัจจัย 2 อย่างบวกตลาดทองคำ

 

1.ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างดัชนีภาคการผลิตประกาศออกมาต่ำที่สุดในรอบ 7 เดือน ส่งความสงสัยไปยังนักลงทุนว่าในภาคการผลิตที่ชะลอตัว จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

 

2.ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในคาบสุมครเกาหลี หลังจากที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ Hwasong-12 จากทางชายฝั่งตะวันตกของเกาหลีเหนือ ไปยังน่านฟ้าเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร ตกลงในทะเลญี่ปุ่น แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ Hwasong-12 สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ โดยทางการสหรัฐฯก็ทำเพียงออกมากดดันเกาหลีเหนือ ด้วยการเรียกร้องให้ทั่วโลกยกระดับการคว่ำบาตร

 

สรุปราคาทองคำปรับขึ้น 3 วันติด จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชะลอตัวและปัจจัยความตึงเครียดของเกาหลีเหนือกับนานาชาติ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “S&P 500 พุ่งกว่า 6% หลังได้ 3 ปัจจัยหนุน”

ประเด็นวันนี้ “S&P 500 พุ่งกว่า 6% หลังได้ 3 ปัจจัยหนุน”    

 

 

ในปีนี้นับเป็นปีทองของดัชนีสหรัฐฯอย่าง S&P 500 ที่ปรับขึ้นไปถึง 139.33 จุด (+6.19%) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ 3 ปัจจัยหลักที่ผลักดันดัชนีให้ไปต่อได้คือ

 

- การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) ซึ่งบริษัทที่อยู่ใน S&P 500 ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี , การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่มองว่าเป็นการรับข่าวดีระยะสั้นเท่านั้น

 

- การควบคุม (Regulation) ทรัมป์นั้นเตรียมปรับกฎหมายใหม่ที่จะเข้ามาแทนกฎหมายดอดด์-แฟรงก์ ก็คือ Glass-Steagall Act  เป็นกฎหมายภาคธนาคารฉบับเก่าที่ไม่ให้ธนาคารลงทุนในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูง ถือว่าอาจเป็นการลดความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ดีเลยทีเดียว พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับตลาดภาคธนาคารมากขึ้น

 

- อัตราเงินเฟ้อและตัวเลขแรงงาน (Labor and Inflation) กล่าวได้ว่าอัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในปัจจุบันกลับมาพอๆกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต “แฮมเบอร์เกอร์” ในปี 2008 เลยทีเดียว ซึ่งอัตราเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มสูงมากที่จะยืนเหนือ 2% ส่วนอัตราการว่างงานอยู่ระดับ 4.4% นับว่า ตัวเลขเหล่านี้มีส่วนที่สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก

 

สรุปในปี 2017 ยังมีโอกาสสูงที่จะเป็นปีทองของดัชนีสหรัฐฯ หลังมี 3 ปัจจัยที่หนุนดัชนี เมื่อเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุน อาจส่งผลให้ตลาดทองคำซบเซาลงได้

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 15-19 MAY-17

Weekly Economic Focus 15-19 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

       ภาพเศรษฐกิจโดยรวม วัดจากตัวเลขเศรษฐกิจ ภาคแรงงานแข็งแกร่งหลังยอดผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงแตะ 236,000 ราย และตำแหน่งที่เปิดรับสมัครงานนอกภาคเกษตรมีการขยายตัวแตะ 5.74 ล้านตำแหน่ง ขณะภาพของอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น รับดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ขยายตัวถึง 0.5%

       เฟดเซนต์หลุยส์ คาดอาจมีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ รับผลกระทบของ GDP Q1/17 ชะลอตัว

 

เกาหลีเหนือ

       กลับมาอีกครั้งด้วยการยิงขีปนาวุธจากทางชายฝั่งตะวันตกของเกาหลีเหนือ ไปยังน่านฟ้าเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร และตกลงในทะเลญี่ปุ่น แต่สหรัฐฯยังไม่ได้ใช้มาตรการตอบโต้อะไรเลย

 

เกาหลีใต้

       บทสรุปผลการเลือกตั้ง นายมูน แจ อิน ที่ได้ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 19 ชู้นโยบายปฏิรูปธุรกิจและเริ่มเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนือมากขึ้น

 

เอเชีย

       IMF คาดว่าเศรษฐกิจอาจมีการขยายตัวอยู่ที่ 5.5% และคาดการณ์ว่าอาจขยายตัวขึ้นจากปีก่อนถึง 0.2%

 

จีน

       จีนและสหรัฐฯบรรลุข้อตกลงการค้า ซึ่งสหรัฐฯจะได้ประโยชน์การส่งเนื้อวัวไปยังจีน และจีนได้ประโยชน์จากการส่งไก่ไปสหรัฐฯ เหมือนเป็นการเจรจาตามทฤษฎีเกม (Game Theory)

 

 

อ่านต่อ

BITCOIN ค่าเงินใหม่ที่ต้องจับตามอง

BITCOIN พุ่ง ATH มาอยู่ในระดับ 1,800 เหรียญ

 

      ราคา BITCOIN พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีสาเหตุหลักจากทาง Security and Exchange Commission
หรือ SEC ของสหรัฐฯกำลังเตรียมการอนุมัติกองทุนบิทคอย ETF ซึ่งจะถือเป็นแห่งแรกของโลก โดย SEC ของสหรัฐฯ
นั้นจะทำการตัดสินใจครั้งสุดท้ายและออกแถลงการในวันที่ 11 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

 

หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า BITCOIN ที่ว่ามานี้มันคืออะไร ?

            BITCOIN คือสกุลเงินดิจิทัล ที่ถูกสร้างจากสมการทางคณิตศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์
ไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่มีตัวกลางทางการเงินโดยการถูกควบคุมแบบกระจายตัว (Decentralize)
นั้นหมายความว่าไม่มีสถาบันการเงินไหนสามารถควบคุมมันได้ ซึ่งช่วยลดการแทรกแซงค่าเงินจากภาคัฐ
โดยการที่ไม่มีธนาคารเป็นตัวกลางนั้นทำให้การเคลื่อนย้ายของ BITCOIN สะดวกสบาย
และ มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยออนไลน์ของผู้คนในสมัยนี้
ที่ดูแล้วมีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

แล้วราคามันขึ้นลงจากสาเหตุอะไร ??

            ตามอุปสงค์ล้วนๆครับ เนื่องจากอุปทานของ BITCOIN เรียกได้ว่าคงที่ เนื่องจากมีอยู่เพียง 21 ล้านบิทคอยเท่านั้น
(แต่มันสามารถแบ่งย่อยออกมาได้ภายใน 1 บิทคอยสามารถแตกย่อยได้ถึง 100 ล้าน) เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาของ BITCOIN ขึ้น
นั้นแทบจะหมายถึง ความต้องการบิทคอยมีสูงขึ้นล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน หรือ เก็งกำไรก็ตาม
อยากไรก็ตามประเด็นที่น่าจับตามองอนาคตของ BITCOIN คือ ทาง Security and Exchange Commission
หรือ SEC ของสหรัฐฯกำลังเตรียมการอนุมัติกองทุนบิทคอย ETF ซึ่งจะถือเป็นแห่งแรกของโลก
และรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มมีโครงการเปิดใช้ BITCOIN อย่างถูกกฎหมายแล้ว เช่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และ อินเดีย เป็นต้น



 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “รอยเตอร์คาดราคาทองคำอาจลงต่ำกว่า $1,200”

 “รอยเตอร์คาดราคาทองคำอาจลงต่ำกว่า $1,200”    

 

 

- รอยเตอร์คาดอาจลงไปต่ำสุดที่ $1,173

- มองแนวโน้มเป็นขาลง

- ปัจจัยต่อไปที่บวกและลบกับราคา Gold Spot

 

สำนักข่าวยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ อย่างรอยเตอร์เริ่มมองแนวโน้ม

ราคาทองคำว่าเป็น “ขาลง” หลังจากราคา Gold Spot ไม่สามารถ-

ยืนเหนือ $1,295 โดยคาดว่าราคาอาจลงไปต่ำกว่า $1,173

 

พร้อมประเด็นอื่นๆอย่าง ภาพความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีลดลง หลังประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้อย่างนาย มุน แจ อิน ผู้ที่มีนโยบายเน้นการเจรจากับเกาหลีเหนือ นับเป็นการแปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อเกาหลีเหนือในรอบหลายปี จากปัจจัยนี้ทำให้ความเสี่ยงทางการเมืองลดลง (-ทองคำ)

 

และเริ่มมีกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากประธานเฟด อย่างนางเจเน็ต เยลเลน ออกมาส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่เป้าหมายที่ 2 %

 

ส่วนการเมืองของฝรั่งเศสมองไม่น่ากังวลในระยะสั้น แต่ในระยะกลางตอบได้เลยว่าต้องเฝ้าจับตาดู เนื่องจากนาย มาครง ที่เป็นประธานาธิบดีคนใหม่มาจากพรรคอิสระ นั่นหมายความว่านาย มาครง อาจไม่สามารถจับเสียงส่วนใหญ่ของสภาฝรั่งเศสได้ โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติจะมีขึ้นอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่ารูปแบบทางการเมืองจะเป็นแบบผสมพร้อมผลประโยชน์ที่ลงตัว ดังนั้นนโยบายที่นาย มาครง สัญญาตอนหาเสียงของเขาอาจทำไม่ได้จริงทั้งหมด เพราะขาดเสียงจากสภาที่จะสนับสนุนนั่นเอง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เรื่องของทองคำเดือน พ.ค.”

ประเด็นวันนี้ “เรื่องของทองคำเดือน พ.ค.”    

 

 

- เริ่มเดือน พ.ค. ราคาทรุด $36

- ทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์

- ปัจจัยทางการเมืองลดลง

 

 ตั้งแต่เริ่มเดือนมาราคาทองคำปรับลงมาโดยตลอดนับรวมได้ $36 แตะจุดต่ำสุด $1,214 นับเป็นจุดที่ต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์

 

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำปรับลงในตอนนี้ เป็นเรื่องความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลงไปพอควร หลังนายมาครง ได้รับเลือกจากชาวฝรั่งเศสให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งนายคนนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ออกจากยุโรป

 

มองแนวโน้มราคาทองคำปัจจัยทางเทคนิค เราใช้ Moving Average(MA) 100 วัน ในการวิเคราะห์ ซึ่งราคาในตอนนี้หลุด MA 100 วันมาแล้ว ทำให้ภาพระยะกลางอาจเข้าสู่แนวโน้มขาลง กรอบ $1,200 – $1,225

 

ขณะที่ปัจจัยในสัปดาห์ต่อไปมี GDP Q1/17 ของยุโรปและญี่ปุ่น  พร้อมตัวเลขการสร้างบ้านสหรัฐฯ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ดอลลาร์ร่วงต่ำสุด 7 เดือน พยุงทองไม่หลุด $1,220”

ประเด็นวันนี้ “ดอลลาร์ร่วงต่ำสุด 7 เดือน พยุงทองไม่หลุด $1,220”    

 

 

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯร่วงแตะ 98.59 จุด

- นับแต่ต้นปีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯลงมากว่า 4%

- ทองยังแข็ง ไม่หลุด $1,220

 

เหตุผลหลักๆที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนได้ขนาดนี้มี 3 เรื่อง

 

1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์มีเพียงคำพูดเท่านั้น ยังไม่มีออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เม็ดเงินยังไม่เข้าไปในภาคธุรกิจจริงๆ

2. GDP Q1/17 ขยายตัวเพียง 0.7% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 เดือน แสดงถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจไม่แข็งแกร่งจริง

3. คลายความกังวลเรื่องการเมืองของฝรั่งเศส ทำให้ภาพความเสี่ยงทางการเมืองลดลง

 

ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในสัปดาห์นี้เป็น Sideway Down กรอบ 97-100 จุด

 

การที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำยังไม่หลุด $1,220 ประจวบเหมาะยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำได้ ก็คือการที่รัฐบาลจีนมีคำสั่งให้ชาวจีนที่อยู่ในเกาหลีเหนืออพยพออกมา จนอาจถูกมองว่าตอนนี้จีนเองก็กังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยของประชาชนตัวเอง ทั้งนี้ราคาทองคำในสัปดาห์นี้มองรีบาวด์แตะ $1,240

 

 

อ่านต่อ

ชาวฝรั่งเศสจะออกหรือจะอยู่ใน EU จะได้รู้วันนี้

ประเด็นวันนี้ “ชาวฝรั่งเศสจะออกหรือจะอยู่ใน EU จะได้รู้วันนี้”   

    

      ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 2560 มีการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศในสหภาพยุโรป คือ การเลือกตั้งของฝรั่งเศส โดยบทสรุปอย่างไม่เป็นทางการ นาย มาครอง มีคะแนนเสียงนำถึง 60% มากกว่าคู่แข่งของเขา 1 เท่าตัว

 

      แสดงให้เห็นว่าชาวฝรั่งเศสเลือกที่จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป อยากใช้ค่าเงินยูโรต่อ โดยการที่ชาวฝรั่งเศสเลือกที่จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อเรามองด้วย 3 เหตุผล

      1. ฝรั่งเศสไม่อยากเสียคู่ค้าสำคัญ เพราะคู่ค้ามากกว่า 50% เป็นประเทศในสหภาพยุโรป

      2. การอยู่ในสหภาพยุโรปสร้างความได้เปรียบ เรื่องอำนาจการต่อรองทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับคู่ค้านอกยุโรป เนื่องจากสหภาพยุโรปเป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ ด้วยกำลังซื้อที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้การเจรจาต่อรองได้สั่งซื้อของต่างๆได้ในราคาที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

      3. การที่นายมาครอง สัญญาว่าจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 50,000 ล้านยูโร และมาตรการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 25% จากเดิม 35% เป็นนโยบายสำคัญที่ทำให้เขามายืนเป็นผู้นำของฝรั่งเศสในปี 2017

 

      บทสรุปการที่ นาย มาครอง ได้เข้ามาเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส แน่นอนผู้นำของเหล่านหภาพยุโรปพอใจเป็นอย่างมาก เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศสจะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อ

      แล้วคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ว่าตลาดหุ้น ตลาดทองคำจะเป็นอย่างไร

      วิเคราะห์ระยะสั้น สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสเริ่มนิ่ง ความกังวลเรื่องฝรั่งเศสที่จะออกจากสหภาพยุโรปหมดไป แน่นอนตลาดหุ้นอาจปรับขึ้น หลังหมดความเสี่ยงทางการเมือง  แต่สำหรับทองมีโอกาสสูงที่จะปรับลง

      วิเคราะห์ระยะกลาง ต้องตามต่อถึงนาย มาครอง หากเขาทำให้เศรษฐกิจฝรั่งเศสกลับมาแข็งแกร่งได้จริง ส่งผลให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งด้วย ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นกลับมาอีกครั้ง แต่หากนาย มาครอง ทำไม่ได้ตามที่สัญญาณจะเป็นโอกาสของราคาทองคำที่จะปรับขึ้น

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 08-12 MAY-17

Weekly Economic Focus 08-12 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

       สภาสหรัฐฯมาเงียบๆโดยผ่านไปหลายร่าง ในระหว่างที่สหรัฐฯมีปัญหาการเมืองกับเกาหลีเหนือ (อาศัยช่วงชุลมุน)โดยร่างที่สภาคองเกรสผ่านมี

-ร่างที่หนึ่ง คือ กฎหมายงบประมาณมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อต่อลมหายใจภาครัฐของสหรัฐให้อยู่ได้ต่อ เดือนกันยายน

-ร่างที่สอง ผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพ หรือที่เรียกว่า "อเมริกันเฮลธ์แคร์"

       ธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0.75-1% พร้อมการส่งสัญญาณว่า เงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมาย ตลาดเลยกลัวว่าการประชุมครั้งหน้าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย

       ทรัมป์เตรียมกฎหมายใหม่ แทนฎหมายดอดด์-แฟรงก์ โดยกฎหมายที่จะมาแทน คือ Glass-Steagall Act ซึ่งเป็นกฎหมายภาคธนาคารฉบับเก่า

       เฟด สาขาแอตแลนตา ทำแบบจำลองการคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวถึง 4.3% ในไตรมาสที่ 2

       อยู่ก็เข้ามาป่วนตลาด โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองชาวอเมริกันที่เดินทางไปยุโรปในเดือน พ.ค. – ส.ค. ให้ระมัดระวังภัยก่อการร้ายจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง

       ทั้งนี้การตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯที่แตะระดับ 4.4% นับเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปี

      

จีน

       มีสัญญาณที่ดีหลัง ธนาคาร 2 ยักษ์ใหญ่จีนกำไรเพิ่ม อย่าง

-ธนาคารอินดัสเทรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า(ICBC) มีกำไร 7.5 หมื่นล้านหยวน และมี

-ธนาคาร ไชน่า คอนสตรักชั่น แบงก์(CCB) มีกำไรเพิ่มขึ้น 3.03%

 

อิตาลี

       เกิดเรื่องหลังสายการบินอาลิตาเลียประกาศล้มละลายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี รัฐบาลอิตาลีเตรียมอุ้มธุรกิจ ทั้งนี้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สายการบินอาลิตาเลียได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอิตาลีแล้ว 7,000 ล้านยูโร ซึ่งวงดังกล่าวก็ไม่สามารถทำให้พ้นจากวิกฤตการเงิน

 

กรีซ

       ได้ข้อสรุปบรรลุข้อตกลงเบิกจ่ายเงินกู้งวดใหม่แล้ว โดยรัฐบาลกรีซยอมออกมาตรการรัดเข็มขัดที่เพิ่มขึ้น และการปฏิรูปภาษี ลดเงินบำนาญ และการปรับขึ้นภาษีทางอ้อม เรียกได้ว่าอยากได้เงินก็ต้องยอมทุกอย่าง

 

ฝรั่งเศส

       การเลือกตั้งในตอนนี้โพลบอกว่า นาย Macron มีคะแนนนำอยู่ที่ 62% ขณะที่ นาย Le Pen 38% และหากนาย Macron ได้รับชัยชนะ แสดงว่าฝรั่งเศสกำลังจะเกิดไปต่อกับสหภาพยุโรปต่อไป

 

 

 

 

อ่านต่อ

หลังการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ความผันผวนของตลาดหุ้นจะหมดไปจริงหรือ ??

หลังการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ความผันผวนของตลาดหุ้นจะหมดไปจริงหรือ ??



      ในอาทิตย์นี้ประเด็นสำคัญที่เราจะพลาดไปไม่ได้นั้นคือการเลือกตั้งรอบที่ 2 ของฝรั่งเศส  โดยในขณะนี้ผู้สมัครตัวเต็ง 2 คน คือนาย Macron และนาง Le Pen กำลังหาเสียงกันอย่างดุเดือด หากเรามามองนโยบายของแต่ละคนจะพบว่า นาย Macron ชูนโยบายอยู่กับสหภาพยุโรป โดยใช้ค่าเงินยูโรต่อไป และเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเยอรมนี ส่วน นาง Le Pen จะเน้นออกไปเชิงชาตินิยมที่ส่งเสริมให้ฝรั่งเศสนั้นแยกตัวออกจากยูโรโซนไปเช่นเดียวกับอังกฤษ ความผันผวนก็จะอยู่ตรงนี้แหละตรงความไม่แน่นอนที่ใครจะได้เป็นผู้นำคนต่อไปของฝรั่งเศส ซึ่งนโยบายของ 2 คนนี้เป็นคนละเรื่องกันเลย หลายๆครั้งเราจะเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้เช่น Brexit และการเลือกตั้งของ USA  หากเกิดความไม่แน่นอนขึ้น ไม่ว่าตลาดจะรับรู้ว่าโพลจะออกมาอย่างไร ใครจะได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนต่อไป แต่ตลาดก็จะกังวล ทำให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาลแทน (อะไรก็เกิดขึ้นได้ ปลอดภัยไว้ก่อน) 

 

      แต่คำถามที่สำคัญคือ หากการเลือกตั้งของฝรั่งเศสจบแล้วตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวอย่างไร คำตอบคือเราจะเห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นแน่ๆ ในระยะสั้น จะมากจะน้อยอันนี้ตอบได้ค่อนข้างยาก ก็ขึ้นอยู่ว่าผลที่ออกมามันตรงกับความต้องการของนักลงทุนมากน้อยขนาดไหน ส่วนระยะกลาง มันก็คงยังผันผวนต่อไป เพราะตลาดยังคงต้องมีเรื่องให้จับตาอีก 2 เรื่องหลังจากนี้ คือ

 

      1.การเลือกตั้งเยอรมนี เดือนตุลาคม ถึงคิวของ นางAngela Merkel  ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี ตัดสินใจที่จะลงสมัครเลือกตั้งอีกเป็นสมัยที่ 4 โดยนางAngela Merkel  เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของยูโรโซน เราจะเห็นบทบาทของเธอในตอนนี้ ที่กำลังเจอกับวิกฤตหนี้สินในยุโรป การเปิดรับผู้อพยพเข้าเยอรมนี และความพยายามผนึกกำลังทางเศรษฐกิจในยูโรโซน ทั้งนี้ผลโพลสำรวจชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าเธอจะชนะการเลือกตั้งอีกสมัย แต่หาก นางAngela Merkel แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้  นั่นหมายถึงอนาคตของสหภาพยุโรปต้องสั่นคลอนลงอย่างแน่นอน
      2.อิตาลีหลังล้มเหลวจากการทำประชามติที่ล้มเหลวของรัฐบาลเกี่ยวกับการให้อำนาจรัฐบาลที่มากขึ้น อิตาลีเองก็มีปัญหาไม่แพ้ชาติอื่นในยูโรโซนเลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายยิ่งกว่าฝรั่งเศสมาก หนี้สาธารณะของอิตาลีปัจจุบันอยู่ที่ 133% ของ GDP  รวมถึงปัญหาธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่สามารถแก้ไขโดยการเพิ่มทุนได้เพราะติดเงื่อนไขของยูโรโซนและอีกปัญหา คือ การอพยพเข้าเมืองอิตาลีอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ้างงาน ในขณะที่อัตราการว่างงานของยูโรโซนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาลดลง แต่ในอิตาลีกลับมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นแตะ 11.7% การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้พรรค ดาวห้าแฉก Five Star Movement (M5S) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายนำอิตาลีออกจากยูโรโซน อาจได้ครอบครองเสียงส่วนใหญ่ และนำพาอิตาลีออกจากยูโรโซน เมื่อจะถึงการเลือกตั้งของอิตาลี เราน่าจะได้เห็นความผันผวนของตลาดกลับมาอีกครั้ง

 

      สรุป เมื่อผ่านการเลือกตั้งของฝรั่งเศสวันที่ 7 พฤษภาคมไป เราอาจจะได้เห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นๆ แต่ในระยะกลาง เราอาจจะต้องพบความผันผวนของตลาด ที่มาจากยูโรโซนเอง ประเด็นที่น่าจับตามองคือ 1.การเลือกตั้งของเยอรมนีในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ และ 2.การเลือกตั้งและปัญหาเศรษฐกิจของอิตาลี

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองทรุด ! ต่ำที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้ “ทองทรุด ! ต่ำที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์” 

 

 

- ราคาทองทำจุดต่ำสุดใหม่แตะ $1,225

- ราคาทองหลุดเส้น Moving Average 200 วัน

- เฟดบอกอัตราเงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมาย

- ปัจจัยที่จะกระทบราคาทองคำต่อจากนี้คืออะไร?

 

       วานนี้ทองลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $1,225 ต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ โดยมีปัจจัยทางพื้นฐานและทางเทคนิคกดดันตลาดทองคำ

 

       อย่างเรื่องที่เฟดออกมากล่าวว่า ตอนนี้อัตราเงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมายที่ 2%  ส่งให้ตลาดเริ่มรับข่าวว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นในการประชุม FOMC ครั้งต่อไป  ส่วนปัจจัยทางเทคนิคที่กดดันราคาทองคำ ได้แก่ ราคาทองคำหลุดเส้น Moving Average 200 วัน ส่งให้เกิดความกังวลว่าตลาดทองคำกำลังเข้าสู่แนวโน้ม Sideway Down 

 

       ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับทองคำต่อไปมี 2 ประเด็นด้วยกัน

       (1).ประเด็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯที่มีขึ้นในวันนี้ โดยมีคาดการณ์กันว่าการจ้างงานอาจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 194,000 ราย มองเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ

       (2).ประเด็นผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส ในตอนนี้ผลโพลล์ของการเลือกตั้งนั้นนาย Macron มีคะแนนนำอยู่ที่ 60.05% ส่วนนาง Le Pen มีคะแนนตามอยู่ที่ 40.1% และถ้านาย Macron ชนะคาดว่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดทุนบ้านเรา ปัจจัยความเสี่ยงเริ่มหายไป เม็ดเงินน่าจะเริ่มกลับเข้ามา  แต่หากผลโพลล์ผิดนาง Le Pen ชนะขึ้นมา ตลาดทุนจะเริ่มมีความเสี่ยงทันที เกิดสภาพความไม่แน่นอนอย่างตอนเกิด Brexit  เม็ดเงินอาจไหลกลับมาเข้าตลาดทองคำอีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “บทสรุปเฟดคงดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “บทสรุปเฟดคงดอกเบี้ย” 

 

 

หลังจากมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ FOMC ได้บทสรุปว่า เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นไว้ที่ 0.75 - 1% ซึ่งจะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ต้นเหตุที่เฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยมีด้วยกัน 2 ส่วน

 

ส่วนที่หนึ่งมาจากกังวลเรื่อง Shut Down ของสหรัฐฯ เพราะสภาคองเกรส จะมีการประชุมในวันจันทร์นี้เพื่อเจรจาและผ่านร่างรายจ่ายงบประมาณหากไม่ผ่านร่างอาจเกิดการ Shut Down สร้างความวุ่นวายต่อสหรัฐฯเอง

 

ส่วนที่สองคือ GDP Q1/17 ของสหรัฐฯชะลอตัวแตะ 0.7% นับเป็นการขยายตัวน้อยกว่าที่เฟดคาดการณ์ไว้ และหากขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้จะเป็นปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจเสียเอง

 

หากถามว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อไร เราไปหาคำตอบได้จาก CME Group ซึ่งได้จัดทำแบบสำรวจกับนักลงทุนในเรื่องนี้ คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนใด ผลสำรวจที่ได้คือน่าจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม จากความเห็นนักลงทุนที่เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมีมากถึง 63.7%

 

บทสรุปหลังจากที่เฟดคงดอกเบี้ยในเดือน พ.ค. และอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. สูง มองว่าเม็ดเงินที่อยู่ในตลาดหุ้นเอเชียและทองคำ มีการไหลกลับตลาดสหรัฐฯแน่ๆ แต่เป็นการไหลแบบช้าๆ และทำให้ตลาดหุ้นเอเชียและทองคำอยู่ในช่วง sideway down

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้”

 

    

     ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้น +$14.96 ไปปิดที่ $1,267 แล้วแนวโน้มในเดือนพฤษภาคมจะเป็นไปให้ทิศทางไหน

 

      เรามาวิเคราะห์กันก่อนว่า ในเดือนพฤษภาคม จะมีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบตลาดทองได้บ้าง

- ความขัดแย้งของสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ที่ล่าสุดทรัมป์เริ่มอยากที่จะเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือ ด้วยการลดท่าทีแข็งกร้าวลงนี้เป็นการลดความขัดแย้งลงไปด้วย (-ทอง)

 

- ทรัมป์อาจเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีใน 2 สัปดาห์ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 15% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่ที่ 35% แต่อาจทำได้ไม่จริง (-ทอง)

 

- การประชุม FOMC ประเด็นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75 - 1% คาดว่าเฟดจะรอขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น

 

- วันที่ 7 พ.ค. การเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบที่สอง ระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครงและนางมารีน เลอเปนซึ่งคาดว่า นางนางมารีน เลอเปนน่าจะชนะในครั้งนี้ (+ทอง)

 

      สรุปยังมองทิศทางราคาทองคำในเดือนนี้มีโอกาสเป็น Sideway Down

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน เมษายน 2560

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน เมษายน 2560

 

        ในเดือน เม.ย. ราคาทองคำปรับขึ้น $14.96 ปิดที่ $1,267 หลัง 12 กองทุนทองคำมีการซื้อสุทธิมากกว่า 30 ตัน

 

        ทั้งนี้การวิเคราะห์แนวโน้มของราคาทองคำต้องพิจารณา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แนวโน้วเศรษฐกิจโลก และปัจจัยของความไม่สงบ

 

        โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการแข็งค่าขึ้น หลังเฟดคาดการณ์ว่า GDP Q2/17 จะขยายตัวมากกว่า 4 % (-Gold)

 

        ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากสหรัฐฯที่นำโดยทรัมป์ มีการออกคำสั่งทบทวบการนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้า ซึ่งการกระทำแบบนี้มีโอกาสที่จะเกิดมาตรการกีดกันทางการค้าสูงมากขึ้น(+Gold)

 

        ส่วนปัจจัยของความไม่สงบเริ่มลดลง หลังทรัมป์มีแนวคิดที่จะเปิดการเจรจาแบบสันติกับผู้นำเกาหลีเหนือ โดยที่ทรัมป์ทำแบบนี้เพราะจีนไม่เอาด้วย ซึ่งสัปดาห์ก่อนจีนเปิดเผยจุดยืน เรื่องของเกาหลีเหนือว่าจะใช้การเจรจาเท่านั้น(-Gold)

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ข้อคิดหลังผ่าน 100 วันของทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ข้อคิดหลังผ่าน 100 วันของทรัมป์” 

 

 

ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯครบ 100 วันแล้วมีอะไรที่เปลื่ยนไปไหม ?

 

1.นโยบายประชานิยม หรืออีกชื่อหนึ่ง “นโยบายขายฝัน” อย่างการปฏิรูปภาษีของทรัมป์ คาดว่าทำได้ยากมากๆ เพราะไม่มีนักเศรษฐศาสตร์คนใดกล้ารับรองว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวได้จริง แต่หากปฏิรูปภาษีผ่านได้จริง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่สร้างหนี้ให้แก่สหรัฐฯเอง

 

2.แม้ทรัมป์มีเสียงข้างมากอยู่สภาล่างและสภาบน ก็ผ่านร่างอะไรไม่ได้ง่าย เพราะเมื่อเดือน มี.ค. ทรัมป์ได้มีการขอสภาคองเกรสให้ลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย “อเมริกันเฮลธ์แคร์” ให้มาแทน “โอบามาแคร์” แต่ผลปรากฏว่าสภาล่างและสภาบนไม่ผ่านร่างดังกล่าว เนื่องจากประชาชนขู่ว่าหากคนในสภาล่างและสภาบนโหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่เลือกคนนั้นอีก แสดงให้เห็นว่ามีเสียงข้างมากใช่ว่าจะทำนโยบายอะไรก็ได้

 

3.ถือว่าข้าใหญ่ เพราะตั้งแต่  ทรัมป์เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เริ่มทำการทบทวบสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง  ยังไม่รวมถึงการขึ้นภาษีกับประเทศผู้ค้า ยกตัวอย่าง แคนนาดาที่สหรัฐฯเรียกเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อน แต่หากมองย้อนมุมกลับกัน หากประเทศคู้ค้าสหรัฐฯ รวมหัวกันไปพึ่งจีนมากขึ้น อาจจะสร้างปัญหาให้กับสหรัฐฯได้มากทีเดียว

ทั้งนี้สิ่งที่ทรัมป์ทำมาทั้งหมดบอกได้ว่า ประชาชนเองก็ไม่ชอบผลงานของทรัมป์นัก เนื่องจากผลโพลล์ของเอบีซี ได้สำรวจความพึงพอใจของชาวสหรัฐฯ ปรากฏว่ามีเพียง 42% ที่ชอบผลงานของทรัมป์

 

       สุดท้ายหากอยากรู้ว่าทรัมป์เตรียมจะทำนโยบายอะไร เราจะรู้ได้ไม่ยากเพียงไปที่ทวิตเตอร์ชื่อ “Donald J. Trump”  เพราะทรัมป์ชอบที่จะทวิตนโยบายต่างๆที่จะประกาศใช้จริง เปรียบเหมือนการโยนหินถามทาง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 01-05 MAY-17

Weekly Economic Focus 01-05 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐ

       ครบ 100 วัน การเข้ารับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ซึ่งสื่อมองว่าเป็นการคว้าน้ำเหลวของทรัมป์ตลอดระยะเวลา 100 วันที่เข้ารับตำแหน่ง

       ตอนนี้ทรัมป์กำลังหาทางลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ โดยการส่งคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดฉากการทบทวนข้อตกลงการค้าและการลงทุน โดยให้เวลาทบทวน 180 วัน ทั้งนี้การเกิดคำสั่งดังกล่าวอาจตามมาด้วยการเกิดของกำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้น หรือมาตรการเพิ่มเติมต่อคู่ค้าของสหรัฐฯ

       ในวันเสาร์ที่ผ่านมาเริ่มมีการซ้อมรบระหว่าง 3 ประเทศ คือ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งการกระทำดังกล่าวคาดว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทหารเพื่อขู่เกาหลีเหนือ

       ขณะที่ประเด็นการ shut down ของภาพรัฐในสหรัฐฯ ถูกขยายไปถึงวันที่ 5 พ.ค. หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงคะแนนเสียง 382-30 เสียงให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่จะทำให้รัฐบาลมีงบประมาณในการใช้จ่ายต่อไปอีก 1 สัปดาห์

       ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่าง GDP Q1/2017 ประกาศออกได้น่าตกใจเป็นอย่างมาก โดยออกมาที่ 0.7% นับเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 9 เดือน

 

จีน

       จีนเผยจุดยืนเรื่องของเกาหลีเหนือ ต้องถือการเจรจาอย่างสันติเป็นหลัก โดยคาดว่าเป็นการส่งสัญญาณให้กับสหรัฐฯว่าจะทำอะไรที่รุนแรงในทวีเอเชีย

       สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีรายงานในวันเสาร์ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเม.ย.ชะลอตัวที่ระดับ 54

 

เกาหลีเหนือ

       ได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธในวันเสาร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยขีปนาวุธเกิดระเบิดหลังจากที่ยิงออกไปเพียงไม่กี่วินาที ทั้งนี้เชื่อว่าแรงจูงใจที่ทำให้เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้การซ้อมรบของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

 

ยุโรป

       ยังไม่มีและมากนัก เนื่องจากกำลังรอการเลือกตั้งของฝรั่งเศสรอบ 2 ที่จะมีขึ้นวันที่ 7 พ.ค. นี้ ระหว่างนายแอมานุแอล มาครง กับนางมารีน เลอ แปน ทั้งนี้ยังมีโอกาสที่นายแอมานุแอล มาครงจะชนะการเลือกตั้งดังกล่าวที่สูงกว่านางมารีน เลอ แปน

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณ สหรัฐฯจะกลับมาแข็งแกร่ง”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณ สหรัฐฯจะกลับมาแข็งแกร่ง”

 

 

ในช่วงสัปดาห์นี้สหรัฐฯมีการออกนโยบายมามากมายได้แก่

      - การปฏิรูปภาษี โดยจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 15% จากเดิม 35% และลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดย่อมจากเดิม 39.6% ให้เหลือ 15% เท่ากัน

      - ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศ

      - เตรียมเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา

 

      โดยมีสมมติฐานว่า ทรัมป์กำลังพยายามจะทำให้เข้านโยบาย “Buy American, Hire American” ซึ่งจะเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายสหรัฐฯ

แต่นี่ถือเป็นการเปิดศึกการค้าระหว่างประเทศเลยที่เดียว จาก 2 นโยบายหลักๆ คือ

  

      การเริ่มดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศ นับได้ว่าเป็นก้าวแรกที่เริ่มกีดกันเหล็กที่เข้ามาในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ประเทศต่างๆที่ส่งเหล็กเข้าสหรัฐฯมีรายได้ที่ถดถอยลง ส่วนอีกเรื่องคือ สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา เพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมไม้ของสหรัฐฯ หลังสืบทราบมาว่าอุตสาหกรรมนี้ในแคนาดาได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตัวเอง ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการผลิตไม้ในสหรัฐฯ จนสู้ราคาค่อนข้างลำบาก

      ต้องมาดูกันต่อไปว่านโยบายหลังจากนี้จะมาในรูปแบบการอัดฉีดหรือกีดกันการค้ามากกว่ากัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการปฏิรูปภาษีทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการปฏิรูปภาษีทรัมป์”

 

 

ในช่วงนี้คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสหรัฐฯที่นำโดย นายโดนัลด์ ทรัมป์ว่า จะมีการปฏิรูปภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิมที่เก็บอยู่ที่ 35% จะหั่นลงให้เหลือแค่ 15% ซึ่งสามารถมองได้ 2 มุม ว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯได้จริงหรือไม่

 

      ถ้ากระตุ้นได้จริงคาดว่าการลดภาษีจะทำให้ประชาชนของสหรัฐฯอาจมีการใช้จ่ายหรือกระตุ้นการใช้จ่ายที่มากขึ้น ทำให้มีเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เป็นการกระจายเงินที่มากขึ้นตาม การที่เศรษฐกิจขยายตัวทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น หากเกิดในลักษณ์นี้จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯ หนุนมาตรการดังกล่าว และมองว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตมากกว่า 3% ต่อปี

 

      แต่ถ้ามาตรการนี้ไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวังล่ะ  เนื่องจากในปัจจุบันแนวโน้มการใช้ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯมีสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงว่าหากประชาชนของสหรัฐฯกู้เพื่อมาลงทุนจากแรงจูงใจด้วยการเก็บภาษีที่ลดลง จะมีต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มตาม เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะสูงขึ้นในอนาคต และหากมาตรการลดภาษีไม่ได้ทำให้เกิดการใช้จ่ายจะเป็นการตัดรายได้ของรัฐบาลสหรัฐฯแทน ซึ่งในตอนนี้หนี้สาธารณะสหรัฐฯสูงถึง $19.88 ล้านล้าน

 

      ทั้งนี้ต้องตามต่อว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯพุ่ง หรือจะส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯตกต่ำกันแน่

 

 

อ่านต่อ

ถึงเวลาเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีของทรัมป์

ถึงเวลาเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีของทรัมป์

 

 

      โดยในคืนนี้เวลา 00:30 น. ประเทศไทย จะมีการเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการปฏิรูปภาษี และคาดการณ์จะมีการปฏิรูปภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิมเก็บอยู่ที่ 35% และจะกลับมาเก็บภาษีดังกล่าวให้เหลือ 15% ซึ่งนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯ หนุนมาตรการดังกล่าวว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่า 3% ต่อปี

 

อ่านต่อ

ตลาด TFEX ไม่ได้มีแค่ SET50 Futures !!

ตลาด TFEX ไม่ได้มีแค่ SET50 Futures !!

