ausiris หน้าแรก     

ausiris ออสสิริส     

megaphone
- WWW.SETTRADE.COM -
- WWW.SETTRADE.COM -  SET INDEX  1,573.85  +0.47  +0.03%         Value  15,461.26  Mil.Baht         SET50 INDEX  1,001.88  +0.37  +0.04%         SET100 INDEX  2,247.13  +1.07  +0.05%         sSET INDEX  995.91  +0.49  +0.05%         SETHD INDEX  1,186.37  -1.21  -0.10%             AGRO  462.02  -0.05  -0.01%       AGRI  230.76  +1.66  +0.72%       FOOD  13,165.86  -8.36  -0.06%           CONSUMP  142.15  +0.08  +0.06%       FASHION  693.04  -0.51  -0.07%       HOME  42.69  +0.11  +0.26%       PERSON  570.27  +1.31  +0.23%           FINCIAL  186.44  -0.21  -0.11%       BANK  516.02  -0.59  -0.11%       FIN  2,878.97  -2.77  -0.10%       INSUR  14,427.03  -19.75  -0.14%           INDUS  132.62  -0.37  -0.28%       AUTO  547.90  +3.43  +0.63%       IMM  71.00  +0.07  +0.10%       PAPER  2,025.45  +14.06  +0.70%       PETRO  1,195.52  -6.88  -0.57%       PKG  4,125.80  +0.68  +0.02%       STEEL  47.37  +0.33  +0.70%           PROPCON  140.62  -0.29  -0.21%       CONMAT  12,721.85  -99.42  -0.78%       PROP  285.79  +0.56  +0.20%       PF&REIT  181.80  -0.54  -0.30%       CONS  121.72  +0.36  +0.30%           RESOURC  185.75  -0.28  -0.15%       ENERG  21,160.82  -32.20  -0.15%       MINE  18.94  -0.09  -0.47%           SERVICE  455.25  +2.71  +0.60%       COMM  35,643.85  -132.48  -0.37%       HELTH  5,408.90  +116.59  +2.20%       MEDIA  61.46  +0.12  +0.20%       PROF  267.79  -1.28  -0.48%       TOURISM  625.87  -2.52  -0.40%       TRANS  326.75  +3.47  +1.07%           TECH  171.69  -0.15  -0.09%       ETRON  2,052.82  -2.68  -0.13%       ICT  157.99  -0.05  -0.03%       TFEX       SET50 Index Futures       S50Q17  1,001.7  +2.3  1        S50U17  997.1  +0.6  32,325        S50V17  -  -  -        S50Z17  998.5  +0.5  4,730        S50H18  994.7  +0.5  169        S50M18  989.2  +0.4  72      Sector Index Futures       BANKU17  -  -  -        COMMU17  -  -  -        ENERGU17  -  -  -        FOODU17  -  -  -        ICTU17  -  -  -      Single Stock Futures       AAVU17  -  -  -        ADVANCU17  -  -  100        AMATAU17  17.20  -0.19  9        AOTU17X  52.31  +0.32  12        APU17  -  -  -        BAU17  17.65  +0.20  101        BANPUU17  16.61  -0.15  1,037        BAYU17  36.24  +0.02  20        BBLU17  -  -  120        BCHU17  14.45  +0.25  2        BCPU17  36.85  -0.30  6        BDMSU17  20.25  +0.51  4,619        BEAUTYU17  13.67  +0.43  216        BECU17  15.64  -0.01  5        BEMU17  7.68  +0.14  6,767        BHU17  208.79  +4.79  123        BJCU17  -  -  100        BLAU17  44.64  -0.01  4        BLANDU17  1.78  -0.01  711        BTSU17  -  -  -        CBGU17  66.64  +0.14  242        CENTELU17  -  -  -        CHGU17  2.37  +0.03  1,807        CKU17  27.54  +0.01  6        CKPU17  3.32  +0.04  6        CPALLU17  61.10  -1.35  85        CPFU17  25.65  -0.01  967        CPNU17  66.34  -0.42  4        DELTAU17  -  -  -        DTACU17  52.90  -0.47  449        EARTHU17  -  -  -        EGCOU17  -  -  -        EPGU17  10.84  -  7        GLOBALU17X  -  -  -        GLOWU17X  -  -  -        GPSCU17  -  -  -        GUNKULU17X  -  -  200        HANAU17  44.75  -0.60  111        HMPROU17  -  -  -        ICHIU17  7.73  -0.05  2        INTUCHU17  -  -  40        IRPCU17  5.58  -  277        ITDU17  4.05  -0.01  241        IVLU17  -  -  100        JASU17  7.76  +0.05  1,854        KBANKU17  195.39  -0.41  8        KCEU17  87.50  +1.05  327        KKPU17  -  -  -        KTBU17  18.28  +0.02  129        KTCU17  115.75  +0.45  45        LHU17  9.93  +0.14  288        LPNU17  10.80  +0.06  19        MAJORU17  -  -  -        MINTU17  39.06  -0.04  202        MTLSU17  32.11  +0.11  7        PLANBU17  -  -  -        PSHU17  22.38  +0.03  60        PTGU17  18.96  +0.17  109        PTTU17  386.00  -0.89  45        PTTEPU17  85.43  -0.57  77        PTTGCU17  73.20  +0.47  113        QHU17  2.41  -0.01  4        RATCHU17  -  -  -        ROBINSU17  -  -  -        SU17  3.90  -0.01  105        SAMARTU17  -  -  200        SAWADU17X  49.46  -0.24  203        SCBU17  144.36  +0.51  675        SCCU17  487.00  -3.52  36        SIRIU17  2.07  -0.01  95        SPALIU17  -  -  -        SPCGU17  20.48  -0.44  1        STAU17  11.66  -0.02  4        STECU17  24.90  -0.12  603        STPIU17  -  -  -        TASCOU17  -  -  -        TCAPU17  -  -  -        THAIU17  16.84  -0.11  17        THCOMU17  -  -  -        TISCOU17  -  -  400        TMBU17  2.32  -0.01  7        TOPU17  88.30  +0.31  464        TPIPLU17  2.11  -0.01  68        TRUEU17  5.30  -  461        TTAU17  9.20  -0.09  167        TTCLU17  -  -  -        TTWU17  -  -  -        TUU17  -  -  -        TVOU17  28.85  -0.92  465        UNIQU17  -  -  -        VGIU17  -  -  100        VNGU17  -  -  -        WHAU17  -  -  200      GF10 Futures       GF10Q17  20,410  +20  2,776        GF10V17  20,460  +30  4,664        GF10Z17  20,500  +30  1,406      GF50 Futures       GFQ17  20,420  +30  65        GFV17  20,450  +20  139        GFZ17  20,490  +30  30      USD Futures       USDQ17  -  -  -        USDU17  33.31  -0.02  365        USDV17  -  -  -        USDZ17  33.32  -0.03  89      BB3 Futures       BB3U17  -  -  -        BB3Z17  -  -  -      TGB5 Futures       TGB5U17  -  -  -        TGB5Z17  -  -  -      RSS3 Futures       RSS3Q17  -  -  -        RSS3U17  -  -  -        RSS3V17  -  -  -        RSS3X17  -  -  -        RSS3Z17  -  -  -        RSS3F18  -  -  -        RSS3G18  -  -  -      RSS3D Futures       RSS3DQ17  -  -  -        RSS3DU17  61.90  +0.30  8        RSS3DV17  62.40  +0.30  8        RSS3DX17  62.20  -0.50  8        RSS3DZ17  62.50  -0.40  8        RSS3DF18  -  -  -        RSS3DG18  -  -  -      Index Options       Most Active Call Volume       S50Z17C1000  10.6  +0.5  239        S50U17C950  48.4  -1.4  159        S50U17C1000  3.8  +0.2  103        S50Z17C1025  2.2  +0.1  86        S50U17C1025  0.5  -0.1  68      Most Active Put Volume       S50Z17P1000  12.3  +0.2  173        S50Z17P950  3.0  +0.4  149        S50U17P975  1.9  +0.1  125        S50U17P950  1.0  +0.1  71        S50Z17P975  4.7  +0.1  65      ---     ǹ觢ѹ TFEX Trading Challenge 2017 ¹ ʺó ҹʹôԧ ԧԹҧзȹ֡ҵҧ ͺ觢ѹ ..-.. ѤѺ˹ѧ͹Ź "ô TFEX ҧҪվ" Ѥÿ ѹ-25 .. 60 ´ www.TFEX.co.th    ---    
1

ข่าวล่าสุด

ประเด็นวันนี้ "3 ปัจจัยที่สำคัญกระทบราคาทอง"

ประเด็นวันนี้ "3 ปัจจัยที่สำคัญกระทบราคาทอง"

- การเปลี่ยนนโยบายการเงินสหรัฐฯ
- ทรัมป์ยังการเดินหน้านโยบายการลดภาษี
- อาจไม่เกิด US Government Shutdown
 
      ประเด็นแรกการเปลี่ยนนโยบายทางการเงินของสหรัฐฯ ซึ่งอาจมีการเปลี่ยนตัวผู้นำธนาคารกลางสหรัฐฯ เริ่มมีการคาดการณ์ต่างๆนานาว่า การกล่าวของนาง Janet Yellen ที่ Jackson Hole Symposium อาจเป็นการพูดครั้งสุดท้าย เนื่องจาก นาง Janet Yellen จะหมดวาระในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 และทรัมป์มีแผนที่จะเสนอนายแกรี่ โคห์น ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนในปี 2561 ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯหรือ NEC และเคยเป็นประธานบริษัท Goldman Sachs เหตุที่นาง Janet Yellen อาจไม่ได้ดำรงตำแหน่งสมัยที่ 2   เพราะมีนโนยายขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งขัดกับนโยบายทางการคลังของทรัมป์ที่ลดภาษี ทำให้เกิดนโยบายการเงินและการคลังที่ไม่สอดคล้องกันเป็นอย่างมาก และผลกระทบของการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น ในขณะที่การลดภาษีทของทรัมป์เป็นการลดต้นทุนของผู้ผลิต ส่งให้มาตการทางคลังสหรัฐฯทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ
 
      สองการเดินหน้านโยบายลดภาษีของทรัมป์ โดย นายพอล ไรอัน ประธานสภาผู้แทนราษฎร กล่าวว่าการผลักดันมาตรการดังกล่าวมีความง่ายกว่าการปฏิรูประบบประกันสุขภาพ หลังจากพรรครีพับลิกันสามารถบรรลุข้อตกลงเบื้องต้น ปัจจัยดังกล่าวทำให้ประชาชนสหรัฐฯมองว่าจะเป็นผลดีต่อพวกเขา เพราะมีเงินในมือเพิ่มขึ้น หรืออาจนับเป็นเงินออมที่เพิ่มขึ้น แต่สำหรับเรากลับมองต่างกัน เนื่องจากมาตรการดังกล่าวรัฐบาลสหรัฐฯหวังว่าจะกระตุ้นการลงทุนภาคเอกชน ซึ่งการที่ประชาชนสหรัฐฯมองเป็นเงินออมที่เพิ่มขึ้นจะเป็นปัจจัยที่ทำให้รัฐบาลจัดเก็บภาษีได้ลดลง และแนวโน้มที่ต้องใช้นโยบายงบประมาณขาดดุลมากกว่า หมายความว่ารัฐต้องกู้เงินมาใช้มากขึ้นนั้นเอง
 
      ในประเด็นที่สามคือ อาจไม่เกิด US Government Shutdown เนื่องจากผู้นำเสียงข้างมากของพรรครีพับลิกันในวุฒิสภาสหรัฐฯ คือ วุฒิสมาชิก มิทช์ แมคคอนเนลล์ กล่าวว่า สภาคองเกรสจะอนุมัติการปรับเพิ่มเพดานหนี้ ก่อนเดือน ก.ย. ต้องตามกันต่อว่าจะเป็นจริงอย่างที่เขากล่าวหรือไม่
 
      โดยสรุป
-ประเด็นแรกจะเป็นผลดีต่อราคาทองคำ เนื่องจากการไม่ขึ้นดอกเบี้ย ค่าเงินดอลลาร์จะไม่แข็งค่ามาก
-ประเด็นที่สองจะเป็นผลลบต่อทองคำในระยะสั้น แต่ในระยะยาวทำให้เพดานหนี้เพิ่มสูงขึ้นเป็นผลดีต่อทองคำ
-ประเด็นสุดท้ายหากไม่เกิด US Government Shutdown ก็ไม่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ
 
 

อ่านต่อ

สรุปปริมาณซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน (TFEX) ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2560

สรุปปริมาณซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน (TFEX) ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2560
 

สรุปวันนี้ ใน SET50 Index Futures ต่างชาติ ถือ Long 8,259 สัญญา 
สถาบัน Long 1,647 สัญญา และรายย่อย 9,906 สัญญา ทั้งนี้ที่น่าสังเกตคือ ต่างชาติและสถาบัน Long 3 วันติด

 

อ่านต่อ

สรุปมูลค่าการซื้อขายแยกตามกลุ่มนักลงทุน (SET) ณ วันที่ 23 สิงหาคม 2017


SET ปิดวันที่ 23 ส.ค. 2560 ที่ระดับ 1,573.38 จุด เพิ่มขึ้น 0.19 จุด (+0.01%) ปรับขึ้นเล็กๆรอคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าว 