 

 

TFEX ประกอบไปด้วย #Futures และ #Options
 


Futures ก็ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลายกว่า เริ่มตั้งแต่ 
 

 

#SET50Futures 
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 7,600 บาท
1 จุด มีมูลค่า 200 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.1 จุด
นั่นหมายความว่าได้เสีย การเคลื่อนไหวต่อ 0.1 จุด เท่ากับ 20 บาท
วันนึงเคลื่อนไหวเฉลี่ยตั้งแต่ 3-10 จุด
นั่นคือวันนึงมีโอกาสกำไรขาดทุนได้ ตั้งแต่ 600 - 2,000 บาท

SET50 Futures คนนิยมเทรดเยอะสุด
การเคลื่อนไหวหวือหวา
เหมาะทั้งสไตล์ Day Trade เก็บกินภายในวัน 
(ก็แล้วแต่วันเพราะบางวันก็นิ่งซะ)
หรือจะเป็นแบบ Swing Trade เก็บกินจังหวะการแกว่งตัวในแนวโน้มหลัก
ซึ่งสามารถถือ Positions ข้ามวันได้แต่ต้องบริหารเงินหน้าตักดีๆนะครับ


#GoldFutures 
มี 2 ขนาด คือน้ำหนัก 10 บาททอง และ 50 บาททอง
ราคาที่เทรดกันเป็นทอง 96.5%

GF10 (น้ำหนัก 10 บาททอง)
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 8,360 บาท
ได้เสีย ต่อราคา 10 บาท เท่ากับ 100 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 10 บาท

GF (น้ำหนัก 50 บาททอง)
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 41,800 บาท
ได้เสีย ต่อราคา 10 บาท เท่ากับ 500 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 10 บาท

Gold Futures เวลาในการเทรดจะมากกว่าชาวบ้านเค้า คือเทรดได้ถึงนู่นเลย 4 ทุ่มครึ่ง เนื่องจากการเคลื่อนไหวราคา Gold Futures ในบ้านเรานั้นวิ่งสอดคล้องกับราคาทองในตลาดโลกรวมถึงค่าเงินบาทด้วย จึงทำให้ปิดดึกกว่าสินค้าตัวอื่น

เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบทองเป็นชีวิตจิตใจ นอนดึกได้ 
ชอบเรื่องราวภาวะเศรษฐกิจและการเมืองโลก
ได้เสียเป็นเนื้อเป็นหนังถ้าถือข้ามคืนแบบถูก trend ^^
และเหมาะสำหรับช่วงเกิดวิกฤตต่างๆบนโลกใบนี้มันจะวิ่งขึ้นแบบน่าใจหายเลยทีเดียว


#SingleStockFutures 
มีทั้งหมด 93 ตัว ที่อยู่ใน SET100
เงิน Margin เริ่มต้นต่อสัญญา ก็แล้วแต่ว่าเป็น Stock Futures ตัวไหน 
Contract Size เท่ากับ 1,000 หุ้น 
ทั้ง 93 ตัว วาง Margin ไม่เท่ากัน 
มีตั้งแต่ หลักร้อยบาท ไปถึง หลักหมื่นบาท 
ขึ้นอยู่กับ ราคาของหุ้นตัวนั้นๆ เช่น 
ถ้าเป็น AOT Futures ก็วาง 19,000 บาท
CK Futures ก็วาง 2,090 บาท
ในขณะที่ตัวเล็กๆอย่าง BTS Futures วาง 380 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.1 บาท
นั่นหมายความว่าได้เสีย การเคลื่อนไหวต่อ 0.1 บาท เท่ากับ 100 บาท

เหมาะสำหรับมือใหม่อย่างแท้จริง 
ด้วยการเริ่มทดลองเทรดจริงด้วยเงินลงทุนน้อยๆ

ส่วนคนเงินลงทุนเยอะขึ้นมาหน่อย และมองว่าบางตัวเคาะในกระดานแล้วไม่มี volume เพียงพอ ก็สามารถทำ #BlockTrade กันได้


#RubberFutures (RSS3D Futures)
มี 2 แบบ คือ
RSS3 แบบไม่ส่งมอบ
RSS3D แบบส่งมอบ (แบบนี้คนนิยมกว่า)
เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 49,400 บาท
มีให้เทรด 7 ช่วงอายุรายเดือน

ใครที่ไม่มีที่เก็บยาง เก็งกำไรอย่างเดียวก็ไปเทรดเดือนไกลๆกันนะจ๊ะเช่น เดือน 6 หรือเดือน 7
Contract Size 5,000 กิโลกกรัม
ในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.05 บาท
นั่นหมายความว่าได้เสีย 0.05 บาท ต่อ 250 บาท

ยางเป็นสินค้าเกษตรมักจะเคลื่อนไหวเป็นรอบๆ
เหมาะสำหรับเก็งกำไรและผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาง
เพื่อทำ Hedging ป้องกันความเสี่ยง
เท่าที่สังเกตมักชอบที่จะวิ่งตามราคายาง TOCOM


สำหรับ Options ปัจจุบัน มีให้เทรด Product เดียวคือ
#SET50Options แต่แค่ตัวเดียว ก็มีทั้ง Call และ Put
แถมด้วย ใน Call และ Put ก็มีอย่างน้อย 5 Strike Price
เรียกว่าถึงแม้ Options จะมี SET50 เป็น Product ตัวเดียว
แต่ก็สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ได้อย่างหลากหลายมากๆ
ซึ่งสามารถเทรดร่วมกันกับ SET50 Futures ได้ด้วย
ได้เสียจุดละ 200 บาท เหมือนกันเลย

เหมาะสำหรับมือเก๋า ที่อยากหาวิธีการใหม่ๆที่ต่างจากเดิม
ให้ตอบโจทย์ การหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในทุกสถานการณ์

หรือจะเป็นมือใหม่ก็สามารถเข้ามาหาประสบการณ์
ด้วยการเทรดจริงโดยใช้เงินทุนไม่มากได้เช่นกัน


การเงินการลงทุนเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจวางแผน
สะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ 
ไม่มีหรอกทางลัดอ่ะ

มันจะง่ายไปมั้ยที่อยู่ดีๆมีคนมาบอกคุณว่า 
เอาเงินมาเดี๋ยวเราเทรดให้และแถมการันตีได้กำไรเดือนละ 10-20% 
ปีนึงเป็น 100% เลยนะนั่น

ถ้ามีใครมาบอกคุณแบบนี้ 
สันนิษฐานไปก่อนเลยว่า โดนหลอกแน่ๆ 
หลายครั้งที่มีคนมาเล่าให้ฟังแบบนี้แล้วถามว่ามันจริงมั้ย 
มันเริ่มเข้ามาใกล้ตัวคุณเรื่อยๆ ข่าวโดนหลอกก็มีครึกโครม 
ตั้งสตินะครับ อย่าให้ความโลภครอบงำ

เงินคุณคุณต้องลงมือเริ่มต้นด้วยตัวเอง 
ด้วยความเป็นห่วง จริงๆนะ
Love U
.
.
ปล อัตรา Margin อ้างอิงวันที่ 18-04-2017 ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

โดยคุณจรณเวท  ศักดิ์ศรี

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

บ.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองลง 2 วันติด เกิดปัจจัยกดดันใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ทองลง 2 วันติด เกิดปัจจัยกดดันใหม่”

 

 

- มีแนวโน้มที่ฝรั่งเศสอาจไม่ออกจากสหภาพยุโรป

- วันครบรอบสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ ผ่านไปอย่างราบรื่น

- ทรัมป์อาจเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีสัปดาห์นี้

- ราคาทองคำ 2 วันลง $21 (-1.64%)

 

       การที่ราคาทองคำปรับลง 2 วันติดต่อกันนับได้ว่าโดน 3 ปัจจัยกดดันอย่างต่อเนื่อง เพราะในวันจันทร์ทั่วโลกได้รู้ว่า การเลือกตั้งฝรั่งเศสในรอบแรกผู้มีคะแนนเสียงเยอะที่สุดคือ นาย Macron ผู้ที่ชูนโยบายหลักด้วยการอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป นี่เป็นปัจจัยแรกที่ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถไปต่อได้

 

      ขณะที่ปัจจัยที่สองคือ ภาพความขัดแข้งของเกาหลีเหนือและสหรัฐฯลดลง โดยเมื่อวานที่ผ่านมาเป็นวันสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลีเหนือในปีที่ 85 ซึ่งปกติเกาหลีเหนือจะมีการทดลองนิวเคลียร์ หรือการยิงขีปนาวุธ แต่ในครั้งนี้มีแค่การยิงปืนใหญ่เท่านั้น แสดงถึงมาตรการที่สหรัฐฯทำมาโดยตลอดเริ่มมีผลบ้าง ภาพความเป็น Safe Haven ของทองคำเริ่มลดลง

 

      และสุดท้ายปัจจัยที่สามที่สามารถกดดันราคาทองคำได้มากที่สุดคือ ทรัมป์จะมีการกล่าวถึงรายละเอียดการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 15% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่ที่ 35% ทั้งนี้ตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐฯมีการขานรับและปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 6,000 จุด แสดงถึงเม็ดเงินทุนเริ่มกลับไปที่ตลาดสหรัฐฯอีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ผลกระทบของการเลือกตั้งฝรั่งเศส

ประเด็นวันนี้ “ผลกระทบของการเลือกตั้งฝรั่งเศส

    

 

     หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมาเกิดการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบแรกก็ได้ข้อสรุปว่า นาย Macron เป็นผู้ชนะในครั้งนี้ แต่คะแนนที่ได้ไม่ห่างจากผู้สมัครรายอื่นมากนัก โดยนาย Macron ได้คะแนนเสียงเพียง 24% ทำให้เข้าเงื่อนไงที่ว่าไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. โดยจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก นั่น คือ นาย Macron และนาง LePen

    

     โดยการที่นาย Macron ชนะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป ปรับขึ้นแรง แต่ตลาดทองคำปรับลงแรง ทั้งนี้มีการคาดในการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค. นาย Macron จะชนะในครั้งที่สอง

 

     ซึ่งการที่นาย Macron ชนะ ส่งให้ตลาดมีความเชื่อมั่นว่าฝรั่งเศสจะยังอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป และจะทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นได้อีก แต่หากเกิดเซอร์ไพร์ส คือ นาง LePen กลับได้เป็นผู้ชนะ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสหภาพยุโรปอย่างแน่นอน โดยปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจยุโรปผันผวน และเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้น

 

 

อ่านต่อ

Economic Insight : ตอน Brexit...สะกิดใจ

Economic Insight : ตอน Brexit...สะกิดใจ

 

 

โดยคุณกมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

                                     

            ระหว่างที่ดูการประชุมสภาอังกฤษในประเด็นมาตรา 50 ที่จะเป็นการปิดประตูจากการหันหลังกลับเข้าสู่อ้อมกอดของสหภาพยุโรปของอังกฤษ ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคุณเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 76 และผู้นำหญิงคนที่สองของอังกฤษ (คนแรกนางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์) ด้วยท่าทีที่เข้มแข็งวิธีการโต้ตอบข้อโต้แย้งที่สะท้อนกระดูกที่แข็งปั้กในเวทีการเมือง และถ้าย้อนดูประวัติของผู้นำหญิงท่านนี้ก็ไม่แปลกใจที่จะแสดงออกได้ถึงความเป็นผู้นำได้อย่างเด่นชัด เพราะเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วหลายตำแหน่งในช่วงกว่าสองทศวรรษ รวมถึงการนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แม้ว่าก่อนหน้าได้รับการเลือกตั้งคุณเทเรซ่า เมย์เคยอยู่ฝั่งที่คัดค้านการออกจากอียูก็ตาม แต่ก็นะเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน การเมืองยังไงก็ยังเป็นการเมืองวันยังค่ำ แต่ยิ่งเสพข่าวเรื่อง Brexit ของอังกฤษนานเท่าใดยิ่งรู้สึกว่าการเดินหน้าตามผลประชามติครั้งนี้มีเรื่อง “สะกิดใจ” อยู่ไม่น้อย

 

ออกจากอียูได้ “ใจ” ใคร

            จากข้อสรุปที่ชัดเจนคือเส้นทางนี้เดินกันยาว ๆ อีกสองปี คาดว่าจะดำเนินการออกจากอียูแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมปี 2562 ระหว่างทางก็วิบากไม่น้อยเพราะมีเรื่องต้องปรับต้องแก้กันอีกพอดูตั้งแต่การนำกฎหมายเดิมมาใช้งานแทนกฎหมายอียู ข้อตกลงทางการค้า เงื่อนไขทางการเมืองและเศรษฐกิจอื่น เช่น การจ่ายเงินสมทบ การรับผู้อพยพ ฯลฯ ถ้าเราอ่านการเจาะวิเคราะห์ประเด็น Brexit มักจะออกมาในทาง “กังวล” “ไม่แน่นอน” หรือออกไปในทางลบ แต่ในอีกมุมหนึ่งการที่ประชาชนอังกฤษลงประชามติที่จะแยกตัวก็มีเหตุอันน่าคิดสองสามประการ เรื่องแรกคือขั้วอำนาจเศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยน หลายชาติเริ่มมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกอย่างเห็นได้ชัด เช่น ประเทศกลุ่ม BRICS การปฏิบัติตามเงื่อนไขอียูทำให้ต้องคิดเยอะในการทำการค้ากับประเทศเหล่านี้ทั้งที่มีผลประโยชน์ร่วมมากมาย ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปก็ใช่ว่าจะดี เละกันไปตั้งแต่หลังวิกฤตแฮมเบอเกอร์เรียกว่ายืนไม่ตรงกันเป็นแถบการออกจากอียูอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีในระยะยาวด้วยซ้ำในมุมมองส่วนตัว ในกรณีที่ยุโรปเกิดวิกฤตทางการเงิน (ซึ่งคงหนี้ไม่พ้นวัฏจักรนี้ก็เล่นสะสมหนี้กันไว้ซะเต็มกระเป๋า) อังกฤษที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปก็จะรับผลกระทบไม่มาก เพราะว่านี่อังกฤษนะฮะไม่ได้อยู่ในยุโรป ประการที่สองงบประมาณที่ต้องจ่ายสบทบอียูซึ่งทุกปีก็ขาดทุนมาตลอดต้องจ่ายมากกว่ารับ ได้แต่กล่องแต่ประโยชน์จับต้องยาก สู้ออกแล้วเอาเงินภาษีมาใช้ด้านอื่นน่าจะดีกว่า นอกจากนี้การที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของศาลยุติธรรมของอียูก็จะเป็นการลดข้อจำกัดด้านกฏหมายภายในไปได้มากทีเดียว ประการสุดท้ายเรื่องรับผู้อพยพก็ปวดใจคนอังกฤษตกงานตาปริบ ๆ แต่ยังรับชาวต่างชาติที่ต้นทุนแรงงานต่ำกว่ามาแย่งงาน ที่สำคัญหลัง ๆ นี้ก็ก่อการร้ายกันเยอะไปไหมล่าสุดนี่ก็โดนที่รัสเซีย อังกฤษเองก็ตกเป็นเป้าก่อการร้ายด้วยเช่นกันในมุมของผู้ที่โหวตออกก็คงมีเรื่องราวเหล่านี้เป็นตัวแปรก่อนจรดปากกา

 

 

เส้นทางที่เดินอยู่ไว้ “ใจ” ได้ไหม

            ถ้าประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันเส้นทางนี้น่าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ไม่ได้มีแต่ขวากหนามซะทีเดียว ส่วนที่ยากคงเป็นเรื่องเงื่อนไขที่มีอยู่เดิม ตัวบทกฎหมาย (บีบีซีรายงานว่าอาจจะต้องมีกฎหมายที่ต้องแก้ไขถึง 1000 ฉบับ) และการปรับตัวของภาคธุรกิจเองเพื่อตอบรับต่อเงื่อนไขการค้าที่จะดำเนินไปหลังจากอังกฤษแยกตัว เพราะการค้าขายกับชาติในอียูจะไม่ได้ง่ายเช่นเดิมแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเผชิญต่อปัญหาเงินเฟ้อที่จะเริ่มสูงขึ้น ผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่มีการพึ่งพาชาติในอียูอันนี้ก็ถือเป็นอีกสาระสำคัญ นี่เป็นเพียงปัญหาภายใน ในกรณีที่แย่กว่าคืออังกฤษสามารถเดินออกจากอียูได้อย่างไม่มีปัญหา เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลหรือการบริหารประเทศมีเอกภาพมากขึ้นอาจจะกลายเป็นต้นแบบให้ประชาชนชาติอื่นในอียูอาจเลือกเดินตามรอยอังกฤษ ผมเชื่อว่าคงมีประชาชนหลายชาติคิดแบบนี้ไม่น้อยไม่เชื่อก็ลองให้ลงประชามติแบบอังกฤษสิครับ รู้เรื่อง

 

            แม้ประเด็นการออกจากอียูของอังกฤษวันนี้อาจจะเป็นเปลี่ยนแค่การเปลี่ยนแปลงในเชิงการเมืองที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งนำมาซึ่งมาตรฐานใหม่ ผมเชื่อว่าหลายประเทศจับตาดูอังกฤษในฐานะห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ต้องการผลในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่สำคัญ “คนในชาติ” ว่าตอบรับต่อปัญหาและความไม่แน่นอนอย่างไร ไม่ว่าผลจะดีหรือร้ายผลลัพธ์ของการทดลองนี้ย่อมก่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อรู้ว่าโลกจะต้องเปลี่ยน รู้ว่าแบบเก่ามันไม่เวิร์ค และรู้ว่าทางที่ควรเดินเป็นอย่างไร แล้วจะรออะไรคุณว่าจริงไหม?

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามอินชัวร์

 

 

อ่านต่อ

สรุปผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส กับความเซอร์ไพรส์เล็กๆที่เกิดขึ้น

สรุปผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส กับความเซอร์ไพรส์เล็กๆที่เกิดขึ้น

 

       เป็นอันว่าการเลือกตั้งฝรั่งเศสในรอบแรก นาย Macron เป็นผู้ชนะในครั้งนี้ แต่คะแนนที่ได้ไม่ห่างจากผู้สมัครรายอื่นมากนัก โดยนาย Macron ได้คะแนนเสียงเพียง 24% ทำให้เข้าเงื่อนไงที่ว่าไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. โดยจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก นั่น คือ นาย Macron และนาง LePen 

 

       ขณะที่การเลือกตั้งมีความเซอร์ไพรส์เล็กๆ เพราะ Poll ก่อนการเลือกตั้งนาง LePen เป็นผู้มีคะแนนนำในโค้งสุดท้าย หลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงปารีส และนางเหมือนตายตอนจบ เนื่องจากการที่นางเล่นกับกระแสนี้มากเกินไป ทำให้ประชาชนเห็นภาพของความแตกแยกในอนาคต คะแนนที่ควรจะเป็นของนาง จึงไปตกอยู่กับผู้สมัครรายอื่นอย่าง นาย Macron และนาย Fillon แทน ทั้งนี้นายแบร์นาร์ด กาซเนิฟว์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ชี้ว่าให้เห็นว่า นางมารีน เลอเปน สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนจากเหตุการณ์โจมตีกรุงปารีส ซึ่งนางมีการกล่าวถึงมาตรการไล่ชาวต่างชาติที่หน่วยข่าวกรอบกำลังจับตาอยู่คาดได้ว่าตอนแรกชาวต่างชาติเหล่อนั้นคงไม่ได้คิดจะจะทำการก่อการร้าย แต่หากมีมาตรการดังกล่าวออกมาจริง อาจสร้างความโกธรแค้นกับกลุ่มคนดังกล่าวไม่มากก็น้อย ที่อาจเป็นจุดตัดที่ทำให้กลุ่มคนเหล่อคิดถึงเรื่องการเอาคืน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์เริ่มขยับ สั่งกระตุ้นเศรษฐกิจ”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์เริ่มขยับ สั่งกระตุ้นเศรษฐกิจ”

 

 

     โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบ 100 วันแล้ว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่ทรัมป์สัญญาว่าจะทำ อย่าง การปฏิรูปภาษีและกระตุ้นการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังไม่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน เศรษฐกิจสหรัฐที่คาดจะขยายตัวก็ชะงัก ซึ่งที่ผ่านมาในเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์กล่าวว่าจะออกนโยบายปฏิรูปภาษีครั้งใหม่ แต่เราก็ยังไม่เห็นอะไรนัก นอกจากการสั่งโจมตีประเทศต่างๆ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนทั้งของสหรัฐฯเอง และประเทศอื่นๆเป็นอย่างมาก

 

     ล่าสุดทรัมป์เริ่มขยับด้านนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเรียกคะแนนเสียงบ้าง  โดยกล่าวว่าจะเปิดเผยรายละเอียดแผนการปฏิรูปภาษีในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการลดภาษีนิติบุคคลจากเดิม 35% ให้เหลือ 15% ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะช่วยอะไรได้หลายอย่างเช่น

- เพิ่มแรงจูงใจในการทำธุรกิจของประชาชน เพราะมีต้นทุนที่ลดลง

- ประชาชนมีต้นทุนค่าครองชีพที่ลดลง เนื่องจากการจ่ายภาษีที่น้อยลง

- อาจมีการใช้จ่ายมากขึ้น จากการที่ประชาชนมีเงินเหลือเพิ่มขึ้น

- อาจเกิดการกระจายของเงินในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯมากขึ้น

 

     โดยสรุปมาตรการดังกล่าวหากออกมาจริงจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าตามลำดับ

     

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 24-28 APR-17

Weekly Economic Focus 24-28 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

      

       สหรัฐฯ

       ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งใหม่ให้คณะทำงานเร่งตรวจสอบว่า การนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯหรือไม่ และส่งรายงานผลการสอบสวนโดยเร็วที่สุด

      

       ยุโรป

       IMF เริ่มกังวลว่า ในกรณีที่นางมารีน เลอเปน จากพรรค National Front (FN)ชนะการเลือกตั้งในฝรั่งเศส จะวิกฤตใหม่ของยุโรป

       ในวันอาทิตย์ ฝรั่งเศสเริ่มมีการจัดการเลือกตั้ง และจะปิดหีบในเวลา 01:00 ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ประชาชนของฝรั่งเศสที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดรวม 47 ล้านคน และหากผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% จะได้เป็นประธานาธิบดี แต่หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก จากการเลือกตั้งในวันที่ 23 เม.ย.

      

       อังกฤษ

       นางเทเรซา เมย์ ผู้เป็นนายกของอังกฤษยุบสภา และกำหนดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิ.ย. ส่งตลาดหุ้นอังกฤษลงมากกว่า 1.8%

      

       เกาหลีเหนือ

       ยังไม่หยุดล่าสุด เล่นสงครามประสาท โดยกล่าว่าจะจม เรือรบสหรัฐฯ (คาร์ล วินสัน) ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้”

 

 

     การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของยูโรโซนในปี พ.ศ.2560 เหตุผลที่ให้ความสำคัญของการเลือกตั้งฝรั่งเศส เพราะมีแนวโน้มที่ฝรั่งเศสอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสูง และอาจออกจากสหภาพยุโรป

 

     ซึ่งทั่วโลกคงได้เห็นแล้วว่าผลกระทบจาก Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย. 2016 ในครั้งนั้น ชาวสหราชอาณาจักร 52% เลือกที่จะออกจาก EU ก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนไปพอควร รวมถึงทองคำดีดขึ้น 4.6%  แต่เราอย่าลืมว่า UK เป็นแค่สมาชิกสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ฝรั่งเศสเป็นสมาชิกทั้งสหภาพยุโรป และยูโรโซน ถ้าหากฝรั่งเศสออกจากยูโรโซนผลกระทบที่ตามมาจะต้องมากกว่า ครั้งที่ UK ทำ Brexit อย่างแน่นอน

 

     ตัวเก็งของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสมี 2 คนตอนนี้คือ

     1.นายเอมมานูเอล มาครอง ผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจในยุคของนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ซึ่งตอนนี้เข้ามาในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคอิสระ ชูนโยบายหลัก

- อยู่กับสหภาพยุโรป และใช้ค่าเงินยูโรต่อไป

- เพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเยอรมนี

 

     2.นางมารีน เลอเปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค National Front FN ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ชูนโยบายหลัก

- จัดประชามติเพื่อให้ประชาชนเลือกว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ หากประชาชนเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรปจริง เธอจะเสนอให้กลับมาใช้ค่าเงินฟรังก์

- หยุดมาตรการรับผู้อพยพทุกช่องทาง และจัดทำกฎหมายการเข้าเมืองใหม่

ถ้าประชามติว่าออกจากยูโรโซน เยอรมนีอาจจะต้องแบกประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจอย่าง กรีซและอิตาลีแทน

 

ขณะที่ผลโพลล์จาก telegraph ในวันที่ 19 เม.ย. นายเอมมานูเอล มาครอง มีคะแนนนำอยู่ที่ 23.6% และตามมาด้วยนางมารีน เลอเปนมีคะแนนที่ 22.5%

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ชี้ผลดีผลเสีย นโยบายสร้างงานของทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ชี้ผลดีผลเสีย นโยบายสร้างงานของทรัมป์”

 

 

     เราคงได้เห็นกันแล้วว่า ทรัมป์ได้สั่งการใช้นโยบาย “Buy American, Hire American” ในวันพุธที่ 19 เมษายน คล้ายๆประมาณนโยบายไทยช่วยไทย แต่คำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบมากกว่าของไทยในเรื่อง การออกวีซ่าทำงานให้คนต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในสหรัฐฯ

 

     เหตุผลในการออกคำสั่งดังกล่าวคือ เรากำลังเริ่มที่จะเพิ่มการจ้างงานของชาวสหรัฐฯ และปกป้องตำแหน่งงานของเรา ซึ่งเป็นการเดินตามนโยบายที่ทรัมป์ให้ไว้ตอนเข้ารับตำแหน่งประธานาธีบดีสหรัฐฯในวันที่ 20 มกราคม ว่า “อเมริกาต้องมาก่อน”

 

     คำสั่งดังกล่าวอาจสร้างงานให้ประชากรของสหรัฐฯได้จริง แต่จะเป็นการลดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทเอกชน ซึ่งมองถึงผลกระทบในข้อนี้ว่าค่อนข้างอันตรายต่อบริษัทเอกชนต่างๆเป็นอย่างมาก  ชี้ให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวอาจจะเป็นตัวที่ฉุดเศรษฐกิจในภาคเอกชนของสหรัฐฯเอง เพราะแรงงานต่างๆในแต่ละประเทศก็มีจุดเด่นของเนื้องานที่ต่างกัน และจะไม่มีประเทศที่แรงงานเก่งทุกด้าน ซึ่งอาจเป็นที่มาของการย้ายฐานการผลิตหากมีบริษัทเอกชนในสหรัฐฯที่ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลของชาวต่างชาติ รวมถึงจะถูกมองเป็นการกีดกันทางเชื้อชาติกลายๆได้ด้วย

 

     สรุปมองว่าคำสั่งเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯมากกว่าผลดี เนื่องจากน่าจะเป็นการลดประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว และเป็นปัจจัยที่ฉุดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้อ่อนได้ในระยะยาว

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งจริงหรือ ?”

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งจริงหรือ ?”​

    

 

     นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 20 มกราคม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบนโยบายการคลังที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้ว่าทรัมป์จะเคยสัญญาตอนหาเสียงว่าจะมีมาตรการปฏิรูปภาษีซึ่งจะทำให้ชนชั้นกลางจ่ายภาษีที่ลดลง และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่นโยบายการเงินก็ไม่ได้ช่วยสหรัฐฯแต่อย่างใดมีแค่การปรับขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.75-1% เท่านั้น

 

     ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการชะลอตัว อย่างเช่น ยอดค้าปลีกเหลือ 0.1%  ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงลดลง 0.2% ส่วนเฟด Atlanta มีลองทำแบบจำลอง GDP Q1/2560 สหรัฐฯ ได้คำตอบว่า GDP จะลดลงเหลือ 0.5% ทั้งนี้ JPMorgan มีการคาดว่า GDP Q1/2560 สหรัฐควรจะแตะที่ 1%

 

     สรุปนโยบายการคลังยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ประเด็นที่ยกมาก็ยังทำให้สงสัยว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในยุคทรัมป์จะขยายตัวได้อย่างไร ก็ต้องรอกันต่อไปว่าเร็วๆนี้จะได้เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆจากทรัมป์หรือไม่

 

 

อ่านต่อ

เซอร์ไพรส์แรง หลังนายกอังกฤษยุบสภา

เซอร์ไพรส์แรง หลังนายกอังกฤษยุบสภา 
    

      หลังจากเปิดตลาดหุ้นอังกฤษได้ไม่นาน ก็มีข่าวเกี่ยวกับการยุบสภาเกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องจริงในเวลาต่อมา และได้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายน  โดยการเลือกตั้งของอังกฤษใครที่เป็นฝ่ายได้เสียงข้างมากกว่า 326 ที่นั่งจะได้เป็นพรรครัฐบาลใหม่ ซึ่งที่นั่งทั้งหมดมี 650 ที่นั่ง
    

      ที่มาของการยุบสภาเชื่อว่ามีบางพรรคไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงของ Brexit และเป็นจุดตัดที่ทำให้นางเทเรซ่า เมย์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ตัดสินใจประกาศยุบสภา ทั้งนี้นางเชื่อว่าพรรคอนุรักษนิยมที่เธออยู่จะได้ที่นั่งมากกว่าเดิม โดยมีผลโพลล์ว่า พรรคอนุรักษนิยมมีโอกาส 44% ที่จะเข้ามาเป็นพรรครัฐบาล ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นคู่แข่งมีโอกาสเป็นพรรครัฐบาลเพียง 23%
    

      โดยผลกระทบในเบื้องต้นทำให้ ค่าเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน แตะที่ระดับ 1.2727 จุด  ขณะที่ตลาดหุ้น FTSE 100 ของอังกฤษปรับลง 140 จุด หรือมากกว่า 1.9% โดยจุดต่ำสุดของตอนนี้อยู่ที่ 7184.36 จุด นับได้ว่าเป็นจุดที่ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จุดตัดอีกหนึ่งครั้งของทองคำ”

ประเด็นวันนี้ “จุดตัดอีกหนึ่งครั้งของทองคำ”

 

 

       นับได้ว่าเมษายน เป็นอีกหนึ่งเดือนที่ราคา Gold Spot ปรับขึ้นได้แรง บวกไปแล้วถึง $47(+3.77%) และทำจุดสูงสุดที่ $1,295 ทั้งนี้หากย้อนมาดูกราฟในรายสัปดาห์กำลังทดสอบกรอบบนของแนวโน้มขาลง และหากสามารถยืนเหนือ $1,297 ได้มีสิทธิ์สูงที่จะขึ้นไปวิ่งในกรอบ $1,300 – $1,336

 

พอย้อนกลับมาดูปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยย้ำภาพ Safe Haven มากขึ้น ก็จากวันศุกร์ที่ 7 เมษายน ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สหรัฐฯเริ่มทำตัวเป็นผู้คุมกฎระเบียบของโลก ที่มีการกล่าวหาว่า รัฐบาลของซีเรียมีการใช้อาวุธเคมีโจมตี ใส่ประชาชนตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้สหรัฐฯอ้างถึงเหตุผลในการโจมตีซีเรีย ด้วยการยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูก สู่พื้นที่ที่สหรัฐฯคาดว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย และในภายหลังทางการสหรัฐฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขู่เกาหลีเหนือกลายๆ และหลังจากนั้นสหรัฐฯได้ส่งกองเรือที่มีแสงยานุภาพในวันเสาร์ที่ 8 เมษายน ไปยังคาบสมุทรเกาหลีที่นำโดย เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson และฝูงเรือรบจู่โจม

 

ทั้งนี้เกาหลีเหนือก็ยังไม่หยุดที่จะทดลองอาวุธ โดยล่าสุดในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ทดสอบจรวดพิสัยกลาง ซึ่งจรวดลูกดังกล่าวมีความสามารถไปได้ไกลถึงพื้นที่ของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

        ปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลต่อราคา Gold Spot ต่อไปในอีก 2 เดือน ข้างหน้า คือ

1.การเลือกตั้งฝรั่งเศส

2.นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ อย่างการปฏิรูปภาษี

3.การใช้นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

4.การแสดงแสงยานุภาพระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแรงรับภาพ Safe Haven”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแรงรับภาพ Safe Haven”

      

 

     นับได้ว่าช่วงที่ประเทศไทยเริ่มหยุดในวันสงกรานต์ ราคาทองคำได้ไต่ระดับขึ้นไป $1,288 ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในรอบ 4 เดือน

 

เรื่องที่ส่งให้ราคาทองคำขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ ยังไม่พ้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งที่ 3 ในรอบเดือน เม.ย. ด้วยการเปิดปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถานในวันที่ 13 เม.ย. เป็นการทิ้งระเบิดใส่กลุ่มก่อการร้าย ISIS  และระเบิดที่ทิ้งใส่ก็มีชื่อทางเทคนิคคือ “GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb" หรือชื่อย่อว่า MOAB เนื่องจากแรงระเบิดเทียบเท่ากับ TNT 11 ตัน อำนาจการทำลายล้างรัศมี 1 ไมล์ ทำให้ความรุนแรงของระเบิดชนิดนี้เป็นรองแค่นิวเคลียร์เท่านั้น

 

การกระทำของสหรัฐฯในช่วงนี้ก็เปรียบเหมือนเป็นการขู่เกาหลีเหนือกลายๆ ที่ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดงานครบรอบ 105 ปีผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือพอดี และอีกส่วนก็เพื่อเรียกคะแนนเสียงของทรัมป์ให้เพิ่มขึ้น หลังช่วงต้นเดือน เม.ย. ทรัมป์ไม่สามารถล้มโอบามาแคร์ลงได้ ทั้งนี้การที่ราคาทองปรับขึ้นเรื่อยๆก็มาจากภาพ Safe Haven ที่ชัดมากขึ้นนั่นเอง

 

       ต่อจากนี้ต้องกลับมาจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสมากขึ้น ในวันที่ 23 พ.ค. นี้ส่วนตัวเก็งที่จะเป็นผู้นำคนใหม่มี 2 คน จากโพลล์ล่าสุดคะแนนใกล้เคียงกันมาก

- แอมานุแอล มาครง ผู้ที่มีนโยบายรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกลาง ผลโพลล์ระบุว่ามีโอกาส 25.3% ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งหากชนะการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสก็น่าจะได้อยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อ

- มารีน เลอ แปน ผู้ที่มีนโยบายว่าฝรั่งเศสต้องมาก่อน ซึ่งคะแนนจากโพลล์ตอนนี้พอๆกันอยู่ที่ 25.1%  หากเธอได้รับชัยชนะจริงสิ่งที่จะทำมีทั้งหมด 144 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การออกจากยูโรโซน

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 17-21 APR-17

Weekly Economic Focus 17-21 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐฯ

       นับเป็นสัปดาห์ที่สามที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ไม่มีความหมาย เนื่องจากตลาดกำลังจับตาการเคลื่อนไหวของทรัมป์ ที่เริ่มด้วยการโจมตีซีเรีย ทิ้งระเบิดใส่นอัฟกานิสถาน และรอที่จะถล่มใส่เกาหลีเหนือ

 

จีน

       ดุลการค้ากลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยเพียง 23.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่น่าสนใจ คือ เงินหมุนเวียงในระบบปรับลดลงเหลือ 10.6% ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาซื้อสินค้าและบริการมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังประชาชนซื้อสินค้าและบริการลดลง

 

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

       กังวลอยู่เรื่องเดียว คือ เกาหลีเหนือหลังสัปดาห์ที่ผ่านยังไม่หยุดซ่า เพราะยังคงทดสอบอาวุธอย่างต่อเนื่อง แม้สหรัฐฯจะส่งเรือรบมาที่น่านน้ำเกาหลี เพื่อขู่เกาหลีเหนือ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดสูงสุดรอบ 4 เดือนแตะ $1,275”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดสูงสุดรอบ 4 เดือนแตะ $1,275”

      

 

 

     เรียกได้ว่าในตอนนี้เกิดความไม่สงบหลายแห่งของโลกไล่ตั้งแต่

 

- ในศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯที่นำโดยทรัมป์ เปิดฉากโจมตีซีเรีย ซึ่งล่าสุดรัสเซียกล่าวว่า หากสหรัฐฯโจมตีซีเรียอีกจะเจอกับมาตรการตอบโต้ของรัสเซียแน่นอน มองว่าการออกโรงมาปกป้องซีเรียนั้น มาจากการที่สหรัฐฯกระทำการอย่างไม่ถูกต้อง โดยอ้างว่าการโจมตีซีเรียเป็นการตอบโต้หลังเชื่อว่ารัฐบาลซีเรียเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีโจมตีใส่ประชาชนของซีเรียเอง และเป็นการขู่เกาหลีเหนือไปในตัว ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯกำลังถึงจุดต้องจับตา ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ง่ายๆ

 

- ทรัมป์ได้สั่งเรือรบแล่นไปยังคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเกาหลีเหนือ ยังท้าทายดัวยการกล่าวว่าจะมีการทดสอบอาวุธต่อไป ทรัมป์ก็ยังประกาศว่าจะจัดการเกาหลีเหนือเอง และไม่สนว่าจีนจะยอมให้ความช่วยเหลือหรือไม่

 

- รัฐบาลอียิปต์มีมติประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือน หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีด้วยระเบิดที่โบสถ์คริสต์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 45 คน

 

โดยทุกเรื่องที่กล่าวล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาพ Safe Haven ของทองคำชัดขึ้น มีการเข้าถือทองคำมากขึ้น ส่งให้ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $1,275 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสูดในรอบ 4 เดือน

 

 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยความผันผวนใหม่ของโลกที่ชื่อว่า ทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยความผันผวนใหม่ของโลกที่ชื่อว่า ทรัมป์”​

      

 

     หลังจากที่สหรัฐฯมีผู้นำคนใหม่ในเดือน พ.ย. ปี 2016 นั้นก็คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้รับเลือกมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 และเป็นผู้ที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญๆที่ทำให้โลกตกใจ และต้องจดจำอีกมากมายได้แก่

 

1.การประกาศสร้างกำแพงระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก โดยจะกันแรงงานเม็กชิโกเข้าประเทศ แต่ที่ตลกคือ ส่วนมากแรงงานเม็กชิโกจะเข้ามาทางเครื่องบิน แต่การลักลอบแบบเดินข้ามเข้ามามีไม่ถึง 10% ซึ่งการสร้างกำแพงก็เป็นเพียงการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่านัก

 

2.เมื่อก่อนเรากลัวเกาหลีเหนือเวลาทดสอบอาวุธ แต่ตอนนี้เราต้องกลัวทรัมป์ด้วย เพราะแกใจร้อน นึกอยากโจมตีซีเรียก็ทำอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยสนใจผลกระทบเท่าไร

 

3.ยิ่งตอกย้ำการไม่แคร์ใครอีก เพราะหลังจากโจมตีซีเรียแล้วยังไม่พอใจส่ง 2 กองเรือไปไว้ที่น่านน้ำเกาหลีอีก โดยให้เหตุผลว่า คอยป้องกันการทดสอบหรือการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

 