หลักทรัพย์ที่มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุด 5 หลักทรัพย์ ได้แก่  
          SCB       มูลค่าการซื้อขาย 1,649.01 ล้านบาท ปิดที่ 144.50 บาท  เพิ่มขึ้น  1.00 บาท
          CPALL     มูลค่าการซื้อขาย 1,584.72 ล้านบาท ปิดที่  61.25 บาท  ราคาไม่เปลี่ยนแปลง
          KBANK     มูลค่าการซื้อขาย 1,272.34 ล้านบาท ปิดที่ 197.50 บาท  เพิ่มขึ้น  3.00 บาท
          TOP       มูลค่าการซื้อขาย 1,208.82 ล้านบาท ปิดที่  90.75 บาท  เพิ่มขึ้น  0.25 บาท
          AOT       มูลค่าการซื้อขาย   977.81 ล้านบาท ปิดที่  52.00 บาท  เพิ่มขึ้น  0.50 บาท

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "คาบสมุทรเกาหลียังระอุ"
ประเด็นวันนี้ "คาบสมุทรเกาหลียังระอุ"
 
 

       สาเหตุที่เริ่มพูดในเรื่องนี้ เพราะนับเป็นสถานการณ์ล่อแหลมที่สุดระหว่างสหรัฐฯกับเกาหลีเหนือเท่าที่เคยมีมา เนื่องจากในปัจจุบันสหรัฐฯได้ทำการกระชับพื้นที่เกาหลีเหนือ 2 ทาง ทางที่หนึ่ง ขู่ใช้กำลังทางทหาร และทำการซ้อมรบระหว่างสหรัฐฯและเกาหลีใต้ตั้งแต่วันที่ 21 – 30 ส.ค. ใช้กำลังรวมทั้งสิ้น 80,000 นาย สร้างความไม่พอใจต่อเกาหลีเหนือเป็นอย่างมาก ในทางที่สอง พยายามตัดขาดความสัมพันธ์ทางการทูต หลังรองประธานาธิบดีสหรัฐฯ ได้เรียกร้องให้ชิลี บราซิล เม็กซิโก และเปรู ตัดขาดความสัมพันธ์ต่อเกาหลีเหนือ โดยการกระทำดังกล่าวประเมินว่าจะตัดรายได้จากการส่งออกของเกาหลีเหนือลง 1 ใน 3  ทั้งหมดก็เพื่อลงโทษเกาหลีเหนือหลังยังคงเดินหน้าทดสอบขีปนาวุธและพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์
 
       หากนับกำลังทหาร และฐานทัพในเขตเอเชียเหนือ ใครจะได้เปรียบ
ข้อมูลจาก:International Institute for Strategic Studies, U.S. Department of Defense บอกว่า
 
 
       ทีนี้จะเริ่มเห็นว่าประเทศที่ทหารที่เยอะสุดในเขตนี้เป็นจีน ส่วนสหรัฐฯมีฐานทัพมากสุด คือ สหรัฐฯ ซึ่งจากตัวเลขต่างๆทำให้ประเมินได้ว่า หากสหรัฐฯไม่เพิ่มกำลังทางทหารให้มากกว่านี้ก็อาจเป็นเรื่องยากที่จะทำให้เกาหลีใต้ได้เปรียบเกาลีเหนือ
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทองไปต่อ หลังจีนรับคำท้า"

ประเด็นวันนี้ "ทองไปต่อ หลังจีนรับคำท้า"

 

 

      ราคาทองคำปรับตัวขึ้นอีกครั้งในปัจจัยเดิมที่เริ่มต้นขึ้นเมื่อสัปดาห์ก่อน หลังสหรัฐฯที่นำโดยทรัมป์ยิงกระสุนนัดแรกในสงครามการค้ากับจีน นำไปสู่การใช้กฎหมาย มาตรา 301 เพื่อหาเรื่องกับจีน 

 

      ส่วนจีนออกแถลงการณ์แสดงความไม่พอใจเป็นอย่างมากในกรณีดังกล่าว และทางการจีนยืนยันที่จะใช้มาตรการตอบโต้เพื่อปกป้องผลประโยชน์ จะเห็นได้ชัดว่าจีนก็ไม่ยอม

หากมองลึกเกมในตานี้สาเหตุที่สหรัฐฯ เริ่มใช้กฎหมาย มาตรา 301 กับจีน เนื่องจากจีนไม่ช่วยบีบเกาหลีเหนือ หลังจากที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธระยะกลางและข้ามทวีป ทั้งนี้ต้องตามต่อว่า จีนจะออกมาปกป้องผลประโยชน์ของตนอย่างไร เรื่องนี้ต้องประเมินมาตรการที่ออกมาของทั้งสหรัฐฯ และจีนเป็นระยะเพื่อที่จะได้วิเคราะห์ถึงผลกระทบที่จะตามมา และหากใครพลาดในเกมตานี้ ก็อาจทำให้เกิดวิกฤตเศรษฐกิจในอนาคตได้

 

      ทั้งนี้ยังมีอีก 2 เรื่องที่ต้องตามต่อหากนักลงทุนอยู่ในตลาดทองคำ

      1.ทรัมป์จะแถลงการณ์ยุทธศาสตร์ทางทหารใหม่สำหรับประเทศอัฟกานิสถานในเวลา 08:00 น. ตามเวลาประเทศไทย ดูว่าจะเพิ่มหรือลดกำลังทหารกันแน่ ในอัฟกานิสถานตอนนี้มีจำนวน 8,400 นาย เพื่อทำภารกิจฝึกอบรมกองทัพอัฟกานิสถานในการต่อสู้กับกลุ่มตาลีบัน และการปฏิบัติภารกิจต่อต้านการก่อการร้าย

      2.การซ้อมรบของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ เพื่อเตรียมพร้อมในกรณีที่เกาหลีเหนืออาจมีการใช้อาวุธนิวเคลียร์ในทุกกรณี โดยรวมการซ้อมรบดังกล่าวมีทหารเกาหลีใต้ราว 50,000 นาย และทหารสหรัฐฯอีก 25,000 -30,000 นาย ซึ่งมีระยะเวลาซ้อมรบ 10 วัน  ในขณะที่เกาหลีเหนือกล่าวว่า การซ้อมรบของสหรัฐฯและเกาหลีใต้ เป็นการยั่วยุในการเกิดสงครามนิวเคลียร์

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทำไมราคาทองคำขึ้นแตะ $1,300"

ประเด็นวันนี้ "ทำไมราคาทองคำขึ้นแตะ $1,300"

 

     

     ต้องกล่าวเลยว่าราคาทองคำในตอนนี้ปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 8 เดือน หรือปรับสูงสุดตั้งแต่ทรัมป์ เข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 โดยวิ่งไปแตะ $1,297 หลังมีปัจจัยหนุน 2 อย่าง

 

     1.มาตรการกีดกันทางการค้าเริ่มขึ้นแล้ว โดยนายสตีฟ แบนนอน หัวหน้านักวิเคราะห์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์  กล่าวว่า สหรัฐฯกำลังเริ่มทำสงครามทางเศรษฐกิจกับจีน โดยใช้การลงนามคำสั่งพิเศษ ให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไทเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐ หรือ USTR ดำเนินการตรวจสอบแนวทางปฏิบัติทางการค้าของจีน ซึ่งรวมถึงทรัพย์สินทางปัญญา เพื่อที่จะหาว่า กฎหมาย นโยบาย และแนวทางปฏิบัติ หรือการกระทำใดๆ ของจีน ส่งผลกระทบต่อทรัพย์สินทางปัญญา นวัตกรรม หรือการพัฒนาเทคโนโลยีของสหรัฐ หรือไม่ ภายใต้มาตรา 301 ของกฎหมายการค้าสหรัฐฯ (โดยมาตรา 301 เป็นพระราชบัญญัติการค้าปี 2517 ว่าด้วยการปกป้องรักษาผลประโยชน์ทางการค้าของสหรัฐฯ และสามารถให้อำนาจกับประธานาธิบดีสหรัฐฯตอบโต้ต่อประเทศคู่ค้าที่ไม่ยุติธรรม) ซึ่งหากสหรัฐฯเจอความผิดปกติในการตรวจสอบดังกล่าวจะเป็นการเปิดฉากสงครามทางเศรษฐกิจกับจีน ในลักษณะนี้จะทำให้เศรษฐกิจอันดับหนึ่ง และสองชะลอตัว ซึ่งจะส่งผลให้เศรษฐกิจโลกอ่อนแอ ทองคำจึงเป็น Safe haven

 

     2.ประเด็นการก่อการร้ายในสเปนทำให้มีผู้เสียชีวิต 14 คน และเจ็บอีกกว่า 100 คน ซึ่งกลุ่มรัฐอิสลาม หรือ IS ได้ออกแถลงการณ์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีดังกล่าว ทำให้ดัชนี Ibex-35 ของตลาดหุ้นสเปนดิ่งลง 1.41% ส่งภาพทองคำเป็น Safe haven มากขึ้น

 

     จากปัจจัยทั้งสองอาจทำให้ราคาทองคำในวันจันทร์มีแนวโน้มปรับขึ้นต่อ ถ้ายืนได้ที่ $1,300 ราคาทองคำอาจขึ้นไปแตะ $1,310-$1,315  แต่ราคาทองคำไทยอาจปรับขึ้นได้มากกว่า เนื่องจากในสัปดาห์นี้ ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมืองนัดอ่านคำพิพากษาคดีรับจำนำข้าวในวันที่ 25 ส.ค. และมีการประเมินว่าจะมีการปลุกระดมมวลชนให้มาในวันดังกล่าว ซึ่งอาจทำให้เกิดการปะทะ และมีโอกาสที่จะทำให้ค่าเงินบาทอ่อน

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 21 - 25 AUG -17
Weekly Economic Focus 21 - 25 AUG -17
 
 
รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด
สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา
 
สหรัฐฯ
• ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯในสัปดาห์นี้ที่ผ่านมาถือว่าปรับตังขึ้นได้ดี ไม่ว่าจะเป็นภาคแรงงานทำจนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานสัปดาห์ดีที่สุดในรอบ 6 สัปดาห์แตะ 232,000 ราย ตามมาดัวย ยอดการค้าปลีกขยายตัวแตะ 0.5% มากที่สุดในรอบ 5 เดือน และดัชนีภาคการผลิตที่ประกาศแตะ 25.2 มากสุดในรอบ 2 ปี 10 เดือน
• ในรายงานการประชุม FOMC มีการกล่าวความกังวลถึงอัตราเงินเฟ้อที่ต่ำ 
• ทรัมป์ ประกาศจุดยืนกรณีเหตุชุมนุมในชาร์ล็อตส์วิลล์ ชี้ผิดทั้งสองฝ่าย ทำให้สภาการผลิต และสภากลยุทธ์ที่ปรึกษาทั้งสองสภาทยอยลาออก เพื่อประท้วงท่าทีของทรัมป์ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน รัฐเวอร์จิเนีย ทำให้ทรัมป์มีคำสั่งยุบสภาที่ปรึกษาดังกล่าว
• นายสตีฟ แบนนอน หัวหน้านักวิเคราะห์ของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ กล่าวว่า สหรัฐกำลังทำสงครามทางเศรษฐกิจกับจีน
 
ยุโรป
• กำลังอยู่ในช่วงประเทศ GDP ซึ่งออกมาแล้ว 3 ประเทศ ออกทรงตัวไม่เกิน 1% โดยทำให้ภาพรวมของเศรษฐกิจไม่สู้ดีนะ และธนาคารกลางยุโรป หรือ ECB มีการใช้อัตราดอกเบี้ย 0% และทำ QE แต่ GDP ของยุโรปกลับไปขยายตัว และทรงตัวแทน
 
จีน
• จีนแซงหน้าญี่ปุ่นขึ้นแท่นประเทศผู้ถือครองพันธบัตรสหรัฐมากที่สุดในเดือนมิ.ย. แตะ 1.1465 ล้านล้านดอลลาร์
• IMF เตือนว่าจีนกำลังมีหนี้พุ่งสูง หมายถึงหนี้ภาคเอกชนของจีนที่สูงอย่างน่ากลัว แล้วทำไม IMF ถึงต้องกังวลเพราะ IMF คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สินต่อ GDP ในปี 2565 ของจีนจะแตะที่ 300% หรือมากกว่า 28 ล้านล้านดอลลาร์ โดยตอนนี้มูลค่า GDP 9.51 ล้านล้านดอลลาร์ โดยการสร้างหนี้ดังกล่าวอาจทำให้จีนต้องเจอกับวิกฤตทางการเงินในวันข้างหน้า
• สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) รายงานในวันนี้ว่า ตลาดอสังหาริมทรัพย์ของจีนยังคงส่งสัญญาณชะลอตัว โดยราคาบ้านในเมืองขนาดใหญ่อยู่ในระดับทรงตัว หรือมีการขยายตัวที่ช้าลง
สเปน
• กลุ่มรัฐอิสลาม (IS) ได้ออกแถลงการณ์ว่าเป็นผู้ก่อเหตุโจมตีกลางเมืองบาร์เซโลนาของสเปนในวันศุกร์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 13 ราย และบาดเจ็บมากกว่า 100 ราย
 
เวเนซุเอลา
• นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลา สนับสนุนให้กองทัพเวเนซุเอลาจัดการซ้อมรบทางทหาร หลังจากที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐได้แสดงท่าทีว่าจะทำการแทรกแซงประเทศ
 
อิหร่าน
• ประธานาธิบดีอัสซัน โรฮานีของอิหร่าน ขู่ว่าจะถอนตัวออกจากข้อตกลงนิวเคลียร์ที่ได้ลงนามร่วมกับ 6 ชาติมหาอำนาจเมื่อปี 2558 และจะเริ่มโครงการนิวเคลียร์อีกครั้ง หากสหรัฐใช้มาตรการคว่ำบาตรรอบใหม่ต่ออิหร่าน
 
ไทย
• ในการประชุม กนง. คงดอกเบี้ยที่ 1.5% เพราะประเมินว่าเศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มขยายตัวชัดเจนต่อเนื่องจากการส่งออกสินค้าและบริการที่ขยายตัวดีขึ้น
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทองไต่เหนือ $1,280 เอาไงต่อ"

ประเด็นวันนี้ "ทองไต่เหนือ $1,280 เอาไงต่อ"

 

       ในสัปดาห์นี้ราคาทองคำถือว่าเป็นสินทรัพย์ที่มาแรงอันดับต้นๆของสินทรัพย์ทางการเงินเลยก็ว่าได้ เพราะสามารถพาตัวเองขึ้นไปเล่นเหนือ $1,280 ทำให้นักลงทุนหลายคนคงอยากทราบว่าจะใช้กลยุทธ์อะไรในการลงทุนทองคำช่วงนี้ จะเข้าซื้อ หรือขายก่อนดี 

 
       เริ่มกันด้วยปัจจัยที่เข้ามากระทบทองคำในช่วงนี้
       ปัจจัย (+)
       - การเมืองของสหรัฐฯ 2 ประเด็นใหญ่
หนึ่ง ไม่สามารถผ่านร่างขยายเพดานหนี้ ทำให้มีงบประมาณใช้ได้ถึงแค่เดือน กันยายน 
สอง ทรัมป์มีคำสั่งยุบสภาที่ปรึกษา 2 ชุด ได้แก่ สภาการผลิต และสภากลยุทธ์และนโยบาย โดยเหตุที่ยุบเพราะกลัวเสียหน้า หลังสมาชิกที่ปรึกษาทั้งสองสภาทยอยลาออก เพื่อประท้วงท่าทีของทรัมป์ต่อความรุนแรงที่เกิดขึ้นใน รัฐเวอร์จิเนีย
      - คาบสมุทรเกาหลีที่ยังไร้ข้อสรุป เนื่องจากในตอนนี้เกาหลีเหนือได้ชะลอการทดสอบขีปนาวุธ เพื่อรอดูว่าสหรัฐฯจะซ้อมรบกับเกาหลีใต้หรือไม่ แต่ล่าสุดพลเอกโจเซฟ ดันฟอร์ด ประธานคณะเสนาธิการทหารร่วมของสหรัฐฯยืนยันว่าจะมีการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในสัปดาห์หน้า ทีนี้คงได้เห็นคาบสมุทรเกาหลีร้อนระอุอีกครั้ง และเกาหลีเหนืออาจเริ่มการทดสอบขีปนาวุธไปลงแถวเกาะกวม
      - ในรายงานการประชุม FOMC กล่าวว่า สมาชิกกำลังกลัวเรื่องอัตราเงินเฟ้อต่ำ ซึ่งทำให้นักลงทุนคาดว่า อาจไม่ได้เห็นการขึ้นดอกเบี้ยในปลายปีนี้
 
     ปัจจัย (-)
     - ตัวเลขภาคแรงงานของสหรัฐฯ ได้แก่จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์ออกมาที่ 232,000 ราย ลดลงจากสัปดาห์ก่อนถึง 12,000 ราย และตัวเลขดังกล่าวยังเป็นจำนวนต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์
 
    ซึ่งเราสรุปได้ว่า ราคาทองคำในตอนนี้น่าอยู่ฝั่งซื้อมากกว่าจาก 3 ปัจจัยบวกที่กล่าวมา 
 
 
 
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "IMF เตือนจีนหนี้พุ่ง"

ประเด็นวันนี้ "IMF เตือนจีนหนี้พุ่ง"

 

การที่ IMF เตือนว่าจีนกำลังมีหนี้พุ่งสูง หมายถึงหนี้ภาคเอกชนของจีนที่สูงอย่างน่ากลัว แล้วทำไม IMF ถึงต้องกังวลเพราะ IMF คาดการณ์ว่าสัดส่วนหนี้สินต่อ GDP ในปี 2565 ของจีนจะแตะที่ 300% หรือมากกว่า 28 ล้านล้านดอลลาร์ โดยตอนนี้มูลค่า GDP 9.51 ล้านล้านดอลลาร์ โดยการสร้างหนี้ดังกล่าวอาจทำให้จีนต้องเจอกับวิกฤตทางการเงินในวันข้างหน้า

 

แล้วทำไมหนี้ภาคเอกชนของจีนถึงสูงอย่างน่ากลัว ?
เนื่องจากจีนมีกลยุทธ์ใช้การปล่อยสินเชื่อให้กับภาคเอกชนเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจจีน โดยเงินกู้ที่ลงไปในภาคเอกชน จะไปต่อในด้านอสังหาริมทรัพย์ และเป็นปัจจัยพยุง GDP ของจีนให้ยังอยู่ที่ 6% ขึ้นไป 

 

โดยปัจจัยดังกล่าวเป็นความเสี่ยงของเศรษฐกิจจีน และเศรษฐกิจโลกอาจทำให้เป็นผลลบต่อตลาดหุ้น แต่บวกต่อราคาทองคำ ทั้งนี้ยังเป็นผลกระทบในทางลบต่อเศรษฐกิจไทยอีกด้วย เพราะการที่เศรษฐกิจจีนชะลอตัว หรืออาจสะดุดจะทำให้กำลังซื้อของพี่จีนลด ซึ่งประเทศไทยมีการส่งออกไปจีนเป็นอันดับ 2 สองปีซ้อน ทั้งนี้ประเทศไทยมีรายได้หลักจากการส่งออก ถึงตอนนี้เริ่มเห็นภาพกันมากขึ้นแล้วนะครับ

 

แต่ที่น่าตลก คือ IMF มาเตือนจีน แต่กลับไม่ไปเตือนสหรัฐฯที่ตอนนี้ มีหนี้สาธารณะอยู่ที่ 19.9 ล้านล้าน และสภาสหรัฐฯยังไม่ให้เพิ่มเพดานหนี้ ซึ่งทำให้สหรัฐฯมีงบประมาณจำกัดใช้ได้ถึงเดือน กันยายน ปี 2017 เท่านั้น เรื่องนี้ก็น่าคิดว่าเมื่อไหร่ IMF จะเดือนสักที หากมีการเตือนเกิดขึ้นคงได้เห็นการเทขายหุ้นสหรัฐฯในวันนั้นอย่างแน่นอน

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "กูรู แนะซื้อทองคำ 5 - 10% เข้าพอร์ต"

ประเด็นวันนี้ "กูรู แนะซื้อทองคำ 5 - 10% เข้าพอร์ต"

 

       กูรูคนนี้ไม่ใช่ใครคือ เรย์ ดาลิโอ เป็นผู้จัดการกองทุนเฮดฟันด์ที่เคยทำกำไรมากสุดในโลกเมื่อปีที่ผ่านมา และเคยเป็นที่ปรึกษาของนายลาร์รี่ ซัมเมอร์ส อดีตรัฐมนตรีคลังสหรัฐฯสมัย ประธานาธีบดี บิลล์ คลินตัน ทั้งนี้ยังเป็นผู้ก่อตั้งเฮดฟันด์ที่ใหญ่ที่สุดในโลกที่ชื่อ Bridgewater

 

       โดยในตอนนี้เขาเริ่มบอกลูกค้าว่ามีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในตลาดการเงิน และมีการกล่าวว่าทุกคนควรคิดถึงการซื้อทองคำเข้าพอร์ต 5 – 10% เพื่อป้องกันความเสี่ยง

 

       แล้วทำไม เรย์ ดาลิโอ ถึงคาดการณ์ว่าจะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นในตลาดการเงิน โดยเขามองจาก 2 ประเด็นใหญ่

 

       1.เรื่องการเมืองโลกที่เกิดจาก 2 ประเทศอย่างสหรัฐฯ และเกาหลีเหนือ ประเด็นร้อนเรื่องการทดลองขีปนาวุธ โดยในปัจจุบันเกาหลีเหนือชะลอการทดลองไปก่อน เพื่อรอดูท่าทีของสหรัฐฯว่าจะดำเนินการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในปลายเดือนสิงหาคมหรือไม่ หากสหรัฐฯเดินหน้าซ้อมรบอีก เกาหลีเหนือคงจะมีการทดลองขีปนาวุธอีกครั้ง ทั้งนี้นานาชาติไม่นิ่งเฉยในประเด็นดังกล่าว โดยจีน และรัสเซียได้ยื่นข้อเสนอให้สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยน หากเกาหลีเหนือหยุดทดลองขีปนาวุธ สหรัฐฯจะหยุดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ เราต้องจับตาต่อในประเด็นนี้อย่างใกล้ชิดเพราะเป็นประเด็นที่จะกระทบต่อการเกิดสงครามโลกครั้งที่ 3

 

       2.เรื่องหนี้สาธารณะของสหรัฐฯที่ เรย์ ดาลิโอ กล่าวถึงว่าในต้นเดือนสิงหาคมสภาคองเกรสไม่ยอมให้ทรัมป์ ขยายเพดานหนี้ ทั้งนี้มีการประเมินว่างบประมาณประเทศจะใช้ได้ถึงแค่เดือน ก.ย.เท่านั้น และหากไม่สามารถขยายเพดานหนี้ได้ก่อนก.ย. นักลงทุนอาจได้เห็นการ Shut Down อีกครั้ง

 

       วิเคราะห์จาก 2 เรื่องนี้อยู่แค่กลางเรื่องเท่านั้น ทำให้นักลงทุนต้องติดตาม 2 ปัจจัยอย่างใกล้ชิด เพราะเรื่องแรกเป็นเรื่องการเมืองโลกมีโอกาสไปถึงสงครามโลก ส่วนเรื่องที่สองเกี่ยวกับการเมืองของสหรัฐฯที่อาจทำให้เกิดการ Shut Down อีกครั้ง ซึ่งทั้ง 2 ปัจจัยนั้นหากผลลัพธ์ออกมาไปในทางลบจะทำให้ราคาทองคำเคลื่อนไหวได้มากกว่าที่ใครจะคาดการณ์ได้

 

 

อ่านต่อ

ไขคดีทองลงปริศนา ณ วันที่ 15 ส.ค. 60

ไขคดีทองลงปริศนา ณ วันที่ 15 ส.ค. 60

 

 

                คืนวันที่ 15 สิงหาคม 2560 ราคาทองคำลงไปแตะ $1,267 ต่ำสุดในรอบ 2 วัน ใครเป็นคนร้ายที่ทำให้ราคาทองคำปรับลงในครั้งนี้

 

    ผู้ต้องสงสัยรายที่ 1 ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ

      

          ช่วงที่ราคาทองร่วงปรากฏว่า เป็นเวลาเดียวกับการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯได้แก่ ยอดค้าปลีก(ไม่รวมยานพาหนะ) เดือน ก.ค.ที่ 0.5% มากที่สุดในรอบ 5 เดือน ,ยอดค้าปลีก เดือน ก.ค.แตะ 0.6% สูงสุดในรอบ 6 เดือน และดัชนีกิจกรรมในภาคการผลิตโดยเฟดนิวยอร์ค เดือน ส.ค.อยู่ที่ระดับ 25.2 แข็งแกร่งที่สุดในรอบ 2 ปี 10 เดือน  

 

 

    ผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 ทรัมป์

       ก่อนช่วงเวลาที่ทองคำปรับลงนั้นได้มีการประกาศจากเพนตากอนว่ายังไม่ได้รับคำสั่งจากทรัมป์ให้ปฏิบัติการทางทหารต่อเวเนซุเอลา ซึ่งก่อนหน้านี้ ทรัมป์ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าวว่า "เรามีทางเลือกมากมายที่จะใช้กับเวเนซุเอลา ซึ่งหนึ่งในนั้นคือ การใช้ทางเลือกด้านการทหาร หากจำเป็น"

 

 

    ผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 เกาหลีเหนือ

       ก่อนราคาทองคำปรับลง มีข่าวจากเกาหลีเหนือว่าชะลอการทดลองขีปนาวุธไปก่อน เพื่อรอดูท่าทีของสหรัฐฯว่าจะดำเนินการซ้อมรบกับเกาหลีใต้ในปลายเดือนสิงหาคมหรือไม่ หากสหรัฐฯเดินหน้าซ้อมรบอีก เกาหลีเหนือคงจะมีการทดลองขีปนาวุธอีกครั้ง ทั้งนี้นานาชาติไม่นิ่งเฉยในประเด็นดังกล่าว โดยจีน และรัสเซียได้ยื่นข้อเสนอให้สหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ ซึ่งข้อเสนอดังกล่าวเป็นการแลกเปลี่ยน หากเกาหลีเหนือหยุดทดลองขีปนาวุธ สหรัฐฯจะหยุดการซ้อมรบกับเกาหลีใต้