4.การที่จะปฏิรูปภาษีขนานใหญ่ซึ่งบอกว่าจะออกในเดือน มี.ค. แต่ตอนนี้เดือน เม.ษ. ยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะประกาศอะไรเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีเลย

 

ซึ่งทรัมป์เข้ามาอยู่ในตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯได้เกือบ 4 เดือน หลังจากที่รับสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2017 และได้สร้างสิ่งที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำมากมาย ทั้งนี้ทรัมป์ยังมีเวลาอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีก 3 ปีกับอีก 8 เดือน นั่นหมายความว่า นักลงทุนยังต้องเจอเซอร์ไพรส์จากทรัมป์อีกเยอะ และเตรียมรับมือกับความผันผวนที่ชื่อว่า “ทรัมป์” จากนี้ไป

 

 

อ่านต่อ

ทรัมป์สั่งลุย การเมืองโลกระอุ

ทรัมป์สั่งลุย การเมืองโลกระอุ

 

 

      เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐฯที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งโจมตีประเทศซีเรีย ซึ่งได้ชี้แจงกับสภาคองเกรสของสหรัฐในการโจมตีดังกล่าวว่า “เป็นการทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย” ก่อนหน้านี้สหรัฐฯกล่าวหาว่า รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 70 คน และตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ของซีเรียที่คาดว่าในจุดนั้นจะเป็นพื้นที่ทำสารเคมี ซึ่งยังไม่มีการตรวจสอบว่า รัฐบาลซีเรียกระทำจริงหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่หนึ่ง
 
      ขณะที่ปัญหาที่สองที่กำลังจะเกิด คงจำกันได้ว่าวันพฤหัสและศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯและจีนมีการประชุมผู้นำ ซึ่งมีแตะประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือ โดยที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมีการทดสอบอาวุธมากมาย สร้างความกังวลให้กับประเทศใกล้เคียง อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการเพิ่มอำนาจของกองกำลังป้องกันตนเอง ในเดือนสิงหาคม ปี 2015 ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นสามารถส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปร่วมสู้รบร่วมกับชาติพันธมิตรได้  ทั้งนี้เกาหลีใต้ได้ขอให้สหรัฐฯเข้ามาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) หรือระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง 
 
      กลับมาที่เรื่องการประชุมของสหรัฐฯและจีนต่อ คาดการประชุมดังกล่าวจีนอาจเลือกที่จะยืนเป็นคนกลางแต่เข้าข้างเกาหลีเหนือหน่อยๆ  โดยในวันเสาร์สหรัฐฯส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน และฝูงเรือรบเข้าในน่านน้ำสิงคโปร์ ซึ่งให้เหตุผลในการมาครั้งนี้คือ การเฝ้าระวังการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือ แต่สาเหตุที่แท้จริงเป็นการค้านอำนาจของจีนที่มีอยู่ในเอเชีย
 
      ทั้งนี้ต้องตามต่อว่า สหรัฐฯจะเล่นเกมอันตรายนี้อย่างไร ขณะที่จีนจะรับมือกับกองเรือของสหรัฐฯอย่างไร อาจมีการดึงรัสเซียมาเข้าช่วยมั้ย ส่วนซีเรียจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯอย่างไร 
ก็ต้องจับตาดูโดนัลด์ ทรัมป์ ,วลาดิเมียร์ ปู
ติน , สี จิ้นผิง และผู้นำซีเรียอย่าง บัชชาร อัลอะซัดหลังจากนี้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

      

 

     หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์น่าตกใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐอ้างว่า รัฐบาลซีเรียเป็นผู้ปล่อยสารเคมี ใส่กลุ่มกบฏส่งผลให้ผู้คนล้มตายมากกว่า 70 คน และยังเป็นชนวนที่ทำให้ทรัมป์สั่งโจมตีซีเรียในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรยังชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ โดยประกาศออกมาที่ 98,000 ราย ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 เดือน

 

     หลังจากที่ได้เห็นภาพสัปดาห์ก่อน มาดูว่าในสัปดาห์นี้จะมีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบตลาดกันบ้าง

 

- ต้องติดตามต่อคือ การที่สหรัฐโจมตีซีเรีย โดยซีเรียจะมีมาตรการหรือทางแก้อะไรเพื่อมาแก้ปัญหาดังกล่าว จะมีประเทศไหนช่วยเหลือซีเรียได้บ้าง

 

- ข้อสรุปการประชุมของสหรัฐและจีนที่มีการประชุมในวันพฤหัสฯและศุกร์ที่ผ่านมา หากสรุปเรื่องการค้าระหว่างประเทศไม่ได้ ก็น่าจะทำให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างสองมหาอำนาจอยู่  และเรื่องเกาหลีเหนือถ้าจีนไม่ยอมช่วยสหรัฐ ทรัมป์ก็คงจะลงมือเองโดยไม่พึ่งจีนเหมือนอย่างที่เคยกล่าวไว้ แต่ในปัจจุบันสหรัฐที่พึ่งมีเรื่องกับซีเรียไป หากไปพยายามจัดการกับเกาหลีเหนืออีก อาจเป็นการเพิ่มความเกลียดชังกับประเทศต่างๆที่มีต่อสหรัฐซะเอง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 10-14 APR-17

Weekly Economic Focus 10-14 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ

       -เรื่องจากตัวเลขของสหรัฐ ยังมีความผันผวนสูงนื่องจาก การจ้างงานนอกภาคเกษตรของเอกชนดี แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตรภาครัฐบาลกลับชะลอตัว

       -แต่เรื่องการเปิดฉากโจมตีซีเรียถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยทรัมป์ ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐมีคำสั่งให้โจมตีซีเรีย โดยการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวนกว่า 50 ลูกเข้าใส่ซีเรีย ซึ่งในเหตุผลการยิงครั้งนี้ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตถึง 70 คน และเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ


จีน

       -จีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สอง แตะ 3.0091 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อินเดีย

       -สร้างเซอร์ไพรส์สำคัญ โดยการที่ธนาคารกลางอินเดียประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้แตะ 6.25% และขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 6%

 

ยุโรป

       -ประธานธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่าตอนนี้จไม่ลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมองว่าอาจใช้ต่ออีก 1 ปี

 

***ทั้งนี้ในปัจจุบันโลกจะกำลังจะเลือกข้าม หลังจากการที่สหรัฐเริ่มโจมตีซีเรีย

โดยมีประเทศที่สนับสนุน อย่าง อังกฤษ ตุรกี ญี่ปุ่น ซาอุ ออสเตรเสีย และอิสราเอล

ทั้งนี้ยังไม่มีประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐโจมตีซีเรีย ได้แก่ จีน รัสเซีย อิหร่าน และอินโดนีเชีย

 

 

อ่านต่อ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า ทำไมราคาทองคำถึงปรับขึ้น

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า ทำไมราคาทองคำถึงปรับขึ้น 

 


    ราคาทองคำปรับขึ้นถึง $18 แตะ $1,269 หลังเกิดภาพ Safe Haven ที่ชัดขึ้น เนื่องจากทรัมป์ ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐมีคำสั่งให้โจมตีซีเรีย โดยการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวนกว่า 50 ลูกเข้าใส่ซีเรีย ซึ่งในเหตุผลการยิงครั้งนี้ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตถึง 70 คน และเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ


    แนวโน้มราคาทองคำจากปัจจัยพื้นฐานในระยะ 3-5 วันนี้ มีแนวโน้มปรับขึ้นได้สูงถึง $1,271-$1,281 


    พอพิจารณาทางเทคนิค ราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปแตะ $1,281

 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำจะเป็นอย่างไร ต้องจับตา 2 เรื่องนี้”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำจะเป็นอย่างไร ต้องจับตา 2 เรื่องนี้”​

      

 

     ในสัปดาห์นี้ราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ในกรอบ $1,243 - $1,261 ซึ่งการที่เคลื่อนไหวเพียง $18 ถือว่าไม่มากนัก ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศออกมาอย่าง ADP Non-Farm ที่ออกมาดีเกินคาดระดับ 263,000 ราย ก็ไม่สามารถสร้างความผันผวนได้มากนัก เพราะตลาดกำลังรอ 2 เรื่องใหญ่ๆ

 

     1.การประชุมของสองสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐและจีน ที่ประชุมในวันพฤหัสและวันศุกร์ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ประเด็นที่คาดว่าจะคุยคือ

(A) ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งในปัจจุบันสหรัฐกำลังห่วงเรื่องการขาดดุล จีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งออกไปสหรัฐมากถึง 80%  นับเป็นมูลค่าการส่งออก 578,600 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้ (+ทองคำ)

(B) ประเด็นที่สอง คือ การกดเกาหลีเหนือ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมีการทดลองอาวุธมากมาย และสร้างความกังวลให้กับประเทศใกล้เคียง อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้  จีนอาจรับปากแต่คงทำอะไรไม่ได้มากนัก

 

     2.การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดยการประกาศในครั้งนี้รอยเตอร์คาดการณ์ว่าน่าจะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 174,000 ราย ตัวทองคำเองน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากประเด็นนี้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 เหตุผลที่ควรจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส”

ประเด็นวันนี้ “3 เหตุผลที่ควรจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส”

 

 

ดูท่าแล้วการเลือกตั้งฝรั่งเศสน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในเดือนเมษายนก็ว่าได้เนื่องจาก

 

     1.การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นตัวชี้ชะตาความอยู่รอดของยูโรโซน

 

     2.ตัวเก็งที่จะได้เป็นผู้นำของฝรั่งเศส มี 2 คน คือ

(a) แอมานุแอล มาครง ผู้ที่มีนโยบายรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกลาง ซึ่งผลโพลล์ระบุว่ามีโอกาส 25.3% ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งหากชนะการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสก็น่าจะได้อยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อ

ขณะที่ (b) มารีน เลอ แปน ผู้ที่มีนโยบายว่าฝรั่งเศสต้องมาก่อน ซึ่งคะแนนจากโพลล์ตอนนี้อยู่ที่ 25.1%  หากได้เป็นจริงสิ่งที่นางจะทำมีทั้งหมด 144 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การออกจากยูโรโซน

 

     3.คาดการณ์ว่าฝรั่งเศสหากออกจากยูโรโซนจริงจะมีผลกระทบมากกว่า Brexit หรือทรัมป์ได้เป็นผู้นำสหรัฐเสียอีก

 

     ดัวยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจำเป็นให้นักลงทุนต้องลุ้นไปด้วยว่า บทสรุปการเลือกตั้งฝรั่งเศสจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่น่าจะลุ้นให้ มารีน เลอ แปน ได้เป็นผู้นำ ทั้งนี้จะมีการเลือกตั้งวันที่ 23 เมษายน และหากผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดมีคะแนนไม่ถึง 50% จะต้องหาผู้ลงสมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คน เพื่อไปลงคะแนนครั้งใหญ่ในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อที่จะหาผู้นำฝรั่งเศสคนต่อไป

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน มีนาคม 2560

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ทั่วโลกในเดือน มี.ค. ถึง (วันที่ 3 เม.ย. 2560)
    

        ภาพโดยรวม 12 กองทุนใหญ่ถือทองคำสุทธิอยู่ที่ระดับ 1,699.23 ตัน ซึ่งมีการเทขาย 6.77 ตัน (-0.4%) 

        ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลก นับตั้งแต่ต้นปี 2017 – วันที่ 9 มีนาคม ยังมีประเทศที่ซื้อทองคำเพิ่มอยู่ 4 ประเทศ คือ

      1.Russia ซื้อเพิ่ม 30 ตัน 

      2.Turkey ซื้อเพิ่ม 28.5 ตัน

      3.Portugal ซื้อเพิ่ม 5.4 ตัน

      4.Kazakhstan ซื้อเพิ่ม 1.8 ตัน

     สรุปการที่ราคาทองคำผันผวนในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเกิดจาก Demand และ Supply ของกองทุน และธนาคารกลางต่างๆ ซึ่งราคาทองคำในเดือน มี.ค. ปรับตัว +$1 แต่ผันผวนมีมากถึง $65 หรือราว 5.5%

อ่านต่อ

คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์ ?
คอลัมน์ ​Marketing Insight 
ตอน คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์ ?
 
กมลธัญ พรไพศาลวิจิต
ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ
บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด
 
 
คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์?
กว่าเที่ยงคืนในร้านกาแฟย่านสีลมกับ ice americano แก้วโปรด ระหว่างกำลังคิดว่า Marketing Insight ฉบับเดือนเมษายนนี้จะชวนผู้อ่านถกเรื่องอะไรดีนั้น บังเอิญได้ยินชายวัยกลางคน 2 ท่านที่นั่งถัดไปจากโต๊ะผู้เขียนกำลังนั่งถกเถียงกันอย่างออกรสในหัวข้อที่เกี่ยวกับการตลาด (ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะครับเนื่องจากคุยกันค่อนข้างดัง) ใจความประมาณว่าทำการตลาดทำออนไลน์ดีกว่าตลาดออฟไลน์จริงหรือไม่ และก็เหมือนการเจรจาที่มีพื้นฐานความเชื่อที่ไม่เหมือนกันที่มักจะเริ่มจากการพยายามอธิบายเหตผลที่ตนเชื่อ ยกตัวอย่างกรณีที่พบเห็น แล้วก็ยกระดับไปเป็นการสร้างข้อโต้แย้งความคิดของอีกฝ่าย และเมื่อถึงจุดนั้นคุณคงเดาได้ว่าบรรยากาศก็เริ่มที่จะอึดอัด ผู้เขียนจำได้ว่าจากประสบการณ์เคยเจอกับบรรยากาศแบบนี้หลายครั้ง ครั้งที่ชัดเจนที่สุดคือสมัยเรียนระดับประถม ผมกับเพื่อนเจอปัญหาโลกแตกที่เราต่างเชื่อต่างกันจนทำให้เกือบสัปดาห์หลังจากวันนั้นเราแทบไม่คุยกันเลย ปัญหาที่เราถกกันคือ “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กนะครับสมัยนั้นสำหรับผมสำคัญกว่าใครเป็นรัฐบาลอีก ฝ่ายหนึ่งพยายามอธิบายว่าไก่เกิดจากไข่ ส่วนผมเชื่อว่าถ้าไม่มีไก่แล้วใครจะเป็นคนออกไข่ (จนวันนี้ก็ยังไม่ทราบนะครับใครทราบ inbox มาบอกกันก็จะดี) บรรยากาศเก่าย้อนมาก็พลันให้นึกถึงความสำคัญของสิ่งที่ทั้งสองท่านกำลังถกเถียงกัน แล้วการตลาดออนไลน์ดีกว่าออฟไลน์ หรือการตลาดแบบออฟไลน์ดีกว่าออนไลน์กัน?
 
 
ออนไลน์ดีจริงไหม?
“ไร้ข้อกังขา” คงเป็นคำที่เหมาะสมสำหรับการตลาดออนไลน์ ด้วยการเติบโตในแง่ของงบโฆษณาที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในทุก ๆ ปี จนขึ้นมายืนเทียบชั้นรุ่นพี่กับสื่อออฟไลน์รุ่นพี่อย่างทีวีไปเป็นที่เรียบร้อย ผมสามารถบอกได้ว่า 3 สิ่งที่คุณจะขายได้เสมอคือ ขายขนมให้เด็ก ขายเสื้อผ้า sale ให้คุณผู้หญิง และขายการตลาดออนไลน์ให้กับเจ้าของกิจการ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงครับอย่างน้อยก็จะจริงไปสักระยะก่อนที่การตลาดบนโลกออนไลน์จะอิ่มตัวซึ่งเชื่อผมเถอะวันหนึ่งก็มาถึง เมื่อผู้บริโภคเห็นว่าความสะดวกตามติดมาด้วยความไม่เป็นส่วนตัว การ Action ผ่านการทำการตลาดออนไลน์จะลดลง ยิ่งการตลาดออนไลน์ที่เห็นในปัจจุบันเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ การอวดอ้างและกระตุ้นการขายมากกว่าที่จะใส่ใจคุณค่า (Value) ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งเป็นหัวใจในการตลาดในทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าพูดเรื่องนี้กันวันนี้ก็คงจะเร็วเกินไป เรากลับมาตอบคำถามว่าออนไลน์ดีจริงไหม ข้อดีของการตลาดออนไลน์ที่โดดเด่นคือ Brand สามารถที่จะทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงได้มากกว่า บนฐานข้อมูลที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าแต่กลับวัดผลได้ดีกว่า ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมต้องจะลงโฆษณาสินค้าของบริษัทฯ ผมอาจจะเลือกจ่ายเงินกับการขึ้น billboard เพื่อประชาสัมพันธ์โดยดู traffic บนถนนเส้นที่ผมติดตั้ง และใช้การประมาณการณ์ว่าคนที่ผ่านถนนเส้นนี้จะเห็นโฆษณาของผมกี่คนซึ่งในความเป็นจริงผมไม่สามารถทราบได้เลย ใช้การเดาล้วน ๆ หลาย Brand ก็จะใช้วิธีการให้ลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อสินค้ากรอกข้อมูลว่าทราบข้อมูลจากสื่อใดก็อาจจะพอทราบได้บ้าง แต่ถ้าผมเลือกสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ผมสามารถวัดได้ว่าคนที่เห็นโฆษณาเป็นจำนวนเท่าใดถ้าผมเลือกช่องทางที่พ่วงมาด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลตัวอย่างเช่น facebook นอกจากนี้ผมยังสามารถระบุ microsegment ที่ต้องการให้เห็นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการลงบน billboard มาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่การตลาดออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักที่เกือบทุก brand ต้องการใช้งาน ผมใช้คำว่าเกือบเพราะก็เคยพบเจ้าของ brand ที่ยังเน้นการใช้ออฟไลน์ไม่ชอบออนไลน์
 
 
ออฟไลน์ต้องมีหรือไม่?
การทำการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์เมื่อดูจากยอดเงินที่ใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้จะมีแนวโน้มลดลงแต่ต้องยอมรับว่าเป็นช่องทางที่สร้างการรับรู้ และสามารถสร้างคุณค่าที่จับต้องได้มากกว่าช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้การตลาดแบบออฟไลน์ยังสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าเพราะสามารถปิดการขาย ผมอาจจะยกตัวอย่างที่เราเห็นเด่นชัดของความสำเร็จในการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์ ที่เขย่าวงการอย่างกระทะ Korea King ที่ทุ่มงบโฆษณาผ่านสื่อหลักอย่างโทรทัศน์เฉพาะปี 59 ใช้งบไปแตะ 1,600 ล้านบาท แต่ก็สร้างยอดขายได้แบบถล่มทลายถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ค่อยพบในสินค้าประเภทนี้ 
Brand ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถสร้างคุณค่าในโลกออฟไลน์และสื่อสารผ่านออนไลน์ (Offline to Online) หรือสร้างคุณค่าผ่านโลกออนไลน์และสื่อสารผ่านออฟไลน์ (Online to Offline) ได้เช่นกัน กล่าวถึงตรงนี้ก็อยากจะเดินไปร่วมวงกับพี่ ๆ ทั้งสองท่าน เพื่อตอบปัญหาคาใจว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์เป็นเพียงช่องทางที่ให้นักการตลาดส่งต่อคุณค่าของสินค้าหรือบริการของคุณให้กับลูกค้าไม่ส่งต่อ “คุณค่า” ก็ไม่เกิดการ Action ให้ลูกค้านั่งดูคลิปคุณเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบ Brand หรือสนใจจะซื้อสินค้า เราเองก็เคยไปคน ๆ นั้น คุณว่าจริงไหม?
 
 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามอินชัวร์

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “หนี้อเมริกาพุ่ง ทรัมป์ต้องหาทางออก”

ประเด็นวันนี้ “หนี้อเมริกาพุ่ง ทรัมป์ต้องหาทางออก”

 

 

ในปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ที่ 19.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 77% ของ GDP สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากสุดหลังการเกิดสงครามโลกครั้งที่สองทีเดียว ซึ่งสหรัฐมีกฏหมายรองรับในปัจจุบันที่สามารถสร้างหนี้ได้สูงถึง 150% ของ GDP ได้ภายในปี ค.ศ. 2037

 

    แต่แท้จริงแล้วสหรัฐมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ นโยบายหลักๆที่ใช้จ่ายลงไปคือ

     1.โอบามาแคร์

     2.งบประมาณสนับสนุนกองทัพ

     3.งบประมาณที่เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ

ซึ่งส่งผลให้สหรัฐมีรายจ่ายที่สูงมากๆ และมีแนวโน้มสูงมากว่าในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์จะทำให้ได้เห็นหนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ทรัมป์ ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อหารายรับ ล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมาทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ

       ฉบับแรก -  สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนการค้าของสหรัฐจัดทำรายงานภายใน 90 วัน เพื่อหาต้นตอการขาดดุลการค้า

       ฉบับที่สอง - สั่งการให้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียกเก็บภาษี และจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาการละเมิดกฎหมายการค้า ซึ่งมีการเลี่ยงภาษี และละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า

คาดว่าจะทำให้ลดปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐและสามารถเพิ่มรายรับได้

 

ทั้งนี้ข้อมูลในปี 2016 นั้นสหรัฐมีมูลค่าดุลการค้าที่ 3.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 60% เป็นการนำเข้า ส่วนที่เหลือ 40% คือการส่งออก และนี่คือการหาทางรอดครั้งแรกของทรัมป์ ซึ่งเราอาจได้เห็นการดิ้นรนครั้งต่อไปที่หนักขึ้น หากสหรัฐยังไม่มีรายรับที่มากพอ

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 03/เม.ย./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.2 หลังดอลล์อ่อน-วิตกการเมืองสหรัฐ

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 25 เซนต์ คาดกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังมีกระแสคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอาจขยายเวลาลดกำลังการผลิต เพื่อบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดและหนุนราคาน้ำมันให้ดีดตัวขึ้น

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หลังตลาดซึมซับข่าว Brexit

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังนักลงทุนซึมซับข่าวอังกฤษเริ่มต้นกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างเป็นทางการ

         

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 65.27 จุด หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบทองคำเดือน เม.ย.”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบทองคำเดือน เม.ย.”

 

 

        ในเดือน เม.ย. นักลงทุนชาวไทยคงยังจำได้ดีกับสงกรานต์เลือด ในปี พ.ศ. 2556 ที่ราคาทองคำปรับลงถึง $208 หรือประมาณ 15% ทีเดียว โดยปัจจัยที่กดดันขณะนั้นคือ ไซปรัสเทชายทองคำ 10 ตัน เพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน ประกอบกับกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดเทขายทองคำออกมามากถึง 22 ตัน

 

      ส่วนในเดือน เม.ย. ปี 2017 ราคาทองคำอาจปรับลงแรงๆได้ หากทรัมป์มีการเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้นในสายตาของตลาดทั่วโลก

 

     กลับมาดูปฏิทินเศรษฐกิจในเดือน เม.ย. บ้าง ตัวเลขไหนที่มีผลกระทบกับราคาทองคำ

     5 เม.ย. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP

     6 เม.ย. รายงานการประชุม FOMC ในวันที่ 14-15 มี.ค.

     7 เม.ย. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดยภาครัฐ

     23 เม.ย. การเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบที่ 1

     27 เม.ย. การประชุม BOJ และ ECB

     28 เม.ย. GDP Q1/17 สหรัฐ

 

      ปัจจัยใหม่ๆที่สามารถสร้างกระแสให้กับราคาทองคำได้มากที่สุด คือ การการเลือกตั้งฝรั่งเศส

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 03-07 APR-17

Weekly Economic Focus 03-07 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ 

      US Dollar Index แข็ง 1.17% หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยายตัวมากที่สุดในรอบ 17 ปี แตะที่ 125.6 จุด ทั้งนี้ GDP Q4/16 เพิ่มขึ้นแตะ 2.1% ซึ่งมากกว่าครั้งก่อน แต่ตลาดสหรัฐยังมีความกังวลในปัจจัยการเมืองสหรัฐ เพราะทรัมป์ ที่พรรคของเขา คือ ริพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างและสภาบน แต่กับไม่สามารถผ่านร่างอเมริกันเฮลธ์แคร์ ทั้งนี้ยังมีเรื่องที่น่ากังวลกว่าการเมืองสหรัฐ คือ หนี้ของสหรัฐ(ซึ่ง Ausiris Futures จะชี้ในประเด็นนี้ในวันอังคารผ่านทาง “ประเด็นวันนี้”)

ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

      รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ อยากเห็นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 1.25-1.5% ในปีนี้ แต่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่าอยากเห็นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 1.75-2%ในปีนี้

อังกฤษ

      เริ่มดำเนินกระบวนถอนตัวออกจาก EU อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องตามต่อ คือ แล้วการค้าระหว่างยุโรปกับอังกฤษ จะเป็นอย่างไร จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้นหรือไม่

ยูโรโซน

      แม้อังกฤษจะออกตัวแรงเริ่มออกจาก EU อย่างจริงจัง แต่นักลงทุนยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจผู้นำยูโรโซนอย่างเยอรมนียังไปได้สวย เพราะตัวเลขดัชนีชีวัดภาวะธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นดีที่สุดในรอบ 6 ปี

ญี่ปุน

      ภาคแรงงานดูดีมากๆ หลังอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 2.8% ต่ำที่สุดในรอบ 22 ปี

จีน

      อาจมีข่าวทำให้ตลาดหุ้นเตรียมพุ่ง หลังมีรายงานว่า บริษัทบีโออี เทคโนโลยี กรุ๊ป จะปลดล็อคหุ้นจำนวน 9.92 พันล้านหุ้น ทั้งนี้ตามกฎเกณฑ์ตลาดจีนนั้น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะไม่สามารถซื้อขายได้ จะต้องล็อคหุ้นของตนเองไว้ 1-2 ปี ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้ซื้อขายในตลาด

 

ประเด็นสำคัญนี้

      Non-Farm

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 31/มี.ค./60

(17.15น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 4.77 จุด แกว่งคล้ายภูมิภาคหลังไร้ปัจจัยใหม่-เข้าใกล้ช่วงฤดูกาล/สัปดาห์หน้าตลาดฯคงแกว่งตัว

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,575.11 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.30%) มูลค่าการซื้อขาย 38,033.69 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวคล้ายตลาดภูมิภาค หลังเข้าใกล้ช่วงฤดูกาลที่จะมีวันหยุดหลายวัน แต่ตลาดในเอเชียถือว่ายังดูดีกว่าตลาดสหรัฐฯ เพราะมีเงินไหลกลับเข้ามาในเอเชียหลังนโยบาย"ทรัมป์"เริ่มมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ตลาดฯยังไร้ปัจจัยใหม่ ส่วนการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบฯก็ไม่มีผลต่อตลาดฯ สัปดาห์หน้าติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน และติดตามการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยให้ติดตามดูจะมีมุมมองด้านการค้าเพิ่มหรือไม่ ดังนั้นสัปดาห์หน้าตลาดฯคงจะแกว่งตัวในช่วงรอปัจจัยใหม่ พร้อมให้แนวรับ 1,570-1,550 แนวต้าน 1,580-1,600 จุด       

 

 

(17.00น.) ภาวะตลาดเงินบาท: เย็นนี้อยู่ที่ 34.41/43 มองกรอบสัปดาห์หน้า 34.30-34.70 รอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ

          เงินบาทล่าสุดอยู่ที่ระดับ 34.41/43 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 34.47 บาท/ดอลลาร์  เงินบาทพยายามจะขึ้นไปทดสอบ 34.50 แต่ก็ไม่สำเร็จ ดูเหมือนจะมีทั้งเงินไหลเข้าแล้วแรงเทขายทำกำไรดอลลาร์ 
ทำให้มองดูทิศทางค่าเงินบาทน่าจะยัง Sideway รอปัจจัยสำคัญคือตัวเลข Non Farm Payroll ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า กับรอดูนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์  ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าไว้ระหว่าง 34.30-34.70 บาท/ดอลลาร์ 

 

 

(09.21น.) ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผันผวนเช้านี้ ขณะนักลงทุนชะลอซื้อขายวันสุดท้ายของไตรมาสแรก

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนบางส่วนได้ชะลอการซื้อขายในวันสุดท้ายของไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นบางแห่งได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐขยายตัวได้ดีเกินคาด

 

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ 55.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมี.ค. ขยายตัวที่ระดับ 55.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่มีการขยายตัว 54.2 โดยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค.เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

 

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ 51.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ระดับ 51.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่มีการขยายตัว 51.6 ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีน

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $8.8 เหตุนลท.เทขายหลังดอลล์แข็ง,หุ้นดีดตัว

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์ก และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐ ซึ่งมีการขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์นั้น ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

         

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 84 เซนต์ รับความหวังกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยสัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากมีรายงานว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงคูเวต ได้ออกมาสนับสนุนให้มีการขยายการลดกำลังการผลิต  

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับเงินยูโรอ่อน,ราคาน้ำมันพุ่ง

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรได้หนุนหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล

         

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจีดีพีสหรัฐโตสดใส

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐ ที่ขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 69.17 จุด รับจีดีพีโตเกินคาด,ราคาน้ำมันพุ่ง

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบราคาทองคำต่อจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบราคาทองคำต่อจากนี้”

 

 

- ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
- France Election
- นโยบายทรัมป์

 

FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ในการประชุม FOMC มีการส่งสัญญาณดอกเบี้ย หลังตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐขยายตัว และอัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ 2% เต็มที ปัจจัยนี้มองเป็นภาพลบต่อทองคำ

 

France Election สร้างความไม่แน่นอนต่อการเมืองฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก และหากมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมาเป็นนางมารีน เลอ แปน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด  เราอาจจะได้เห็นการตีตัวออกจากสหภาพยุโรปของฝรั่งเศส ปัจจัยนี้มองเป็นตัวผลักดันทองคำให้ขึ้นต่อได้

 

ความกังวลนโยบายของทรัมป์ที่เป็นเรื่องการกีดกันทางการค้า อย่างในปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองเป็นแนวทางเดียวกันว่า นโยบายดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งแย่ไปกว่านี้จนอาจทำให้สภาวะเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงชะลอตัวแบบยืดเยี้อแทน และนี่คือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่เป็นปัจจัยใหญ่ๆที่ส่งให้ทองบวกต่อได้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองอดีต เหตุใดจึงเกิด Brexit”

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองอดีต เหตุใดจึงเกิด Brexit”

 

 

เริ่มจากนายเดวิด คาเมรอน ในตอนหาเสียงเลือกตั้งนายกอังกฤษ เค้าสัญญาว่า ถ้าได้เป็นนายกจะเปิดโอกาสให้ประชากรชาวอังกฤษเลือกว่าจะออกจาก EU หรือไม่ และเขาก็ได้เป็นนายกสมใจ

 

     โดยในวันที่ 23 มิ.ย. 16 เป็นวันที่ชาว UK ลงประชามติว่าจะออกจาก EU หรือไม่ ซึ่งมีจำนวน 17,410,742 คน หรือคิดเป็น 52% ต้องการออกจาก EU และเป็นเสียงข้างมากจะมีความคิดเห็นว่า

- อังกฤษต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกสูงถึง 8.5 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นภาระ

- การที่อังกฤษยังอยู่กับ EU ทำให้แรงงานจาก EU ไหลทะลักเข้าอังกฤษ จนถูกมองว่าโดนแย่งงาน

- เรื่องกฎหมาย เพราะยุโรปมีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาลของประเทศสมาชิก อย่างกฎหมายที่ให้รับผู้อพยพ ซึ่งชาวอังกฤษกลัวเรื่องจากการก่อการร้าย

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ได้แก่

- นายเดวิด คาเมรอนซึ่งเป็นนายกอังกฤษตอน Brexit ประกาศลาออก

- S&P ลดอันดับความน่าเชื่อถืออังกฤษแตะระดับ AA จากเดิม AAA

- จุดกระแสให้ประเทศที่อยู่ในยุโรปเริ่มอยากจะออกจาก EU เช่น ฝรั่งเศส

- ทำให้ทองคำดีดขึ้นถึง $100 ทำ High $1,357

- โพลล์ผิดทุกสำนัก

 

 

อ่านต่อ

Roll Over ด้วย Combination Order ง่ายนิดเดียว

Roll Over ด้วย Combination Order ง่ายนิดเดียว

 

 

พรุ่งนี้ 30 มีนาคม 
Futures series H
จะหมดอายุกันแล้ว
ใครประสงค์จะ Roll Over ก็รีบๆนะครับ

โดยการ Roll Over 
เราสามารถ ใช้คำสั่ง Combination Order ได้นะครับ
ยกตัวอย่างเช่น

เราถือ Long S50H17 1 สัญญา
แล้ว Series H กำลังจะหมดอายุ
แต่เราอยากที่จะถือ Long SET50 ต่อ
โดยสมมติจะต้องข้ามไปถือ Series S50M17
.
.

ปกติที่เราจะทำกันคือ 
Short Close S50H17 แล้วต่อด้วยไป Open Long S50M17
คือต้องส่ง order สองครั้ง ปิดของเก่าแล้วไปเปิดของใหม่
.
.
เราสามารถทำให้ไวขึ้นด้วยการส่ง combination order 1 ครั้ง
ด้วยการ Open Long S50H17M17
โดยราคาที่เราคีย์เข้าไปจะเป็นราคาส่วนต่างระหว่าง Series M17-H17
.
.

เช่นถ้าเรา ส่งราคา Long S50H17M17 ที่ราคา -5.8 จุด
ระบบจะทำการมอนิเตอร์ให้ว่า

ถ้า M17-H17 เท่ากับ -5.8 จุด (สมมติ M17=992.9 - H17=987.1) 
ระบบจะส่งคำสั่ง Long S50M17 และ Short S50H17

เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถปิดของเก่า Short Close S50H17 ด้วยราคา 987.1

และเปิดของใหม่ Long Open S50M17 ด้วยราคา 992.9
ได้อย่างง่ายดาย^^

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 29/มี.ค./60

(08.53น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี

 

(08.30น.) "ทรัมป์" ลงนามคำสั่งพิเศษล้มเลิกแผนการแก้ปัญหาโลกร้อนของ "โอบามา"

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษฉบับใหม่ที่เรียกว่า "Energy Independence Executive Order" เพื่อล้มเลิกนโยบายแก้ปัญหาโลกร้อนของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดขยับลง 10 เซนต์ หลังตลาดหุ้นพุ่ง,เงินดอลล์แข็งค่า

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ได้ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมันปิดบวก 64 เซนต์ รับข่าวกลุ่มกบฎลิเบียปิดบ่อน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันในประเทศลิเบียปรับตัวลดลง เนื่องจากกลุ่มกบฎติดอาวุธได้ปิดบ่อน้ำมัน 2 แห่งที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า ผู้ผลิตน้ำมันจะบรรลุข้อตกลงในการขยายเวลาลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้ 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ตลาดคลายกังวลกม.ประกันสุขภาพ"ทรัมป์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐในหลายรายการ ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 150.52 จุด รับข้อมูลศก.สหรัฐแข็งแกร่ง

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี นอกจากนี้ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นด้วย

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “MBS สหรัฐแตะ 1.7ล้านล้าน ควรต้องกลัวมั้ย?”

ประเด็นวันนี้ "MBS สหรัฐแตะ 1.7ล้านล้าน ควรต้องกลัวมั้ย?”