 

 

คนที่เข้าข่ายสุดคงเป็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ

       เนื่องจากประเด็นตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่แข็งแกร่งส่งให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้นมาในทันที 0.6% แตะระดับ 94 จุด ขณะที่ประเด็นเกาหลีเหนือที่นานาชาติ โดยจีน และรัสเซียเข้ามาช่วย พร้อมกับสร้างทางลงให้ทรัมป์ ทำให้นักลงทุนคลายความกังวลได้มาก

 

       ทั้งนี้ในมุมมองทางเทคนิค การที่ยังไม่หลุด $1,257 เรายังอยู่ฝั่ง Long

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทรัมป์ผู้เขย่าราคาทองคำ"

ประเด็นวันนี้"ทรัมป์ผู้เขย่าราคาทองคำ"   

 

เมื่อวันศุกร์ราคาทองคำปรับขึ้นแตะ $1,291 นับเป็นระดับสูงสุดในรอบ 10 สัปดาห์ โดยทรัมป์เดินหน้า 3 ยุทธศาสตร์หลัก

 

1.เริ่มมาตรการกีดกันการค้าจีน โดยมีแนวโน้มที่ทรัมป์ จะสั่งการให้นายโรเบิร์ต ไลท์ไฮเซอร์ ผู้แทนการค้าสหรัฐฯ หรือ USTR ตัดสินใจว่าจะสอบการปฏิบัติทางการค้าของจีนหรือไม่ในวันจันทร์ที่ 14 ก.ย. และมีบางกระแสกังวลว่าการกระทำของสหรัฐฯจะกระทบต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐฯและจีนในด้านลบ

 

2.มาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือ  หลังจากที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในการทดสอบขีปนาวุธพิสัยกลางและข้ามทวีป ทั้งนี้ยังมีแผนที่จะส่งขีปนาวุธพิสัยกลางไปแถวเกาะกวม ที่สหรัฐฯตั้งฐานทัพบกและทัพอากาศ ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่สหรัฐฯผู้ที่ถือว่าตนมีอำนาจทางทหารมากที่สุดในโลก ทำให้ ทรัมป์อาจจะแสดงอะไรให้เกาหลีเหนือเคารพบ้าง สิ่งนี้แหละที่น่ากลัว เพราะท่าทีของทรัมป์ที่มีการพูดถึงมาตรการตอบโต้แบบรุนแรง โดยทรัมป์ลงข้อความในทวิตเตอร์ว่า “เราเตรียมพร้อมสำหรับมาตรการทางทหารแล้ว โดยการล็อคเป้าหมายไปยังเกาหลีเหนือ พร้อมกับบรรจุขีปนาวุธเรียบร้อยแล้ว ถ้าหากเกาหลีเหนือทำตัวไม่ฉลาด โดยเราหวังว่าคิม จอง อึน จะพบทางออกใหม่” นั่นหมายความว่าหากเกาหลีเหนือไม่กลัว และยังคงทดสอบขีปนาวุธต่อไป อาจเป็นการหนี่ยวไกทรัมป์ให้ส่งมาตรการแบบที่ขู่ไว้ก็เป็นได้

 

3.มีแนวโน้มใช้กำลังทหารกับเวเนซุเอลา ทั้งนี้นักลงทุนหลายท่านยังไม่ทราบว่าในเวเนซุเอลาเกิดการประท้วงตั้งแต่เดือนมีนาคม หลังคณะผู้พิพากษาศาลฏีกา ประกาศยุบสภา รวบอำนาจการปกครองมาอยู่ในมือตัวเอง  ประกอบกับเศรษฐกิจที่ตกต่ำ ทุกสิ่งทำให้คนในประเทศคิดว่าเป็น “รัฐประหาร” พอรู้กันหรือยังว่าทำไมสหรัฐฯถึงเข้ามายุ่งเพราะคำว่า รัฐประหารคำเดียว แต่ก็มีบางอย่างที่เราไม่สามารถบอกได้ กลับมาที่เรื่องสหรัฐฯมีแนวโน้มใช้กำลังทหาร เนื่องจากการประท้วงที่นานถึง 5 เดือน ทำให้มีประชาชนเสียชีวิตจำนวนไม่น้อย และมีท่าทีว่าจะไม่จบลงง่ายๆ เพราะคนถืออำนาจการปกครองไม่ยอมลง และคนประท้วงไม่ยอมเลิก

 

            โดยทั้ง 3 ปัจจัยที่กล่าวพึ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น ซึ่งจะเป็นสิ่งที่สร้างความกังวลต่อนักลงทุนได้อีกมาก โดยในลักษณะนี้มักเป็นบวกต่อราคาทองคำได้อีกอย่างน้อยหนึ่งสัปดาห์

 

            แล้วในมุมเรามองราคาทองคำจะปรับขึ้นในบริเวณ $1,295 – $1,300

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 14 - 18 AUG -17

Weekly Economic Focus 14 - 18 AUG -17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐฯ

  • ตัวเลขเศรษฐกิจภาพรวมไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากต้นทุนการจ้างงานเพิ่มขึ้น ประกอบกับดัชนีราคาผู้ผลิต ดัชนีราคาผู้บริโภคชะลอตัว ซึ่งเป็นสิ่งที่แปลกมาก เพราะรายได้ของแรงงานเพิ่มขึ้น แต่ตัวเลขฐานของเงินเฟ้อกลับมาลดลง ทั้งนี้การลดลงของอัตราเงินเฟ้อทำให้เกิดความกังวลว่า การขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งของเฟดที่เคยกล่าวไว้ อาจไม่เกิดขึ้น
  • รัฐเวอร์จิเนียประกาศภาวะฉุกเฉินหลังม็อบชาตินิยมผิวขาวปะทะกลุ่มต่อต้าน ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 1 ราย และผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 19 ราย
  • เฟดฟิลาเดลเฟียปรับเพิ่มคาดการณ์เศรษฐกิจสหรัฐขยายตัว 2.6% ในไตรมาส 3 เนื่องจากคาดว่าสหรัฐจะมีการจ้างงานเพิ่มขึ้นเฉลี่ย 186,400 ตำแหน่ง/เดือนในไตรมาส 3 ส่วนอัตราการว่างงานจะลดลงสู่ 4.3% ในไตรมาส 3 และ 4.2% ในไตรมาส 4
  • "ทรัมป์"ขอบคุณ"ปูติน"สั่งลดจำนวนทูตสหรัฐในรัสเซีย ชี้ช่วยลดค่าใช้จ่ายด้านงบประมาณ โดยปธน.ปูตินมีคำสั่งให้สหรัฐลดจำนวนเจ้าหน้าที่ทูตในรัสเซียลง 755 คน ให้เหลือเพียง 455 คน เพื่อให้มีจำนวนเท่ากับเจ้าหน้าที่ทูตของรัสเซียที่อยู่ในสหรัฐ โดยเป็นการตอบโต้ต่อการที่สหรัฐออกมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่

 

ยุโรป

  • ตัวเลขเศรษฐกิจในส่วนของภาคอุตสาหกรรมชะลอทั้งในเยอรมนี และฝรั่งเศส ทำให้เห็นว่าผู้นำทางเศรษฐกิจในยูโรโซนอันดับหนึ่ง และสอง อ่อนแอมากขึ้น
  • ดัชนีของตลาดหุ้นในยุโรป ปรับลงเพราะโดนผลกระทบของวิตกคาบสมุทรเกาหลีตึงเครียด

 

อังกฤษ

  • ตัวเลขเศรษฐกิจอังกฤษจะเริ่มเห็นปัญหาที่จะออกจากสหภาพยุโรป เนื่องจากดุลกาค้าเริ่มขาดดุลมากกว่า 12.7 พันล้านปอนด์
  • นายกอังกฤษยืนยันไม่มีแผนจ่ายเงินจำนวน 4 หมื่นล้านยูโร ให้สหภาพยุโรปเพื่อดำเนินการ Brexit
  • สมาคมผู้ผลิตและผู้จำหน่ายรถยนต์อังกฤษ (SMMT) เปิดเผยว่า ยอดจดทะเบียนรถยนต์ใหม่ของอังกฤษร่วงลง 9.3% ในเดือนก.ค. เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปีที่แล้ว

 

จีน

  • ตัวเลขเศรษฐกิจชะลอตัวในส่วนของดัชนีราคาผู้บริโภค แต่ดุลการค้ายังดูดีเพราะเกินดุลมากกว่า 46.7 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ
  • จีนเผยยอดขายรถยนต์เดือนก.ค.พุ่งขึ้น 6.2% บ่งชี้ตลาดรถยนต์ขยายตัวต่อเนื่อง
  • "เสี่ยวหมี่" แซง "แอปเปิ้ล" ขึ้นแท่นอันดับ 1 โลกในตลาดแวร์เอเบิลหรือที่เราใช้อยู่คือ อุปกรณ์สวมใส่ไฮเทค โดยเสี่ยวหมี่ มียอดจัดส่งสินค้า 3.5 ล้านชิ้น ตามมาติดๆในอันดับ 2 โดยบริษัทฟิตบิทของสหรัฐ ซึ่งมียอดส่งสินค้าอยู่ที่ 3.3 ล้านชิ้น และแอปเปิ้ล ร่วง ลงมาอยู่ที่อันดับ 3 ด้วยยอดจัดส่ง 2.7 ล้านชิ้น

ไทย

  • ตัวเลขเศรษฐกิจมีประกาศออกมาน้อย แต่ยังมีอยู่คือ ดัชนีความเชื่อมั่นซึ่งหอการค้าไทยเป็นผู้จัดทำตัวเลขดังกล่าว โดยดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มิ.ย. ออกมาที่ 73.9 สามารถวิเคราะห์ได้ 2 ประเด็น 1.การที่ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มิ.ย. ออกมาในระดับนี้ถือว่าชะลอตัวกว่าที่เดือน ก.ค. ที่ออกมา 74.9  หมายความว่าประชาชนมีความเชื่อมั่นที่ลดลงจากเดือนก่อน ในประเด็นที่ 2 คือ การที่ดัชนีความเชื่อมั่นเดือน มิ.ย.ยังยืนเหนือกว่า 50 จุด ยืนว่าอยู่ในระดับดัชนีความเชื่อมั่นที่ดี

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ราคาทองคำยังคงทำจุดสูงสุดใหม่"

ประเด็นวันนี้ "ราคาทองคำยังคงทำจุดสูงสุดใหม่"

 

หลังจากในวันพุธที่ผ่านมาราคาทองคำทำสูงสุดใหม่ที่ระดับ $1,278 เพราะทรัมป์เปิดประเด็นเรื่องสงครามโลกครั้งที่ 3 ที่มีโอกาสเริ่มจากสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ เนื่องจากเกาหลีเหนือทดลองอาวุธนิวเคลียร์

 

เมื่อคืนที่ผ่านมาราคาทองคำยังทำจุดสูงสุดใหม่เป็นวันที่ 2 คิดต่อกัน โดยแตะระดับ $1,287 นับเป็นจุดสูงสุดใหม่ในรอบ 10 สัปดาห์ โดยมี 3 ปัจจัยบวก

 

1.นักลงทุนยังมีความกังวลเรื่องคาบสมุทรเกาหลี ทั้งนี้เกาหลีเหนือมีแผนยิงขีปนาวุธพิสัยกลาง จำนวน 4 ลูก มีเป้าหมายเป็นเกาะกวม ปัจจัยดังกล่าวทำให้ทองคำถูกมองเป็น Safe Haven

 

2.จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานเพิ่ม 3,000 ราย สู่ระดับ 244,000 ราย หรืออีกนัยหนึ่ง คือมีผู้ตกงานมากขึ้นจะทำให้รัฐบาลต้องชดเชยมากขึ้นตามไปด้วยและยังเป็นตัวบ่งชี้วัดทางเศรษฐกิจพื้นฐานของสหรัฐฯว่ายังอ่อนแอส่งผลทำให้มุมมองนักลงทุนที่อยู่ในประเทศและต่างประเทศมีมุมมองที่เห็นว่าค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯเป็นสินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงมากขึ้น โดยนักลงทุนจะทำการลดการถือเงินดอลลาร์สหรัฐฯซึ่งจะทำให้มี Demand ในค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯลดลง กระทบถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯจะอ่อนค่าเพราะมีความเสี่ยงสูงและส่งผลบวกต่อราคาทองคำ

 

3.ดัชนีราคาผู้ผลิตสหรัฐฯที่ระดับ -0.1% ซึ่งลดต่ำลงแสดงให้เห็นว่าเงินเฟ้อของสหรัฐฯอาจไม่มีแนวโน้มใกล้ 2%

 

โดยเรายังมองว่า 3 ปัจจัยดังกล่าวจะดันราคาทองคำให้ขึ้นไปแตะ $1,290 - $1,297

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "เส้นทางเจ้าสัวเจริญ กับการซื้อกิจการครั้งใหม่"