 

 

ต้องบอกก่อนว่าวิกฤตปี 2008 ซึ่งคือวิกฤตซับไพรม์ อเมริกามีตัวเลขต่างๆตามนี้

- MBS มีขนาดอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านเหรียญ

- ราคาบ้านเพิ่มขึ้นจากในปี 2007 อยู่ที่ 12.4%

- อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นๆอยู่ที่ 5.25%

 

แล้วลองมาเปรียบกับปัจจุบัน

- MBS อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญ

- ราคาบ้านเพิ่มขึ้นแตะ 5.9%

- อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นๆแตะ 1%

 

จากตัวเลขที่ได้มาพอจะตอบได้ว่า ยังไม่ต้องกลัวการเกิดวิกฤตเรื่องดังกล่าวภายใน 1-5 ปีนี้ แต่หากมากกว่านั้นก็อาจมีโอกาสเกิดมากขึ้น เนื่องจาก MBS ตั้งแต่ปี 2009 – 2017 เพิ่มขึ้นถึง 71% แตะ 1.7 ล้านล้านเหรียญซึ่งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจพุ่งแตะตัวเลขเดิมเฉลี่ยการโตอยู่ที่ 190,000 ล้านเหรียญต่อปี

 

ในปัจจุบันธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มที่จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปีที่ดอกเบี้ยจะขึ้นไปแตะระดับ 3-4%

 

 

อ่านต่อ

เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพราะ... “กลัว รัก จบ”

คอลัมน์ Economic Insight

ตอน เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพราะ... “กลัว รัก จบ

 

กมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

                                                  

                กว่า 5 ปีแล้วที่ผมต้องเฝ้าตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ว่า “เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่” ทั้งที่ถามผ่านนักลงทุน ผ่านสื่อมวลชน แม้กระทั่งผ่านเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันเอง ผมพบว่าในช่วงวิกฤตทางการเงินในสหรัฐฯ ที่ผ่านมาทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” กลายเป็นองค์กรที่ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก (ซึ่งจริง ๆ ก็ทรงอิทธิพลมานานแล้ว) ทุกครั้งที่ท่านผู้ทรงเกียรติที่นั่งอยู่บนยอดหอคอยในเฟดวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจ หรือกล่าวถึงนโยบายทางการเงิน ตลาดก็มักจะตอบสนองอย่างกระตือรือร้น เอาละถ้าเทียบว่าการลงทุนเป็นการเล่น “หวย” อย่างที่คนไทยนิยมกัน บรรดาประธานเฟดก็อาจจะเทียบได้กับเกจิชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหาเขามาขอเลขเด็ดกันทุกงวดไป หรืออาจจะคล้ายกับทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรีไทยในบางสมัยอันนี้ก็ว่ากันไป

 

                ประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยถือเป็นเรื่องที่สร้างความสนใจได้อยู่เสมอเพราะดอกเบี้ยส่งผลต่อเศรษฐกิจการลงทุนในหลายด้าน ด้านไหนบ้างไม่เล่าเดี๋ยวก็จะคาใจ (ผู้เขียนเอง) ในมุมเศรษฐกิจการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง เพราะเป็นการทำให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงขึ้นเม็ดเงินที่อยู่นอกประเทศก็จะไหลกลับเข้ามาอันนี้เป็นมุมแรก มุมที่สองสำหรับกลุ่มที่ยืมเงินที่มีต้นทุนถูก (ถึงถูกมาก) ในช่วงดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (carry trade) เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้นต้นทุนของเงินที่ยืมมาก็จะสูงขึ้นทำให้ผลตอบแทนที่ได้จากต่างประเทศอาจจะไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่จ่าย (เมื่อปรับความเสี่ยงแล้ว) เมื่อเงินไหลกลับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แข็งค่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกด้านหนึ่งตลาดการลงทุนเมื่อดอกเบี้ยเพิ่ม อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของตลาดก็จะสูงขึ้นไปด้วย เพราะผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยงเพิ่ม...พักทฤษฎีไว้ครู่หนึ่ง เอาเป็นว่าผลต่อตลาดการลงทุนมีการผสมกันระหว่างส่วนผสมเรื่องความคาดหวัง สภาพคล่องที่ล้นตลาดจากเฟดเองที่ถ่ายสำเนาเงินดอลลาร์เข้าระบบและเรียกอย่างไพเราะว่า QE และการที่เงินวิ่งหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดผันผวน

 

                กลับมาที่ประเด็นว่าทำไมหล่ะเฟดต้องขึ้นดอกเบี้ย ทั้ง ๆ ที่ขึ้นดอกเบี้ยแล้วมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและการลงทุน ขอคำตอบ 3 คำสั้น ๆ “กลัว รัก จบ”

 

กลัวเงินเฟ้อ

                เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว (รึป่าว) หลังจากวิกฤตทางการเงิน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน การบริโภค และเมื่อมองตัวเลขด้านการบริโภคและตัวเลขในตลาดการจ้างงาน ก็ต้องยอมรับว่าสอดคล้องกับอาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริง รอบหมุนของเงินที่วัดจาก M1 เริ่มหักหัวขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ใกล้เคียงกับช่วงที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก (ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ) ตัว Money Multiplier บอกอะไร? บอกว่ามีการใช้เงินเปลี่ยนมือกันมากขึ้น หรือพูดอีกนัยคือมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นในระบบ เมื่อรอบหมุนของเงินมากขึ้น เศรษฐกิจโตขึ้น ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยก็จะปรับตัวเพิ่มมากขึ้นก็หมายถึงเงินเฟ้อกำลังจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ที่สำคัญฐานเงิน (ปริมาณเงิน) ในระบบยังมีอยู่จำนวนมากดังนั้นถ้าไม่ออกมาตรการคุมเศรษฐกิจแต่เนิ่น ๆ ความเสี่ยงเงินเฟ้อก็จะมาเต็ม ๆ อีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันดิบกำลังฟื้นตัวขึ้นเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้ออีกทาง

 

รักษาเสถียรภาพเงินออมและเศรษฐกิจ

                การที่ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยราดเป็นเวลานาน ๆ เกิดผลกระทบร้ายสองด้าน ประการแรกประชาชนจะไม่ต้องการฝากเงินไว้กับธนาคารเนื่องจากได้ผลตอบแทนต่ำ ผลที่ตามมาคือเมื่ออยากได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็จำเป็นต้องนำไปลงทุนผ่านช่องทางอื่น เช่น การซื้อกองทุน การลงทุนในหุ้น หรือการเก็งกำไรรูปแบบอื่น ซึ่งก็สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่ในตลาดการลงทุน ในกรณีที่ยอมรับได้ต่อดอกเบี้ยต่ำ ๆ ในธนาคารผู้ฝากเงินก็จะถูกลดทอนกำลังซื้อลงเรื่อย ๆ จากดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินเฟ้อ ในฐานะธนาคารกลางก็มีความจำเป็นที่ต้องสร้างเสถียรภาพในกับตลาดเเละเงินออมของประชาชน อีกด้านของการใช้ดอกเบี้ยต่ำยาวนานคือการสะสมฟองสบู่ในตลาดสินเชื่อด้วย การใช้ดอกเบี้ยต่ำก็เพราะต้องการให้เกิดการกู้ยืมเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอ้าปากพะงาบ ๆ รอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวได้การบริโภคปกติก็จะกลับมา และมาพร้อมกับความมั่นใจต่อการเติบโตของตลาด การกู้เพื่อเก็งกำไรก็จะเกิดขึ้น วิกฤต subprime ก็เกิดขึ้นเพราะใช้ดอกเบี้ยต่ำนั่นแหละ

               

จบมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน

                ครบ 1 ทศวรรษสำหรับการใช้นโยบายผ่านคลายทางการเงิน เรียกได้ว่าถ้าเป็นเด็กก็คงเรียนอยู่ชั้น ป.4 - 5 ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ดูแลตัวเองไม่ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำกันแล้ว เศรษฐกิจก็เหมือนกันครับเลี้ยงดูปูเสื่อกันมาขนาดนี้ควรจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้เสียที เฟดคงอยากจะออกจากนโยบายผ่อนคลายเต็มทนเพื่อลดการเสพติดการกระตุ้นเศรษฐกิจของระบบ และอย่างที่เรียนคือไม่สร้างความเสี่ยงจากฟองสบู่มากเกินไป การออกจากมาตรการผ่อนคลายเฟดเริ่มจากการจบนโยบาย QE ต่อด้วยการทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อเข้าสู่ระดับปกติและลดสภาพคล่องส่วนเกินในตลาด ความเร่งรีบในการออกก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการที่เศรษฐกิจจะสามารถยืนได้ด้วยตัวเองนั่นแหละ

 

                กล่าวโดยสรุป ทำไมเฟดจึงขึ้นดอกเบี้ย? ก็เพราะบรรดาผู้กำหนดนโยบาย “กลัว รัก จบ” นั่นเอง และเชื่อว่าในปี 2560 นี้เราจะได้เห็นดอกเบี้ยของเฟดกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1.00% ผลที่ตามมาไล่ตาม timeline คือ เม็ดเงินไหลกลับเข้าสหรัฐฯ, ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น, ค่าเงินบาทเราเริ่มอ่อนค่าอีกครั้ง, ตลาดหุ้นขึ้นช่วงแรกก่อนจะพักตัวลง, ราคาทองคำปรับตัวลดลง และหลังจากนั้น...ใครจะรู้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องใหม่ในเชิงระบบเราผ่านรูปแบบนี้มาหลายครั้งตั้งแต่โลกรู้จักระบบเศรษฐกิจ ทุกอย่างมีขึ้นมีลงในฐานะคนมีเงินก็ต้องลงทุนกันไป คุณว่าจริงไหม?

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 28/มี.ค./60

(08.43น.) ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวเช้านี้ จากแรงซื้อเก็งกำไร

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากที่ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลดลงถ้วนหน้าเมื่อวาน ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

 

(08.38น.) ประธานเฟดดัลลัสแย้มอาจหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อไป หากเศรษฐกิจสหรัฐยังเดินหน้า

     นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมซึ่งจัดโดย Texas A&M University โดยระบุว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเดินหน้าจนทำให้เฟดสามารถบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

     นายแคปแลนซึ่งมีสิทธิ์โหวตนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้ ยังคงเน้นย้ำถึงมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวราว 2.25% ในปีนี้ แต่การที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเร็วขึ้นหรือช้าลงนั้น ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายต่างๆที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำมาบังคับใช้

         

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $7.2 เหตุนักลงทุนเข้าซื้อหลัง"อเมริกันเฮลธ์แคร์"ไม่ผ่านสภา

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังได้กระตุ้นให้มีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเช่นกัน

  

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 24 เซนต์ ตลาดไม่มั่นใจกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตเกินกว่าเดือนมิ.ย.ได้หรือไม่ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากรายงานที่ว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ หลัง"ทรัมป์"คว้าน้ำเหลวผลักดัน"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 45.74 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก.ชะงักหลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำ"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้            

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลัง"ทรัมป์"คว้าน้ำเหลวผลักดัน"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ซึ่งความล้มเหลวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองขึ้นแล้วมองอย่างไรต่อ?”

ประเด็นวันนี้ “ทองขึ้นแล้วมองอย่างไรต่อ?”

 

 

    ก่อนอื่นต้องกล่าวถึง สาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นกันก่อน โดยมี 2 ปัจจัยส่งทองคำ ได้แก่

 

1.US Dollar Index อ่อนค่า 0.3% หลังตลาดเริ่มขาดความเชื่อมั่นที่มีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ดันร่างกฎหมาย "อเมริกัน เฮลธ์แคร์" เข้าสู่สภาคองเกรส โดยทรัมป์หวังว่านโยบายนี้จะเข้ามาแทนที่โอบามาแคร์ แต่ผลออกมาผิดคาดหลังขาดเสียงสนับสนุนจากสภาคองเกรส ก็ต้องดูกันว่านโยบายนี้จะกลับมาอีกเมื่อใด ซึ่งการที่สภาคองเกรสไม่สนับสนุน ทั้งๆที่เสียงส่วนใหญ่เป็นของพรรครีพับลิกันนั้น ก็บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ว่า พรรครีพับลิกันเสียงแตก และอาจมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ผ่านร่างกฎหมายอื่นๆ เช่น การปฏิรูปภาษี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

2.เกิดจากปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก เพราะ UK เตรียมที่จะประกาศออกจาก EU ในวันที่ 29 มี.ค. โดยอาจเป็นการจุดประกายให้ประเทศที่เศรษฐกิจดีๆ มีโอกาสที่จะออกตามเช่นกัน  ส่วนสก็อตแลนด์เองก็กำลังเตรียมจัดการประชุมเเรื่องการถอนตัวออกจาก UK อีกทีในวันอังคารนี้

 

กลับมาที่แนวโน้มราคาทองคำ

โดยมองแนวโน้มของราคาทองคำเป็นการรีบาวด์สั้นๆแตะ $1,258 - $1,263 และหากสามารถยืนเหนือ $1,265 ได้ แนวโน้มราคาทองคำจะเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีแนวต้านอยู่ที่ $1,300

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 27/มี.ค./60

(09.00น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ หลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

         

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดเพิ่มขึ้น 1.3 ดอลลาร์ ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม.อเมริกันเฮลธ์แคร์

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการไปก่อนที่จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยกเลิกการลงมติร่างกฎหมายดังกล่าว 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: WTI ปิดดีดขึ้น 27 เซนต์ จับตาประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันวันอาทิตย์นี้

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) หลังจากที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 4 วัน ขณะนักลงทุนรอดูการประชุมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในสุดสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับสัญญาณการปรับลดการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลก

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ จับตาสภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ที่จะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เลื่อนกำหนดการลงมติจากวันพฤหัสบดีมาเป็นวันศุกร์ เพราะยังคงขาดเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 59.86 จุดหลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันในวันศุกร์ (24 มี.ค.) หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐยกเลิกโหวตร่างกม.ประกันสุขภาพ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรและเยน ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ก่อนที่จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันมีไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองกับประเด็นสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองกับประเด็นสัปดาห์นี้”

 

     - ราคา Gold Spot เป็นรูปแบบ V shape

     - เฟดชิคาโกจะกล่าวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

     - เฟดแดลลัสร่วมเสวน “ภาวะเศรษฐกิจและบทบาทของนโยบายการเงิน”

     - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

     - GDP Q4/2560 สหรัฐ

 

     ในการที่กราฟราคา Gold Spot เกิด V shape ซึ่งนั้นจะหมายความว่าราคาทองคำมีแนวโน้มจะสามารถปรับขึ้นไปแตะบริเวณ 1255-1260

     

      ขณะที่ปัจจัยสัปดาห์นี้ที่ต้องจับการมองหลักๆ คือ

      การกล่าวของประธานเฟดสาขาย่อต่างๆ ซึ่งจับตาอยู่ 2 คนที่สำคัญ ได้แก่ เฟดชิคาโก และเฟดแดลลัส โดยเหตุผลที่ให้น้ำหนักคน 2 นี้เพราะเป็นคนที่มีสิทธิมีเสียงในการประชุมที่กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ(FOMC) ซึ่งเขาทั้งสองจะกล่าวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน โดยอาจแสดงมุมมองของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

      ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมาในสัปดาห์นี้ อย่างดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคาดเป็นโอกาสที่จะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้น หลังจากคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะลดลง และ GDP Q4/2559 คาดว่าจะประกาศแตะ 2% ซึ่งจะมากกว่าครั้งก่อน แต่จะเป็นปัจจัยที่กดราคาทองคำ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 27-31 MAR-17

Weekly Economic Focus 27-31 MAR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ 

      - ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไม่มีความหมาย เพราะตลาดกำลังจับตา "อเมริกันเฮลธ์แคร์"ที่ประธานาธิบดีสหรัฐนายโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามจะเปลี่ยนโอบามาแคร์ ตามที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่ประชาชนสหรัฐส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการมาของ อเมริกันเฮลธ์แคร์ เพราะมีผลสำรวจจาก Quinnipiac University พบว่า 56% ในผลสำรวจไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนโอบามาแคร์ ขณะที่ 46% ของผู้ถูกสำรวจกล่าวว่าจะไม่เลือกสมาชิกสภาคองเกรส ที่สนับสนุนร่างกฏหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์ ทำให้ในท้ายที่สุด มีการถอนร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ที่จะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" ออกจากการพิจารณาของสภาคองเกรส เพราะขาดเสียงสนับสนุน

ยุโรป

      - ซึ่งในตอนนี้มีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะมี UK เตรียมที่จะประกาศออกจาก EU ในวันที่ 29 มี.ค. โดยอาจเป็นการจุดประกายให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีๆ มีโอกาสที่จะออกตาม UK

UK 

      - เริ่มมีการต่อต้านการที่ UK จากออกจาก EU โดยประชาชนหลายหมื่นออกมารวมตัวต่อต้านการประกาศใช้ มาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งเป็นสัญญาณการออกจาก EU แบบเต็มตัว

จีน

      - เริ่มตระหนักถึง NPL ทำให้จีนออกมาตรการคุมเข้ม เรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น พร้อมมาตรการสุดโหด หากผู้ที่ซื้อบ้าน 1 หลัง ในเวลา 1 ปี และหากจะซื้อบ้านอีกหลังจะต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้ผู้ที่จะซื้อบ้านต้องมีอายุมากกว่า 25 ปี ขึ้นไป

 

ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

      - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

      - GDP Q4/2560 สหรัฐ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทางแยกการเมืองสหรัฐ”

ประเด็นวันนี้ “ทางแยกการเมืองสหรัฐ”

 

      ทางแยกที่กล่าวถึง คือ การที่สภาคองเกรสของสหรับจะมีการลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย อเมริกันเฮลธ์แคร์ ซึ่งจะมาแทน โอบามาแคร์ ทั้งนี้การเกิดอเมริกันเฮลธ์แคร์ มาจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐนายโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามจะเปลี่ยนโอบามาแคร์ ตามที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการเปลี่ยนโอบามาแคร์ อาจส่งผลกระทบกับประชาชนสหรัฐเป็นอย่างมาก

 

      แต่ประชาชนสหรัฐส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการมาของ อเมริกันเฮลธ์แคร์ เพราะมีผลสำรวจจาก Quinnipiac University พบว่า 56% ในผลสำรวจไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนโอบามาแคร์ ขณะที่ 46% ของผู้ถูกสำรวจกล่าวว่าจะไม่เลือกสมาชิกสภาคองเกรส ที่สนับสนุนร่างกฏหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์

 

      ทั้งนี้เรื่องการลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย อเมริกันเฮลธ์แคร์ยังส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจเนื่องจากเศรษฐศาสตร์มองว่าการพิจารณา ผ่านใช้ร่างกฎหมายดงกล่าว จะสร้างความขัดแย้งในสมาชิกสภาคองเก-รส จะเป็นปัจจัยต่อเนื่องที่กระทบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ ซึ่งจะทำให้ว่า มาตรการปฏิรูปภาษี การใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานต้องเกิดความล่าช้าไปอีก โดยปัจจัยกล่าวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และอาจมีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดการเงินของสหรัฐมากขึ้นกว่าปกติ แต่ปัจจัยดีงกล่าวจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ และกลุ่ม Commodities

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 23/มี.ค./60

(08.40น.) ตลาดจับตา "เยลเลน" กล่าวสุนทรพจน์วันนี้ หวังหาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

     นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาชิคาโก ภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้

         

(08.40น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อย เหตุวิตกนโยบาย "ทรัมป์" ล่าช้า

     ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจล่าช้าออกไป หลังจากที่เขาประสบปัญหาในการรวบรวมเสียงสนับสนุนของสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสในการยกเลิกโครงการ "โอบามา แคร์"

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.2 เหตุหุ้นสหรัฐร่วงหนุนแรงซื้อทอง

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกันหลายวันทำการ ขณะที่ตลาดจับตาการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทน "โอบามาแคร์" ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 20 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ โดยข้อมูลดังกล่าวได้เพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทาพลังงานที่สูงขึ้นในสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ เหตุหุ้นแบงก์ร่วง,วิตกนโยบาย"ทรัมป์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) จากความวิตกกังวลที่ว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประสบความล่าช้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก ขณะนลท.จับตาถ้อยแถลง "เยลเลน"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ ท่ามกลางความไม่มั่นใจเกี่ยวกับช่วงเวลาและความถี่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 6.71 จุด วิตกนโยบาย"ทรัมป์"ล่าช้า

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประสบความล่าช้าในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเขาเคยให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ดัชนี NASDAQ ดีดตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกทองคำใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกทองคำใหม่”

 

 

      โดยเมื่อวานนี้มีการเสนอถึงปัจจัยบวกราคาทองคำ 3 ปัจจัย 1.หนี้ของจีน 2.ความกังวลนโยบายทรัมป์ที่เกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า 3.กรีซ ทำให้ราคาทองปรับขึ้นแตะ $1,245 และสามารถย้อนไปอ่านได้ที่ http://bit.ly/2n5BYFb

 

      แต่ในวันนี้มีปัจจัยที่บวกราคาทองคำใหม่ คือ อะไร กล่าวได้ว่าเมื่อวานที่ผ่านมา เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีกรุงลอนดอน โดยเกิดสองรูปแบบ ได้แก่

      1.มีผู้ขับรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้าใส่ฝูงชนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์

      2.เกิดการกราดยิงด้านนอกอาคารรัฐสภาอังกฤษ

      ซึ่งสองเหตุการณ์ดังกล่าวส่งให้ราคาทองคำมีภาพของ Safe Haven ที่ชัดขึ้น

 

      ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อจากนี้ ได้แก่

      1.ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสหรัฐสัปดาห์ในวันนี้(-ทอง)

      2.ตัวเลขคำสั่งยอดสินค้าคงทนสหรัฐในวันศุกร์(-ทอง)

      3.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในวันอังคาร(+ทอง)

      4.ตัวเลข GDP Q4/2016 สหรัฐในวันพฤหัสหน้า

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองดีด!! เกิดปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองดีด!! เกิดปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก”

 

 

      - ราคาทองดีด $11.45 แตะ $1,245

      - หนี้ของจีน

      - ความกังวลของนโยบายทรัมป์

      - ปัจจัยกรีซกลับมาอีกครั้ง

    

      ราคาทองคำปรับขึ้นแตะ $1,245 นับเป็นราคาสูงสุดในรอบ 20 วัน โดยมีปัจจัยบวก 3 ปัจจัย

       

      1.หนี้ของจีน ซึ่งน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากในช่วงระยะเวลาหลายปีหนี้ของจีนมีการปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสวนทางกับ GDP จีนที่ปรับลง โดยหมายความว่าหนี้จีนเพิ่มขึ้นแต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนกลับลดลง และนี่ถือเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจีนที่เป็นปัจจัยบวกที่หนึ่งของราคาทองคำ

 

      2.ความกังวลนโยบายทรัมป์ที่เกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า ซึ่งในปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองเป็นแนวทางเดียวกันว่า นโยบายดังกล่าวของทรัมป์จทำให้เศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อาจกลายเป็นเกิดสภาวะเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงชะลอตัวแบบยืดเยี้อแทน และนี่คือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่เป็นปัจจัยบวกที่สองของราคาทองคำ

 

      3.กลับมาอีกครั้งสำหรับกรีซที่จะเข้ามาขยี้ความเชื่อมั่นของตลาด หลังกลุ่มเจ้าหนี้ไม่ปล่อยเงินกู้รอบใหม่ เนื่องจากรัฐบาลกรีซไม่ยอมรับเงื่อนไงของเจ้าหนี้ที่บอกว่าให้กรีซลดงบประมาณสนับสนุนกองทุนเกษียณ เหตุที่กรีซไม่ทำตามเพราะรัฐบาลกรีซกลัวเสียฐานเสียงสนับสนุนที่สำคัญ ทั้งนี้ประมาณเงินในระบบธนาคารกรีซเหลือไม่ถึง 30% ฉะนั้นรัฐบาลกรีฐจะทำอะไรบางอย่างในเร็วๆนี้ เพราะมีเวลาให้คิดจำกัด และนี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกราคาทองคำปัจจัยที่สาม

 

      นี่แค่ต้นเรื่องยังทำให้ราคาทองคำดีดทั้งๆที่ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และหากเป็นตอนกลางหรือปลายของเรื่องจะทำให้เศรษฐกิจโลกและราคาทองคำจะเป็นอย่างไรก็น่าคิดเหมือนกัน?

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 21/มี.ค./60

(09.15น.) "มาครอง-เลอเปน" โต้วาทีเดือดในศึกดีเบตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

     ฝรั่งเศสจัดการอภิปรายโต้วาทีระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างดุเดือด โดยสองผู้สมัครตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้ต่างกล่าวโจมตีซึ่งกันและกันในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายผู้อพยพและชาวมุสลิม

 

(08.53น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ หลังนลท.ผิดหวังผลประชุม G20

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดขยับลงเมื่อคืน เนื่องจากความกังวลที่ว่า การบังคับใช้มาตรการปรับลดภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.8 รับเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับผลการประชุมของธนาคารสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อปรับโพสิชั่น ก่อนที่อังกฤษเตรียมประกาศแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 56 เซนต์ วิตกสหรัฐเพิ่มการผลิตน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) จากการที่นักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐ หลังจากบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ระบุว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวนานถึง 9 สัปดาห์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ เหตุนักลงทุนผิดหวังผลประชุม G20

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อผลการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่นางมารีน เลอเปน และนายเอมมานูเอล มาครอง สองผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จะทำการโต้วาทีครั้งแรกก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 23 เม.ย.

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 8.76 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก."ทรัมป์"ล่าช้า

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากความกังวลที่ว่า การบังคับใช้มาตรการปรับลดภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐนั้น อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อผลการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจนท.เฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียและชิคาโก ที่ได้ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้ หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำการลงทุนในสหรัฐสะดุด !!”

ประเด็นวันนี้ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำการลงทุนในสหรัฐสะดุด !!”

 

 

      เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นแตะ 0.75-1% คาดว่าผลของการขึ้นดอกเบี้ยนั้นอาจฉุดเศรษฐกิจสหรัฐให้ต่ำลงได้ระยะสั้นเนื่องจาก

 

- ตันทุนการกู้ยืมในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย ส่งให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้จากเดิมเพิ่มอีก 0.25% ส่งผลต่อให้บริษัทเอกชนต่างๆเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากมากขึ้น หลังจากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น

 

- นโยบายการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นสิ่งที่ขัดนโยบายการคลังที่ทรัมป์จะปล่อยออกมา คือการปฏิรูปภาษี ซึ่งคงรู้กันอยู่แล้วว่า การลดภาษีจะเป็นสิ่งที่จูงใจให้นักลงทุนเข้ามาในตลาดสหรัฐมากขึ้น แต่การขึ้นดอกเบี้ยทำให้นักลงทุนต้องหันมาประเมินกันอีกรอบว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเกิดจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงนี้ จะคุ้มกับการลงทุนในตลาดสหรัฐหรือไม่

 

สรุปการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้นักลงทุนย้ายไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่คาดว่าจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าสหรัฐ

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 21-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 21-03-17

 

 

      - ราคาน้ำมันปรับลง หลังบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ เพิ่มแท่นขุดเจาะอีก 14 แท่น สู่ระดับ 631 แท่น ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2015 และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน 

      - นักวิเคราะห์อีทีเอฟ ซีเคียวริตี้ส์ คาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งแตะระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ในกลางปีนี้ 

      - นางมารีน เลอเปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จากพรรค National Front (FN) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองชูนโยบายประชานิยมขวาจัด โดยหนุนให้ฝรั่งเศสแยกตัวจากสหภาพยุโรป และนายเอมมานูเอล มาครอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ จะทำการโต้วาทีในวันนี้ เวลา 03:00 น. ตามเวลาไทย

      - นายแพทริค ฮาร์เกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดจะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้ออยู่เหนือระดับเป้าหมายที่ 2% ถึงแม้เฟดยังคงใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

      - ประธานเฟดมินนีอาโพลิส "แกะดำ"ใน FOMC แจงเหตุผลโหวต"โน" อ้างเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า

      - นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวในวันนี้ว่า เฟดกำลังดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้องสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกของปีนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 20/มี.ค./60

(09.00น.) ตลาดหุ้นเอเชียซบเซาเช้านี้ หลัง G20 ไม่แสดงจุดยืนต่อต้านการกีดกันทางการค้า

      ตลาดหุ้นเอเชียทรงตัวในวันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ซบเซา หลังจากกลุ่ม G20 ไม่ได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับการต่อต้านการกีดกันทางการค้าในการประชุมเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. ที่เมืองบาเดน-บาเดน เยอรมนี

         

(08.00น.) ตลาดจับตา "เยลเลน" กล่าวสุนทรพจน์วันพฤหัสบดีนี้ หวังหาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

     นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาชิคาโก ภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ หลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง 3.1 ดอลล์ รับเฟดไม่เร่งขึ้นดบ., ดอลล์อ่อน

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 0.25% เมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) จากอานิสงส์ของการที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้และยังคงรักษาจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 3 เซนต์ จากอานิสงส์ดอลล์อ่อน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลลาร์ และการที่ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกบางราย ได้ส่งสัญญาณที่จะขยายการปรับลดกำลังการผลิต เพื่อคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานล้นตลาด

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 19.93 จุด ขณะนักลงทุนจับตาผลประชุม G20

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (17 มี.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา สืบเนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อมองหาสัญญาณชี้นำตลาดต่อจากนี้ และจับตาดูการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G20 ที่เยอรมนี

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก นักลงทุนจับตาผลประชุมขุนคลัง-ผู้ว่าแบงก์ชาติกลุ่ม G20

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G20 ที่เยอรมนี ซึ่งจะเสร็จสิ้นลงในวันนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.อย่างค่อยเป็นค่อยไป

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตาทรัมป์และเยลเลนสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตาทรัมป์และเยลเลนสัปดาห์นี้”

 

 

- วันอังคารนี้ทรัมป์อาจกล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปภาษี

- วันพฤหัสลุ้นเยลเลนมีแนวโน้มกล่าวถึงการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

- ตลาดทองยังมีแนวโน้มเป็น Sideway Down

 

       ปัจจัยกดดันตลาดทองคำยังมี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจแข็งค่ามากขึ้นได้เนื่องจาก

 

       1.ทรัมป์อาจกล่าวถึงรายละเอียดการปฏิรูประบบภาษีในวันอังคารนี้ หากฐานเสียภาษีที่จ่ายลดลงจะเป็นโอกาสเกิดการลงทุนในสหรัฐมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงาน โดยจะทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจมากขึ้นและส่งให้นักลงทุนนำเม็ดเงินเข้าในตลาดต่างๆ ทั้งนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าตามไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำ

 

       2.การกล่าวของนางเยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐจะมีการกล่าวในวันพฤหัส โดยตลาดกำลังจับตาว่าจะมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในปีนี้เมื่อใด เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐมีมติ 9-1 ในการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นแตะ 0.75-1% และยังส่งสัญญาณว่าในปีนี้อาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง หากในวันพฤหัสนี้นางเยลเลนส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอย่างชัดเจนจะเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำเป็นอย่างมาก

 

       3.ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง, จำนวนผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านใหม่, ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งตัวเลข 3 ใน 4 ตัวนี้น่าจะส่งผลลบต่อราคาทองคำภายในสัปดาห์

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 20-24 MAR-17

Weekly Economic Focus 20-24 MAR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

      - เริ่มด้วยยักษใหญ่อย่างสหรัฐที่มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 0.75-1% โดยธนาคารกลางสหรัฐให้เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ย เพราะอัตราการว่างงานปรับลงลด และอัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวมากขึ้น

      - ขณะที่อังกฤษ BOE(ธนาคารกลางอังกฤษ) ประกาศคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0.25% และคง QE 4.35 แสนล้านปอนด์ ทั้งนี้ยังคงวงเงินซื้อหุ้นกู้ในภาคเอกชนที่ระดับ 1 หมื่นล้านปอนด์  

      - ส่วนตาอยู่อย่างญี่ปุ่น BOJ (ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ซึ่งใจอยากให้ค่าเงินเยนอ่อนอยู่แล้ว พอธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยจึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและค่าเงินเยนอ่อน ทั้งนี้ BOJ จึงคง QE 80 ล้านล้านเยน และคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ BOJ ในอัตรา -0.1% 

      - ทั้งนี้ยูโรโซนมีการขาดดุลการค้าถึง 6 ร้อยล้านยูโร นับเป็นการขาดดุลมกาที่สุดในรอบ 6 ปี

      - ฝรั่งเศสเหมือนจะโชคร้ายที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุระเบิดที่อาคารสำนักงานของ IMF ที่กรุงปารีส ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ในวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยมีชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต เนื่องจากพยายามแย่งอาวุธปืนจากทหารนายที่ประจำการอยู่ในท่าอากาศยานออร์ลีในกรุงปารีส ซึ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อประชาชนชาวฝรั่งเศส และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

      - ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีตัวเลขที่ขยายตัวมากขึ้น โดยการขยายตัวที่มากขึ้นจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง ประชาชนชาวสหรัฐเริ่มมีตำแหน่งงานที่มั่นคง และมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นในอนาคต

 

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 18-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 18-03-17

 

 

      - ยูโรสแตทประกาศตัวเลขขาดดุลการค้าที่ 600 ล้านยูโร นับเป็นตัวเลขดุลการค้าที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี 

      - สหภาพยุโรปสั่งปรับ 11 สายการบิน ข้อหาผูกขาดตลาด โดยสายการบินแอร์ฟรานซ์ และสายการบินอื่นอีก 10 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริติช แอร์เวย์ส ได้ถูกสหภาพยุโรป (EU) ปรับเป็นเงิน 776 ล้านยูโร อันเนื่องจากการเข้าตั้งกลุ่มสายการบินเพื่อผูกขาดการขนส่งสินค้าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

      - รัสเซียเตรียใจะลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น จากระดับ 160,000 บาร์เรล/วันในขณะนี้ สู่ระดับ 200,000 บาร์เรล/วันในช่วงที่เหลือของเดือนนี้ คาดว่าเพื่อเป็นการลดสภาวะน้ำมันที่ล้นตลาดอยู่ในปัจจุบัน และอาจเป็นหนึ่งปัจจัยที่มำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น

      - ธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อ

      - มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐอยู่ที่ระดับ 97.6 ในเดือนมี.ค. โดยสูงกว่าระดับ 96.3 ของเดือนก.พ.

 
 
 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 17/มี.ค./60

(09.15น.) "ทรัมป์" เผยร่างงบประมาณฉบับแรก เพิ่มงบกลาโหม-ตัดเงินช่วยเหลือต่างชาติ

      ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้เปิดเผยร่างงบประมาณของรัฐบาลฉบับแรก โดยมีการปรับลดงบประมาณขนานใหญ่สำหรับกระทรวงและหน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง เพื่อนำไปอัดฉีดให้แก่กระทรวงกลาโหม

 

(08.54น.) ตลาดหุ้นเอเชียซบเซา หลังดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้

     ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เพราะได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืน ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง 26.4 ดอลล์ ขานรับผลการประชุมเฟด

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และยังคงรักษาจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 11 เซนต์ นลท.ขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับรายงานที่ว่าสมาชิกโอเปกหลายรายยังไม่ได้ลดกำลังการผลิตในระดับที่ได้สัญญาไว้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับผลเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) ขานรับผลการเลือกตั้งเบื้องต้นของเนเธอร์แลนด์ซึ่งระบุว่า พรรค VVD ของนายมาร์ค รุตเต นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ มีชัยชนะเหนือนายเกิร์ต ไวล์เดอร์ส นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ ขานรับผลเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ โดยพรรคการเมืองของนายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตเต มีชัยเหนือพรรคคู่แข่งที่มีจุดยืนต่อต้านสหภาพยุโรป ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากแรงกดดันภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นในปีนี้ 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วง ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 15.55 จุด

      ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพ หลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอให้มีการตัดงบประมาณด้านการวิจัยทางการแพทย์ และเสนอให้เพิ่มกฎระเบียบในการอนุมัติการผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อคืนนี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองการจ้างงาน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองการจ้างงาน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย”

 

 

- หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.75-1% ยังบอกว่าจะขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้

- อัตราการว่างงานในปีนี้อาจอยู่ 4.5%

- ตลาดคาดเฟดจะขึ้นอีกทีเดือน มิ.ย.

 

      ในวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 0.75-1% หลังการจ้างงานสหรัฐออกมาขยายตัวตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐยังคาดว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2017 หากมีการปรับขึ้นจริงในปลายปีนี้จะได้เห็นดอกเบี้ยของสหรัฐขึ้นไปอยู่ที่ 1.25-1.5%

 

       ขณะที่เฟดคาดว่าอัตราการว่างงานสหรัฐจะลดลงเหลือ 4.5% ก็มีเหตุผลสนับสนุนอย่างต้นปีที่ผ่านมาทรัมป์ได้จูงใจค่ายรถใหญ่ เช่น โตโยต้า และฟอร์ด โดยโตโยต้าประกาศลงทุน 600 ล้านดอลลาร์ และจ้างงานกำลังคนมากขึ้นที่โรงงานในสหรัฐ ส่วนฟอร์ด มีแผนที่จะขยายโรงงานในรัฐมิชิแกน ซึ่งจะสร้างตำแหน่งงานได้อีกพอสมควร

 

และก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เรียกผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำภาคเอกชนสหรัฐเข้าพบในเดือน ม.ค. ประเด็นหลักที่คุยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเสนอให้บริษัทที่มีการลงทุนในต่างประเทศให้ถอนการลงทุน และกลับมาสร้างฐานการผลิตในสหรัฐ เพื่อแลกกับการจ่ายภาษีที่ถูกลง หากทำสำเร็จจริงจะสร้างงานให้ประชากรสหรัฐได้มากกว่าที่ค่ายรถประกาศลงทุนก่อนหน้านี้

 

       ส่วนเรื่องที่ตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน มิ.ย. มาจากผลสำรวจของ CME Group ที่นักลงทุนมองว่า 93.6% เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แตะ 1-1.25% ในเดือน มิ.ย.

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 16/มี.ค./60

(08.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเช้านี้ ขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืน หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งนี้ปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

 

(08.00น.) แถลงการณ์ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐเดือนมี.ค.

     ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนก.พ.บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลาง ส่วนการจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงขยายตัวปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง

     ส่วนเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา โดยเคลื่อนตัวเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวของคณะกรรมการ FOMC ซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับ 2% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมราคาพลังงานและอาหารนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2% โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวบ่งชี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

     เมื่อพิจารณาถึงภาวะตลาดแรงงานและเงินเฟ้อแล้ว คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินนั้น ยังคงอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นต่อไปของภาวะตลาดแรงงานและการที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสู่ระดับ 2% อีกครั้ง

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ 1.9 ดอลล์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟด

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงหลังจากตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการไปแล้ว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.14 รับสต็อกน้ำมันดิบร่วงสวนทางคาดการณ์

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าสต็อกจะเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ตลาดจับตาประชุมเฟด-เลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงหลังจากตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการไปแล้ว พร้อมกับจับตาผลการเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก หลังเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 


(01.53น) เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ขณะเตรียมขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

     คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมวันนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้

 

(01.13น) ดาวโจนส์พุ่งเกือบ 100 จุด ขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นเกือบ 100 จุดขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

(00.52น) เฟดแอตแลนตาปรับลดคาดการณ์จีดีพี Q1/60 สู่ระดับ 0.8% หลังเผยตัวเลขจ้างงาน,ค้าปลีก

     ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDP Now แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 0.8% ในไตรมาส 1 หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน และยอดค้าปลีก

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 16-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 16-03-17

 

 

      - ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า ปรับขึ้น 10 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับขึ้นอย่างสดใส หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด 

      - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงมาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงรุก พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวของ BOJ มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สามนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวในสหรัฐและญี่ปุ่น

      - กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า รายได้และรายจ่ายด้านการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 เติบโตในอัตราที่รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และยอดการใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่สูงขึ้น  รายได้ด้านการคลังเดือนม.ค. และเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้น 14.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 3.15 ล้านล้านหยวน ซึ่งขยายตัวขึ้นจากระดับปี 2559 ที่ 4.5%

     - ธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ยข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) 0.1% ในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLF ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.05% และอัตราดอกเบี้ย reverse repo ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.20%  นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนได้ปล่อยเงินกู้วงเงิน 1.135 แสนล้านหยวน (1.647 หมื่นล้านดอลลาร์) ผ่านโครงการเงินกู้ MLF ระยะเวลา 6 เดือน และปล่อยเงินกู้วงเงิน 1.895 แสนล้านหยวน ผ่านโครงการเงินกู้ MLF ระยะเวลา 1 ปี ให้กับสถาบันการเงิน 17 แห่งในวันนี้

      - ศาลฮาวายสั่งยับยั้งมาตรการแบนชาติมุสลิมฉบับใหม่ของทรัมป์

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมสถิติที่น่าสนใจ”

ประเด็นวันนี้ “เฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมสถิติที่น่าสนใจ”

 

 

- เฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25%

- ปีนี้อาจมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง

- สถิติหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยทองคำจะขึ้น

 

      การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ เหตุผลหลักๆในการปรับขึ้น คือ ตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐถึงเป้าหมาย

 

ทั้งนี้ตลาดการเงินมีการคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งของเฟดในปีนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. และธ.ค. หลังเฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.1% และอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.9% ในปีนี้

 

สถิติที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ในวันที่ 17 ธ.ค. 2015 หลังธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.25-0.5% ราคาทองคำเป็นขาขึ้นถึง 5 เดือน โดยปรับตัวขึ้นถึง $250 หรือ 23.8% ทีเดียว

และในวันที่ 15 ธ.ค. 2016 ที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะ 0.5-0.75% ราคาทองคำเป็นขาขึ้นถึง 2 เดือนหลังจากนั้น โดยปรับขึ้นถึง $120 หรือพุ่งขึ้น 10.65%

ก็ต้องมาดูกันว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในรอบนี้จะทำให้ราคาทองคำกลายเป็นขาขึ้นอีกรอบไหม และจะไปได้ไกลมากเท่าใด

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 15/มี.ค./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดขยับลง 50 เซนต์ จากกระแสคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) หลังจากมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำด้วย 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก ขณะเฟดเริ่มประชุมนโยบายการเงิน

 

          สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดฉากการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน และจะสิ้นสุดลงในวันนี้ตามเวลาในสหรัฐ

     

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: หุ้นสายการบินร่วงฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 44.11 จุด ตลาดจับตาประชุมเฟด

         ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มสายการบิน หลังจากสายการบินต่างๆได้ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก อันเนื่องมาจากผลกระทบของพายุหิมะ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากมีรายงานว่า สมาชิกของกลุ่มโอเปกหลายรายยังคงผลิตน้ำมันเกินกว่าโควตาที่กำหนด นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 15-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 15-03-17

 

 

      - จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส หลังนายฟรองซัวส์ ฟิยง ซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรค Les Republicains(รัฐบาลปัจจุบัน) ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีงานเข้า เนื่องจากสำนักงานอัยการฝรั่งเศสระบุว่า เขาได้ถูกศาลตั้งข้อหาในกรณีที่เขาได้ว่าจ้างภรรยาและบุตรของเขาด้วยเงินจากภาษีของประชาชนเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยของเขาในรัฐสภา แต่ไม่มีหลักฐานระบุว่า ภรรยาและบุตรของเขาได้ปฏิบัติงานจริงนอกจากนี้ นายฟิยงยังถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการละเลยไม่แจ้งทรัพย์สินส่วนบุคคล และอีกหลายข้อกล่าวหา โดยปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังจากที่เขาเคยเป็นตัวเก็งก่อนหน้านี้

      - ตัวเลข ดัชนี PPIของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. แต่ต่ำกว่าระดับ 0.6% ของเดือนม.ค.

      - นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าววานนี้ว่า ประกาศใช้ประกาศใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเริ่มต้นกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในเดือนนี้

      - ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมขยับขึ้น 0.2 จุด สู่ระดับ 93.8 ในเดือนก.พ. แต่ภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของยอดขายที่อ่อนแอ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายสินค้าทุน และการลงทุนด้านสินค้าคงคลัง

      - จับตาเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์วันนี้ โพลล์ล่าสุดชี้พรรค VVD มีคะแนนนำ ซึ่งเป็นพรรคของรัฐบาลปัจจุบัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “น้ำมันหลุด $50 หลังปริมาณน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง”

ประเด็นวันนี้ “น้ำมันหลุด $50 หลังปริมาณน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง”

 

 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI เดือน มี.ค. ลง 9% แตะ 48.46

- สมาชิกโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 29.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าสัญญาที่ให้ไว้

- กระแสการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ

 

      ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน โดยสาเหตุมาจากน้ำมันล้นตลาด ซึ่งเกิดจากผู้ผลิตน้ำมันสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ

     

       1.สมาชิกโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 29.9 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน ก.พ. มากกว่าสัญญาที่ให้ไว้ถึง 2 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งกลุ่มโอเปกได้เคยทำข้อตกลงว่าจะลดกำลังการผลิตลงครั้งแรกในรอบ 8 ปี ที่ระดับ 29.7 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ล่าสุดในเดือน ก.พ. มีประเทศในกลุ่มโอเปกแอบเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ได้แก่ อิรัก, สหรัฐอาหรับเอมิเรต, กาบอง, คูเวต, กาตาร์, และเอกวาดอร์

 

      2.การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ และการผลิตน้ำมันทางเลือกจากฝั่งแคนาดา มีการเพิ่มขึ้นอีก 160,000 บาร์เรล/วัน

 

      สรุปปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มถึง 360,000 บาร์เรล/วัน เป็นปัจจัยลบทำราคาน้ำมันร่วงลง 9% ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้แนวโน้มของราคาน้ำมันยังเป็นขาลง ถ้าจะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มอีกครั้งคงต้องให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันลดกำลังการผลิตลงอย่างที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 14/มี.ค./60

17.53น.) ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 35.30/32 ทรงตัวรอปัจจัยใหม่ จับตาผลประชุม FOMC คาดกรอบพรุ่งนี้ 35.25-35.35

 

         เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 35.30/32 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 35.30/32 บาท/ดอลลาร์  ตลอดทั้งวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวแคบมาก เพราะไม่มีปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาด move ได้ เนื่องจากนักลงทุนรอติดตาม
ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. ซึ่งจะทราบผลในช่วงเช้าวันพฤหัสนี้ตามเวลาในไทย  "วันนี้ตลาดค่อนข้างเงียบๆ บาทอยู่ในกรอบแคบ ไม่มีปัจจัยอะไรมา move แรงๆ เพราะตลาดรอผลประชุม FOMC บ้านเราน่าจะรู้ผลวันพฤหัสเช้า" นักบริหารเงินระบุ  นักบริหารเงินคาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 35.25 - 35.35 บาท/ดอลลาร์

 

(17.33น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 7.64 จุด ได้ Sentiment บวกจากกลุ่มไฟแนนซ์ช่วยหนุนหลังหุ้น GL พลิกฟื้น,รอดูผลประชุมเฟด

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,543.15 จุด เพิ่มขึ้น 7.64 จุด (+0.50%) มูลค่าการซื้อขาย 49,875.34 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ตามเทคนิคหลังไม่หลุดแนว 1,530 จุด และได้ Sentiment บวกจากกลุ่มไฟแนนซ์ที่ฟื้นตัวขึ้น หลังหุ้น GL พลิกมาดีดตัวขึ้นชนซิลลิ่ง หลังจากที่ผู้บริหารออกมาชี้แจงกรณีการปล่อยเงินกู้ และศึกษาแผนซื้อหุ้นคืน  ด้านตลาดภูมิภาคแกว่งในแดนบวกเล็กน้อย ต่างรอผลประชุมเฟดที่มีการประชุมในวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ พรุ่งนี้ตลาดฯคงแกว่งแคบ รอผลประชุมเฟดก่อน พร้อมให้แนวรับ 1,535 แนวต้าน 1,550 จุด
     

 

(08.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเล็กน้อยเช้านี้ นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด

     ตลาดหุ้นเอเชียขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาแถลงการณ์หลังการประชุมเฟด ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไปในปีนี้ด้วย

 

(08.54น.) จับตาประชุมเฟด 14-15 มี.ค. คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐพุ่ง

     นักลงทุนทั่วโลกจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้และเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ ขณะที่มีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: แรงซื้อเก็งกำไร หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) เนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไร ขณะที่นักลงทุนจับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ รวมทั้งการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $1.7 เหตุข้อพิพาทดัทช์-ตุรกีหนุนแรงซื้อทอง

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 10 วันทำการ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างตุรกีและเนเธอร์แลนด์ได้ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 9 เซนต์ วิตกอุปทานพุ่ง,ตลาดจับตาสต็อกน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) โดยนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ หลังจากเกอร์ ฮิวจ์รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่หน่วยงานเอกชนและรัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันในสัปดาห์นี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก แม้สหรัฐเผยข้อมูลจ้างงานแข็งแกร่ง

     สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆยกเว้นสกุลยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.)  แม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 21.50 จุด นักลงทุนชะลอเทรดก่อนรู้ผลประชุมเฟด

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 14-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 14-03-17

 

 

      - ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลง 14.61 จุด หรือ 0.07% แตะที่ 19,619.14 จุด รับนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มเปิดฉากขึ้นในวันนี้

      - สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 8.9% ขณะที่ตัวเลขการลงทุนในด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 8.9% เทียบรายปี ทั้งนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

      - ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบ 1.77 จุด หรือ -0.05% แตะที่ 3,235.25 จุด

      - ตุรกีประกาศคว่ำบาตรทางการเมืองต่อเนเธอร์แลนด์ เหตุสัมพันธ์การทูตระส่ำ หลังเนเธอร์แลนด์ได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้นักการเมืองตุรกีเข้าประเทศ เพื่อกล่าวปราศรัยหาเสียงให้กับชาวตุรกีในเนเธอร์แลนด์

      - ตลาดหุ้นไทยเปิด 1533.50 จุด ลดลง 2.01 จุด รับนักลงทุนชะลอการลงทุน หลังรอผลการประชุม FOMC เพื่อรับกลยุทธ์ในการลงทุน

 

ปัจจัยที่น่าจับตาวันนี้
      - 17:00 น. ตัวเลขจากเยอรมนี คือ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน 

      - 19:00 น. ดันชีราคาผู้ผลิตของสหรัฐ

 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ประเด็นใหญ่จ่อกระทบทอง”

ประเด็นวันนี้ “ประเด็นใหญ่จ่อกระทบทอง”

 

 

      - การประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 มี.ค. 

      - UK เตรียมประกาศออกจาก EU

      - การเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์ จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ EU

 

      1.การประชุม FOMC ที่จะประกาศว่าจะขึ้นหรือคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นในช่วงเวลา 01:00 น. ในวันพฤหัส ซึ่ง Poll ล่าสุดนักลงทุนในตลาดสหรัฐเชื่อธนาคารกลางจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 0.75% - 1% ทั้งนี้สำนักข่าวยักษ์ใหญ่อย่าง Reuters ก็คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยอีกด้วย ซึ่งเป็นปัจจัยที่กดดันราคาทองคำอยู่ในปัจจุบัน

 

       2.วานนี้รัฐสภาอังกฤษให้ความเห็นชอบต่อร่างกฎหมาย Brexit และหากมีการผ่านความเห็นชอบต่อเนื่อง อาจทำให้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ ดำเนินการต่ออย่างเป็นทางการในวันพรุ่งนี้ เพื่อเริ่มต้นกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป  ปัจจัยดังกล่าวเป็นผลบวกเล็กๆต่อทองคำ เนื่องจากรับข่าวไปค่อนข้างพอสมควรแล้ว หลังจากนี้ UK คงประสบกับภาวะเศรษฐกิจชะลอตัวบ้างหลังแยกจาก EU

 

       3.การเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์ จุดเปลี่ยนที่สำคัญของ EU ที่จะมีขึ้นในวันที่ 15 มี.ค. โดยผลสำรวจความคิดเห็นล่าสุด คาดว่า นายมาร์ค รุตเต นายกฯคนปัจจุบันของเนเธอร์แลนด์และหัวหน้าพรรค People's Party for Freedom and Democracy (VVD) มีคะแนนสูสีกับพรรคการเมืองคู่แข่งอย่างนายกีรต์ ไวลเดอร์ส หัวหน้าพรรค Party for Freedom (PVV) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด หากอยากให้ทองคำขึ้นต้องลุ้นให้นายกีรต์ ไวลเดอร์สพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัดได้ตำแหน่ง เพราะความต้องการของเขาคือ นำเนเธอร์แลนด์ออกจากสหภาพยุโรป ซึ่งอาจเป็นการแตกของกลุ่มยูโรโซน

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 13/มี.ค./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $1.8 วิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 9 เมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) ซึ่งเป็นขาลงยาวนานที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ค. 2558 โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ หลังจากสหรัฐเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่ง

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 79 เซนต์ วิตกแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐจำนวนเพิ่มขึ้น

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากข่าวว่า เบเกอร์ ฮิวจ์รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด วิตกข่าวจนท. ECB ถกประเด็นขึ้นดบ.

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับปัจจัยหนุนจากตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐที่แข็งแกร่ง อย่างไรก็ตาม ในเวลาต่อมาตลาดลดช่วงบวก หลังจากมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้หารือกันประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนยุติโครงการซื้อพันธบัตร

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนค่าเทียบยูโร หลังมีข่าวจนท. ECB ถกประเด็นขึ้นดบ.

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (10 มี.ค.) หลังจากมีรายงานข่าวว่าเจ้าหน้าที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) ได้หารือกันประเด็นการขึ้นอัตราดอกเบี้ยก่อนยุติโครงการซื้อพันธบัตร

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 44.79 จุด รับตัวเลขจ้างงานสหรัฐแกร่ง

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (10 มี.ค.) ขานรับตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งในเดือนก.พ. ซึ่งบ่งชี้ความเป็นไปได้มากขึ้นที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมสัปดาห์หน้า

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

 

 

       เริ่มด้วยราคาทองคำสัปดาห์ก่อนที่ปรับลง $30.21 (-2.45%) ปิดที่ $1,204 ปัจจัยที่กดดันราคาทองคำ คือ การที่นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.

 

      แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้มองเป็นขาลงกรอบ $1,173 - $1,215 ท่ามกลางปัจจัยที่สร้างความผันผวนรวมทั้งกดดันราคาทองคำดังนี้

 

      - การประชุม FOMC ที่คาดว่าจะมีการปรับขึ้นดอกเบี้ย โดยอ้างอิงจาก CME Group ที่ทำแบบสำรวจนักลงทุน ในประเด็นที่ว่า "ในเดือน มี.ค. มีโอกาสที่ธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่" โดยผลสำรวจออกมาว่านักลงทุนร้อยละ 88.6 คาดว่าธนาคารกลางสหรัฐจะขึ้นดอกเบี้ยเป็น 0.75-1%  เนื่องจากการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐทั้งในเดือน ม.ค. และก.พ. มีการขยายตัวมากขึ้น ประกอบกับอัตราการว่างงานที่ต่ำแตะ 4.7% อัตราเงินเฟ้อที่สูงตามเป้าแตะ 2.5% ทั้งหมดนี้ดูล้วนจะผ่านเงื่อนไขในการขึ้นดอกเบี้ยที่เคยบอกไว้ก่อนหน้านี้ โดยปัจจัยดังกล่าวจะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าตามลำดับ

 

     - ตัวเลขเศรษฐกิจต่างๆของสหรัฐได้แก่ ดัชนีราคาผู้ผลิต ,ดัชนีราคาผู้บริโภค ,ยอดค้าปลีก ,จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ และดัชนีความเชื่อมั่นให้ได้ติดตามกันตลอดสัปดาห์

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 13-17 MAR-17

Weekly Economic Focus 13-17 MAR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

      - ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐออกมาขยายตัวเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะตัวเลขภาคแรงงาน ได้แก่ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรจากเอกชนที่ ADP ทำการสำรวจในเดือน ก.พ. พบว่ามีการขยายตัวมากขึ้นถึง 298,000 ตำแหน่ง ขณะที่การจ้างงานนอกภาคการเกษตที่รัฐทำการสำรวจก็ขยายตัวไม่น้อยหน้า โดยมีการเพิ่มขึ้นแตะ 235,000 ตำแหน่ง ส่วนตัวเลขอัตราการว่างงานในเดือน ก.พ. ยังปรับลดลงเหลือ 5.7%

      - ขณะที่ยุโรปเศรษฐกิจยังทรงๆ หลังธนาคารกลางยุโรปคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0%

      - ส่วนพี่จีนมีอาการน่าเป็นห่วง หลังขาดทุนการค้าในเดือน ก.พ. ถึง 9.15 พันล้านดอลลาร์ ซึ่งเป็นการขาดดุลมากที่สุดในรอบ 3 ปี

 

ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

      - ประชุม FOMC ในวันที่ 15-16 มี.ค. ตามเวลาไทย ต้องจับตาดูว่าหลังตัวเลขการจ้างงานสัปดหาห์ที่ผ่านมาออกมาแข็งแกร่ง และอัตราเงินเฟ้อเข้าเป้าของธนาคารกลางสหรัฐ จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นในการประชุม FOMC ครั้งนี้ได้หรือไม่ หากขึ้นจะเป็นปัจจัยลบทอง ขณที่หากคงดอกเบี้ยจะเป็นปัจจัยบวกทอง 

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 11-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 11-03-17

 

 

      - CME Group พบว่านักลงทุน 93% จากแบบสำรวจคาดการณ์ว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมวันที่ 14-15 มี.ค.ตามเวลาสหรัฐ หลังตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐพุ่งขึ้น 235,000 ตำแหน่งในเดือนก.พ. และอัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.7%  ขณะที่อัตราเงินเฟ้อสหรัฐแตะ 2.5%

      - ที่ปรึกษา"ทรัมป์"ชี้การพุ่งขึ้นของตัวเลขจ้างงาน สะท้อนนโยบายรัฐบาลในการกระตุ้นเศรษฐกิจ 

      - ราคาทองคำแข็งแกร่ง โดยปรับขึ้นได้ $4 ปิด $1,204.19 แม้ว่าตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐพุ่งขึ้น 235,000 ตำแหน่งก็ตาม

      - กองทุน SPDR เทขายทองคำ 8.88 ตัน

      - บริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ เพิ่มแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสัปดาห์ที่แล้ว 8 แท่น สู่ระดับ 617 แท่น และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน  ไม่น่าแปลงใจว่าทำไมราคาน้ำมันถึงลง 2%

      - ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขานิวยอร์ก กล่าวว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 3.19% ในไตรมาสแรกของปีนี้ รับตัวเลขการจ้างงาน, การค้า และสต็อคสินค้าคงคลังของสหรัฐที่แข็งแกร่ง

 

 

อ่านต่อ

พี่จุ๊ยอยากบอกว่า อย่าใส่ Position เยอะเกินไป!!! เพียงเพราะมองว่ามันง่าย

SET50 Index ความผันผวนที่ตกต่ำกับโอกาสที่ต้องเฝ้าระวัง

 


ณ ช่วงเวลานี้ 
เป็นช่วงเวลาที่ความผันผวนในตลาดหุ้นบ้านเรา
นิ่งจนน่าใจหาย
โดยความผันผวนเดือนนี้
ต่ำที่สุดในรอบ 6 ปี นับตั้งแต่ปี 2011
สังเกต Options Value ไตรมาสนี้ลดลงอย่างรวดเร็ว
นั่นจึงทำให้ผู้ที่ทำ Short Volatility 
ในช่วง 2 ไตรมาสล่าสุด ค่อนข้างที่จะได้กำไรง่ายๆ 
และเป็นกอบเป็นกำพอสมควร

ประเด็นมีอยู่ว่า
พอเราคุ้นชินกับการทำกำไรง่าย+เป็นกอบเป็นกำ 
นั่นจะส่งผลกระทบถึงสภาพจิตใจ
ให้เราไปยึดติดกับความง่ายสบาย
จนถึงขั้นเกิดการประมาทและละเลย
ลืมเลือนความเสี่ยงที่มีโอกาสเกิดขึ้นได้เสมอ
โดยเฉพาะห้วงเวลานี้

ถ้ามองจากสถิติ
ที่ Volatility ตกต่ำต่อเนื่องมายาวนานหลายเดือน 
อาจถึงคราวเกิดการเด้งกลับนำไปสู่ Volatility ที่เพิ่มสูงขึ้นได้
ซึ่งเราไม่รู้หรอกว่ามันจะเกิดขึ้นตอนไหน

"สิ่งที่อยากจะบอกคือ อย่าใส่ Position เยอะเกินไป 
เพียงเพราะมองว่ามันเป็นเรื่องง่ายๆ"

 

จรณเวท ศักดิ์ศรี

ผู้อำนวยการฝ่ายแนะนำการลงทุน

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 10/มี.ค./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $6.2 วิตกเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 8 เมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) โดยตลาดยังคงได้รับแรงกดดันจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ.ในวันนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดร่วง 1 ดอลลาร์ ตลาดวิตกสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงหลุดจากระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับการเพิ่มขึ้นของสต็อกน้ำมันดิบในสหรัฐ หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) สต็อกน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 9

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ ECB คงนโยบายการเงินตามคาด

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ ขณะที่ประธาน ECB ส่งสัญญาณเดินหน้ากระตุ้นเศรษฐกิจต่อไป เนื่องจากเงินเฟ้อยังอยู่ในระดับต่ำ

          

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรแข็งเทียบดอลล์ หลัง ECB มีมติคงอัตราดอกเบี้ย

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) หลังธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีมติคงอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเมื่อวานนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 2.46 จุด รับ ECB คงนโยบายการเงิน,จับตาจ้างงานสหรัฐ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (9 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางยุโรป (ECB) ประกาศคงนโยบายการเงินในการประชุมเมื่อวานนี้ ตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนก.พ.ในวันนี้

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 10-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 10-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตา !! ตัวเลข Non-Farm”

ประเด็นวันนี้ “จับตา !! ตัวเลข Non-Farm”

 

 

     ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐ หรือที่เราๆเรียกกันติดปากว่าตัวเลข Non-Farm นั้น ในแต่ละเดือนจะมีการประกาศออกมาทุกศุกร์แรก

 

      เฟดเองก็มักให้ความสำคัญกับตัวเลข Non-Farm และ อัตราเงินเฟ้อสหรัฐในการกำหนดทิศทางดอกเบี้ย ว่าใกล้ถึงช่วงเวลาที่จะปรับนโยบายการเงินแล้วหรือยัง ซึ่งในปัจจุบันอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 2.5%(ข้อมูลอ้างอิงจาก inflationdata.com) เป็นตัวเลขเงินเฟ้อที่ทะลุเป้าหมายของเฟดที่ได้ตั้งไว้ก่อนหน้านี้ที่ 2%

 

      ฉนั้นตัวเลข Non-Farm ในวันศุกร์นี้จึงสำคัญมากๆ หากออกมาดีเกินกว่าที่คาดการณ์หรือมากกว่าเดือนก่อน ก็อาจจะเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญ จุดประกายนักลงทุนว่า “เฟด ต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในวันที่ 15 – 16 มีนาคมนี้อย่างแน่นอน”ถ้าแนวโน้มเริ่มมีมาก อาจเป็นแรงผลักดันให้นักลงทุนหันไปเก็งกำไรกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐและพันธบัตรรัฐบาล 10 ปีแทน จนน่าจะสร้างความผันผวนในตลาดค่าเงินได้พอสมควร

 

      ถ้าดอลลาร์สหรัฐเริ่มกลับมาแข็งแกร่งขึ้น จะเป็นปัจจัยสำคัญที่กดดันราคาทองคำให้ต่ำกว่า $1,200 ซึ่งแนวรับใหญ่ๆของทองคำในตอนนี้อยู่ที่ $1,180 โดยยังมีปัจจัยที่ทำให้ราคาทองมีความเสี่ยงร่วงลงต่อคือ การปฏิรูปมาตรการภาษีของทรัมป์ที่คาดว่าจะออกมาในสัปดาห์นี้

 

ก็ต้องมาติดตามกันว่าคืนนี้ตัวเลขจะออกมาดีพอจนทำให้เฟดขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในการประชุมครั้งถัดไปหรือไม่ แต่อย่างไรก็ตามตัวเลขชุดนี้ก็มักสร้างเซอไพรส์ให้กับตลาดได้เสมอ

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 9/มี.ค./60

(08.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวนเช้านี้ วิตกเฟดขึ้นดอกเบี้ย

     ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ โดยตลาดหุ้นโตเกียวบวกหลังเงินเยนอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับดอลลาร์ ขณะที่ตลาดหุ้นหลายแห่งในภูมิภาคได้รับแรงกดจากกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้

 

(08.30น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี CPI เดือนก.พ.เพิ่มขึ้น 0.8% ชะลอตัวจากเดือนม.ค.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ปรับตัวขึ้น 0.8% ในเดือนก.พ.เทียบรายปี

 

(08.30น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PPI เดือนก.พ.พุ่ง 7.8% เทียบรายปี

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน พุ่งขึ้น 7.8% ในเดือนก.พ. เมื่อเทียบเป็นรายปี ซึ่งเป็นอัตราการขยายตัวที่รวดเร็วสุดนับตั้งแต่ปี 2551

               

(08.00น.) จับตาประชุม ECB วันนี้ คาดที่ประชุมคงดอกเบี้ย,เล็งทบทวน QE หลังเงินเฟ้อพุ่ง

     ตลาดการเงินจับตาการประชุมนโยบายการเงินของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ซึ่งจะมีขึ้นในวันนี้ ขณะที่นักวิเคราะห์คาดว่า ECB จะคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยไฟแนนซ์ที่ระดับ 0% อีกทั้งคงอัตราดอกเบี้ยเงินกู้และเงินฝากเอาไว้ที่ระดับเดิม

        

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $6.7 หลังตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนหนุนคาดการณ์เฟดขึ้นดบ.

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงติดต่อกันเป็นวันที่ 7 เมื่อคืนนี้ (8 มี.ค.) หลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงานว่า ตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ. โดยข้อมูลดังกล่าวได้เพิ่มน้ำหนักให้กับกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ นอกจากนี้ ตลาดทองคำยังได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวกรับข้อมูลศก.เยอรมนีสดใส ตลาดจับตาประชุม ECB

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 มี.ค.) ขานรับรายงานที่ว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนก.พ.ของเยอรมนีปรับตัวขึ้นสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ อย่างไรก็ตาม ตลาดปรับตัวขึ้นในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางยุโรป (ECB) ในวันนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับตัวเลขจ้างงานภาคเอกชนสหรัฐพุ่งเกินคาด

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 มี.ค.) ด้วยปัจจัยบวกจากรายงานตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐซึ่งพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 69.03 จุด หลังราคาน้ำมันร่วง,วิตกเฟดขึ้นดบ.

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (8 มี.ค.) หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงกว่า 5% ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดจากกระแสคาดการณ์ที่เพิ่มขึ้นว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเดือนนี้ หลังจากออโตเมติก ดาต้า โพรเซสซิ่ง อิงค์ (ADP) รายงานว่า ตัวเลขการจ้างงานภาคเอกชนของสหรัฐพุ่งขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.  

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดร่วง $2.86 หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่งต่อเนื่อง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงกว่า 5% เมื่อคืนนี้ (8 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นติดต่อกันเป็นสัปดาห์ที่ 9 ซึ่งส่งผลให้เกิดความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานล้นตลาด

อ่านต่อ

การตลาดยุค 4.0 กับสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า

การตลาดยุค 4.0 กับสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า

 

 

การวิวัฒน์ทางการตลาดไม่ใช่การลอกคราบ โล๊ะ รื้อ แนวคิดเก่า ๆ ออกไป แต่การก้าวย่างทางการตลาดเป็นการเปลี่ยนแปลงตามหลักในการวิวัฒนาการไม่ต่างกับสิ่งมีชีวิต ยีนเด่นของแนวคิดการตลาดในยุคเดิมยังคงอยู่ แต่ถูกตัดต่อ พัฒนา เพิ่มเติมแนวคิดใหม่ที่เป็นเนื้อเดียวกับสภาพแวดล้อมในปัจจุบันให้เท่าทันต่อทุกการเปลี่ยนแปลง ตัวอย่างเช่นกลยุทธ์ปู่ย่า อย่างการทำ Segment, Targeting และ Positioning (STP) ก็ยังเป็นแนวคิดพื้นฐานที่ยังสามารถใช้ได้ในปัจจุบันแต่ถูกพัฒนาขึ้นไป ตัวอย่างเช่น การ action ผ่านโลกดิจิตอลที่ทิ้งรอยเท้าไว้ตลอดทาง ทำให้แบรนด์สามารถสร้างลายแทงสู่ขุมทรัพย์ของข้อมูลผ่านกระบวนการ big data analytics เท่านี้ marketer ก็สามารถสร้าง Segment ที่แตกแยกย่อยสอดคล้องกับความสนใจของลูกค้าได้โดยไม่ต้องนั่งเทียนเขียนกัน

ให้เมื่อยรวมถึงหลักทางการตลาดอื่นก็จะมีกระบวนการหรือเป้าหมายที่แตกต่างกันออกไปโดยมี digital technology เป็นตัวขับเคลื่อนในยุคการตลาด 4.0 ที่เขียนโดย Philip Kotler ปรมาจารย์ด้านการตลาด ต่อยอดแนวคิดจากการตลาด 3.0 โดยเน้นที่การเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมผู้บริโภค เป็นผลมาจากเทคโนโลยี ซึ่งทำให้การทำการตลาดมีหน้าตาที่เปลี่ยนแปลงไป ไม่ใช่เพียงเข้าใจ “มนุษย์” ให้มากขึ้น แต่ต้องเข้าใจ “เทคโนโลยี” ที่มีผลต่อพฤติกรรมมนุษย์ให้มากขึ้นด้วย เพราะอย่างนั้นการทำการตลาดในยุคนี้ marketer ต้องใส่ใจกับ 3 มุม ก่อนจะคิดกลยุทธ์ทางการตลาด แต่จะให้น้ำหนักในแต่ละมุม แต่ละด้านไม่เท่ากัน หรือที่ผมจะเรียกว่า “สามเหลี่ยมด้านไม่เท่า” ในการตลาดยุค 4.0

 

มุมที่หนึ่ง “เทคโนโลยี”

คำว่า disrupt เราคุ้นหูคุ้นตากันมากขึ้นด้วยเทคโนโลยีที่พัฒนาอย่างก้าวกระโดดทำให้เกิดการสร้างบริการ ช่องทางการจัดจำหน่าย การขนส่ง ฯลฯ ธุรกิจที่ใช้ digital technology อย่าง Uber, Airbnb สร้างการตื่นตัวในหลายด้าน ในธุรกิจบริการทางการเงินก็เกิดกระแสตื่น Fintech ซึ่งอาจจะเปลี่ยนหน้าตาของบริการทางการเงินในอีก 2-3 ปีข้างหน้า (ต้องรอลูกค้าเปลี่ยนพฤติกรรมตาม) ในโลกการตลาด “เทคโนโลยี” ก็เข้ามา disrupt ด้วยการเสนอทางเลือกในการสื่อสารทางการตลาดผ่านช่องทางออนไลน์ที่มีต้นทุนต่ำกว่า เข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้มากกว่าและตรงใจกว่า (จากรอยเท้าที่ลูกค้าทิ้งไว้) ในยุค 3.0 ที่เน้นการเข้าใจมนุษย์

เราได้ทราบกันดีแล้วว่าลูกค้ามีกำแพงต่อการสื่อสารของแบรนด์เพราะลึก ๆ แล้วลูกค้าทราบดีว่าแบรนด์ต้องการที่จะขายสินค้า จึงเกิดกระบวนการที่เราเรียกว่า Influencer marketing ที่เน้นการพูดถึงแบรด์ผ่านบุคคลที่ 3 ในยุค 4.0 Influencer ยังไม่ได้หายไปแต่ marketer จะเน้นที่การบอกต่อโดยความสมัครใจ (advocacy) ของลูกค้าหรือกลุ่มคนที่อยู่ในโลกออนไลน์ ที่จะเกิดขึ้นได้ด้วยการชื่นชอบ ชื่นชม หรือที่เรียกว่าความภักดีที่มีต่อแบรด์ ซึ่งทำได้ดีกว่าในโลกออนไลน์ตัวอย่างเช่น มีคนที่สนใจสินค้าคุณเข้าไป post ถามในเว็ป pantip บังเอิญมีลูกค้าที่เคยใช้บริการสินค้าคุณและชื่นชมในสิ่งที่คุณมอบให้ เขาจะอธิบายให้ผู้ที่สนใจสินค้าคุณซื้อสินค้า โดยที่คุณไม่ต้องเข้าไปโฆษณาสินค้า คุณต้องเข้าใจ insight ของประชากรในโลกอินเทอร์เน็ต (Netizens) ว่าเขาต้องการมีส่วนร่วมในสังคมออนไลน์ ซึ่งจะมีคุณค่ากับแบรด์คุณมากกว่าการซื้อสื่อทีวีในช่วงไพรม์ไทม์หลายเท่าตัว และนี่คือสิ่งที่นักการตลาดจะแข่งขันกันในอนาคต

 

มุมที่สอง “มนุษย์”

ในมุมที่สองของสามเหลี่ยมซึ่งมีด้านกว้างใกล้เคียงกับมุมแรก คือการเข้าใจในคนหรือ “มนุษย์” ตั้งแต่การตลาดยุค 2.0 ที่ให้ความสำคัญกับความพึ่งพอใจของลูกค้า จนถึงวันนี้ความต้องการความพึ่งพอใจของลูกค้าไม่ได้ลดลง มีแต่จะมากขึ้นและที่สำคัญ โลกออนไลน์ทำให้ผู้บริโภคค้นหาความพึ่งพอใจของเขาได้ง่ายขึ้นเขาสามารถหาข้อมูลเปรียบเทียบสินค้าเรากับสินค้าแบรนด์อื่นได้ด้วยการปัด ป้าย หรือถ่างมือถือไม่กี่ที ในยุค 2.0 เราได้คุ้นเคยกับคำว่า Experiential Marketing ที่คุณอาจจะใช้ประสบการณ์ในอดีตของลูกค้า หรือการบริหารประสบการณ์เฉพาะหน้า ในยุค 3.0 เราใช้การสร้างประสบการณ์ผ่านจิตวิญาณของความเป็นมนุษย์ (Human spirit marketing) ซึ่งพักหลังเห็นกันบ่อยแต่มักออกในสื่อออนไลน์อย่าง youtube เนื่องจากต้องใช้ระยะเวลาในการเล่าเรื่องค่อนข้างยาว การสร้างประสบการณ์จะดีมากหรือน้อยขึ้นอยู่กับคุณรู้จักลูกค้าดีเพียงใดและมีความสามารถในการสร้าง

ประสบการณ์ร่วมกับลูกค้าแค่ไหน แต่ในยุค 4.0 นักการตลาดจะมีข้อมูลมากขึ้นในการใช้มันเพื่อสร้างประสบการณ์ที่น่าจดจำ และประสบการณ์นั้นจะถูก share ออกไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าคุณสร้างประสบการณ์ในด้านลบ ประสบการณ์นั้นก็จะถูก share ออกไปในอัตราที่รวดเร็วกว่ามาก

 

มุมที่สาม “แบรนด์”

สมัยนี้การสื่อสารแบบ inside out ถือว่าโบราณ ในมุมมองส่วนตัวการที่บริษัทแช่แข็ง corporate identity ไว้กับที่เพราะกลัวว่าลูกค้าไม่รู้ว่าเราคือใครยังถือว่าโบราณ ในยุคนี้แบรนด์ควรจะหลอมรวมเป็นส่วนหนึ่งกับลูกค้าของคุณให้มากที่สุด จริง ๆ อยากจะให้เปลี่ยน CI เป็น CF (corporate friendly) แทนที่คุณจะทำให้ลูกค้ารู้ว่าคุณเป็นใคร แต่ควรจะทำให้ลูกค้ารู้ว่าคุณใส่ใจเขาแค่ไหน เพราะในยุคที่ลูกค้าก็สามารถเป็นคู่แข่งทางการค้ากับคุณได้ ตัวตนหรือจะสำคัญกว่ามิตรคุณว่าจริงไหม?

 

 

คอลัมน์ ​Marketing Insight

ตอน Marketing 4.0 กับสามเหลี่ยมด้านไม่เท่า

กมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 8/มี.ค./60

(08.54น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ ตามทิศทางตลาดหุ้นนิวยอร์ก

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลงในเช้าวันนี้ ตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์ก เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ นอกจากนั้นยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ในวันศุกร์นี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $9.4 วิตกเฟดจ่อขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (7 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด ได้ออกมาส่งสัญญาณที่ชัดเจนในเรื่องดังกล่าว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 6 เซนต์ จากคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบพุ่ง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 มี.ค.) หลังจากนักวิเคราะห์คาดการณ์ว่า สต็อกน้ำมันดิบประจำสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก โดยสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) จะเปิดเผยตัวเลขสต็อกน้ำมันในวันนี้

  

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ ขณะตลาดจับตาประชุม ECB

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า ยอดสั่งซื้อภาคอุตสาหกรรมของเยอรมนีร่วงลงอย่างหนักในเดือนม.ค. นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ธนาคารกลางยุโรป (ECB) จะประชุมนโยบายการเงินในวันพรุ่งนี้

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 29.58 จุด วิตกนโยบาย"ทรัมป์",จับตาจ้างงานสหรัฐ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกเกี่ยวกับความไม่แน่นอนด้านนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่พรรครีพับลิกันได้เปิดเผยแผนฉบับใหม่ที่จะนำมาใช้แทนกฎหมายประกันสุขภาพที่เรียกว่า "โอบามาแคร์" นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่สหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรประจำเดือนก.พ.ในวันศุกร์นี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับกระแสคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยเดือนนี้

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมดในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากความคาดหวังของนักลงทุนที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างเร็วที่สุดในเดือนนี้

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 08-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 08-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองคำร่วงต่ำสุดในรอบ 1 เดือน”

ประเด็นวันนี้ “ทองคำร่วงต่ำสุดในรอบ 1 เดือน”

 

 

  - ราคาทองคำลง $9.8 ปิด $1,15.25 (ต่ำสุดตั้งแต่ 3/2/2560)

 - US Dollar Index แข็งค่า 0.33% ปิดแตะ 101.70 จุด

 - CME Group FedWatch คาดในเดือน มี.ค. เฟดมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ย

 - วันนี้จับตา ADP Non-Farm

 

ราคาทองคำปรับลดลง $9.8 ปิดที่ $1,215.25 โดยมีปัจจัยกดดัน 2 เรื่อง

      1. ตัวเลขส่งออกสินค้าและบริการสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.6% สู่ระดับ 1.921 แสนล้านดอลลาร์ในเดือน ม.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือน ธ.ค.2014 ส่งให้ US Dollar Index แข็งค่าแตะ 101.70 จุด

      2. นักลงทุนคาดว่าธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น หลัง CME Group FedWatch ระบุ ผลสำรวจมีโอกาสสูงถึง 81.9% ที่ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือน มี.ค.

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ทั่วโลกตั้งแต่ต้นปี 2560 ถึงปัจจุบัน(6/03/2560)
    

        ภาพโดยรวม 12 กองทุนใหญ่ถือทองคำสุทธิในปี 2560 อยู่ที่ระดับ 1,694.04 ตัน ซึ่งมีการซื้อเพิ่มจากต้นปี 2560 มากถึง 28.80 ตัน (+1.72%)  ทั้งนี้การเข้าซื้อทองคำจาก 12 กองทุนใหญ่ของโลกนับได้ว่าเป็นตัวชี้นำราคาทองคำได้ดี เนื่องจากราคาทองคำในปี 2560 มีการปรับขึ้น $73.61 (+6.39%) โดยราคาล่าสุดในวันที่ 6/3/2560 ปิดที่ $1225.05

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 07-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 07-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “การกลับมาของคำสั่งแบนชาติมุสลิม”

ประเด็นวันนี้ “การกลับมาของคำสั่งแบนชาติมุสลิม”

 

 

     หลังจากที่ปลายเดือน ม.ค. ทรัมป์เซ็นคำสั่งแบน 7 ประเทศมุสลิมเข้าสหรัฐฯ ที่ประกอบไปด้วย อิรัก, ซีเรีย, อิหร่าน, ลิเบีย, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน แต่ถูกศาลระงับคำสั่งแบนดังกล่าว

 

     ทำให้ทรัมป์ออกคำสั่งฉบับใหม่ที่ลดทอนความเข้มลง ซึ่งจะมีผลบังคับใช้ในวันที่ 16 มี.ค. นี้

1.ยังห้ามพลเมืองจาก 6 ชาติมุสลิม ได้แก่ ซูดาน ซีเรีย อิหร่าน ลิเบีย โซมาเลีย และเยเมน เดินทางเข้าสหรัฐเป็นเวลา 90 วัน

2.คำสั่งใหม่จะไม่มีผลกระทบต่อผู้ที่มีวีซ่า หรือถือกรีนการ์ด หรือใบอนุญาตให้พำนักเป็นการถาวรในสหรัฐ

3.ระงับการรับผู้ลี้ภัยทั้งหมดเข้าสหรัฐเป็นเวลา 120 วัน แต่ไม่มีการระบุว่าจะระงับการรับผู้ลี้ภัยจากซีเรียโดยไม่มีกำหนดเวลาสิ้นสุด

4.ประเทศมุสลิมที่หลุดจากการโดยแบนในคำสั่งฉบับใหม่ คือ อิรัก

 

     สรุปยังมองว่า ปัจจัยดังกล่าวเป็นการเพิ่มความขัดแย้งระหว่างสหรัฐและชาวมุสลิมอยู่ดี และเป็นปัจจัยที่พยุงราคาทองคำไม่ให้หลุด $1,215 จากภาพการเป็น Safe Haven

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกและลบของทองคำในสัปดาห์”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกและลบของทองคำในสัปดาห์”

 

 

- สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำลง $17.88(-1.42%)

- สมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกัน (AAII) มองตลาดหุ้นสหรัฐย่อตัวใน 6 เดือนข้างหน้า

- สิ่งที่ต้องจับตาคือ ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐ

 

สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำปิดที่ $1,234.47 ลดลง $17.88 หลังนักลงทุนเชื่อมั่นขึ้นว่าการประชุม FOMC ในเดือน มี.ค. จะมีการขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นของธนาคารกลางสหรัฐ

 

ส่วนปัจจัยบวกยังมี หลังผลสำรวจของสมาคมนักลงทุนรายย่อยอเมริกัน (AAII) ระบุว่า นักลงทุนเริ่มมีมุมมองในแง่ลบต่อตลาดหุ้นมากขึ้น นับตั้งแต่ที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์คว้าชัยชนะในการเลือกตั้งเมื่อเดือน พ.ย.ปีที่แล้ว

 

ขณะที่สัปดาห์นี้มองแนวโน้มทองคำเป็น Sideway Up ทั้งนี้ยังคาดว่า ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐทั้งสองตัวจะเป็นปัจจัยบวกต่อตลาดทองคำในสัปดาห์นี้

- การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของ ADP เดือนก.พ. คาดว่าจะน้อยกว่าในเดือน ม.ค. ถึง 60,000 ราย

- การจ้างงานนอกภาคการเกษตรของภาครัฐ เดือนก.พ. ก็คาดว่าจะร่วงลงแตะราว 180,000 ราย

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 06-11 MAR-17

Weekly Economic Focus 06-11 MAR-17

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 04-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 04-03-17

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 03-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 03-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองคำร่วงลงกว่า 1%”

ประเด็นวันนี้ “ทองคำร่วงลงกว่า 1%”

 

 

- จำนวนผู้ขอสวัสดิการว่างงานสหรัฐต่ำสุดในรอบ 44 ปี

- นักลงทุนคาดเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ย มี.ค.