ประเด็นวันนี้ "เส้นทางเจ้าสัวเจริญ กับการซื้อกิจการครั้งใหม่"

 

          เป็นข่าวที่กำลังได้รับความสนใจของวงการลงทุนไทย กับการที่บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน) บรรลุข้อตกลงในการซื้อร้าน KFC ที่เหลืออยู่ทั้งหมดจาก บริษัท Yum Restaurants (ประเทศไทย) ประมาณ 240 ร้าน มูลค่าการซื้อขายครั้งนี้ประมาณ 11,300 ล้านบาท โดยบริษัทแจ้งว่า การซื้อ KFC ครั้งนี้จะทำให้บริษัทมีโอกาสขยายธุรกิจในวงการอาหารได้มากขึ้น

 

          ประวัติของสาขา KFC ในไทยเดิมที สาขาจะเป็นร้านที่อยู่ภายใต้การดูแลของ บริษัท Yum Restaurants (ประเทศไทย) ซึ่งมีอยู่ด้วยกัน 593 สาขา โดย 219 สาขานั้น ตกเป็นของ กลุ่ม CRG หรือ โรงแรมเซ็นทรัลพลาซา (CENTEL) หรือบริษัทในเครือเซ็นทรัลนั้นเอง  
และ 130 สาขาเป็นแฟรนไชส์ที่ทาง Yum ได้ให้บริษัท เรสเทอรองตส์ ดีเวลลอปเม้นต์ (RD) ไว้ ส่วนอีก 240 สาขา รวมสาขาที่จะเปิดในอนาคตจะตกเป็นของบริษัท ไทยเบฟเวอเรจทั้งหมด
 
 
จริงๆแล้วเจ้าสัวเจริญไม่ได้เป็นเจ้าบุญทุ่มกับ KFC เป็นที่แรก แต่กลุ่มไทยเบฟนั้นผ่านการเทคโอเวอร์มาแล้วไม่ต่ำกว่า 10 ที่
โดยปี 37 ซื้อโรงแรมอิมพีเรียล 
ปี 44 ซื้อเบอร์ลี่ ยุคเกอร์ (BJC) 
ปี 49 ซื้อ โออิชิ กรุ๊ป (OISHI) 
ปี 50 ซื้อ ยูนิเวนเจอร์ (UV) 
ปี 54 ซื้อ เอเชียบุ๊ค และ เสริมสุข (SSC) 
ปี 56 ซื้อ F&N และ B’s mart ที่เวียดนาม 
ปี 59 ดิลใหญ่ที่โด่งดัง โดยการซื้อ BIGC จากกลุ่มคาสิโน  ไทคอน อินดัสเทรียล คอนเน็คชั่น (TICON) และซื้ออมรินทร์พริ้นติ้ง แอนด์ พับลิชชิ่ง (AMARIN) และล่าสุดซื้อ KFC จาก YUM นั้นเอง
 
          จะเห็นได้ว่า เจ้าสัวเจริญ ค่อนข้างจะขยายธุรกิจไปสู่ธุรกิจต่างๆ อย่างต่อเนื่อง ซึ่งจะทำให้บริษัทในเครือเกิดศักยภาพในการดำเนินงานมากขึ้น  เรียกได้ว่า เจ้าสัวเจริญ สิริวัฒนภักดี ยังคงเป็นนักธุรกิจที่ทรงอิทธิพลต่อวงการลงทุนไทยอย่างแน่นอน และทุกครั้งที่เจ้าสัวเจริญจะซื้อหุ้นอะไร ก็มักทำให้ราคาหุ้นตัวนั้นๆ ปรับขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
 
 

อ่านต่อ

ไขคดีทองขึ้นปริศนา ณ วันที่ 9 ส.ค. 60
ไขคดีทองขึ้นปริศนา ณ วันที่ 9 ส.ค. 60
 
 
      ในตอนกลางคืน ราคาทองคำปรับขึ้นสูงสุดแตะ $1,275 นับเป็นระดับที่สูงสุดในรอบ 8 สัปดาห์ แล้วใครเป็นพระเอกที่ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นได้ถึงขนาดนี้
 
 
      เราบอกได้เลยว่าพระเอกคืนนี้ที่พาทองวิ่งฉิวขนาดนี้คือ ทรัมป์ นั่นเอง แล้วทำไมทรัมป์ถึงทำให้ราคา Gold Spot ปรับขึ้นได้? หลังจากที่ทรัมป์มีการทวีตข้อความเตือนเกาหลีเหนือว่า “การทดลองระเบิดนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนืออาจเป็นต้นเหตุของสงครามโลกครั้งที่ 3” แค่เพียงทวีตเดียวก็สร้างความกังวลให้แก่นักลงทุน โดยตลาด Dow Jones ปรับลงเกือบหลุด 22,000 จุด ส่วนตลาดหุ้นยุโรปแดงทั้งหมด ซึ่ง Gold Spot ที่มีสถานะเป็น Safe Haven จึงปรับขึ้น
 
 
 
       กลับมาที่แนวโน้มราคา Gold Spot หลังจากทะลุ $1,267 จนยืนได้ ทำให้มองรอบนี้มีโอกาสขึ้นไปทดสอบที่ $1,290
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "คะแนนนิยมทรัมป์ ต่ำสุดกู่"

ประเด็นวันนี้ "คะแนนนิยมทรัมป์ ต่ำสุดกู่"

 

 

     หลังจากที่ทรัมป์ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำสหรัฐฯคนที่ 45 ก็เผชิญกับปัญหามากมาย ซึ่งก็มีบางเรื่องที่เหมือนทรัมป์ทำตัวเอง อาทิเช่น การออกกฎหมายห้ามประชาชนมุสลิมเข้าสหรัฐฯ การที่จะเปลี่ยนโอบามาแคร์ มาเป็นอเมริกันแคร์แทน ด้วยนโยบายที่ทรัมป์ดำเนินการหลายอย่าง ทำให้ประชาชนไม่เห็นด้วยเป็นจำนวนมาก และเกิดการประท้วงในหลายรัฐของสหรัฐฯ

 

     และล่าสุดนายราห์ม เอ็มมานูเอล นายกเทศมนตรีเมืองชิคาโกเตรียมยื่นฟ้องคณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากคณะทำงานของทรัมป์ได้สั่งระงับงบประมาณช่วยเหลือด้านความปลอดภัยสาธารณะแก่เมืองต่างๆที่เปิดประตูต้อนรับผู้ลี้ภัย

 

     ทั้งนี้ผลสำรวจความคิดเห็นซึ่งจัดทำโดยซีเอ็นเอ็นระบุว่า ชาวสหรัฐฯไม่พอใจในผลงานของทรัมป์ถึง 56% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดในประวัติการณ์ประธานาธิบดี และประชาชนผู้ทำแบบสำรวจอีก 60% ระบุว่านายทรัมป์ขาดความน่าเชื่อถือ

 

     การที่ผู้นำของสหรัฐฯขาดความน่าเชื่อถืออาจทำให้กระทบถึงคะแนนนิยมของพรรค และอาจทำให้การเลือกตั้งในสมัยหน้าอาจไม่มีชื่อทรัมป์ลงสู้ศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ  หลังจากนี้ทรัมป์จะแก้สถานการณ์ที่มีคะแนนนิยมต่ำสุดในประวัติการณ์ประธานาธิบดีสหรัฐฯอย่างไร

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ปลายทางนโยบายลดภาษีของทรัมป์"

ประเด็นวันนี้ "ปลายทางนโยบายลดภาษีของทรัมป์"

 

 

     หลังจากเดือน ก.ค. ทรัมป์ยังไม่สามารถผ่านกฎหมายประกันสุขภาพได้ และในเดือน ส.ค. ทรัมป์กำลังเผชิญกับกำแพงใหญ่ที่ชื่อว่า “สภาคองเกรส” ถึงสมาชิกในสภาคองเกรสจะมีสมาชิกพรรครีพับลิกันของทรัมป์ซะส่วนมาก แต่หลายคนก็เริ่มไม่เห็นด้วยต่อมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจอย่างการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลลงสู่ระดับ 15% จากเดิม 35% ซึ่งตอนนี้แบ่งฝ่ายออกกันเป็น 2 ข้าง

 

     ฝ่ายที่หนึ่ง มองว่าการลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 15% จะกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ จนดันให้ GDP ปรับขึ้นแตะระดับ 3-5% และมีโอกาสที่จะทำให้อัตราการว่างงานสหรัฐฯต่ำกว่า 4%

 

     ขณะที่ฝ่ายตรงข้าม มองว่าการลดภาษีครั้งนี้ จะทำให้รัฐฯอาจมีรายได้ที่ลดลง จนต้องใช้นโยบายการคลังกระตุ้น  ประกอบกับหนี้สาธารณะที่พุ่งขึ้นตามด้วย ซึ่งก่อนหน้านี้ IMF ได้เตือนว่าการใช้นโยบายการคลังของทรัมป์อาจทำให้เกิดปัญหาครั้งใหม่ในสหรัฐฯ

 

     ซึ่งเราต้องตามดูว่าบทสรุปมาตรการลดภาษีจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆ การที่สหรัฐฯไม่มีมาตรกระตุ้นเศรษฐกิจที่ชัดเจน จะลดความน่าเชื่อถือของนักลงทุนที่มีต่อสหรัฐฯ โดยจะแสดงผ่านทางค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "สรุปราคาทองคำสัปดาห์ก่อนพร้อมแนวโน้ม"

ประเด็นวันนี้ "สรุปราคาทองคำสัปดาห์ก่อนพร้อมแนวโน้ม"

 

สัปดาห์ที่ผ่านมา

- Gold Spot เคลื่อนไหว $1258-$1273 ปรับลง -$11(-0.87%)

- Non-Farm แตะ 209,000 ราย ขยายตัวมากกว่าที่คาดการณ์

- Unemployment Rate ลดต่ำแตะ 4.3%

- ตัวเลขภาคแรงงานสหรัฐฯส่ง US Dollar แข็งค่า 0.75% แตะ 93.50 จุด

 

สัปดาห์นี้ราคา Gold Spot ที่หลุดแนวรับที่ $1,263 ทำให้เราเริ่มเปลี่ยนแนวโน้มว่าในสัปดาห์นี้ราคากำลังจะปรับลง และหากราคาสามารถกลับมายืนเหนือ $1,269 จะทำให้เรามองว่าทองคำจะเปลี่ยนเป็นขาขึ้น

 

โดยปัจจัยที่ต้องจับตาในสัปดาห์นี้

- จำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์สหรัฐฯ

- ดัชนีราคาผู้ผลิต และดัชนีราคาผู้บริโภคสหรัฐฯที่เป็นตัวชี้วัดถึงอัตราเงินเฟ้อว่าจะไปในทิศทางใด

           

กรอบรายสัปดาห์

$1,240-$1273

           

กลยุทธ์ : รีบาวด์ไม่ผ่าน $1264-$1266 Short เป้า $1240-$1255 Cut Loss $1269

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 7 - 11 AUG -17​

Weekly Economic Focus 7 - 11 AUG -17

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเปิดเผยว่า สหรัฐฯมีตัวเลขขาดดุลการค้าและบริการลดลง 5.9% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 4.36 หมื่นล้านดอลลาร์ ขณะที่มีการส่งออกเพิ่มขึ้น
  • ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคเกษตรเพิ่มขึ้น 209,000 ตำแหน่งในเดือนก.ค. ขณะที่อัตราการว่างงานลดลงสู่ระดับ 4.3% จาก 4.4% ในเดือนมิ.ย.
  • ทรัมป์ โจมตีสภาคองเกรสว่าเป็นต้นเหตุให้ความสัมพันธ์ของรัสเซียกับสหรัฐตกต่ำและเปราะบางอยู่ตลอดเวลา
  • "อเมซอน"เผยชาวสหรัฐ 20,000 คนแห่สมัครงานในวัน "Amazon Jobs Day" และมีแผนที่จะว่าจ้างพนักงานจำนวน 50,000 ตำแหน่ง
  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา ทำแบบจำลองการคาดการณ์ GDPNow แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 4.0% ในไตรมาส 3 โดยการลงทุนในสินค้าคงคลังมีส่วนช่วยหนุนการขยายตัวทางเศรษฐกิจราว 1.12%
  • กระทรวงการต่างประเทศของสหรัฐ ได้ออกมาตรการห้ามพลเมืองเดินทางไปยังประเทศเกาหลีเหนือ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ชาวอเมริกันอาจถูกจับกุมและคุมขังเป็นเวลานาน
  • สหรัฐกำลังพิจารณาส่งเรือบรรทุกเครื่องบิน 2 ลำไปยังคาบสมุทรเกาหลีเพื่อแสดงแสนยานุภาพของกองทัพ หลังจากที่เกาหลีเหนือทดสอบขีปนาวุธข้าวทวีป (ICBM)
  • ทรัมป์ กำลังตัดสินใจว่าจะดำเนินการอย่างไรเพื่อตอบโต้นโยบายทางการค้าของจีน ซึ่งเขาเห็นว่าไม่เป็นธรรมต่อการค้าสหรัฐ
  • "กรีนสแปน"เตือนตลาดบอนด์ใกล้ล่ม ขณะส่งผลกระทบต่อตลาดหุ้น