- จับตานางเจเน็ต เยลเลน วันนี้

- ราคาทองคำร่วงลง -1.21%

 

กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสหรัฐรายสัปดาห์ลดลงมากกว่าสัปดาห์ก่อนอย่างมาก ตัวเลขออกมาเหลือ 223,000 ราย บับเป็นจำนวนน้อยที่สุดตั้งแต่เดือนมี.ค. ปี 2516 หรือต่ำสุดในรอบเกือบ 44 ปี ส่งให้ค่าเงิน US Dollar แข็งค่า Dollar Index พุ่งขึ้น 0.37% แตะ 102 จุด

 

ผลสำรวจล่าสุดของ CME Group FedWatch ระบุ นักลงทุนส่วนมากมีมุมมองว่าเฟดจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค. โดยมีโอกาสสูงถึง 75.3% ทีเดียว

 

ในวันนี้จับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ที่ Executives' Club of Chicago อาจมีการส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

สรุปราคาทองคำลงจากค่าเงิน US Dollar แข็งค่า และนักลงทุนเริ่มกลับมาเชื่อว่าเฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 2/มี.ค./60

(17.37น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 2.75 จุด ตามตลาดตปท.ตอบรับนโยบาย"ทรัมป์",หวังเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,569.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.75 จุด (+0.18%) มูลค่าการซื้อขาย 44,531.53 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ดีตามตลาดต่างประเทศ โดยตลาดภูมิภาคส่วนใหญ่อยู่ในแดนบวก ตอบรับนโยบายของ"ทรัมป์" และแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟด ซึ่งนักลงทุนไม่ได้กังวลเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย แต่มองเป็นสัญญาณเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัว ส่วนบ้านเราดูเหมือนดัชนีฯขึ้นน้อยกว่าที่คาด และวอลุ่มเทรดค่อนข้างน้อย ดูเหมือนนักลงทุนยังไม่ค่อยเข้ามาลงทุน อย่างไรก็ดี มองกลุ่มแบงก์ โดยเฉพาะแบงก์ใหญ่น่าจะค่อย ๆ ฟื้นตัวขึ้นจากแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยที่จะเป็นขาขึ้น พรุ่งนี้ลุ้นแกว่ง Sideway up โดยให้แนวต้าน 1,583-1,600 จุด ส่วนแนวรับ 1,560-1,554 จุด
          ตลาดหลักทรัพย์ปิดตลาดช่วงบ่ายวันนี้ที่ระดับ 1,569.94 จุด เพิ่มขึ้น 2.75 จุด (+0.18%) มูลค่าการซื้อขาย 44,531.53 ล้านบาท             
      
                    

(17.31น.) ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 34.98/35.00 แกว่งแคบ จับตาประธานเฟดกล่าวสุนทรพจน์คืนพรุ่งนี้

          เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้ที่ระดับ 34.98/35.00 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 34.99 บาท/ดอลลาร์  วันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบๆ ระหว่างวันทำ low ที่ระดับ 34.98 บาท/ดอลลาร์ และ high ที่ระดับ 35.00 บาท/ดอลลาร์ เนื่องจากวันนี้ไม่มีปัจจัยใหม่ๆ เข้ามามีผลต่อตลาดมาก โดยตลาดรอดูนางเจนเน็ต เยนเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในงาน "Executives' Club of Chicago" ก่อนที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของเฟด (FOMC) จะประชุมนโยบายการเงินและแถลงมติอัตราดอกเบี้ยในวันที่ 14-15 มี.ค.นี้
          "วันนี้บาทเคลื่อนไหวในกรอบแคบมาก ตลาดเงียบๆ ไม่มีปัจจัยอะไรสำคัญ คงรอดูนางเยนเลน กล่าวสุนทรพจน์คืนพรุ่งนี้" นักบริหารเงินระบุ  นักบริหารเงิน คาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบ 34.95 - 35.03 บาท/ดอลลาร์

    

(09.13น.) ผู้ว่าการเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.อย่างค่อยเป็นค่อยไป คาดเศรษฐกิจรับมือได้

     นางลาเอล เบรนาร์ด ผู้ว่าการธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยว่า ขณะนี้เศรษฐกิจสหรัฐนั้นดูมีแนวโน้มมั่นคงขึ้น ทั้งในแง่ของการจ้างงานและเงินเฟ้อ ส่วนปัจจัยเสี่ยงจากต่างประเทศที่อาจกระทบต่อเศรษฐกิจสหรัฐในอนาคตอันใกล้ก็ดูเหมือนจะลดลงแล้ว ซึ่งอาจสนับสนุนให้เกิดการปรับขึ้นดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปในเร็วๆนี้

         

(09.02น.) ตลาดหุ้นเอเชียทะยานขึ้นเช้านี้ ขานรับดาวโจนส์ปิดพุ่งกว่า 300 จุด

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขานรับดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติทะลุแนวต้านที่ระดับ 21,000 จุด ขณะที่ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐประกาศแผนทุ่มงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในการลงทุนโครงการสาธารณูปโภค ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาไทย

 

(08.24น.) จับตา"เยลเลน"กล่าวสุนทรพจน์พรุ่งนี้ที่ Executives' Club of Chicago คาดส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย

     ตลาดการเงินทั่วโลกจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งมีกำหนดกล่าวสุนทรพจน์ที่ Executives' Club of Chicago ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยมีการคาดการณ์ว่า ประธานเฟดอาจส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $3.9 เหตุดอลล์แข็ง,หุ้นพุ่งกดดันนลท.เทขาย

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และกระแสคาดการณ์ที่ว่าธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้ นอกจากนี้ การที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ ยังส่งผลให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 18 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐพุ่ง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) สำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) สต็อกน้ำมันดิบเพิ่มขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานที่สูงขึ้นในสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดพุ่ง รับความหวังบริษัทยุโรปได้ประโยชน์จากนโยบาย"ทรัมป์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคาดหวังว่า บริษัทยุโรปจะได้ประโยชน์จากแผนการลงทุนในโครงการสาธารณูปโภคมูลค่า 1 ล้านล้านดอลลาร์ตามที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แถลงต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ตามเวลาไทย

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับกระแสคาดการณ์เฟดขึ้นดบ.

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ของนักลงทุนที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นดอกเบี้ยเร็วๆนี้ หลังเจ้าหน้าที่เฟดหลายคนได้ออกมาส่งสัญญาณสนับสนุนให้ขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 303.31 จุด ขานรับนโยบาย "ทรัมป์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 300 จุดเมื่อคืนนี้ (1 มี.ค.) โดยดาวโจนส์ทำสถิติทะลุแนวต้านที่ระดับ 21,000 จุด ขณะที่ดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐประกาศแผนทุ่มงบประมาณ 1 ล้านล้านดอลลาร์ในการลงทุนโครงการสาธารณูปโภค ในระหว่างการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสเมื่อช่วงเช้าวานนี้ตามเวลาไทย

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 02-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 02-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “หุ้นอังกฤษ ดีดตัวขึ้นสูงสุดในประวัติศาสตร์”

ประเด็นวันนี้ “หุ้นอังกฤษ ดีดตัวขึ้นสูงสุดในประวัติศาสตร์”

 

 

- FTSE 100 เป็นดัชนีตลาดหุ้นของอังกฤษ

- ยังไร้ปัจจัยหนุน

- มีแต่ปัจจัยกดตลาด

 

ดัชนี FTSE 100 ของอังกฤษทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ตั้งแต่ก่อตั้ง ซึ่งสามารถแตะระดับ 7,383.05 จุด

 

ปัจจัยกดตลาด คือ ธนาคารยักษัใหญ่ของโลก เช่น JPMorgan และ UBS เตือนว่าหากอังกฤษออกจากยุโรป ทั้ง 2 บริษัทจะย้ายงานออกจากอังกฤษ ซึ่งล่าสุดสภาล่างและสภาบนของอังกฤษได้ให้ไฟเขียวกับนายกคนปัจจุบัน คือ นางเธเรซ่า เมย์ สามารถใช้มาตรา 50 แห่งสนธิสัญญาว่าด้วยสหภาพยุโรป (สนธิสัญญาลิสบอน) ซึ่งบัญญัติไว้ว่า : รัฐสมาชิกใด ๆ อาจตัดสินใจออกจากสหภาพตามข้อกำหนดแห่งกฎหมายของรัฐนั้น

 

ทั้งนี้นักลงทุนต่างชาติต่างเทขายพันธบัตรรัฐบาลอังกฤษออกมาคิดเป็นมูลค่าถึง 7,590 ล้านปอนด์ในเดือนม.ค. ซึ่งวงเงินการขายพันธบัตรดังกล่าวถือเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนมี.ค.2014 หรือสูงสุดในรอบเกือบ 3 ปีเลยทีเดียว เป็นการบ่งบอกถึงความเปราะบางในช่วงนี้ของอังกฤษ ตลาดหุ้นที่เคลื่อนไหวหวือหวาแบบนี้อาจมาแค่ระยะสั้นๆเท่านั้น

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 1/มี.ค./60

(09.24น.) "ทรัมป์"แถลงสภาคองเกรส ลั่นเตรียมสร้างงานใหม่,ยกเลิกกฎหมาย 2 ฉบับ

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้กล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในวันนี้ โดยชูประเด็นถึงความเป็นหนึ่งเดียวและความแข็งแกร่งของประเทศ พร้อมกับประกาศที่จะใช้งบประมาณเพื่อการสร้างงานใหม่ในประเทศ นอกจากนี้ ทรัมป์ยังได้กล่าวถึงการยกเลิกกฎหมาย 2 ฉบับ และประกาศการสนับสนุนการสร้างท่อน้ำมันดาโกต้า แอคเซส และท่อส่งน้ำมันคีย์สโตน เอ็กซ์แอล

 

(08.53น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเช้านี้ รับคาดการณ์ "ทรัมป์" เผยแผนกระตุ้นเศรษฐกิจ

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ จากการคาดการณ์ที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ ในการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในช่วงเช้าวันนี้ตามเวลาไทย

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนก.พ.ขยายตัวที่ 54.2 ชะลอลงจากเดือนม.ค.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนก.พ.ขยายตัวที่ระดับ 54.2 ชะลอตัวลงจากระดับของเดือนม.ค.ที่ 54.6

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนก.พ.ขยายตัวที่ 51.6 ขยายตัวต่อเนื่องเดือนที่ 7

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนก.พ.ขยายตัวที่ระดับ 51.6 จากระดับของเดือนม.ค.ที่ 51.3 ทำสถิติขยายตัวติดต่อกันเป็นเดือนที่ 7 และเป็นหลักฐานที่บ่งชี้เพิ่มเติมว่า เศรษฐกิจจีนซึ่งมีขนาดใหญ่เป็นอันดับสองของโลกยังคงมีเสถียรภาพ แม้เศรษฐกิจโลกเผชิญกับความไม่แน่นอน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: แรงขายทำกำไร ฉุดทองปิดลบ 4.9 ดอลลาร์

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากสัญญาทองคำปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในช่วงเช้าวันนี้เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดขยับลง 4 เซนต์ จากคาดการณ์สต็อกน้ำมันดิบพุ่ง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) หลังจากมีกระแสคาดการณ์ในกลุ่มนักวิเคราะห์ว่า สต็อกน้ำมันดิบรายสัปดาห์ของสหรัฐจะปรับตัวเพิ่มขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานที่ว่า สหรัฐผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นในรอบสัปดาห์ที่สิ้นสุดวันที่ 17 ก.พ.

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับความหวัง "ทรัมป์" ออกมาตรการกระตุ้นศก.

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เพราะได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐ จะประกาศมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในระหว่างการแถลงต่อสภาคองเกรสในช่วงเช้าวันนี้เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย โดยหุ้นกลุ่มผู้ผลิตยุทธปัจจัยด้านกลาโหมทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง จากการคาดการณ์ที่ว่า ประธานาธิบดีสหรัฐจะเพิ่งงบประมาณรายจ่ายด้านกลาโหม

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 25.20 จุด นลท.ชะลอซื้อขายก่อน"ทรัมป์"แถลงคองเกรส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (28 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในช่วงเช้าวันนี้เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4 ของสหรัฐที่ขยายตัวต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

 

(07.00น.) จับตา"ทรัมป์"แถลงคองเกรส 09.00 น.วันนี้ คาดแจงนโยบายภาษี,งบประมาณสหรัฐ

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันช่วงเช้าวันนี้เวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย โดยการกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสครั้งนี้ เป็นการประชุมร่วมระหว่างวุฒิสภาและสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ และได้มีขึ้นตามคำเชิญของนายพอล ไรอัน ประธานรัฐสภาสหรัฐ

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 01-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 01-03-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตาแถลงการณ์ทรัมป์ 09:00น. วันนี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตาแถลงการณ์ทรัมป์ 09:00น. วันนี้”

 

 

- ทรัมป์จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสเป็นครั้งแรกในช่วงเช้าเวลา 09:00 น. คาดกล่าวถึงการลดภาษี

- มองเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ

 

 ในวันนี้นักลงทุนทั่วโลกกำลังรอทรัมป์กล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในช่วงเช้าเวลา 09:00 น. ซึ่งออกอากาศที่สำนักข่าว CNN การกล่าวครั้งนี้เป็นประเพณีสำหรับสหรัฐที่ประธานาธิบดีใหม่ที่พึ่งได้ตำแหน่งจะเข้าแถลงต่อสภาในช่วงแรกๆของการปฏิบัติหน้าที่

 

ซึ่งคาดว่าจะมีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในการแถลงต่อสภาคองเกรส โดยจะเป็นการเปิดประตูแห่งการลงทุนในสหรัฐให้นักลงทุนหน้าใหม่

ส่วนปัจจัยลบคือ รายได้ของรัฐบาลสหรัฐอาจลดลงราว 6.2 ล้านล้านดอลลาร์ และจะสร้างหนี้ให้รัฐบาลสหรัฐเพิ่มขึ้นอีก 7.2 ล้านล้านดอลลาร์ ในช่วง 10 ปีข้างหน้า

 

ทั้งนี้ในช่วงแรกของการใช้นโยบายการลดภาษีจะสร้างความเชื่อมั่นให้กับสหรัฐจริง แต่นโยบายดังกล่าวจะมีประโยชน์ต่อสหรัฐจริงๆ ก็ต่อเมื่อภาคเอกชนเพิ่มการลงทุน  หากไม่เป็นอย่างนั้นเราคงเห็นการสร้างหนี้มหาศาลในยุคของทรัมป์โดยเปล่าประโยชน์เสียเอง

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 28/ก.พ./60

17.19น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 1.53 จุด แกว่งกรอบแคบ จับตา"ทรัมป์"แถลงต่อสภาคองเกรสคืนนี้,ไร้ปัจจัยใหม่หนุน

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,559.56 จุด เพิ่มขึ้น 1.53 จุด (+0.10%) มูลค่าการซื้อขาย 37,389.88 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยแกว่งตัวในกรอบแคบ เพื่อรอดูการแถลงนโยบายต่อสภาคองเกรส ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐในคืนนี้ ส่วนภายในประเทศยังไม่มีปัจจัยใหม่เข้ามาแม้จะมีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจเดือนม.ค.ของไทยออกมาในวันนี้ แต่ส่วนใหญ่ตลาดก็ได้ตอบรับไปก่อนหน้านี้แล้ว ขณะที่ทิศทางการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นไทยวันพรุ่งนี้ยังขึ้นกับปัจจัยจากต่างประเทศ และการเคลื่อนไหวของตลาดหุ้นสหรัฐ โดยมองแนวรับบริเวณ 1,550 และ 1,545 จุด ส่วนแนวต้านอยู่ที่ 1,565-1,570 จุด         

 

 (08.56น.) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวนเช้านี้ ขณะจับตา "ทรัมป์" แถลงสภาคองเกรส

 

     ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในวันนี้

 

(07.53น.) จับตา"ทรัมป์"แถลงคองเกรสเช้าวันพุธ 09.00 น.แจงนโยบายภาษี,งบประมาณสหรัฐ

     ตลาดการเงินทั่วโลกจะจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันคืนนี้เวลา 21.00 น.ตามเวลาสหรัฐ หรือตรงกับช่วงเช้าวันพุธเวลา 09.00 น.ตามเวลาไทย โดยคาดว่า ทรัมป์จะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในวันดังกล่าว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 50 เซนต์ ตลาดจับตา"ทรัมป์"แถลงคองเกรส

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) โดยทองคำปิดบวกติดต่อกัน 3 วันทำการ ขณะที่นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะแถลงต่อสภาคองเกรสในคืนวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 6 เซนต์ รับความเชื่อมั่นการลงทุนตลาดน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า นักลงทุนยังคงมีความเชื่อมั่นในการลงทุนในตลาดน้ำมัน รวมทั้งรายงานที่ว่าการผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวลดลงในเดือนม.ค.

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดขยับลง นลท.ชะลอซื้อขายก่อน"ทรัมป์"แถลงคองเกรส

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ขณะที่มีกระแสคาดการณ์ว่า ทรัมป์จะประกาศแผนปรับลดภาษีครั้งใหญ่และกระตุ้นการใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับถ้อยแถลงประธานเฟดดัลลัส-ข้อมูลเศรษฐกิจ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ที่ระบุว่า เฟดอาจจำเป็นต้องปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในอนาคตอันใกล้ เพื่อหลีกเลี่ยงการดำเนินการที่ล่าช้าเกินไปในการสกัดเงินเฟ้อ นอกจากนี้ดอลลาร์ยังได้ปัจจัยบวกจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่แข็งแกร่งในบางรายการ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 15.68 จุด ตลาดจับตา"ทรัมป์"แถลงคองเกรส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (27 ก.พ.) โดยดาวโจนส์ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 12 หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ระบุว่า เขาจะเปิดเผยถึงการลงทุนครั้งใหญ่ในโครงการสาธารณูปโภค ในการแถลงต่อสภาคองเกรสในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนที่ปรับตัวขึ้นมากกว่าตัวเลขคาดการณ์ในเดือนม.ค.

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 28-2-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 28-2-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “สิ่งที่จะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำหลังจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “สิ่งที่จะเป็นปัจจัยบวกต่อทองคำหลังจากนี้”

 

 

- การที่กองทุนทองคำใหญ่ๆของโลกยังคงซื้อทองคำ

- การเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส

- คำสั่งแบนพลเมือง 7 ชาติมุสลิม

 

 โดยกองทุนทองคำใหญ่ของโลก 12 แห่ง ยังคงซื้อทองคำเพิ่มตั้งแต่ต้นปีกว่า 37 ตัน หรือเพิ่มขึ้นราว 2% ทั้งนี้สิ่งที่น่าแปลกใจคือ นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์น่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐเติบโต จนส่งให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่า แต่ทำไมกองทุนทองคำถึงยังคงซื้อทองเพิ่มอย่างต่อเนื่องแบบนี้

 

 การเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์และฝรั่งเศส หากมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมือง อาจเป็นจุดเริ่มต้นในการขอแยกตัวตาม UK อย่างปีที่ผ่านมา จนอาจลุกลามเป็นการแตกของกลุ่มยูโรโซน ซึ่งล้วนเป็นผลลบในทางเศรษฐกิจโลกเป็นอย่างมาก แต่ในทางกลับกันจะเป็นปัจจัยที่ส่งให้ราคาทองคำพุ่งทะยานไปแรงๆเช่นกัน

 

 คำสั่งแบนพลเมือง 7 ชาติมุสลิม คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะเพิ่มความเกลียดชังระหว่างสหรัฐและชาติมุสลิมไปอีก และเป็นอีกหนึ่งเชื้อไฟในเรื่องความขัดแย้งของโลกนี้

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 27/ก.พ./60

(18.33น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 6.56 จุด สอดล้องภูมิภาคก่อน"ทรัมป์"แถลงสภาฯ, ตลาดตราสารหนี้เริ่มเห็นสัญญาณขาย

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,558.03 จุด ลดลง 6.56 จุด (-0.42%) มูลค่าการซื้อขาย 37,147.74 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯ เผยตลาดหุ้นไทยวันนี้ปรับตัวลงสอดคล้องภูมิภาคส่วนใหญ่ ก่อน"ทรัมป์"แถลงสภาคองเกรสพรุ่งนี้ลุ้นมีประเด็นนโยบายปฏิรูปภาษี หากเป็นแผนลดภาษีตามคาดจะทำให้ตลาดสหรัฐฯมีความน่าสนใจขึ้น และจะมีแรงขายออกจากตลาดฯ อื่นในช่วงนี้ ส่วนบ้านเราเริ่มเห็นสัญญาณต่างชาติขายในตลาดตราสารหนี้ ครึ่งวันเช้าขายแล้ว 1,300 ล้านบาท หลังเงินบาทแข็งค่ามากแล้วจึงขายล็อคกำไร พรุ่งนี้ตลาดฯคงแกว่งไซด์เวย์ มีแนวรับ 1,545 แนวต้าน 1,570 จุด       

 

(09.23น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ ขณะจับตา "ทรัมป์" แถลงต่อคองเกรส

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในวันอังคารที่ 28 ก.พ. โดยคาดว่าเขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคล

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 46 เซนต์ หลังแท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐเพิ่มขึ้น

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) หลังมีรายงานว่าจำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐเพิ่มขึ้นทะลุ 600 แท่นในสัปดาห์ที่แล้ว

         

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า หนุนทองปิดทะยาน $6.90

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวเพิ่มขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) โดยปิดที่ระดับสูงสุดในรอบกว่า 3 เดือน หลังเงินดอลลาร์อ่อนค่าลง เนื่องจากนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ซึ่งเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าทำให้ทองคำมีราคาถูกลงสำหรับผู้ถือสกุลเงินอื่นๆ จึงดึงดูดใจนักลงทุนมากขึ้น

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ นลท.ผิดหวังผลประกอบการบริษัทจดทะเบียน

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) เนื่องจากหุ้นกลุ่มสินค้าโภคภัณฑ์ปรับตัวลง ขณะที่หลายบริษัทเปิดเผยผลประกอบการที่น่าผิดหวัง ซึ่งกระทบต่อความเชื่อมั่นของตลาด

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน เหตุนักลงทุนไม่มั่นใจนโยบาย "ทรัมป์"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับสกุลเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงไม่มั่นใจเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ ทั้งในเรื่องของการปฏิรูปภาษีและกระตุ้นการใช้จ่าย 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 11.44 จุด จับตา "ทรัมป์" แถลงต่อคองเกรส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อวันศุกร์ (24 ก.พ.) โดยทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 11 ขณะที่นักลงทุนจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสในสัปดาห์หน้า

 

(07.00น.) จับตา "ทรัมป์" แถลงสภาคองเกรสพรุ่งนี้ คาดเผยแผนลดภาษี-อัดฉีดงบโครงการสาธารณูปโภค

     ตลาดการเงินทั่วโลกจับตาประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ซึ่งจะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐในคืนวันอังคารที่ 28 ก.พ. หรือตรงกับช่วงเช้าของวันพุธที่ 1 มี.ค.ตามเวลาไทย โดยคาดว่าเขาจะเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับมาตรการปรับลดอัตราภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและภาษีเงินได้นิติบุคคลในวันดังกล่าว

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองยังผันผวนต่อเนื่อง จับตาปัจจัยใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ทองยังผันผวนต่อเนื่อง จับตาปัจจัยใหม่”

 

 

- ราคาทองคำสัปดาห์ที่แล้วปรับขึ้น $19.2 (+1.55%) ได้รับแรงบวกจากเรื่องดอกเบี้ยที่น่าจะยังไม่ขึ้นในเดือน มี.ค.

 

สัปดาห์นี้มีแต่เรื่อง

 

เรื่องที่ 1 ในวันพุธที่ 1 ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะกล่าวสุนทรพจน์ต่อสภาคองเกรสสหรัฐ ซึ่งมีการจับตากันว่าจะเป็นวันที่ทรัมป์เปิดเผยนโยบายการลดภาษี และการลงทุนโครงสร้างฟื้นฐาน มองปัจจัยนี้จะทำให้ค่าเงิน US Dollar แข็งค่า และเป็นปัจจัยกดดันราคาทองคำได้บ้าง

 

เรื่องที่ 2 ยังอยู่ที่เรื่องของทรัมป์ เนื่องจากในสัปดาห์ก่อนทรัมป์ประกาศเลื่อนการลงนามคำสั่งแบนพลเมือง 7 ชาติมุสลิมฉบับใหม่ออกไป ซึ่งจะมีการลงนามอีกครั้งในสัปดาห์นี้ ต้องจับตาต่อว่า ประเทศมุสลิมหรือศาลในสหรัฐฯเองจะทำอย่างไรต่อไป คาดว่าปัจจัยดังกล่าวจะเพิ่มความเกลียดชังระหว่างสหรัฐและชาติมุสลิมไปอีก

 

เรื่องที่ 3 จับตาตัวเลขเศรษฐกิจที่จะมีในสัปดาห์นี้ เริ่มจากวันจันทร์จะมียอดขายสินค้าคงทนและยอดขายบ้านที่รอปิดการขายสหรัฐ

วันอังคาร ตัวเลข GDP Q4/2016 และดัชนีความเชื่อมั่นของสหรัฐ

วันพุธ การประชุมของธนาคารกลางแคนาดา เพื่อกำหนดอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น

วันพฤหัส จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ

วันศุกร์ ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อนอกภาคการผลิตของสหรัฐ โดย ISM

 

 

อ่านต่อ

การกลับมาอีกครั้ง ของ Weekly Economic Focus 27 FEB-03 MAR-17

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด 

Weekly Economic Focus 27 FEB-03 MAR-17

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 25-2-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 25-2-17

อ่านต่อ

การเมืองโลกเขยิบ การเงินเราขยับ

การเมืองโลกเขยิบ การเงินเราขยับ

 

 

            พ.ศ. 2532 ระบบการเมืองโลกพบเจอบทพิสูจน์ที่สำคัญของสองขั้วแนวคิด ระบบเสรีประชาธิปไตยประกาศชัยชนะในยุโรปด้วยการทำลายกำแพงเบอร์ลินที่แยกดินแดนเยอรมันออกเป็นเยอรมันตะวันตก และเยอรมันตะวันออกกว่า 28 ปี ใต้แขนของสหภาพโซเวียตเดิม ชาวเยอรมันตะวันออกพบกับความยากจน มีคนจำนวนมากพยายามจะหนีข้ามกำแพงเพื่อเข้าพึ่งพิงโลกเสรีที่มีทุนนิยมเป็นตัวขับเคลื่อน แต่หลังจากกำแพงเบอร์ิลินถูกทำลายลงเยอรมันใหม่ก็ก้าวเข้าสู่ความเจริญก้าวหน้าและกลายเป็นมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกอย่างที่เป็นในปัจจุบัน

 

ในปีเดียวกันอีกซีกโลกคอมมิวนิสต์ก็ย้ำความสำเร็จในอำนาจเบ็ดเสร็จที่จัตุรัสเทียนอันเหมินหลังจากนักศึกษาจีนกว่าแสนคนลุกขึ้นประท้วงเรียกร้องเสรีภาพแบบประชาธิปไตย การสลายการประท้วงทำให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 2,500 คนบาดเจ็บอีกเกือบหมื่นคนสร้างความมั่นคงในฐานอำนาจการเมืองของจีน แต่ภายหลังเหตุการณ์ การปกครองในยุคประธานาธิบดีเจียง เจ๋อหมิน นำเศรษฐกิจจีนเข้าสู่ยุคแห่งการก้าวหน้าที่แท้จริง อัตราการเติบโตเฉลี่ยอยู่ในระดับ 2 digit ต่อเนื่องกว่าสิบปี อย่างไรก็ดีในทศวรรษที่ 90 เสรีประชาธิปไตยก็ีมีชัยอย่างชัดเจนหลังการล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปี พ.ศ. 2534 หรืออีกสองปีหลังทำลายกำแพงเบอร์ลิน ระบบอำนาจโลกเปลี่ยนไป การคานอำนาจ ถ่วงดุล เปิดกว้างและมีเสรีกลายเป็นระบบระเบียบที่เป็นที่ยอมรับ

 

            หลายปีผ่านมาทุนนิยมเสรีกลายเป็นความเลยเถิด วิกฤตทางการเงินเกิดขึ้นหลายครั้งตั้งแต่ทศวรรษที่ 90 เป็นต้นมา ต้นเหตุก็มาจากความคลั่งทุนนิยมมากจนเกินไปจนทำให้เกิดเศรษฐกิจแบบเกินตัวสะท้อนผ่าน

วิกฤตทางการเงินดังนี้ พ.ศ. 2538 ฟองสบู่ดอทคอมในสหรัฐฯ พ.ศ. 2540 วิกฤตต้มยำกุ้งในไทย พ.ศ. 2541 วิกฤตการเงินในรัสเซีย พ.ศ. 2542 วิกฤตทางการเงินในอาเจนติน่า พ.ศ. 2551 วิกฤตซับไพร์มในสหรัฐฯ ปีเดียวกันยังเกิดวิกฤตหนี้ของไอร์แลนด์ พ.ศ. 2552 วิกฤตหนี้สินกรีซ และวิกฤตดูไบเวิลด์ ทำให้เริ่มมีคนตั้งคำถามว่ากติกาที่ให้มีการถ่วงดุล มันทำให้สมดุลหรือไม่

 

ระบบที่ให้มีเสรีแต่มันเท่าเทียมหรือเปล่า ดังจะเห็นกลุ่มที่ต่อต้านระบบทุนนิยมแบบเสรีเกิดขึ้นรวมถึงการแสดงออกผ่านระบบการเลือกตั้งที่สร้างผู้นำที่มี “character” แบบอนุรักษ์นิยมแนว ๆ เผด็จการหน่อย ๆ เราได้เห็นผู้นำแนวนี้ชนะการเลือกตั้งหลายคน อย่างนายโรดรีโก ดูแตร์เต ประธานาธิบดีฟิลิปปินส์ นายอเล็กซิส ซิปราส นายกรัฐมนตรี ประเทศกรีซ ที่ชนะการเลือกตั้งครั้งล่าสุด (ช่วงแรกที่รับตำแหน่งสร้างกระแสเบี้ยวหนี้ยูโรโซน) ไม่เว้นแม้แต่ประเทศผู้นำโลกเสรีอย่างสหรัฐฯ เองประธานาธิบดีคนล่าสุดนายโดนัลด์ ทรัมป์ ก็เข้าแนวสุดโต่งอนุรักษ์นิยม Trend นี้จะยังสร้างการเปลี่ยนแปลงการเมืองโลกโดยเฉพาะในยุโรป ซึ่งผมเชื่อว่าลึก ๆ คนยุโรปเริ่มเบื่อหน่ายกับปัญหาเศรษฐกิจที่ติดพันกันมากว่า 6-7 ปี อังกฤษ เป็นตัวอย่างที่ดีที่ประชาชนเลือกที่จะ “ออก” มากกว่า “รวม” เพื่อรักษาความเป็นเอกภาพ เรียกว่าถ้ารวมกันมันหดหู่แยกกันอยู่ดีกว่า

 

            การได้ผู้นำที่อนุรักษ์นิยมและมีความสุดโต่ง บนแนวความคิดประชาธิปไตยที่ใช้มวลชนเป็นฐานเสียง ผลที่ตามมาคือสูตรสำเร็จของ “นโยบายชาติประชานิยม” ซึ่งผมบัญญัติศัพท์เองโดยเป็นการรวมกันของคำว่า “ชาตินิยม” กับ “ประชานิยม” หรือจะขยายความให้เข้าใจกันง่าย ๆ คือการใช้นโยบายรักษาผลประโยชน์ของชาติเพื่อแบ่งปันสู่ประชาชนหวังสร้างคะแนนนิยม โดยลดการรักษากติการะหว่างประเทศ เช่น การกีดกันทางการค้าทั้งในรูปแบบภาษีและมาตรการที่ไม่ใช่ภาษี (non-tariff)  การจำกัดการจ้างงานแรงงานต่างด้าว การจำกัดการเข้าของผู้อพยพที่เป็นเงื่อนไขร่วมกันในการรักษาความมีมนุษยธรรม การออกจากข้อผูกมัดจากสัญญาเดิม เหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความไม่แน่นอนเพิ่มมากขึ้น โดยเฉพาะในยุโรปที่มีข้อผูกมัดจากการรวมกลุ่มยูโรโซนอย่างการใช้ธนาคารกลางร่วม การใช้ single currency การสร้างระบบกองทุนร่วมกัน ฯลฯ

 

จากกรณีอังกฤษที่อาจจะกลายเป็นต้นแบบที่ทำให้ประเทศที่เสียประโยชน์ในการรวมกลุ่มตัดสินใจในการลดข้อผูกมัด โดยเฉพาะในช่วงเวลาเปลี่ยนรัฐบาล (เลือกตั้งใหม่) พรรคการเมืองที่ชูนโยบายลดข้อจำกัดในการรวมกลุ่มซึ่งทำให้ชาติ (ประชาชน) เสียประโยชน์ จะเป็นพรรคการเมืองที่ได้รับคะแนนนิยมสูง (อ้างอิงจากกรณีพรรคไซรีซาของ นายอเล็กซิส ซิปราส ที่ชนะการเลือกตั้งในกรีซ) และมีแนวโน้มจะได้จัดตั้งรัฐบาล ปีนี้จึงอาจจะเป็นปีที่การเปลี่ยนแปลงทางการเมืองโลกกลายเป็นประเด็นใหญ่และมีผลต่อการประเมินเศรษฐกิจต่อไป

 

          จากกระแสลมการเมืองโลกที่อาจจะเรียกได้ว่าอยู่ในหน้ามรสุมผลเชิงวิเคราะห์ต่อเศรษฐกิจในมุมมองของผู้เขียนมีดังนี้ ประการแรกการค้าระหว่างประเทศ (บางรายการและบางประเทศ) จะสะดุดนำโดยสหรัฐฯ ที่ต้องการลดการขาดดุลการค้าและเพิ่มผลกำไรให้กับบริษัทในสหรัฐฯ ซึ่งผลที่ออกมาจะมีทั้งด้านบวกคือเศรษฐกิจสหรัฐฯ จะเติบโตได้ดีขึ้นด้วยการพึ่งพาการบริโภคภายในประเทศจากการจ้างงานที่เพิ่มมากขึ้น แต่ก็จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจในประเทศเกิดใหม่รวมถึงจีนที่เป็นคู่ค้ารายสำคัญ ประการที่สองความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยน ด้วยการใช้นโยบายทางการเงินและการค้าที่จะทำให้เกิดการไหลของเงิน ประกอบกับความไม่มั่นใจในบางช่วงทำให้เกิดการย้ายเม็ดเงินระหว่างสินทรัพย์ เช่น ตราสารหนี้ หุ้น ทองคำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังมีผลกระทบจากการใช้นโยบายทางการเงินอย่างนโยบายดอกเบี้ยในการคุมเศรษฐกิจ ประการที่สามข้อพิพาททางการเมืองระหว่างประเทศที่มากขึ้นจากการกีดกันทางการค้า การใช้นโยบายโต้ตอบ การวิพากษ์นโยบายที่สุดโต่งและประการสุดท้ายความวิตกของนักลงทุนที่มีต่อความเสี่ยงทางการเมืองและ

การเปลี่ยนแปลงซึ่งจะเป็นแรงกระตุ้นที่สำคัญต่อการตัดสินใจเลือกสินทรัพย์ในการพักเงินหรือลงทุนดังจะเห็นว่าในการปรับพอร์ตช่วงต้นปี มีการสะสมทองคำเพิ่มขึ้นจากความเสี่ยงหลายด้าน การเมืองโลกก็เป็นหนึ่งในนั้น ดังนั้นปี 2560 จึงเป็นปีที่น่าจับตาทิศทางการเมืองโลก ตลาดการลงทุน และราคาทอง

 

กมลธัญ  พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์กรุงเทพธุรกิจ คอลัมน์ เศรษฐศาสตร์ตู้แดง ฉบับวันที่ 23 กุมภาพันธ์ 2560

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแตะ $1,249 สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแตะ $1,249 สูงที่สุดในรอบ 3 เดือน”

 

 

- ราคาทองคำวานนี้ปรับขึ้น $12

- US Dollar Index อ่อนค่า 0.35%

- ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯชะลอตัว

- ธนาคารใหญ่ของอังกฤษมีกำไรลดลงในปี 2016

- กราฟทองคำราย Daily เกิดรูปแบบ Ascending triangle

 

ค่าเงิน US Dollar Index อ่อนค่าลง 0.35% หลังตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯ คือ จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์มีการขอรับมากขึ้น ส่งให้รัฐบาลสหรัฐฯต้องชดเชยเงินให้กับภาคแรงงานมากขึ้น

 

ทั้งนี้การที่ธนาคารบาร์เคลย์ส ซึ่งเป็นธนาคารระดับบิ๊กของอังกฤษ ประกาศผลกำไรสุทธิอยู่ที่ระดับ 1,620 ล้านปอนด์ (2,020 ล้านดอลลาร์) ในปี 2016 ซึ่งต่ำกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ถึง 350 ล้านปอนด์ การที่ธนาคารประกาศกำไรที่ลดลง กดดันให้ราคาหุ้นบาร์เคลย์สปิดตลาดร่วงลง 2.6%

 

มีการเกิดรูปแบบ Ascending triangle ของราคาทองคำในครั้งนี้ แนวโน้มการขึ้นในรอบนี้อยู่ที่ $1,255-$1,262

 

สรุป ปัจจัยพื้นฐานราคาทองคำปรับขึ้นจากการอ่อนค่าของ US Dollar Index และการที่มีเม็ดเงินไหลออกจากบริษัทในอังกฤษนั้นก็ไปเข้าในสินทรัพย์รูปแบบ Safe Haven อย่างทองคำ

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 24-2-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 24-2-17

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค.”