 

ญี่ปุ่น

  • นายกรัฐมนตรีชินโซ อาเบะ ของญี่ปุ่น ตอบรับมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือครั้งใหม่ขององค์การสหประชาชาติ (UN) หลังเกาหลีเหนือทำการทดลองขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)

 

จีน

  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้ระบายเม็ดเงินมูลค่า 2 หมื่นล้านหยวน (ประมาณ 3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ออกจากระบบการเงินภายในประเทศ ผ่านการดำเนินการทางตลาดเงิน (Open Market Operations: OMO)
  • มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก คาดการณ์ว่า อุตสาหกรรมพลังงานทดแทนของจีนจะมีโอกาสเติบโตอีกมาก เนื่องจากนโยบายสนับสนุนจากรัฐบาล แม้จะมีความท้าทายด้านสิ่งแวดล้อมในภาคพลังงานก็ตาม
  • มูดี้ส์ สถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือชั้นนำของโลก เปิดเผยรายงานคาดการณ์ว่า แนวโน้มความน่าเชื่อถือของบริษัทนอกภาคการเงินของจีนส่วนใหญ่จะยังคงมีเสถียรภาพ โดยมีเพียงธุรกิจค้าปลีกเท่านั้นที่ยังคงอ่อนแอ แต่กระนั้นก็มีสถานะความน่าเชื่อถือที่ดีขึ้น 
  • จีนเผยการลงทุนในต่างประเทศครึ่งปีแรกลดลง 42.9% สู่ระดับ 3.331 แสนล้านหยวน (4.94 หมื่นล้านดอลลาร์)

 

เกาหลีเหนือ

  • เกาหลีเหนือออกมาวิพากษ์วิจารณ์สหรัฐ กรณีที่รัฐบาลประกาศห้ามชาวอเมริกันเดินทางไปยังเกาหลีเหนือ เนื่องจากอาจถูกจับกุม โดยเกาหลีเหนือยืนยันว่าประเทศมีความปลอดภัย และพร้อมต้อนรับชาวอเมริกัน ตราบใดที่ปฏิบัติตามกฎหมายเกาหลีเหนือ

 

บราซิล

  • นายเฮนริเก เมเรเลส รมว.คลังบราซิล กล่าวในวันนี้ว่า การลงทุนในบราซิลกำลังฟื้นตัวขึ้น และอัตราการว่างงานกำลังเริ่มปรับตัวลงจากระดับสูง ขณะที่เศรษฐกิจกำลังหลุดพ้นจากภาวะถดถอย และภาวะเงินเฟ้อสูง

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ดาวโจนส์ปรับตัวพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์"

ประเด็นวันนี้ "ดาวโจนส์ปรับตัวพุ่งสูงสุดในประวัติศาสตร์"

 

ดาวโจนส์ทำสถิติสูงสุดใหม่แตะ 22044 จุด และหากนับตั้งแต่ต้นปีดาวโจนส์ปรับขึ้นถึง 10.93% โดยการปรับขึ้นทำสถิติสูงสุดใหม่มาจากหลายปัจจัย

 

1.ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานที่ขยายตัวแตะ 3% และนับเป็นระดับสูงสุดนับตั้งแต่เดือนต.ค.2016 หรือสูงสุดในรอบ 11 เดือน

 

2.ชาลเลนเจอร์, เกรย์ แอนด์ คริสต์มาส อิงค์ บริษัทที่ปรึกษาด้านแรงงาน สำรวจว่าภาคเอกชนสหรัฐฯปลดพนักงานลดลง 9% แตะ 28,307 คนในเดือนก.ค.

 

3.ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของสหรัฐ ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 54.7 ในเดือนก.ค. สูงสุดในรอบ 8 เดือนนับตั้งแต่เดือนม.ค.

 

4.กระทรวงแรงงานสหรัฐเปิดเผยว่า จำนวนชาวอเมริกันที่ยื่นขอสวัสดิการว่างงานลดลง 5,000 รายในสัปดาห์ที่แล้ว แตะสู่ระดับ 240,000 ราย

 

ด้วย 4 ปัจจัยทีกล่าวมาเป็นปัจจัยบวกต่อดาวโจนส์ เรายังคาดว่าดาวโจนส์ยังสามารถปรับขึ้นต่อเป้าหมายต่อไปในสิ้นปีนี้ 22,400 จุด

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "เงินปอนด์แข็ง สูงสุดในรอบเกือบปี"

ประเด็นวันนี้ "เงินปอนด์แข็ง สูงสุดในรอบเกือบปี"

 

 

     ในวันนี้ค่าเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯดีดขึ้นมาแตะ 1.322 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 11 เดือน

 

     ซึ่งผู้ต้องสงสัยในเรื่องนี้มีเพียงหนึ่งเดียว คือ

ธนาคารกลางอังกฤษหรือ BoE ที่มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย และอาจมีการลดวงเงิน QE ที่ระดับ 4.35 แสนล้านปอนด์ แล้วมีสัญญาณอะไรที่บอกว่าธนาคารกลางอังกฤษจะขึ้นดอกเบี้ย ? ลองย้อนมองการประชุมธนาคารกลางอังกฤษครั้งที่แล้วมี 3 เสียงที่เห็นต่างซึ่งลงคะแนนเสียงว่าต้องขึ้นดอกเบี้ยนโยบาย สาเหตุที่มีคนเริ่มคิดต่างเพราะในปัจจุบันการใช้ดอกเบี้ยนโยบายที่ 0.25% และทำ QE ระดับ 4.35 แสนล้านปอนด์ ส่งให้อัตราเงินเฟ้อของอังกฤษปรับตัวสูงใกล้ระดับ 2% และอัตราเงินเฟ้อพุ่งมากกว่า 2% ซึ่งอาจตามมาด้วยปัญหาฟองสบู่

 

     แล้วถ้าธนาคารกลางอังกฤษมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยจริงนักลงทุนควรจะต้องลงทุนในสินทรัพย์อะไรถึงจะได้ประโยชน์  ในตามทฤษฎีการขึ้นดอกเบี้ย จะทำให้ค่าเงินปอนด์แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลอื่นๆ จากความต้องการเงินปอนด์ที่เพิ่มขึ้น หรือจากการเก็งกำไรในพันธบัตรระยะสั้นและยาว พอมองเรื่องต้นทุนการกู้ยืมที่อาจสูงขึ้น การลงทุนของภาคเอกชนเองก็คงชะลอตัวตาม  ซึ่งบริษัทส่วนใหญ่ในตลาดหุ้นจะนิยมกู้มาลงทุน ทำให้นักลงทุนอาจมีการประเมินความเสี่ยงใหม่ รวมถึงอาจมีการโยกย้ายเงินทุนไปในตลาดพันธบัตรเพื่อตัดความเสี่ยงระยะสั้น หากสรุปในทฤษฎีการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้สินทรัพย์ที่มีความเสี่ยงอย่างตลาดหุ้นน่าจะมีการพักตัวได้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทรัมป์กับมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือ"

ประเด็นวันนี้ "ทรัมป์กับมาตรการตอบโต้เกาหลีเหนือ"

 

 

     ทรัมป์สั่งการให้กองทัพสหรัฐฯทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปหรือ ICBM ที่ฐานทัพอากาศแวนเดนเบิร์ก ในรัฐแคลิฟอร์เนียของสหรัฐฯ

 

     สาเหตุที่ทรัมป์ดำเนินแผนการแบบนี้ บางส่วนทำเพื่อตอบโต้เกาหลีเหนือ จากในสัปดาห์ที่ผ่านมา เกาหลีเหนือได้พัฒนาและทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปหรือ ICBM ทำให้เห็นว่าขีปนาวุธดังกล่าวมีความสามารถที่จะไปถึงสหรัฐฯได้ ในจุดนี้ทำให้ทรัมป์ต้องเริ่มดำเนินการตอบโต้บ้าง อย่างการออกมาทดสอบขีปนาวุธข้ามทวีปเช่นเดียวกัน

 

     เมื่อมองดูตามความเป็นจริง เกาหลีเหนือคงไม่ตัดสินใจทำอะไรบุ่มบ่ามอย่างการเริ่มทำสงคราม จะมีก็การทดสอบและพัฒนาอาวุธต่างๆ แสดงแสนยานุภาพเรื่อยๆ ทั้งหมดก็เพื่อบอกว่าประเทศฉันไม่ได้แหยมกันง่ายๆ ถ้าเกิดการรุกรานจริงก็ต้องเสือเลือดเนื้อกันมากพอควร ด้านคู่ปรับอย่างสหรัฐฯเองก็คงไม่เริ่มเปิดฉากโจมตีกันง่ายๆเช่นกัน

 

     พอย้อนมองสินทรัพย์ที่จะมีผลกระทบตามๆกันมาอย่างหุ้นหรือทองคำ ก็อาจสร้างความผันผวนให้ระยะสั้นได้ ตามความตื่นตระหนกของนักลงทุนทุกตลาด เม็ดเงินอาจไหลออกจากตลาดทุนบ้าง ไปสู่สินทรัพย์ปลอดภัยอย่างทองคำ ก็คงต้องดูหลังจากนี้ว่าทรัมป์จะมีมาตรการตอบโต้ที่ดุเดือดมากกว่าที่ใช้อยู่นี้อีกหรือไม่

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทองคำไปต่อเป้าหมาย $1,290"

ประเด็นวันนี้ "ทองคำไปต่อเป้าหมาย $1,290"

 

 

     จากสัปดาห์ที่ผ่านมาราคา Gold Spot พุ่งแรงแตะระดับ $1,270 สูงสุดในรอบ 7 สัปดาห์แล้วจะมีปัจจัยอะไรผลักดันราคา Gold Spot ต่อไป

 

มี 3 ปัจจัยหลักๆที่หนุนราคา Gold Spot ให้ไปต่อ

 

  1.สหรัฐฯเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย, อิหร่าน และเกาหลีเหนือ โดยวุฒิสภาสหรัฐฯมีมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 98 ต่อ 2 ผ่านร่างกฎหมายการคว่ำบาตรฉบับดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้สภาคองเกรสมีสิทธิอำนาจในการขัดขวางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ยกเลิกการคว่ำบาตรรัสเซีย โดยจะพุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่รัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปีที่แล้ว ขณะที่การคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ มุ่งเน้นตอบโต้โครงการนิวเคลียร์ของทั้งสองประเทศ

 

  2.เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธในช่วงกลางคืน โดยตกในน่านน้ำเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น ถือเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ทำให้เกาหลีใต้และญี่ปุ่นเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการตอบโต้

 

  3.กองทุนการเงินระหว่างประเทศหรือ IMF ออกคำเตือนในการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯของ ทรัมป์ ว่าจะไม่ส่งผลดีต่อวัฏจักรเศรษฐกิจในปัจจุบัน และจะทำให้หนี้ต่อ GDP สหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้นอีก

ด้วยปัจจัย 3 เรื่องนี้ทำให้ทองคำยังแข็งแกร่ง มีแนวโน้มไปต่อที่ $1,290

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ดอกเบี้ย LIBOR อาจถูกยกเลิก"

ประเด็นวันนี้ "ดอกเบี้ย LIBOR อาจถูกยกเลิก"

 

 

     เริ่มจาก LIBOR คืออะไรก่อน เป็นคำย่อมาจาก London Interbank Offer Rate ซึ่งคำนวณได้จากธนาคารขนาดใหญ่ 16 แห่ง จะส่งข้อมูลให้กับสมาคมนายธนาคารอังกฤษทุกๆวัน  ซึ่งจะเป็นดอกเบี้ยที่สะท้อนการคาดการณ์แนวโน้มอัตราดอกเบี้ยนโยบาย และมุมมองต่อความเสี่ยงในการกู้ยืมระหว่างธนาคารนั่นเอง

 

     แต่ก่อนหน้านี้ก็มีเรื่องอื้อฉาวเกิดขึ้นคือ มหกรรมการโกงของเทรดเดอร์ในธนาคารบาร์เคลย์ ที่พยายามปั่นดอกเบี้ย LIBOR เพื่อที่จะทำให้ธนาคารดูเหมือนมีคุณภาพสินเชื่อและมีความสามารถในการระดมทุนที่เพิ่มขึ้น ซึ่งจริงๆแล้วเป็นการปิดบังเรื่องปัญหาสภาพคล่องของธนาคาร จนสุดท้ายโดนจับได้จากสำนักงานบริหารการเงินของอังกฤษ และกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ รวมถึงคณะกรรมการกำกับดูแลการซื้อขายสินค้าโภคภัณฑ์ล่วงหน้าของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นสิ่งที่ทำให้ธนาคารบาร์เคลย์ โดนปรับเป็นจำนวนเงินราว 741 ล้านปอนด์

 

     จนปัจจุบันเกิดการทบทวนเรื่องอัตราดอกเบี้ย LIBOR เพราะนายแอนดรูว์ เบลีย์ ประธานสำนักงานกำกับตลาดการเงินอังกฤษหรือ FCA มีแผนจะยกเลิกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารของตลาดลอนดอนหรือ LIBOR นี้ในปี 2021 และจะนำทางเลือกอื่นที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่ามาแทนที่ ก็ต้องตามกันต่อว่าแรงกระเพื่อมนี้จะทำให้สามารถยกเลิกอัตราดอกเบี้ย LIBOR ที่ใช้กันมาอย่างยาวนานนี้ได้จริงหรือไม่

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 31 JULY- 4 AUG -17

Weekly Economic Focus 31 JULY- 4 AUG -17

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

  • ราคาหุ้นของบริษัททวิตเตอร์ อิงค์ทรุดตัวลง 13% ในพฤหัส หลังตัวเลขผู้ใช้บริการในไตรมาส 2 ที่ 328 ล้านรายต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ 329
  • ยอดสั่งซื้อสินค้าคงทนของสหรัฐฯ พุ่งขึ้น 6.5% ในเดือนมิ.ย. โดยสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ที่คาดว่าจะเพิ่มขึ้น 3.8%
  • สหรัฐฯเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรครั้งใหม่ต่อรัสเซีย อิหร่าน และเกาหลีเหนื โดยวุฒิสภาสหรัฐมีมติด้วยคะแนนเสียงท่วมท้น 98 ต่อ 2 ผ่านร่างกฎหมายการคว่ำบาตรฉบับดังกล่าว เพื่อเปิดทางให้สภาคองเกรสมีสิทธิอำนาจในการขัดขวางประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่ให้ยกเลิกการคว่ำบาตรรัสเซีย และมาตรการคว่ำบาตรรัสเซียนั้น พุ่งเป้าไปที่เจ้าหน้าที่รัสเซียที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับข้อกล่าวหาที่รัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐในปีที่แล้ว ขณะที่การคว่ำบาตรอิหร่านและเกาหลีเหนือ มุ่งเน้นตอบโต้โครงการนิวเคลียร์ของทั้งสองประเทศ
  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ออกคำเตือนในการใช้นโยบายการคลังเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯของ ทรัมป์ จะไม่ส่งผลดีในวัฏจักรเศรษฐกิจในปัจจุบัน และจะทำให้หนี้ต่อ GDP สหรัฐฯปรับเพิ่มขึ้น
  • กระทรวงพาณิชย์สหรัฐเผยตัวเลขขาดดุลการค้าลดลง 3.7% ในเดือนมิ.ย. สู่ระดับ 6.39 หมื่นล้านดอลลาร์ เนื่องจากมีการส่งออกเพิ่มขึ้น ทั้งนี้การส่งออกของสหรัฐเพิ่มขึ้น 1.8 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.286 แสนล้านดอลลาร์ในเดือนมิ.ย. ขณะที่การนำเข้าลดลง 0.7 พันล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.924 แสนล้านดอลลาร์
  • ธนาคารกลางสหรัฐฯ(เฟด) แถลงการณ์ประชุม FOMC ระบุว่าเฟดจะคงดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. เนื่องจากเงินเฟ้อยังไม่ถึง 2% และมองว่าการคงดอกเบี้ยที่ 1-1.25% จะทำให้ภาวะตลาดแรงงานและอัตราเงินเฟ้อปรับขึ้นตามเป้าหมายที่เฟดวางไว้

 

อังกฤษ

  • นายแอนดรูว์ เบลีย์ ประธานสำนักงานกำกับตลาดการเงินอังกฤษ (FCA) ทำให้เราแปลกใจอีกครั้งเพราะเขามีแผนที่จะยกเลิกอัตราดอกเบี้ยเงินกู้ระหว่างธนาคารของตลาดลอนดอน (LIBOR) ในปี 2021 และจะนำทางเลือกอื่นที่มีความน่าเชื่อถือมากกว่ามาแทนที่ เพราะในการสอบสวนของสำนักงานกำกับตลาดการเงินอังกฤษ (FCA)พบว่าธนาคารหลายแห่งได้ทำการฉ้อโกงด้วยการเสนอตัวเลขอัตราดอกเบี้ยที่ไม่ตรงกับความจริง เพื่อปิดบังสถานะที่แท้จริงของทางธนาคาร

 

ยุโรป

  • เริ่มดีใจที่กรีซกลับมาเสนอขายพันธบัตรชุดใหม่ นับเป็นครั้งแรกในรอบ 3 ปี และชี้ให้เห็นว่ากรีซอาจไม่ต้องรับเงินช่วยเหลือของยุโรปอีก
  • ดัชนีความเชื่อมั่นภาคธุรกิจของเยอรมนีพุ่งขึ้นสูงสุดเป็นประวัติการณ์ในเดือนก.ค.ที่ระดับ 116.0 ในเดือนก.ค. ซึ่งเป็นระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ จากระดับ 115.2 ในเดือนมิ.ย.

 

สวีเดน

  • ประกาศอัตราการว่างงานต่ำแตะระดับ 7.4% ในเดือนมิ.ย. โดยต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์ที่ระดับ 7.6%

 

จีน

  • ธนาคารกลางจีน (PBOC) ได้อัดฉีดเงิน 6 หมื่นล้านหยวน (8.9 พันล้านดอลลาร์) เข้าสู่ระบบในวันนี้ ผ่านการดำเนินงานทางตลาดเงิน (Open Market Operations) หรือ OMO เพื่อเพิ่มสภาพคล่องทางการเงิน
  • มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส ปรับเพิ่มแนวโน้มความน่าเชื่อถือของระบบการธนาคารของจีน เป็น "มีเสถียรภาพ" จาก "เชิงลบ" หลังจากที่อัตราการขยายตัวของหนี้เสียจะยังคงทรงตัวอยู่ในระดับปัจจุบัน

 

เกาหลีเหนือ

  • เกาหลีเหนือได้ลองทดสอบยิงขีปนาวุธในช่วงกลางคืนตกในน่านน้ำภายในเขตเศรษฐกิจพิเศษของญี่ปุ่น และถือเป็นเหตุการณ์ไม่ปกติ ทำให้เกาหลีใต้ และญี่ปุ่นเรียกประชุมฉุกเฉินเพื่อหามาตรการตอบโต้

 

ไทย

  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี ด้านเศรษฐกิจ เตรียมพบปะพูดคุยกับสหรัฐฯในเรื่องความร่วมมือที่จะก้าวไปในอนาคต และแสดงความตั้งใจของรัฐบาลไทยในการแก้ปัญหาเรื่องการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา และเรื่องการทำประมงผิดกฎหมาย ขาดการรายงาน และไร้การควบคุม (IUU) โดยเชื่อว่าหากประเทศไทยมีการดำเนินการอย่างต่อเนื่องภายใน 1-2 ปี สถานการณ์ในภาพรวมจะดีขึ้นอย่างแน่นอน
  • แหล่งข่าวจากรฟท.เผย ITD เสนอราคาต่ำสุดรถไฟทางคู่ หัวหิน-ประจวบฯ 5,807 ลบ.
  • พลเอก ธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี ประธานการประชุมคณะกรรมการนโยบายการท่องเที่ยวแห่งชาติ เผยว่าในครึ่งปีแรกของปี 2560 มีการขยายตัวนักท่องเที่ยวต่างชาติ 4.4% แตะ 17.32 ล้านคน สร้างรายได้ให้ประเทศได้ราว 876,682.30 ล้านบาท นับเป็นการขยายตัว 6.05%

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "เฟดคงดอกเบี้ย ส่งทองไปต่อ"

ประเด็นวันนี้ "เฟดคงดอกเบี้ย ส่งทองไปต่อ"

 

 

- ราคา Gold Spot วิ่งแตะ $1,263 เป็นระดับสูงสุดในรอบเดือนครึ่ง

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนค่าแตะ 93 จุด เกือบทำจุดต่ำสุดใหม่

- ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีมติเป็นเอกฉันท์คงดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1-1.25% พร้อมลดงบดุล

 

     โดยเมื่อคืนที่ผ่านมาราคา Gold Spot ปรับขึ้น $10  ประกอบกับ ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ อ่อนลง 0.63% หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจคงดอกเบี้ยนโยบายที่ 1-1.25%

 

     แต่จริงๆแล้วเฟดอาจกลัวว่า หากขึ้นดอกเบี้ยนโยบายในครั้งนี้อาจทำให้เกิดความเสี่ยงในระบบเศรษฐกิจ เพราะการขึ้นดอกเบี้ยจะกดอัตราเงินเฟ้อ เพิ่มต้นทุนการกู้ยืม และลดโอกาสการกู้ยืมของภาคเอกชน จึงไม่ขึ้นดอกเบี้ยที่การประชุมครั้งนี้

 

     แนวโน้มราคาทองคำในรอบสัปดาห์มองมีโอกาสไปต่อได้ เนื่องจาก 2 ปัจจัยหลัก

- ทรัมป์กลับมามีแนวโน้มที่จะโดนถอดถอนอีกครั้ง

- ปัญหาเพดานหนี้

     เพราะปัจจุบันคลังสหรัฐฯ ประเมินว่างบประมาณประเทศจะใช้ได้ถึงแค่เดือน ก.ย.เท่านั้น ทำให้ตลาดพันธบัตรระยะสั้นของสหรัฐฯ วิ่งผันผวนมีอัตราผลตอบแทนของพันธบัตรพุ่งขึ้น เงินทุนเริ่ม

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "อเมริกาพร้อมขึ้นดอกเบี้ยหรือยัง"

ประเด็นวันนี้ "อเมริกาพร้อมขึ้นดอกเบี้ยหรือยัง"

 

 

     ตอนนี้เป็นเวลาที่ธนาคารกลางสหรัฐฯ กำลังประชุมเกี่ยวกับการใช้นโยบายการเงิน ประเด็นการใช้อัตราดอกเบี้ยที่เหมาะสม ในภาวะเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่มีอัตราเงินเฟ้อใกล้ 2% และอัตราการว่างงานสหรัฐฯต่ำแตะ 4.4%

 

     เรามาร่วมกันวิเคราะห์ว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยได้มากแค่ไหนและตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯเป็นอย่างไร ปัจจุบันอัตราเงินเฟ้ออยู่ที่ 1.63% อัตราการว่างงานที่ 4.4% และ GDP Q1/17 ขยายตัว 1.4%

 

     จากตัวเลขนี้แสดงให้เห็นว่าธนาคารกลางสหรัฐฯ น่าจะยังไม่มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. เพราะ ตัวเลขอัตราเงินเฟ้อยังไม่ถึงเป้าที่ 2% และ GDP สหรัฐฯ ไม่ขยายตัวเท่าที่ควร ซึ่งหากธนาคารกลางสหรัฐฯ ตัดสินใจขึ้นดอกเบี้ยจริง น่าจะส่งผลกดดันต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซะเองซึ่งไม่น่าเป็นผลดีนัก

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทองคำยังพุ่งทะยานต่อเนื่อง"

ประเด็นวันนี้ "ทองคำยังพุ่งทะยานต่อเนื่อง"

 

 

     ราคาทองคำจากสัปดาห์ที่ผ่านมาปรับตัวขึ้นอย่างร้อนแรงแตะ $1,258 ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในรอบ 1 เดือน เรามาดูกันว่าปัจจัยอะไรในตอนนี้ที่เป็นผลบวกต่อราคาทองคำ

 

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 13 เดือน หลังนักลงทุนกำลังกังวลการเมืองสหรัฐฯ เนื่องจากทรัมป์แต่งตั้งนายแอนโธนี สคารามุคซี เป็นผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารประจำทำเนียบขาว แต่นายฌอน สไปเซอร์ โฆษกทำเนียบขาวคัดค้านโดยการลาออกจากตำแหน่งเสียเอง กลายเป็นความขัดแย้งที่แก้ยังไงก็ไม่หายไป

 

- ในการประชุมธนาคารกลางสหรัฐฯ ตลาดคาดว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. อย่างแน่นอน

 

     จากสองปัจจัยที่เสนอมาเป็นสิ่งเกื้อหนุนให้ราคาทองคำทำจุดสูงสุดใหม่ และเชื่อว่าการขึ้นในรอบนี้มีโอกาสเห็นราคาทองคำแตะ $1,260 - $1,268  จากความกังวลในการเมืองของสหรัฐฯที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเป็นอย่างไร"

ประเด็นวันนี้ "สัปดาห์ที่ผ่านมาราคาทองคำเป็นอย่างไร"

 

 

     สัปดาห์ที่ผ่านมา

- Gold Spot วิ่งกรอบ $1,228 – $1,254 ปรับตัว +$26 (+2.12%)

- US Dollar Index อ่อนค่าแตะ 93 จุด ต่ำสุดในรอบ 1 ปี

- ดัชนีภาคการผลิตสหรัฐฯ ร่วงแตะ 9.8 ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน

- กองทุน SPDR ขายสุทธิ 21.59 ตัน

 

     สัปดาห์นี้ยังต้องตามต่อในประเด็นจากสหรัฐฯ เพราะในสัปดาห์มีปัจจัยที่เข้มข้นเป็นตัวเลขที่เตรียมประกาศหลายตัวได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง ,ยอดขายบ้านใหม่ ,ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภค ,การประชุมนโยบายการเงินของสหรัฐฯ และ GDP Q2/17

 