ประเด็นวันนี้ “เฟดอาจไม่ขึ้นดอกเบี้ยเดือน มี.ค.”

 

 

เนื่องจากในผลสำรวจเรื่องมุมมองนักลงทุนจากตลาดหุ้น Wall Street มีผลสำรวจออกมาว่า

 

นักลงทุนส่วนใหญ่ถึง 82.3% เชื่อเฟดจะยังคงดอกเบี้ย ขณะที่ส่วนน้อย 17.7% คาดเฟดจะปรับขึ้นดอกเบี้ย

 

ส่วนในเดือน เม.ย. ผลโหวตเริ่มสูสี ฝั่งที่มองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ย อยู่ที่ 52.4% ส่วนฝั่งที่คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1% อยู่ที่ 41.2% ทั้งนี้ยังมีอีกกลุ่มที่คาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยถึง 1.25% ซึ่งตัวเลขอยู่ที่ 6.4%

 

แต่ในเดือน มิ.ย. เป็นเดือนที่ต้องจับตามองเรื่องนโยบายของเฟดเป็นอย่างมากถ้าเดือนเมษายนยังไม่ปรับดอกเบี้ย ก็น่าจะไม่พ้นเดือนนี้แล้ว นักลงทุนส่วนมากมองว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1% ขณะที่เหลือ 30% เชื่อว่าเฟดจะยังคงดอกเบี้ย

 

ทั้งนี้การที่นักลงทุนบางส่วนมองว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือน มี.ค.-เม.ย. นั้นอาจจะมองว่าเฟดอยากประเมินสถานการณ์ทางเศรษฐกิจของสหรัฐฯอีกครั้ง หลังประธานาธิบดีทรัมป์ประกาศใช้นโยบายการลดภาษีในเดือน มี.ค. และมีผลต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯในทิศทางใด หากการลดภาษี สามารถเพิ่มการจ้างงานได้จริง จะส่งให้อัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯปรับเพิ่มสูงขึ้น และจะเป็นปัจจัยที่เร่งให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายเร็วขึ้น โดยในกรณีนี้จะส่งให้ Dollar Index แข็งค่ามากขึ้น ซึ่งมีโอกาสจะกดราคาทองคำให้ลงไปต่ำกว่า $1,200 ได้

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 23-2-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 23-2-17

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 22/ก.พ./60

(08.45น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับดาวโจนส์ทำนิวไฮต่อเนื่อง

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่เดินหน้าทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 8 วันทำการ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: เงินดอลล์แข็ง ฉุดทองปิดขยับลง 20 เซนต์

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์และตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ได้กดดันให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 66 เซนต์ รับโอเปกส่งสัญญาณร่วมมือลดผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) ขานรับกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ที่ส่งสัญญาณให้ความร่วมมือลดกำลังการผลิตมากขึ้น

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับ PMI ยูโรโซนแข็งแกร่ง

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) รวมภาคการผลิตและภาคบริการของยูโรโซน พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี โดยข้อมูลดังกล่าวได้ช่วยสกัดปัจจัยลบจากการร่วงลงของหุ้นเอชเอสบีซี

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก หลังจนท.เฟดหนุนขึ้นดอกเบี้ย

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) โดยได้รับแรงหนุนจากกระแสคาดการณ์ที่ว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) อาจจะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในเร็วๆนี้ หลังจากเจ้าหน้าที่เฟดได้ออกมาส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ซึ่งรวมถึงประธานเฟดสาขาคลีฟแลนด์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 118.95 จุด รับผลประกอบการบริษัทค้าปลีก

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (21 ก.พ.) โดยดาวโจนส์เดินหน้าทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 8 วันทำการ เพราะได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มค้าปลีก หลังจากบริษัทค้าปลีกรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงวอล-มาร์ทและเมซี่ เปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากความหวังที่ว่า มาตรการปรับลดอัตราภาษีของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจและการใช้จ่ายผู้บริโภค

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “นโยบายสร้างงานของทรัมป์อาจเปลี่ยนเศรษฐกิจของจีนและเม็กซิโก”

ประเด็นวันนี้ “นโยบายสร้างงานของทรัมป์อาจเปลี่ยนเศรษฐกิจของจีนและเม็กซิโก”

 

 

โดยการเพิ่มกำแพงภาษีสินค้าที่มาจากจีนและเม็กซิโก    

 

ข้อมูลในปี 2016 นั้นสหรัฐมีมูลค่าดุลการค้าที่ 3.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 60% เป็นการนำเข้า มีมูลค่า 2.91 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ ส่วนที่เหลือ 40% คือการส่งออกนับเป็นมูลค่า 1.45 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

    

ทั้งนี้การที่ทรัมป์ต้องการที่จะเพิ่มภาษีสินค้าที่มาจากจีนและเม็กซิโก ทำให้ 2 ประเทศถึงกับหนาวๆร้อนๆ เนื่องจาก

 

พี่จีนในปี 2016 เป็นคู่ค้าอันดับ 1 ของสหรัฐ มีมูลค่า 578,600 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐมีอัตราส่วนการนำเข้าสินค้าจากจีนมากกว่าส่งออกไปอยู่ถึง 5 เท่า

 

ขณะที่เม็กซิโกในปี 2016 เป็นคู่ค้าอันดับ 3 ของสหรัฐฯ มูลค่าอยู่ที่ 525,200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสหรัฐมีสัดส่วนการนำเข้าสินค้าจากเม็กซิโกมากกว่าเพียงเล็กน้อย

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 22-2-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 21/ก.พ./60

(08.56น.) ตลาดหุ้นเอเชียเปิดบวก ขณะการซื้อขายซบเซาเหตุตลาดหุ้นสหรัฐปิดทำการ

     ตลาดหุ้นเอเชียเปิดตลาดปรับตัวขึ้นเป็นส่วนใหญ่ แม้ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากตลาดขาดปัจจัยชี้นำ อันเนื่องมาจากตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดทำการซื้อขายเมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) เนื่องในวันประธานาธิบดีสหรัฐ

          

(08.21น.) IMF เตรียมส่งจนท.ไปยังกรีซอีกครั้ง เพื่อทบทวนมาตรการปฏิรูปศก.ก่อนอนุมัติเงินกู้ครั้งใหม่

     กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ตกลงที่จะส่งเจ้าหน้าที่กลับไปยังประเทศกรีซอีกครั้ง เพื่อทำการทบทวนมาตรการปฏิรูปเศรษฐกิจของกรีซ หลังจากที่กลุ่มเจ้าหนี้ต่างประเทศของกรีซได้ตกลงที่จะดำเนินการทบทวนการให้ความช่วยเหลือด้านการเงินต่อกรีซครั้งใหม่

 

(07.48น.) กรีซขานรับยูโรกรุ๊ปคืบหน้าทบทวนนโยบายศก. หวังเปิดทางกรีซรับเงินกู้ครั้งต่อไป

     รัฐบาลกรีซได้แสดงความพอใจหลังจากรัฐมนตรีคลังกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ ยูโรกรุ๊ป มีความคืบหน้าในการทบทวนนโยบายเศรษฐกิจรอบที่สอง เพื่อเปิดทางให้กรีซได้รับความช่วยเหลือด้านการเงินครั้งต่อไป

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้น "โรลส์-รอยซ์ " พุ่งแรง หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (20 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นโรลส์-รอยซ์ และหุ้นรอยัล แบงก์ ออฟ สก็อตแลนด์ ขณะที่นักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายและจับตาการประชุมรัฐมนตรีคลังในกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ ยูโรกรุ๊ป ซึ่งจะทำการทบทวนนโยบายเศรษฐกิจของกรีซ ก่อนที่จะอนุมัติเงินช่วยเหลือครั้งต่อไ

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “สรุปการถือทองคำของกองทุนทั่วโลก”

ประเด็นวันนี้ “สรุปการถือทองคำของกองทุนทั่วโลก”

 

 

        กองทุนทองคำเหล่านี้เป็นหนึ่งในกลไกสำคัญที่ส่งให้ราคาทองคำมีการเคลื่อนไหวในทิศทางต่างๆ มาดูกันว่าผู้เล่นรายใหญ่ หรือกองทุนเหล่านี้มีการซื้อเพิ่มและเทขายออกมามากเท่าไดในช่วงต้นปีถึงวันที่ 17 ก.พ.

                           กองทุนทองคำ            17-ก.พ.-17          CHG Y17(หน่วย:ตัน)

SPDR GOLD TRUST        843.54                  +21.37

ETF GOLD EXL US          263.90                  +4.28

ZKB PHYSCL GOLD        147.78                   +2.51

COMEX GOLD TRUST    201.37                   +5.77

JULIUS BR PY GLD          46.16                    -0.46

ABSA-NEWGOLD ETF     34.57                    +1.05

SPROTT PHY GOLD        54.66                   -0.90

ETES PY SWIS GLD        25.52                    -0.65

YIFANGDA GOLD              6.90                    -0.69

PHYSCL BOSHI GLD        1.33                     -0.27

INDIA AMFI GOLD           19.35                    -0.15

CNTR FUND CANADA       52.02                     0

      สรุปกองทุนทองทั่วโลกมีการซื้อสุทธิถึง 31.8 ตัน ถือรวมอยู่ที่ 1,697.12 ตัน ซึ่งกล่าวได้ว่าราคาทองคำตั้งแต่ต้นปีปรับตัวขึ้นมากถึง $86 จนสามารถแตะระดับ $1,237 ได้ ส่วนหนึ่งมาจากแรงซื้อจากกองทุนทองคำต่างๆ ที่เข้าซื้อสะสมมาตั้งแต่ต้นปี

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 20/ก.พ./60

(8.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียอ่อนตัวลงเช้านี้ เหตุวิตกการเมืองสหรัฐ

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับความไม่แน่นอนของการเมืองสหรัฐ ขณะเดียวกันเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐได้ส่งผลให้บรรยากาศการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ $2.5 เหตุดอลล์แข็ง,นลท.ชะลอซื้อขายก่อนวันหยุดยาว

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ได้สร้างแรงกดดันต่อสัญญาทองคำ นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่จะถึงช่วงวันหยุดยาวในสหรัฐ โดยตลาดทองคำนิวยอร์กจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 20 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดี

       

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบค่าเงินหลัก รับแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐสดใส

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) หลังจากสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง โดยล่าสุด Conference Board เปิดเผยเมื่อคืนนี้ว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจปรับตัวขึ้นสูงกว่าการคาดการณ์ในเดือนม.ค. นอกจากนี้ ดอลลาร์ยังคงได้รับแรงหนุนจากการที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้แสดงมุมมองที่เป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 4.28 จุด รับข้อมูลศก.,ผลประกอบการสดใส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับขึ้นเมื่อวันศุกร์ (17 ก.พ.) โดยดาวโจนส์ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 7 ขณะที่ดัชนี S&P500 และ NASDAQ ดีดตัวขึ้นปิดในแดนบวก ขานรับความแข็งแกร่งของข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐและผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนบางแห่ง อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะถึงช่วงวันหยุดยาวในสหรัฐ โดยตลาดหุ้นนิวยอร์กจะปิดทำการในวันจันทร์ที่ 20 ก.พ. เนื่องในวันประธานาธิบดี

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หลังหุ้น "ยูนิลีเวอร์" พุ่งแรง

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นยูนิลีเวอร์ หลังจากมีรายงานว่า ยูนิลีเวอร์ได้ปฏิเสธข้อเสนอควบรวมกิจการกับบริษัทคร๊าฟท์ ไฮน์ซ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน หลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) รายงานว่า การผลิตในภาคการก่อสร้างของยูโรโซนชะลอตัวลง

 

(6.47น.) ยูโรกรุ๊ปเตรียมประชุมวันนี้ เล็งทบทวนนโยบายศก.กรีซรอบสองก่อนอนุมัตเงินกู้ครั้งต่อไป

     รัฐมนตรีคลังกลุ่มสหภาพยุโรป หรือ ยูโรกรุ๊ป จะจัดการประชุมในวันนี้ ที่กรุงบรัสเซลส์ ประเทศเบลเยียม โดยที่ประชุมจะหารือกันในประเด็นกว้างๆ ซึ่งรวมถึงการทบทวนการปรับนโยบายเศรษฐกิจรอบที่สองของกรีซ และอาจจะมีการรือกันเกี่ยวกับการอนุมัติความช่วยเหลือด้านการเงินครั้งต่อไปให้กับกรีซ มูลค่า 8.6 หมื่นล้านยูโร หรือ 9.1 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตา!! สิ่งใดกระทบทองคำสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตา!! สิ่งใดกระทบทองคำสัปดาห์นี้”

 

 

     - สัปดาห์ก่อนราคาทองคำบวก $9.75 ปิด $1,234

     - สัปดาห์นี้มีรายงานการประชุม FOMC เดือน ม.ค.

 

     แม้ว่าเฟดออกมาบอกว่าจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในเร็วๆนี้ และอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐฯเพิ่มสูงขึ้น ทองก็ยังไต่ระดับไปเรื่อยๆ

 

     สัปดาห์นี้สิ่งที่ต้องจับตามอง

- รายงานการประชุม FOMC เดือน ม.ค. เป็นสิ่งที่กำหนดการขึ้นดอกเบี้ยว่าจะเกิดขึ้นเมื่อใด ซึ่งมีการคาดการณ์ว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปีนี้ (-ทองคำ)

 

- จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ เป็นตัวเลขที่บอกถึงประชากรสหรัฐที่ขอรับสวัสดิการของผู้ตกงาน ซึ่งคาดว่าน่าจะมีคนขอรับสวัสดิการมากขึ้น แสดงว่าสหรัฐฯต้องให้ค่าสวัสดิการว่างงานที่สูงขึ้นกว่าสัปดาห์ก่อน (+ทองคำ)

 

- ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นตัวเลขการขยายตัวของอสังหาฯในสหรัฐฯ โดยคาดว่ายอดขายบ้านใหม่สหรัฐฯจะเพิ่มขึ้น อาจหมายถึงเศรษฐกิจสหรัฐมีการขยายตัวทำให้ประชากรมีกำลังที่จะซื้อบ้านมากขึ้น (-ทองคำ)

 

 

อ่านต่อ

สรุปตลาดหุ้นวันที่ 17 February 2017

สรุปตลาดหุ้นวันที่ 17 February 2017

            -ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดตลาดในแดนบวก ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ โดย CB เปิดเผยว่า ดัชนีชี้นำเศรษฐกิจ Leading Economic Index (LEI) ประจำเดือนม.ค.ปรับตัวขึ้น 0.6% สูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

          -ตลาดหุ้นยุโรปและตลาดหุ้นลอนดอนปิดบวกโดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่งของหุ้นยูนิลีเวอร์ หลังจากมีรายงานว่า ยูนิลีเวอร์ได้ปฏิเสธข้อเสนอควบรวมกิจการกับบริษัทคร๊าฟท์ ไฮน์ซ

ปัจจัยที่ต้องติดตามวันนี้

       -ดัชนีราคาผู้ผลิตเยอรมนี

        -ดัชนีความเชื่อมั่นของยุโรโซน

อ่านต่อ

TECHNICALS-Spot gold may drop to $1,230 - Reuters News

TECHNICALS-Spot gold may drop to $1,230 - Reuters News

Gold has somewhat lost its bullish momentum after briefly piercing above a resistance at $1,240, the 7 percent Fibonacci retracement of the uptrend from the Jan. 27 low of $1,180.65 to $1,244.67.

The dissipation of the momentum suggests the gains from the Feb. 15 low of $1,216.41 may have been driven by a wave B, the second wave of a flat developing from $1,244.67.

This wave is expected to be partially or totally reversed by a downward wave C. Immediate support is at $1,235, a break below which could confirm the target at $1,230.

Only a break above $1,244.67 could signal the continuation of the uptrend.

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 17/ก.พ./60

(8.49น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ หลังเยนแข็งค่าฉุดหุ้นญี่ปุ่นร่วง

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ โดยการนำของตลาดหุ้นญี่ปุ่นที่ร่วงลงกว่า 100 จุด เพราะได้รับแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ส่งผลให้หุ้นกลุ่มส่งออกปรับตัวลง

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: เงินดอลล์อ่อน หนุนทองปิดบวก 8.50 ดอลลาร์

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายที่ซบเซาลงในตลาดหุ้นสหรัฐ ยังได้กระตุ้นให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 25 เซนต์ รับความหวังโอเปกร่วมมือลดการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงมีมุมมองที่เป็นบวกว่า สมาชิกกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) จะยังคงให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลง อย่างไรก็ตาม สัญญาน้ำมันดิบปรับตัวในกรอบแคบๆ เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับสต็อกน้ำมันดิบสหรัฐที่ปรับตัวสูงขึ้น

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: แรงขายหุ้นแบงก์,พลังงาน ฉุดตลาดหุ้นยุโรปปิดลบ

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ปรับตัวลงเป็นวันแรกในรอบ 8 วันทำการ เนื่องจากการร่วงลงของหุ้นบริษัทรายใหญ่ รวมถึงหุ้นเนสท์เล่ ขณะที่หุ้นกลุ่มธนาคารและหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงเช่นกัน         

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก นักลงทุนวิตกเฟดมีแนวโน้มยังไม่ขึ้นดบ.เดือนหน้า

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักอื่นๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเริ่มวิตกมากขึ้นเกี่ยวกับกรอบเวลาที่ยังไม่ชัดเจนในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด)

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 7.91 จุด รับผลประกอบการ,ข้อมูลศก.สดใส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 ก.พ.) โดยดาวโจนส์ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 6 ขานรับผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงสโก ซิสเต็มส์ รวมทั้งข้อมูลเศรษฐกิจที่สดใสของสหรัฐ อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายเป็นไปอย่างผันผวน เนื่องจากหุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลง ซึ่งส่งผลให้ดัชนี S&P500 และ NASDAQ ปิดตลาดอ่อนแรงลงด้วย

อ่านต่อ

4 ปัจจัยสำคัญ ดันทองขึ้น

4 ปัจจัยสำคัญ ดันทองขึ้น

 

 

 
   

 

        มีเงินเรียกน้อง มีทองเรียกพี่ แต่ถ้ามีทองตอนนี้ต้องเรียก “เสี่ย” ครับ เพราะเพียงไม่ครบ 2 เดือนดีราคาทองคำที่เคยสร้างความปวดเศียรเวียนเกล้า กลับกลายมาสร้างผลตอบแทนเกือบ 4.3% จากราคาเปิดทองคำแท่งที่อ้างอิงจากราคาขายออกของสมาคมค้าทองคำในวันที่ 3 มกราคมที่ผ่านมาที่ระดับราคา

19,700 บาทต่อบาททองคำ มาที่ราคาปัจจุบันอยู่ใกล้ระดับ 20,550 บาทต่อบาททองคำ แต่ถ้ามองราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวเพิ่มขึ้นเกือบ 6.7% ถือว่าเป็นหนึ่่งสินทรัพย์ที่สร้างผลตอบแทนชนะใจคนไทยไม่แพ้ “น้องน้ำตาล” กันเลยทีเดียว แต่สงสัยไหมครับ ทำไมทองถึงขึ้น? ในเมื่อปลายปีที่ผ่านมาราคายังร่วงแรงจากการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ แรงซื้อมาจากไหน? นักลงทุนขี้ลืมหรืออย่างไร? วันนี้มาเฉลยกันครับ

 

          แต่ไหนแต่ไรเป็นที่ทราบกันดีว่าทองคำคือ “สินทรัพย์ปลอดภัย” “สินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยง” “สินทรัพย์ที่ใช้ต่อสู้กับเงินเฟ้อ” ด้วยคุณสมบัติชนิดที่เรียกว่าพาราเซตามอลยังอาย ทองคำจึงมักจะกลายเป็นเหมือนยาสามัญประจำพอร์ตของนักลงทุนขี้กลัว แม้หลายปีที่ผ่านมาทองคำจะถูกยกระดับขึ้นเป็นเครื่องมือเก็งกำไรแต่ก็ยังมีความผูกผันกับความกลัวเป็นหลัก หรืออาจจะกล่าวได้ว่าเมื่อใดมีข่าวร้ายเมื่อนั้นทองจะทะยาน ซึ่งขาขึ้นรอบสั้นต้นปีที่ผ่านมาก็ได้รับอานิสงส์จากเรื่องที่น่ากังวลใจด้วยเช่นเดียวกัน โดย 4 ปัจจัยหลักที่เป็นป๋าดันราคาทองมีดังนี้ครับ

 

เดอะทรัมป์ซีรีย์

          เรียกได้ว่าเป็นกระแสตั้งแต่ยังไม่ได้รับตำแหน่ง ด้วยนโยบายหาเสียง จนนึกว่าดูซีรีย์ฮอร์โมน ก็นโยบายคุณทรัมป์ออกจะสุดโต่งจนเหมือนเน้นเอาสะใจทำเอานักวิเคราะห์การเมืองไปไม่เป็นแต่ถ้าจำกันได้ก่อนเข้ารับตำแหน่งก็มีการวิพากษ์ว่าพอทรัมป์เข้ารับตำแหน่งจริงคงจะไม่เดินนโยบายที่สุดโต่งเช่นตอนหาเสียง เฉกเช่นนักการเมืองจำนวนไม่น้อยเขาทำกัน แต่กลายเป็นว่าประธานาธิบดีคนนี้กลายเป็นคนจริง เพราะหลังจากรับตำแหน่งเพียงไม่ถึงเดือนก็เร่งเดินหน้าตามนโยบายหาเสียงแบบไม่แคร์สื่อ แถมโจมตีคนที่ค้านนโยบายแบบถึงพริกถึงขิง ล่าสุดนโยบายห้าม 7 ประเทศมุสลิมเข้าประเทศอันได้แก่อิรัก, ซีเรีย, ลิเบีย, อิหร่าน, โซมาเลีย, ซูดาน และเยเมน ก็กินพื้นที่สื่อทั่วโลกแบบเปิดช่องไหนก็เจอคุณทรัมป์

ทันทีที่ผมได้เห็นในหน้าข่าวผมมีคำถามเดียวครับ “แบบนี้ก็ได้เหรอ” ยังครับถ้ามีเรื่องเดียวคงเรียกซีรีย์ไม่ได้เพราะถ้าพูดถึงเรื่องเข้าประเทศคงต้องพูดถึงการเซ็นต์อนุมัติโครงการสร้างกำแพงกันเขตแดนระหว่างสหรัฐกับเม็กซิโกอันนี้ก็แรงไม่แพ้กัน ในด้านเศรษฐกิจเพียงไม่นานก็เดินหน้าออกจาก TPP (Trans-Pacific Partnership) ซึ่งทำคลอดโดยรัฐบาลโอบามา นอกจากนี้ยังมีการส่งสัญญาณขึ้นกำแพงภาษีการนำเข้าสินค้าที่จีนได้เปรียบ การดำเนินนโยบายที่สร้างความไม่แน่นอนให้กับความสัมพันธ์ทางการเมือง การค้าและเศรษฐกิจโดยร่วมทำให้เป็นตัวกระตุ้นความเสี่ยงต่อตลาดการลงทุนที่สำคัญ ซึ่งแน่นอนว่าทองคำก็ได้รับผลเชิงบวกและยิ่งนับวันประธานาธิบดีทรัมป์จะยิ่งเริ่มสร้างผลงานมากเท่าใด โอกาสที่ทองคำจะปรับตัวเพิ่มขึ้นจากปัจจัยนี้ก็มีมากขึ้นเท่านั้น ผมจึงขอยกให้ “เดอะทรัมป์ซีรีย์” เป็นประเด็นเด่นดันทองปี 2560 แบบไร้คู่แข่ง

 

เฟดไร้วี่แววดันดอกเบี้ย

          หลังการประชุมนัดแรกของปีคณะกรรมการนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ หรือ เฟด ลงมติไม่ขึ้นดอกเบี้ย หลังจากที่ปรับขึ้น 25 basis point ในกลางเดือนธันวาคมที่ผ่านมา เหตุที่ไม่ปรับดอกเบี้ยก็มีผลเกี่ยวเนื่องมากจากปัจจัยแรกคือไม่แน่ใจในนโยบายท่านผู้นำคนใหม่ อาจจะไม่ใช่เพราะนโยบายของทรัมป์ดีหรือไม่ดี แค่ “เดาไม่ออก” ว่าผลที่ตามมาจะเป็นอย่างไร เพราะต้องยอมรับว่าแนวคิดหลายเรื่องด้านเศรษฐกิจของทรัมป์ก็ดูจะเข้าท่า หรือในความเห็นส่วนตัวออกจะดีมากเสียด้วยซ้ำ เพราะมีเป้าหมายที่ชัดเจนเรื่องการกระตุ้นการสร้างงาน มีแนวทางและวิธีปฏิบัติที่ชัดเจน แม้จะดูแรงไปบ้างแต่ก็เห็นชัดถึงกระบวนการ แต่เศรษฐกิจมีความซับซ้อนกว่าการแก้ปัญหาองค์กร กล่าวคือมีตัวแปรจำนวนมากโดยเฉพาะตัวแปรเรื่องมุมมองของนักลงทุนที่อ่อนไหวต่อความไม่แน่นอน ดังนั้นการรอความชัดเจนของเฟดจึงเป็นเรื่องที่เข้าใจได้ การไม่ขึ้นดอกเบี้ยของเฟดก็ถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ดันราคาทองเช่นกัน

 

อังกฤษกลับไม่ได้ ไปไม่ถึง

          ยุโรปเองก็ใช่ว่าจะสดใสด้วยปัญหาที่ปลูกไว้หลังบ้านเริ่มงอกเงย นับวันก็ดูจะยิ่งซับซ้อนมากขึ้น ถ้ายังจำกันได้เมื่อต้นปีที่ผ่านมาข่าวใหญ่ที่ทำสหภาพยุโรปสั่นสะเทือนคือการลงประชามติแยกตัวออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษ หรือที่ตั้งชื่อโก้ ๆ ว่า Brexit ซึ่งปัจจุบันมีการตั้งชื่อทุกประเทศในสหภาพยุโรโดยนำ exit ต่อท้ายไปเป็นที่เรียบร้อย (อันนี้โจ๊ก) แม้จะลงประชามติมากว่า 1 ปีแล้ว แต่อังกฤษยังติดเงื่อนกฏหมายทำให้ยังออกไม่ได้ ซึ่งในช่วงวันที่ 6-8 ก.พ. นี้จะเป็นขั้นตอนพิจารณาของคณะกรรมาธิการรัฐสภาของอังกฤษในประเด็นสนธิสัญญาลิสบอนที่เป็นข้อผูกพัน (เขียนบทความในวันที่ 8 ก.พ.) ถ้าผ่านอังกฤษจะสามารถเดินหน้าออกจากกลุ่มได้ประเด็นนี้ถือเป็นอีกหนึ่งเรื่องใหญ่ที่สร้างความ “เสี่ยง” ดันราคาทอง

 

ทองคำดำรีเทิร์น

          ปัจจัยสุดท้ายคือการฟื้นตัวของราคาน้ำมันดิบที่ขยับขึ้นตั้งแต่ช่วงท้ายปี 59 โดยขึ้นมายืนเหนือระดับ 50 ดอลลาร์สหรัฐฯ ต่อบาร์เรล ผลที่ตามมาถ้าเราตามดูตัวเลข CPI หรือดัชนีราคาผู้บริโภคที่สะท้อนการเติบโตของเงินเฟ้อ พบว่ามีอัตราเร่งที่เร็วขึ้น ก็ในเมื่อทองคำเป็นสินทรัพย์ป้องกันความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อ เมื่อเงินเฟ้อมีอัตราการเติบโตที่เร็วขึ้นจากราคาพลังงานที่ฟื้นตัว ความสนใจในทองคำจึงเพิ่มตามอย่างไม่ต้องสงสัย

 

นี่คือ 4 ปัจจัยที่เป็นป๋าดันราคาทองในช่วงกว่า 2 เดือนที่ผ่านมา โดยนอกเหนือจากปัจจัยที่กระตุ้นตามที่กล่าวแล้ว แรงกระตุ้นที่สำคัญที่นำทองมาถึงจุดนี้ก็คือแรงซื้อของนักลงทุนนั่นเอง ปี 2560 แม้จะยังเป็นปีที่ราคาทองคำจะยังไม่ขึ้นรวดเร็วเหมือนช่วงขาขึ้นใหญ่เมื่อ 6-7 ปีก่อน แต่ผมเชื่อว่าจากความไม่แน่นอนที่น่าจะอยู่กับเราตลอดทั้งปี 2560 ปีนี้อาจจะเป็นอีกหนึ่งปีที่ทองคำจะเริ่มกลับมามีที่ยืนในตลาดการออมลงทุนเป็นแน่แท้

 

กมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์ สยามอินชัวร์, คอลัมน์ Economic Insight

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งราคาทองดีด”

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งราคาทองดีด

 

 

- US Dollar Index อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 7 วัน

- ภาคแรงงานสหรัฐฯชะลอตัว

- กองทุนทองทั่วโลกซื้อทองต่อเนื่อง

 

ค่าเงิน US Dollar Index แตะ 100.59 จุด นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 7 วัน หลังตัวเลขภาคแรงงาน คือ จำนวนผู้รับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ มีการขอรับมากขึ้นถึง 239,000 ราย

 

ส่วนกองทุนทองทั่วโลกเข้าซื้อทองคำตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 15 ก.พ. โดยการมีซื้อมากขึ้นถึง 32 ตัน ทั้งนี้กองทุนทั่วโลกถือทองคำสุทธิอยู่ที่ 1697 ตัน

 

สรุปทั้งสองปัจจัยเป็นตัวผลักดันส่งให้ราคาทองคำขึ้นติดต่อเป็นวันที่ 3 และราคาทองคำยังปรับตัวผันผวนมากที่สุดในรอบ 6 วัน

 

ปัจจัยที่ต้องตามต่อในสัปดาห์หน้า คือ รายงานการประชุม FOMC ในเดือน ม.ค. และยอดขายบ้านใหม่ของสหรัฐ

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 16/ก.พ./60

(9.05น.) สภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตคว่ำกฎระเบียบการออมเงินวัยเกษียณ หลัง "ทรัมป์" สั่งทบทวน

สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้มีมติคว่ำกฎข้อบังคับการออมเงินเพื่อวัยเกษียณ ซึ่งผลักดันโดยรัฐบาลในสมัยปธน.บารัค โอบามา ที่แต่เดิมกฎข้อบังคับนี้จะมีผลบังคับใช้ในเดือนเม.ย.

 

(8.40น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ หลังตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งต่อเนื่อง

ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากดัชนีหลักทั้ง 3 ในตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปรับลดภาษีและลดกฎระเบียบในภาคอุตสาหกรรม

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดขยับลง 9 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่ง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐพุ่งขึ้นติดต่อกัน 6 สัปดาห์ ซึ่งข้อมูลดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนเริ่มกลับมาวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่สูงเกินไป

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หุ้นแบงก์พุ่งรับ"เยลเลน"ส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มธนาคาร หลังจากนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรส

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเยน รับถ้อยแถลง "เยลเลน", ข้อมูลศก.สหรัฐ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเยนและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยในการแถลงต่อสภาคองเกรส นอกจากนี้ ภาวะการซื้อขายยังรับปัจจัยจากข้อมูลเศรษฐกิจของสหรัฐที่แข็งแกร่งหลายรายการ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 107.45 จุด รับ"ทรัมป์"ย้ำลดภาษี,ข้อมูลศก.สดใส

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 ก.พ.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 5 ขานรับประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ให้คำมั่นว่าจะดำเนินการปรับลดภาษีและลดกฎระเบียบในภาคอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และถ้อยแถลงในวันที่สองของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ได้แสดงมุมมองเป็นบวกต่อเศรษฐกิจสหรัฐ

 

(5.55น.) "เยลเลน"แถลงสภาคองเกรสวันที่ 2 ย้ำเฟดใช้นโยบายการเงินผ่อนคลาย ขณะเล็งขึ้นอัตราดอกเบี้ย

     นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) กล่าวแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเป็นวันที่ 2 เมื่อวานนี้ ทั้งนี้ นางเยลเลนได้อ่านถ้อยแถลงที่เตรียมมาต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐเมื่อวานนี้ โดยมีเนื้อหาเช่นเดียวกับที่ได้กล่าวต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ซึ่งมีสาระสำคัญที่ว่า เฟดยังคงใช้นโยบายการเงินที่ผ่อนคลาย ขณะที่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในไม่ช้า

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 15/ก.พ./60

(9.40น.) "ทรัมป์"ลงนามร่างกม.เพิกถอนกฎบังคับบริษัทพลังงานสหรัฐต้องเผยข้อมูลโปร่งใส

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ลงนามในร่างกฎหมายเพื่อเพิกถอนกฎเกณฑ์ที่กำหนดให้บริษัทพลังงานของสหรัฐต้องเปิดเผยข้อมูลที่เกี่ยวกับการชำระเงินให้รัฐบาลสหรัฐหรือรัฐบาลต่างประเทศในโครงการพัฒนาแหล่งน้ำมัน ซึ่งนับเป็นความพยายามของนายทรัมป์ในการเดินหน้าผ่อนคลายกฎระเบียบที่เข้มงวดอันเป็นผลมาจากกฎหมายดอดด์-แฟรงค์ ที่บังคับใช้ในสมัยของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

 

(9.11น.) จับตา "เยลเลน" แถลงต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนฯสหรัฐวันนี้

     ตลาดการเงินทั่วโลกจับตานางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะแถลงนโยบายการเงินต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐในวันนี้ หลังจากที่ได้แถลงรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการการธนาคารประจำวุฒิสภาเมื่อวานนี้

 

(8.44น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวก

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดบวกเมื่อคืน เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยประธานเฟดระบุว่า การประวิงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนานเกินไปนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ 40 เซนต์ เหตุดอลล์แข็ง, "เยลเลน"ส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ และหลังจากที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 27 เซนต์ รับโอเปกให้ความร่วมมือลดผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันดิบของกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) ปรับตัวลดลงในเดือนม.ค. ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่า ประเทศสมาชิกโอเปกให้ความร่วมมือในการปรับลดกำลังการผลิตตามข้อตกลง

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดเกือบทรงตัว วิตกศก.ยูโรโซน-เยอรมนีชะลอตัว

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดเกือบทรงตัวเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสถิติแห่งสหภาพยุโรป (ยูโรสแตท) เปิดเผยว่า เศรษฐกิจยูโรโซนในไตรมาส 4/2559 มีการขยายตัวที่ต่ำกว่าตัวเลขประมาณการเบื้องต้น ขณะที่เศรษฐกิจของเยอรมนีขยายตัวต่ำกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ในไตรมาสดังกล่าวเช่นกัน

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับ "เยลเลน" ส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     ค่าเงินสกุลดอลลาร์สหรัฐทะยานขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยประธานเฟดระบุว่า การประวิงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนานเกินไปนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 92.25 จุด หุ้นแบงก์พุ่งรับ"เยลเลน"ส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (14 ก.พ.) โดยดัชนีหลักทั้ง 3 ดัชนีทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกันเป็นวันที่ 4 เนื่องจากหุ้นกลุ่มธนาคารทะยานขึ้นอย่างแข็งแกร่ง ขานรับถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย ในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้ โดยประธานเฟดระบุว่า การประวิงเวลาในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยนานเกินไปนั้น อาจจะส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ

 

(7.30น.) "เยลเลน"ส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ย ขณะเตือนการรอเป็นเวลานานเกินไป อาจกระทบเศรษฐกิจ

     นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการแถลงรอบครึ่งปีต่อสภาคองเกรสเมื่อวานนี้

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์กับแนวโน้มธุรกิจยา”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์กับแนวโน้มธุรกิจยา”

 

 

      การที่ทรัมป์กำลังวางแผนลดภาษีนั้น จะช่วยเพิ่มโอกาสให้เอกชนหันมาลงทุนในการวิจัยเรื่องการรักษาและพัฒนายาตัวใหม่ๆมากขึ้น

 

      โดยโรคภัยไข้เจ็บในทุกวันนี้มีวิวัฒนาขึ้นไปอีกขั้น อย่าง การดื้อยาปฏิชีวนะ ที่การรักษาจะยากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งนี้ในอดีต นโยบายโอบาม่าแคร์ทำให้ต้นทุนของกลุ่Healthcare ปรับสูงขึ้น สวนทางกับการลงทุนในการวิจัยยาทางการแพทย์ที่มีอัตราลดลงตั้งแต่ปี 2004 - 2016 ถึง 25%

 

ก่อนหน้านี้นโยบายโอบามาแคร์สร้างภาระทางการเงินจำนวนมหาศาลให้กับรัฐบาล พอถูกยกเลิกไป การลงทุนในธุรกิจยาหลังจากนี้ก็จะมีอิสระภาพมากขึ้น เป็นไปตามกลไกที่ควรจะเป็นในตลาด ไม่มีข้อผูกมัดอย่างเมื่อก่อน

 

      ส่วนเรื่องที่ทรัมป์เตรียมปฏิรูปนโยบายทางภาษีใหม่นั้น คาดว่าจะเป็นสิ่งที่ช่วยกระตุ้นให้เงินลงทุนของภาคเอกชนเข้าไปในโครงการที่มีความเสี่ยงมากขึ้น รวมถึงโครงการวิจัยยารักษาโรคใหม่ๆ ซึ่งหากประสบความสำเร็จก็น่าจะสร้างผลกำไรมหาศาลแก่ผู้ลงทุน

 

      ด้วยปัจจัยที่กล่าวมานั้นเป็นเหตุผลสนับสนุนให้เชื่อได้ว่า การที่ทรัมป์จะลดภาษีและยกเลิกโอบามาแคร์จะเป็นส่วนหนึ่งที่กระตุ้นให้ภาคเอกชนหันมาลงทุนในธุรกิจยาที่เปิดกว้างมากขึ้น  ก็ต้องจับตาดูกันว่าทิศทางธุรกิจยาหลังจากนี้ จะเติบโตได้เท่าใด

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 14/ก.พ./60

(9.05น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PPI เดือนม.ค.พุ่งขึ้น 6.9% สูงสุดในรอบเกือบ 6 ปี

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้ผลิต (PPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดต้นทุนสินค้าที่หน้าประตูโรงงาน พุ่งขึ้น 6.9% ในเดือนม.ค. สูงที่สุดนับตั้งแต่เดือนส.ค.2554 จากที่เพิ่มขึ้น 5.5% ในเดือนธ.ค.

 

(9.02น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่ง

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ เนื่องจากได้รับแรงหนุนจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืน โดยดัชนีดาวโจนส์ NASDAQ และ S&P500 ต่างปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 วันทำการ ขานรับข่าวที่ว่านายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ เตรียมประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่

 

(8.42น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี CPI เดือนม.ค.ขยายตัว 2.5% สูงกว่าตลาดคาดการณ์

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ดัชนีราคาผู้บริโภค (CPI) ซึ่งเป็นมาตรวัดเงินเฟ้อที่สำคัญ ขยายตัว 2.5% ในเดือนม.ค. เมื่อเทียบเป็นรายปี

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $10.1 เหตุตลาดหุ้นพุ่งกดดันนลท.ขายสินทรัพย์ปลอดภัย

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นนิวยอร์กทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 วันทำการ นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะแถลงต่อคณะกรรมาธิการด้านการธนาคารของวุฒิสภาสหรัฐในวันที่ 14-15 ก.พ.นี้ โดยคาดว่าอาจจะมีการส่งสัญญาณปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับข่าว "ทรัมป์" กระชับสัมพันธ์จีน-ญี่ปุ่น

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) โดยได้แรงหนุนจากข่าวที่ว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ มีท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นของต่อจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็น 2 ประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับปัจจัยบวกหลังจากคณะกรรมาธิการยุโรปได้ปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจของสหภาพยุโรป (EU) ในปีนี้

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับแผนลดภาษี "ทรัมป์"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากความเชื่อมั่นของนักลงทุน ภายหลังจากที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ให้คำมั่นว่าจะประกาศแผนปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในอีกไม่กี่สัปดาห์ข้างหน้า

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 142.79 จุด รับแผนลดภาษี "ทรัมป์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (13 ก.พ.) โดยดัชนีดาวโจนส์, NASDAQ และ S&P500 ปิดที่ระดับสูงสุดติดต่อกัน 3 วันทำการ เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ เตรียมประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ โดยนักลงทุนเดินหน้าเข้าซื้อหุ้นกลุ่มที่คาดว่าจะได้ประโยชน์จากนโยบายดังกล่าว ซึ่งรวมถึงหุ้นกลุ่มการเงินและกลุ่มอุตสาหกรรม นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงหนุนจากรายงานที่ว่า ประธานาธิบดีทรัมป์มีท่าทีที่เป็นมิตรมากขึ้นต่อจีนและญี่ปุ่น ซึ่งเป็นสองประเทศคู่ค้ารายใหญ่ของสหรัฐ

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “สรุปราคาทองคำและแนวโน้มสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “สรุปราคาทองคำและแนวโน้มสัปดาห์นี้”

 

 

      - สัปดาห์ที่แล้ว +$12.9(1.05%) ปิด $1,233.48

      - ประเด็นตามติดคือแถลงการณ์ของประธานเฟด

      - มองแนวโน้มราคาทองเป็น Sideway Up กรอบ $1,215 - $1,254

 

      การปรับขึ้นส่วนหนึ่งมาจากการที่กองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดของโลก ซื้อทองคำเพิ่มถึง 22 ตัน ล่าสุดถือสุทธิที่ 836 ตัน ขณะที่อีกปัจจัยหนุนทองคำ คือ สภาสามัญชนอังกฤษผ่านกฏหมาย Brexit เหลือแค่สภาขุนนางเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยคาดว่าสภาขุนนางก็น่าจะลงมติเห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ ซึ่งอาจใช้เวลา 2 ปี สำหรับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

 

      สัปดาห์นี้

- 14-15 ก.พ. นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด จะกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อคณะกรรมมาธิการในสภาคองเกรส และอาจเป็นการส่งสัญญาณเรื่องนโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้นในปี 2017(-ทอง)

- 15 ก.พ. ดัชนีราคาผู้บริโภค เดือนม.ค.สหรัฐ(+ทอง)

- 16 ก.พ. จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐ(+ทอง)

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 10/ก.พ./60

(07.30น.) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 118.06 จุด รับ"ทรัมป์"เล็งปรับภาษีภาคธุรกิจ (-ทอง , +SET )

      ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์เมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) ขณะที่ดัชนี S&P500 และ NASDAQ ปิดที่ระดับสูงสุดเช่นกัน ขานรับข่าวที่ว่าประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เตรียมประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้า ขณะที่หุ้นกลุ่มการเงินดีดตัวขึ้น หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐฟื้นตัวขึ้น

(07.30น.)ทองปิดลบ เหตุดอลล์แข็ง-หุ้นพุ่งกดดันนลท.เทขายทอง

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (9 ก.พ.) เนื่องจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์, ข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ และตลาดหุ้นนิวยอร์กที่พุ่งขึ้นทำสถิติสูงสุดเป็นประวัติการณ์นั้น ได้กดดันให้นักลงทุนเทขายทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่”

 

 

      - ทรัมป์ส่งสัญญาณ 3 สัปดาห์ปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่

      - US Dollar Index แข็ง 0.46% ปิดระดับ 100 จุด

      - ราคาทองลง 1.04% แตะ $1,228

 

แค่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ประกาศแผนการปรับลดภาษีครั้งใหญ่ในช่วง 2-3 สัปดาห์ข้างหน้าก็ส่ง US Dollar Index ขึ้นแตะ 100 จุด และกดราคาทองคำลง $12

 

ซึ่งแนวโน้มการปฏิรูปภาษี อ้างอิงจากการกล่าวตอนหาเสียงของทรัมป์ และการกระทำหลังได้เป็นประธานาธิบดี

 

1.การลดภาษีประชาชนในสหรัฐฯ ได้แก่ ภาษีบุคคลทั่วไปเสียไม่เกิน 33% ภาษีนิติบุคคลจ่ายไม่เกิน 15% จากเดิมที่ต้องจ่าย 35% และยกเลิกการเก็บภาษีมรดกรวมถึงภาษีสมรส โดยการลดภาษีจะเพิ่มแรงจูงใจแก่นักลงทุนในการลงทุนเพิ่มขึ้น

 

2.การเพิ่มภาษีบริษัทข้ามชาติ ได้แก่ การเก็บภาษีสำหรับบริษัทสหรัฐฯที่ไม่ได้มีฐานการผลิตอยู่ในสหรัฐฯ ,การเพิ่มภาษีเพื่อกีดกันทางการค้า

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 9/ก.พ./60

(9.04น.) ตลาดหุ้นเอเชียผันผวนเช้านี้ ขณะนักลงทุนยังวิตกการเมืองสหรัฐ

     ตลาดหุ้นเอเชียเคลื่อนไหวอย่างผันผวนในเช้าวันนี้ โดยตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวลงจากแรงเทขายหุ้นกลุ่มส่งออก ส่วนตลาดหุ้นฮ่องกงปรับตัวขึ้นโดยได้แรงหนุนจากดัชนี NASDAQ ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดสูงสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้งเมื่อคืนนี้

 

(8.15น.) สั่งแบงก์ชาติวิเคราะห์นโยบาย 'ทรัมป์'

     "กนง." มีมติเอกฉันท์ คงดอกเบี้ยนโยบาย 1.50 % ชี้เห็นการฟื้นตัวของศก.ไทย จากการส่งออก-ลงทุนภาครัฐ พร้อมสั่งแบงก์ชาติวิเคราะห์นโยบาย "ทรัมป์"

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: ฟุตซี่ปิดขยับขึ้น 2.60 จุด นักลงทุนจับตาสภาสามัญชนโหวตกม. Brexit

     ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับขึ้นเล็กน้อยเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่เงียบเหงา เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการลงมติในร่างกฎหมายว่าด้วยการแยกตัวของอังกฤษออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในสภาสามัญชน (House of Commons) ซึ่งจัดขึ้นภายหลังจากที่ตลาดหุ้นปิดทำการ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.40 จากแรงซื้อสินทรัพย์ปลอดภัย เหตุวิตกการเมืองตปท.

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองในต่างประเทศ ซึ่งรวมถึงสถานการณ์ด้านการเลือกตั้งในฝรั่งเศส และนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่กีดกันพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 17 เซนต์ หลังเผยสต็อกเบนซินร่วงสวนทางคาดการณ์

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับขึ้นมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) รายงานว่า สต็อกน้ำมันเบนซินปรับตัวลดลงสวนทางกับที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ว่าจะเพิ่มขึ้น แม้ตัวเลขสต็อกน้ำมันดิบพุ่งขึ้นมากเกินคาดเมื่อสัปดาห์ที่แล้วก็ตาม 

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก ตลาดวิตกนโยบายทรัมป์

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) ด้วยแรงกดดันจากความไม่แน่นอนเกี่ยวกับนโยบายเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: แรงขายหุ้นกลุ่มการเงิน ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 35.95 จุด

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มการเงิน หลังจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรสหรัฐปรับตัวลดลง อย่างไรก็ตาม ดัชนี NASDAQ ดีดตัวขึ้นปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์รอบใหม่ โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี และผลประกอบการที่สดใสของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงบริษัทไทม์ วอร์เนอร์

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับมุมมองบวกต่อเศรษฐกิจยูโรโซน

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (8 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจของประเทศยูโรโซน อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน หลังจากบริษัทรายใหญ่เปิดเผยผลประกอบการที่ย่ำแย่ ซึ่งรวมถึงบริษัท A.P. Moller-Maersk ซึ่งเป็นกลุ่มบริษัทน้ำมันและเดินเรือของเดนมาร์ก

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Brexit ผ่านมติไร้ปัญหา ส่งทองพุ่ง”

ประเด็นวันนี้ “Brexit ผ่านมติไร้ปัญหา ส่งทองพุ่ง”

 

 

- สภาสามัญชนอังกฤษผ่านกฏหมาย Brexit

- กองทุน SPDR ซื้อทองเพิ่ม

- ราคาทองคำทำจุดสุดสูงใหม่ในรอบ 3 เดือน

 

สภาสามัญชนของอังกฤษ มีมติด้วยคะแนนเสียง 494 ต่อ 122 เห็นชอบต่อร่างกฎหมาย Brexit ซึ่งจะถูกส่งต่อไปยังสภาขุนนางเพื่อให้การรับรองต่อไป โดยคาดว่าสภาขุนนางก็น่าจะลงมติเห็นชอบเป็นส่วนใหญ่ ทั้งนี้กระบวนการหลังผ่านร่างจากสภาขุนนาง ก็จะส่งผลให้นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ สามารถเริ่มต้นกระบวนการอย่างถูกต้องซึ่งอาจใช้เวลา 2 ปี สำหรับการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป

 

      การแยกตัวออกมาเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจยุโรปแน่นอน เป็นตัวส่งให้ทองเป็น Safe Haven

 

      กองทุน SPDR กลับเข้ามาซื้อทองคำอย่างต่อเนื่อง โดยในเดือน ก.พ. กองทุนซื้อทองมากถึง 33 ตัน และวานนี้ซื้อทองเพิ่มอีก 5 ตัน

 

      สรุปทั้งสองปัจจัยเป็นตัวที่ดันราคาทองให้ขึ้นไปแตะ $1,244 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 3 เดือน

ปัจจัยที่รอลุ้นต่อไปคือ ในวันที่ 15 ก.พ. นางเจเน็ต เยลเลน ประธานเฟด จะกล่าวถึงภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ต่อคณะกรรมมาธิการในสภาคองเกรส และอาจเป็นการส่งสัญญาณเรื่องนโยบายการเงินที่จะเกิดขึ้นในปี 2017

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 8/ก.พ./60

(9.00น.) ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ลดลงเช้านี้ ส่วนตลาดหุ้นโตเกียวบวกตามนิวยอร์ก

     ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ ส่วนตลาดหุ้นโตเกียวปรับตัวเพิ่มขึ้นตามทิศทางของตลาดหุ้นนิวยอร์ก ซึ่งได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่

 

(8.54น.) ญี่ปุ่นเผยยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดปี 2559 ขยายตัวสูงสุดในรอบ 9 ปี

     รัฐบาลญี่ปุ่นเปิดเผยในวันนี้ว่า ยอดเกินดุลบัญชีเดินสะพัดของญี่ปุ่นในปี 2559 พุ่งขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบ 9 ปีที่ระดับ 20.65 ล้านล้านเยน (1.8366 แสนล้านดอลลาร์) ซึ่งเพิ่มขึ้น 25.8% จากปี 2558 เนื่องจากการปรับตัวลงของราคาน้ำมันดิบและเงินเยนที่แข็งค่านั้น ได้ฉุดราคานำเข้าปรับตัวลดลง

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก 4 ดอลล์ เหตุวิตกการเมืองหนุนแรงซื้อทอง

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) โดยนักลงทุนยังคงเดินหน้าเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย อันเนื่องมาจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองในสหรัฐ โดยเฉพาะอย่างยิ่งนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่กีดกันพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐ จนนำไปสู่ความขัดแย้งภายในประเทศ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงซื้อหุ้นเหมืองหนุนฟุตซี่ปิดบวก 14.07 จุด

     ตลาดหุ้นลอนดอนปิดขยับขึ้นเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) ด้วยแรงหนุนจากหุ้นกลุ่มเหมืองแร่รายใหญ่ที่ปรับตัวขึ้นทั้งกระดาน อย่างไรก็ตาม ดัชนี FTSE 100 ปิดบวกในกรอบจำกัด เนื่องจากมีแรงเทขายจากหุ้นกลุ่มพลังงาน โดยเฉพาะหุ้นบีพีที่ร่วงลงอย่างหนัก หลังบริษัทเผยผลประกอบการประจำไตรมาส 4 ที่ต่ำกว่าคาดการณ์

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 84 เซนต์ เหตุดอลล์แข็ง,วิตกสหรัฐเพิ่มการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) โดยบรรยากาศการซื้อขายได้รับแรงกดดันจากสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับสกุลเงินหลักๆ รวมทั้งรายงานคาดการณ์จากสำนักงานสารสนเทศด้านพลังงานสหรัฐ (EIA) ซึ่งระบุว่า การผลิตน้ำมันในสหรัฐมีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในปีนี้ .

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรร่วงเทียบดอลล์ นักลงทุนวิตกการเมืองยุโรป

     ค่าเงินยูโรร่วงลงเมื่อเทียบกับสกุลเงินดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) เนื่องจากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเลือกตั้งในฝรั่งเศส ขณะที่ดอลลาร์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ด้วยปัจจัยบวกจากความคิดเห็นของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย ที่ระบุว่า เฟดควรปรับขึ้นดอกเบี้ยในการประชุมเดือนมี.ค.

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 37.87 จุด รับผลประกอบการ,ตัวเลขดุลการค้าสหรัฐ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) โดยตลาดได้รับปัจจัยหนุนจากผลประกอบการที่แข็งแกร่งของบริษัทจดทะเบียนรายใหญ่ ซึ่งรวมถึงเจเนอรัล มอเตอร์ (GM) และตัวเลขขาดดุลการค้าเดือนธ.ค.ของสหรัฐที่ปรับตัวลดลงมากกว่าการคาดการณ์  ขณะที่ดัชนี NASDAQ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ หลังจากหุ้นกลุ่มเทคโนโลยีดีดตัวขึ้น  อย่างไรก็ตาม ตลาดได้รับแรงกดดันในระหว่างวัน เนื่องจากการร่วงลงของราคาน้ำมันดิบได้ฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานปรับตัวลงด้วย

         

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับยูโรอ่อนหนุนหุ้นส่งออก

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (7 ก.พ.) หลังจากสกุลเงินยูโรอ่อนค่าลง ซึ่งช่วยให้นักลงทุนมีมุมมองที่เป็นบวกต่อผลประกอบการของบริษัทส่งออกยุโรป อย่างไรก็ตาม ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมที่หดตัวลงของเยอรมนี และผลประกอบการที่ย่ำแย่ของบริษัทบีพี และบริษัทพลังงานรายอื่นๆ ได้สร้างแรงกดดันต่อภาวะการซื้อขายในระหว่างวัน   

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในยุคทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “อะไรก็เกิดขึ้นได้ ในยุคทรัมป์

 

 

      - หนึ่งในนโยบายตอนหาเสียงของทรัมป์ คือ การขึ้นภาษีสินค้าจีน

      - สงครามการค้าอาจเกิดขึ้นในไม่ช้า

 

      ที่ปรีกษาของประธานาธิบดีทรัมป์ นายปีเตอร์ นาวาร์โร่ มีการเสนอให้ขึ้นภาษีนำเข้าสินค้าที่ผลิตจากจีน 45%  ซึ่งนายปีเตอร์ นาวาร์โร่ เป็นหัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว และผู้เชี่ยวชาญด้านการค้าระหว่างประเทศ โดยเป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์นโยบายด้านการค้าและเศรษฐกิจของจีนมาโดยตลอด และยังเป็นผู้เขียนหนังสือหลายเล่มที่วิจารณ์รัฐบาลกรุงปักกิ่ง รวมทั้งเรื่อง “Death by China: Confronting the Dragon – A Global Call to Action”

 

      โดยแนวโน้มการขึ้นภาษีนั้น ทำเพื่อดึงงานกลับสู่สหรัฐฯ แล้วทรัมป์จะทำจริงหรือไม่ ? มองว่าในปัจจุบันตลาดแรงงานของสหรัฐฯอยู่ในจุดที่ใกล้เต็มศักยภาพ ซึ่งสหรัฐฯมีอัตราการว่างงานน้อยที่สุดอยู่ที่ 4% ในปี 2001 ซึ่งในปัจจุบันอัตราการว่างงานอยู่ที่ 4.8% และถ้าทรัมป์อยากทำให้ตัวเลขตรงนี้อยู่ระดับต่ำกว่า 4% อาจต้องมีกลยุทธ์ใหม่ๆ

 

      ทั้งนี้ผู้เชี่ยวชาญจากจีน Tu Xinquan รองผู้อำนวยการสถาบันการศึกษาองค์การการค้าโลกแห่ง University of International Business and Economics in Beijing คาดว่าหากสหรัฐทำจริง จีนอาจจะขึ้นภาษีสินค้าจากสหรัฐมากถึง 80-90% เพื่อตอบโต้กลับได้

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 7/ก.พ./60

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นลอนดอน: แรงเทขายหุ้นบลูชิพฉุดฟุตซี่ปิดลบ 16.15 จุด

     ตลาดหุ้นลอนดอนปิดในแดนลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากแรงเทขายทำกำไรหลังจากดัชนี FTSE 100 ทำสถิติปิดที่ระดับสูงสุดในรอบสองสัปดาห์เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว อย่างไรก็ตาม ภาวะการซื้อขายในตลาดหุ้นได้รับแรงหนุนบางส่วนจากหุ้นแรนด์โกลด์ รีซอส หลังจากบริษัทผู้ผลิตทองคำรายใหญ่ดังกล่าวเปิดเผยผลประกอบการที่แข็งแกร่ง

 

(7.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง $11.3 เหตุวิตกการเมืองสหรัฐหนุนแรงซื้อทอง

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองในสหรัฐได้ผลักดันให้นักลงทุนแห่ซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย โดยรายงานล่าสุดระบุว่า นโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ที่กีดกันพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมไม่ให้เดินทางเข้าสหรัฐนั้น ได้สร้างความขัดแย้งระหว่างคณะบริหารของทรัมป์ และฝ่ายตุลาการ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ วิตกการเมืองยุโรป,ข่าว"โฟล์คสวาเกน"ถูกฟ้องรอบใหม่

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) เนื่องจากนักลงทุนวิตกกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์ของบริษัทโฟล์คสวาเกน ผู้ผลิตรถยนต์รายใหญ่ของเยอรมนี หลังจากมีรายงานว่าโฟล์คสวาเกนถูกฟ้องร้องรอบใหม่ ในคดีโกงการตรวจจับไอเสีย นอกจากนี้ การเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ ฝรั่งเศส และเยอรมนีที่มีกำหนดในปีนี้ ได้สร้างความกังวลต่อนักลงทุนเช่นกัน

 

(7.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบยูโร,ปอนด์ นักลงทุนวิตกการเมืองยุโรป

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับยูโรและปอนด์ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) จากปัจจัยความไม่แน่นอนทางการเมืองในยุโรป โดยเฉพาะฝรั่งเศสซึ่งจะจัดการเลือกตั้งประธานาธิบดีในปีนี้

 

(7.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 82 เซนต์ หลังสหรัฐเพิ่มการขุดเจาะน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) หลังจากเบเกอร์ ฮิวจ์ ซึ่งเป็นผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันในสหรัฐ รายงานว่า จำนวนแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐ ปรับตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง โดยข้อมูลดังกล่าวบ่งชี้ถึงการเพิ่มปริมาณการผลิตน้ำมันในสหรัฐ

 

(7.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 19.04 จุด เหตุราคาน้ำมันร่วง,วิตกนโยบาย "ทรัมป์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (6 ก.พ.) หลังจากราคาน้ำมันดิบร่วงลงราว 1.5% ซึ่งฉุดหุ้นกลุ่มพลังงานดิ่งลงด้วย นอกจากนี้ นักลงทุนยังกังวลเกี่ยวกับนโยบายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยเฉพาะนโยบายห้ามพลเมืองจาก 7 ชาติมุสลิมเดินทางเข้าสหรัฐ

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เมื่อทุกอย่างยังหนุนทอง”

ประเด็นวันนี้ “เมื่อทุกอย่างยังหนุนทอง”

 

 

      - ราคาทองคำขึ้น 1% แตะ $1,234 สูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน

      - ตลาดเริ่มกังวลกับการเลือกตั้งในยุโรป

      - นโยบายทรัมป์หนุนทองคำ

      - กองทุน SPDR เริ่มกลับมาซื้อทองคำ

 

ในปัจจุบันตลาดมีความกังวลว่าจะเกิดความปั่นปวนอีกครั้ง เนื่องจากในเดือน มี.ค. จะมีการเลือกตั้งของเนเธอร์แลนด์ และอาจมีการเปลื่ยนแปลงทางการเมืองได้ ซึ่งอาจเป็นจุดเปลี่ยนเล็กๆของยุโรโซน

 

ขณะที่เรื่องนโยบายทรัมป์นั้นเข้าสู่สัปดาห์ที่สองหลังประกาศใช้มาตรการห้ามชาวมุสลิมเข้าสหรัฐ แต่ไม่กี่วันที่ผ่านมาคำสั่งนี้ถูกยับยั้งไว้  เนื่องจากได้รับการปกป้องจากศาล 90 วัน โดยให้การคุ้มครองแก่ชาวมุสลิม ให้สามารถเข้าสหรัฐได้

หลังจากนี้ก็ต้องดูกันว่าการก่อการร้ายในสหรัฐฯจะเป็นอย่างไร เพราะฝั่งที่ไม่พอใจนโยบายของทรัมป์ก็ดูจะมีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

      กองทุน SPDR ในเดือน ก.พ. กลับมาซื้อเพิ่มถึง 19.58 ตัน โดยมียอดซื้อสุทธ์ที่ 818.65 ตัน

 

      แนวโน้มทองคำในเดือน ก.พ. ยังเป็นขาขึ้น มองเป้าหมายที่ $1,248

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 6/ก.พ./60

(07.30 น.) น้ำมัน WTI ปิดบวก 29 เซนต์ ขานรับประเทศน้ำมันลดการผลิตตามข้อตกลง

          สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกขานรับกลุ่มประเทศน้ำมันเดินหน้าลดการผลิตตามข้อตกลง เพิ่มขึ้น 29 เซนต์ หรือ 0.54% ปิดที่ 53.83 ดอลลาร์/บาร์เรล

(07.30 น.) ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 186.55 จุด ขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐแข็งแกร่ง

          ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งกว่า 100 จุดและทำสถิติปิดเหนือ 20,000 จุดอีกครั้ง ในขณะที่ NASDAQ ปิดที่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ เนื่องจากตลาดขานรับตัวเลขจ้างงานสหรัฐเดือนม.ค.ที่แข็งแกร่งเกินคาด

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จุดเปลี่ยนส่งราคาทองดีด”

ประเด็นวันนี้ “จุดเปลี่ยนส่งราคาทองดีด”

 

 

       สัปดาห์ที่ผ่านมาจากที่คาดการณ์ว่าราคาทองคำจะลงจากตัวเลขสหรัฐฯ คือ การจ้างงานนอกภาคการเกษตรที่ขยายตัว และ อัตราการว่างงานที่ลดลง แต่ตัวเลขอัตราการว่างงานประกาศออกมาผิดคาด โดยพุ่งขึ้นแตะ 4.8% ซึ่งหมายความว่าสหรัฐฯมีอัตราการว่างงานที่สูงขึ้น ประกอบกับการประกาศคว่ำบาตรชาวอิหร่านรอบใหม่เพื่อเป็นการลงโทษเรื่องที่อิหร่านได้ทำการทดสอบขีปนาวุธ ทั้งสองปัจจัยส่งราคาทองขึ้นไปแตะระดับ $1,220

 

       สัปดาห์นี้ปัจจัยใดบ้างที่มีผลต่อราคาทองคำ

 

       - ตำแหน่งงานที่เปิดรับสมัครนอกภาคการเกษตร เดือนธ.ค. (-ทอง)

 

       - จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ (+ทอง)

 

       - เฟดชิคาโกพูดเกี่ยวกับเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน (-ทอง)

 

       - ความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐฯ เดือนก.พ. (+ทอง)

 

       ราคาทองสัปดาห์นี้มองจะปรับตัวขึ้นในกรอบการเคลื่อนไหว $1,208 - $1,236 จากปัจจัยที่ต่อเนื่องสัปดาห์ที่แล้ว คือ เรื่องการประกาศคว่ำบาตรชาวอิหร่านรอบใหม่นั้นจะส่งให้ทองเป็น Safe Haven

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 3/ก.พ./2560

 (07.30 น.) ดาวโจนส์ปิดลบ 6.03 จุด วิตกสัมพันธ์ทรัมป์-ผู้นำทั่วโลกร้าวฉาน (+ทองคำ)

ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 ก.พ.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความสัมพันธ์ที่ตึงเครียดระหว่างประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ และผู้นำคนอื่นๆของโลก ซึ่งรวมถึงการที่ประธานาธิบดีสหรัฐขู่ว่าจะส่งทหารเข้าไปปราบปรามอาชญากรในเม็กซิโก นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่กระทรวงแรงงานสหรัฐจะเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคการเกษตรเดือนม.ค.ในวันนี้

(07.30 น.)   ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 34 เซนต์ วิตกสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด (-SET)

สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (2 ก.พ.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) ระบุว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐเพิ่มขึ้นเกินคาดในสัปดาห์ที่แล้ว

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “วิกฤตดอยซ์แบงค์หนุนทอง”

ประเด็นวันนี้ “วิกฤตดอยซ์แบงค์หนุนทอง”

 

 

     - ราคาทองคำแตะ $1,225 สูงสุดในรอบเกือบ 3 เดือน

     - ดอยซ์แบงก์ ขาดทุน Q4/16 สูงถึง 1.9 พันล้านยูโร

     - กองทุน SPDR ซื้อทองคำเพิ่ม 1.48 ต้น

     - ในทางเทคนิคเกิด Bearish Divergence ในกราฟรายวัน

 

      ดอยซ์แบงก์ ธนาคารที่มีอยู่ใน 70 ประเทศทั่วโลก กำลังเกิดวิกฤต เนื่องจากไตรมาสที่ 4/2016 มีปัญหาการขาดทุนถึง 1.9 พันล้านยูโร หรือราว 2.05 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยสาเหตุส่วนหนึ่งมาจากการที่นักลงทุนขาดความเชื่อมั่น หลังมีส่วนรู้เห็นกับการเคลื่อนย้ายเงินทุน 10,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐออกจากรัสเซียอย่างผิดกฎหมาย โดยใช้กลยุทธ์คัดลอกคำสั่งซื้อขาย (mirror trades) ที่สำนักงานของดอยช์แบงก์ทั้งในมอสโก ลอนดอน และนิวยอร์ก

 

      ทำให้ทางการสหรัฐฯและอังกฤษปรับเป็นเงินจำนวนมาก ซึ่งถูกสำนักงานบริการการเงิน (DFS) ของรัฐนิวยอร์กปรับ 425 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และสำนักงานกำกับสถาบันการเงินของอังกฤษ (FCA) ปรับ 204 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นอกจากนี้ใน Q4/2016 ดอยซ์แบงก์ยังได้จ่ายเงินค่าปรับ 3.1 พันล้านดอลลาร์ให้กับกระทรวงยุติธรรมสหรัฐ เพื่อยุติคดีที่เกี่ยวข้องกับ MBS ซึ่งเป็นต้นเหตุของวิกฤตการเงินโลกในปี 2008 และการโดยปรับครั้งนี้ก็เป็นอีกสาเหตุหนึ่งที่ทำให้งบไตรมาสที่ 4/2016 ขาดทุน

 

      ในสัปดาห์นี้กองทุน SPDR มีการเข้าซื้อทองคำมากถึง 12.15 ตัน ทำให้การถือสุทธิอยู่เหนือระดับ 800 ตัน

 

      สรุปการที่นักลงทุนกังวลเรื่องดอยซ์แบงก์ ประกอบกับการซื้อทองคำของกองทุน SPDR เป็นปัจจัยบวกที่ทำให้ราคาทองคำทำ High ใหม่ในรอบ 3 เดือน แต่ทั้งนี้กราฟรายวันของทอง เกิด Bearish Divergence อาจทำให้ราคาในสัปดาห์หน้าย่อลงมาที่ $1,200 อีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

ทรัมป์ ดอกเบี้ย หรือความเชื่อ 'ชึ้ราคาทอง'

คอลัมน์: เศรษฐศาสตร์ตู้แดง

ทรัมป์ ดอกเบี้ย หรือความเชื่อ 'ชี้ราคาทอง'

 

โดย คุณกมลธัญ พรไพศาลวิจิต 
ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ
บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด
 
เพียงไม่กี่วันของการเข้ารับตำแหน่งของประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐอเมริกากระแสลมในตลาดการเงินดูจะกลับทิศ จากที่ก่อนหน้าความคาดหวังต่อนโยบายใหม่ของ โดนัลด์ ทรัมป์ ที่จะสร้างความเป็นมหาอำนาจที่แท้จริงอีกครั้งของสหรัฐฯ สร้างแรงกระเพือมต่อตลาดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า ดัชนีตลาดหุ้นอย่าง DowJone หรือ S&P500 ปรับตัวขึ้นหลังการชนะเลือกตั้ง
 
ตั้งแต่หลังจากวันที่ 20 ม.ค. ที่ผ่านมาด้วยการตัดสินใจหลายด้านที่อาจจะกระทบต่อความเป็นมหาอำนาจของสหรัฐฯ อย่างการผละออกจากยุทธศาสตร์ทางเศรษฐกิจเดิมที่โอบามาดำเนินการไว้อย่าง TPP (Trans-Pacific Partnership) ซึ่งประเด็นนี้พี่ไทยอาจจะยิ้มและบอกว่าดีแล้วที่ทรัมป์ได้เป็นประธานาธิบดีไม่งั้นคงต้องหาทางเพื่อจะแข่งกันกับประเทศเพื่อนบ้านที่เข้า TPP กันเหนื่อยทีเดียว
 
นอกจากด้านเศรษฐกิจที่เริ่มไม่สดใสแล้ว เมฆดำที่ตั้งเค้ามาตั้งแต่ทรัมป์ชนะการเลือกตั้งก็ดูจะใกล้สุกงอม หลายรัฐมีการตั้งวงประท้วงกันอย่างกว้างขวางโดยหยิบยกหลายประเด็นที่ผิดพลาดในอดีตของประธานาธิบดีคนนี้มาเล่นแบบ non stop ทั้งประเด็นการวางตัวเรื่องเพศ การกีดกันการเข้าเมืองของชาวมุสลิม ฯลฯ

 

ในด้านการต่างประเทศก็เริ่มเห็นการลองของ เริ่มเห็นการเสียดสีกันเป็นประปรายโดยเฉพาะนโยบายกีดกันทางการค้าที่อาจจะทำให้สหรัฐฯเสียดุลการค้าน้อยลงนี่เป็นเพียงจุดเริ่มที่ผมเชื่อว่าจะเป็นหนังเรื่องยาว แบบนี้จึงไม่แปลกที่เราเริ่มเห็นค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเริ่มอ่อนค่าลง และกลับไปอยู่ในระดับต่ำกว่าช่วงก่อนหน้าที่ทรัมป์จะชนะการเลือกตั้งโดยต่ำกว่าระดับ 100 จุด(US Dollar Index) ซึ่งเป็นผลบวกต่อราคาทองคำนักวิเคราะห์ต่างประเทศเริ่มมีการคาดการณ์ราคาทองคำในเชิงบวกมากขึ้นโดยใช้ประเด็นของทรัมป์เป็นปัจจัยสนับสนุน
 
ด้านประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ(FED) เป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้วว่าที่ผ่านมาประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลเชิงลบต่อราคาทองคำหรืออาจจะเรียกได้ว่าการปรับตัวลดลงของราคาทองคำในช่วงกว่า 2 ปีที่ผ่านมา(หลังยุติการใช้QE) จำเลยที่หนึ่งคือธนาคารกลางสหรัฐฯโดย FED ขึ้นดอกเบี้ยจากระดับต่ำสุดมา 2 ครั้งครั้งแรกช่วงกลางเดือนธันวาคมปี 2558 และครั้งล่าสุดกลางเดือนธันวาคมปีที่ผ่านมาโดยขึ้นครั้งละ 25 basis point จากระดับ 0.25% เป็น 0.75%
 
เหตุที่ต้องขึ้นก็มาจากเศรษฐกิจสหรัฐฯฟื้นตัวแล้ว ดูจากการจับจ่ายใช้สอยเริ่มที่จะกลับมาสะท้อนผ่านการหมุนเวียนของเงินที่วัดจาก M1 หรือถ้าพูดง่ายๆก็คือเงินที่ไหลเวียนในระบบที่หักออกด้วยเงินฝากในธนาคารเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัดจากช่วงวิกฤติทางการเงิน money multiplier อยู่ที่ประมาณ 0.7 แต่ปัจจุบันขึ้นมาอยู่ใกล้ระดับ 0.95 (ก่อนหน้าวิกฤติ subprime อยู่ที่ 1.6) และต้องไม่ลืมว่าสหรัฐฯผลิตเงินใส่ระบบไว้จำนวนมหาศาล ดังนั้นเมื่อการหมุนของเงินมากขึ้นบวกกับปริมาณเงินที่ล้นตลาด สิ่งที่จะตามมาคือเงินเฟ้ออย่างเลี่ยงไม่ได้
 
ดังนั้น การขึ้นดอกเบี้ยจึงเป็นการลดความเสี่ยงของเงินเฟ้อในอนาคตและอาจจะบอกได้ว่าปีนี้เราคงได้เห็นการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯอีกอย่างน้อย 1 ครั้งและจากประเด็นนี้เองก็ทำให้เกิดการคาดการณ์เช่นเดียวกันว่าปีนี้อาจจะยังไม่ใช่ปีที่สดใสของตลาดทองคำจากแรกกดดันดอกเบี้ยนั้นเอง
 
กล่าวมาถึงตรงนี้ ท่านผู้อ่านอาจจะกำลังสับสนว่าแล้วสรุปทองจะขึ้นหรือจะลงกันแน่ ก็เมื่อมองไปในอนาคตมีทั้งปัจจัยบวกและปัจจัยลบทั้งสองฝั่งก็มีความน่าเชื่อถือมีเหตุมีผลเหมือนกันมีนักวิเคราะห์นักวิจารณ์สนับสนุนทั้งสองด้าน ในมุมมองของผู้เขียนปัจจัยแนวคิดทฤษฎีเป็นเพียงส่วนหนึ่งที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงราคาจริงในตลาด สิ่งหนึ่งที่สำคัญต่อการเปลี่ยนแปลงราคาคือ “ความเชื่อ” ของคนส่วนใหญ่ที่ผ่านมาจะพบว่าหลายปัจจัยที่เกิดขึ้นในอดีตไม่ได้เป็นไปตามที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ก่อนหน้า แต่ราคาก็ตอบสนองตามความเชื่อของคนส่วนใหญ่ เช่น คาดว่าดอกเบี้ยจะขึ้น คาดกว่าฮิลลารี่คลินตันจะชนะการเลือกตั้ง คาดว่าจะเกิดสงครามและหลายครั้ง “ย้ำ” ว่าหลายครั้งที่เหตุการณ์เหล่านี้ไม่ได้เกิดขึ้นจริง แต่ก็ส่งผลต่อราคา ดังนั้น แม้เราจะอยู่บนข้อมูลที่สามารถวิเคราะห์สถานการณ์ได้อย่างมีเหตุผล คาดการณ์ผลที่จะเกิดได้ชัดเจน แต่ก็ไม่สามารถสร้างผลกำไรชนะตลาดได้เนื่องจากราคาจะเคลื่อนไหวตามคนส่วนใหญ่ หมายความว่าคนส่วนใหญ่เชื่ออะไรก็จะเกิดการซื้อหรือการขายตามๆกันส่งผลให้ราคาเปลี่ยนแปลงตามความเชื่อนั่นเอง
 
อีกตัวอย่างที่น่าสนใจ คือ การวิเคราะห์การลงทุนด้วยปัจจัยทางเทคนิค ซึ่งเป็นที่นิยมกันในการวิเคราะห์ราคาทองคำเครื่องมือทางเทคนิคสร้างขึ้นจากหลักทางสถิติที่ใช้ข้อมูลอดีตมาพยากรณ์ราคาในอนาคต จากการใช้งานจริงผู้เขียนพบว่าบ่อยครั้งมากที่เครื่องมือทางเทคนิคสามารถพยากรณ์ราคาได้อย่างถูกต้อง ซึ่งก็มีที่มาที่ไปจากความเชื่อของผู้ใช้เครื่องมือด้วยเช่นเดียวกัน ตัวอย่างเช่น นักวิเคราะห์ทางเทคนิคคาดการณ์แนวรับสำคัญของราคาทองคำอยู่ที่ระดับ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯ เมื่อราคาทองคำอ่อนตัวลงมาใกล้ระดับ 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯผู้ที่เชื่อการวิเคราะห์ทางเทคนิคก็จะส่งคำสั่งซื้อ (เกิดการซื้อเมื่อมองปัจจัยแวดล้อมอื่นประกอบ) เมื่อเกิดแรงซื้อจำนวนมากตามกลุ่มผู้ลงทุนที่ใช้เครื่องมือเหมือนกัน ราคาก็จะถูกดันขึ้นทำให้เครื่องมือทางเทคนิคสามารถใช้พยากรณ์ราคาได้จริง เช่นเดียวกัน ถ้าราคาทองคำปรับตัวลงต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์สหรัฐฯผู้ที่ใช้เครื่องมือทางเทคนิคก็จะส่ง