     สิ่งที่น่าสนใจคือ ธนาคารกลางสหรัฐฯ จะมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในปีนี้หรือไม่ หากมีการส่งสัญญาณจริงจะเป็นผลลบต่อราคา Gold Spot ในระยะสั้นอย่างแน่นอน

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 24 - 28 JULY-17

Weekly Economic Focus 24 - 28 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

  • แกนนำสว.รีพับลิกันเตรียมจัดการลงมติเพื่อผ่านกม.ประกันสุขภาพฉบับใหม่ในวันอังคารหน้า หลังจากที่สัปดาห์ที่ผ่านมาวุฒิสมาชิกของพรรคหลายคนออกมาคัดค้าน เพราะอาจทำให้ชาวอเมริกัน 32 ล้านคนไม่มีประกันสุขภาพ
  • กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศปรับบริษัทเอ็กซอน โมบิล เป็นเงินจำนวน 2 พันล้านดอลลาร์ ข้อหาละเมิดคำสั่งคว่ำบาตรรัสเซีย
  • การเจรจาแก้วิกฤตขาดดุลการค้าระหว่างสหรัฐและจีนยังไม่สามารถตกลง
  • พลอากาศเอก พอล เซลวา รองประธานคณะเสนาธิการร่วม มั่นใจเกาหลีเหนือไม่มีศักยภาพมากพอจะโจมตีอเมริกา
  • รัฐบาลสหรัฐประกาศคว่ำบาตรครั้งใหม่ 18 องค์กรและบุคคลของอิหร่านที่มีส่วนที่เกี่ยวข้องกับโครงการขีปนาวุธ และกิจกรรมอื่นๆนอกภาคนิวเคลียร์
  • กระทรวงการคลังสหรัฐเปิดเผยว่า จีนได้เพิ่มสัดส่วนการถือครองพันธบัตรสหรัฐในเดือนพ.ค. ซึ่งนับเป็นเดือนที่ 4 ติดต่อกันที่จีนได้เพิ่มการถือครองพันธบัตรสหรัฐ ทั้งนี้ จีนถือครองพันธบัตรสหรัฐเพิ่มขึ้น 1 หมื่นล้านดอลลาร์ สู่ระดับ 1.1022 ล้านล้านดอลลาร์ในเดือนพ.ค.
  • สมาคมนายหน้าอสังหาริมทรัพย์แห่งชาติของสหรัฐ (NAR) เปิดเผยว่าชาวจีนซื้อบ้านในสหรัฐมากที่สุดเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน

 

กรีซ

  • กองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) ได้อนุมัติเบิกจ่ายเงินกู้งวดใหม่อย่างมีเงื่อนไขให้กับกรีซจำนวน 1.8 พันล้านดอลลาร์

 

ยุโรป

  • นายมาริโอ ดรากี ประธานธนาคารกลางยุโรป (ECB) มีแนวโน้มเพิ่มวงเงินในการซื้อพันธบัตรตามมาตรการผ่อนคลายเชิงปริมาณ (QE)

 

ญี่ปุ่น

  • นายฮารุฮิโกะ คุโรดะ ผู้ว่าการธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีนโยบายผ่อนคลายสินเชื่อ และตรึงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1%

 

จีน

  • นายหลี่ เค่อเฉียง นายกรัฐมนตรีจีน เตรียมมาตรการเปิดกว้างทางเศรษฐกิจมากขึ้น เพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ และเปิดทางสู่มหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลก

 

ซาอุดิอาระเบีย

  • กำลังพิจารณาลดการส่งออกน้ำมันอีก 1 ล้านบาร์เรล/วัน หลังจากที่สัปดาห์ที่แล้ว ซาอุดิอาระเบียจะปรับลดการส่งมอบน้ำมันแก่ลูกค้าเป็นจำนวนมากกว่า 600,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค.

 

ไทย

  • ธนาคารกรุงเทพ(BBL)เปิดงบการเงิน Q2/2560 กำไร 8,047 ล้านบาท (เพิ่มขึ้น 6.2%) เพราะได้ค่าธรรมเนียมและบริการช่วย
  • กระทรวงพาณิชย์ประกาศดุลการค้า มิ.ย. เกินดุล 1,917 ล้านเหรียญสหรัฐฯ การส่งออก มีมูลค่า 20,282 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 11.7% และการนำเข้า มีมูลค่า 18,365 ล้านเหรียญสหรัฐฯ ขยายตัว 13.7%
  • สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เผยการส่งออกรถยนต์สำเร็จรูปเดือน มิ.ย. 60 อยู่ที่ 93,086 คัน ลดลง 13.02% จาก มิ.ย.59 และดัชนีความเชื่อมั่นภาคอุตสาหกรรมในเดือน มิ.ย.60 อยู่ที่ระดับ 84.7 ปรับตัวลดลงจากระดับ 85.5 ในเดือน พ.ค.

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "มุมมองสถาบันยักษ์ใหญ่ที่มีต่อเฟด"

ประเด็นวันนี้ "มุมมองสถาบันยักษ์ใหญ่ที่มีต่อเฟด"

 

 

     ในปี 2560 ธนาคารกลางสหรัฐฯหรือเฟดมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 2 ครั้ง โดยในปัจจุบับเฟดใช้อัตราดอกเบี้ยแตะระดับ 1 – 1.25% เนื่องจากอัตราการว่างงานที่ต่ำกว่า 5% และอัตราเงินเฟ้อที่ใกล้ 2%

 

     แล้วมุมมองสถาบันมองว่าเฟดจะใช้ดอกเบี้ยในอนาคตอย่างไร ลองหันมาดูสถาบันยักษ์ใหญ่อย่าง Citigroup , Deutsche bank , HSBC ,JP Morgan และ Morgan Stanley ทั้งหมดคาดการณ์ว่าในไตรมาส 3 เฟดจะยังคงดอกเบี้ยที่ 1 – 1.25% ส่วนไตรมาส 4 มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แตะ 1.25 - 1.50% และไตรมาสแรกปีหน้าน่าจะปรับขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แตะระดับ 1.50 – 1.75%

 

     แล้วการที่เฟดมีแนวโน้มปรับขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นนี้ จะส่งผลอย่างไรต่อราคา Gold Spot เมื่อมีการขึ้นดอกเบี้ย กระแสเงินทุนระยะสั้นจะไหลกลับเข้าสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเข้าตลาดทุนหรือไม่ก็จะทำให้เงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าขึ้น จนน่าจะกดราคา Gold Spot ลงไปได้ ทั้งในมุมสินทรัพย์ที่ผูกกับเงินดอลลาร์และเงินทุนที่โยกย้ายออกจากตลาดทอง   

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ "ทองคำยังเป็นขาขึ้นต่อ"

ประเด็นวันนี้ "ทองคำยังเป็นขาขึ้นต่อ"

 

 

     ราคา Gold Spot ปรับขึ้นตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่ผ่านมามากกว่า $24 แตะระดับสูงสุดถึง $1,244 และการปรับขึ้นในครั้งนี้มีปัจจัยส่งหลายเรื่องด้วยกันไม่ว่าจะเป็น

 - ค่าเงินดอลลาร์ที่ย่ำแย่โดยตัว dollar index ร่วงแตะ 94 จุด ซึ่งต่ำสุดในรอบ 11 เดือน

 - ราคา Gold Spot กลับมายืนเหนือเส้น Moving Average 200 วัน

 

     และคำถามต่อมาราคา Gold Spot ต่อจากนี้จะวิ่งไปในทิศทางไหน

ตอบได้เลยว่าหลังจากที่ราคา Gold Spot ปรับขึ้นยืนเหนือเส้น Moving Average 200 วัน นับว่าเป็นแนวรับที่ค่อนข้างแข็งแกร่งทำให้มองราคา Gold Spot มีโอกาสปรับขึ้นได้ต่อ แล้วจุดที่น่าตัดกำไรออกบ้างจะเป็น $1,250 -$1,258  ขณะเดียวกันการที่จะเปลี่ยนมุมมองเป็นขาลงได้ ราคา Gold Spot จะต้องหลุด $1,216 เสียก่อน

 

     แล้วนักวิเคราะห์ต่างประเทศอย่างรอยเตอร์มองราคา Gold Spot หลังจากนี้อย่างไร นักวิเคราะห์ส่วนมากคาดว่าราคา Gold Spot มีโอกาสปรับขึ้นแตะในโซน $1,250 – $1,261 ส่วนแนวรับที่รอยเตอร์มองไว้อยู่ที่  $1,226 และ  $1,217

 

 

อ่านต่อ

Ausiris Futures Gold Idea 19 July 2017

Ausiris Futures Gold Idea 19 July 2017

 


Gold Futures / Strategy : Long

ล่าสุด
Gold Spot $1,239 -$3.24 (-0.26%)
GF10Q17 19,870 บาท. +30 บาท.(+0.15%)
ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ 33.60 บาท. +0.03 บาท (+0.1%)
 
ประเด็นสำคัญ
หลังจากราคา Gold Spot แตะ $1,244 หรือสูงสุดในรอบ 3 สัปดาห์ และเป็นจุดที่เกิดแรงเทขายของนักลงทุนทำให้ราคา Gold Spot ปรับลงแตะ $1,238 ทั้งนี้ยังมองว่าราคา Gold Spot มีแนวโน้มรีบาวด์ได้อีกหลังจากกลับมายืนเหนือเส้น Moving Average 200 วัน
 
ค่าเงินบาท
อ่อนตัววันแรกหลังจากที่แข็งค่า 5 วันติด  
กรอบ 33.50 -33.75
 
กลยุทธ์
เข้าซื้อ Open Long 1,234-1,236 เป้าทำกำไร 1,246-1,250 จุดตัดใจ 1,230 
 
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “บาทแข็งสุดรอบ 2 ปี”

ประเด็นวันนี้ “บาทแข็งสุดรอบ 2 ปี”

 

 

     ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ในปัจจุบันแตะที่ 33.54 บาท นับเป็นการแข็งค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปี แล้วทำไมค่าเงินบาทถึงแข็งค่าได้ขนาดนี้ได้ เราวิเคราะห์ว่าเกิดได้จาก 2 ปัจจัย

 

     1.US Dollar Index อ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 10 เดือน ซึ่งการอ่อนค่าดังกล่าวเกิดจากนักลงทุนเริ่มไม่เชื่อมั่นว่าทรัมป์จะคุมคะแนนเสียงในสภาได้ เพราะทรัมป์ที่มาจากพรรครีพับลิกันซึ่งมีเสียงข้างมากในสภา แต่ก็มีวุฒิสมาชิกในพรรคบางส่วนเริ่มคัดค้านนโยบายของทรัมป์ทำให้ไม่สามารถผ่านนโยบายสำคัญต่างๆได้ราบรื่นนัก

 

     2.มีความต้องการเงินบาทรวมถึงเม็ดเงินจากนักลงทุนต่างชาติไหลเข้าตลาดทุนไทยเพิ่มขึ้น โดยสังเกตได้จากนักลงทุนต่างชาติ ล่าสุดซื้อสุทธิไปถึง 2,829 ล้านบาท และมีการเข้าถือ Long ในตลาด TFEX มากถึง 7,784 สัญญา ในเดือน ก.ค.

 

     แล้วการที่ค่าเงินบาทแข็งค่ามีผลกระทบต่อเศรษฐกิจไทยอย่างไร ?

ผลกระทบหลักๆคือ ด้านการส่งออก เนื่องจากไทยมีมูลค่าการส่งออกสูงติดอันดับ 24 ของโลก และเป็นผู้ส่งออกอาหารอันดับ 5 ของโลก ทั้งนี้การที่เงินค่าบาทแข็งค่าจะตามมาด้วยรายได้ในภาคการส่งออกที่ลดลง และหากยังแข็งค่านานกว่า 3 – 4 เดือน จะมีโอกาสสูงที่ทำให้ GDP ไทยชะลอตัวได้ จนอาจเป็นผลร้ายต่อภาคการส่งออกซะเอง ส่วนผลดีนั้นก็เป็นเรื่องการนำเข้าสินค้าเพราะจ่ายในราคาที่ถูกลง

 

 

อ่านต่อ

Ausiris Futures Gold Idea 18 July 2017

Ausiris Futures Gold Idea 18 July 2017


Gold Futures / Strategy : Long

 

ล่าสุด

Gold Spot                     $1,235.90         +$2.15 (+0.18%)

GF10Q17                      19,820  บาท.      +50 บาท.(+0.25%)

ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์        33.63 บาท.        +0.03 บาท (+0.1%)

 

ประเด็นสำคัญ

ราคาทองคำปรับขึ้นแตะ $1,238 รับค่าเงิน US Dollar Index อ่อนแตะ 95 จุด นับเป็นการอ่อนค่ามากที่สุดในรอบ 2 ปี และการอ่อนค่าทำให้มองว่าราคาทองคำมีโอกาสรีบาวด์ได้ต่อ

 

ค่าเงินบาท

            อ่อนค่าแตะ 33.63 หลังลงไปทำจุดต่ำสุดในรอบ 2 ปี

กรอบ 33.50 -33.75

 

กลยุทธ์

            เข้าซื้อ Open Long 1,232-1,234 เป้าทำกำไร 1,240-1,246 จุดตัดใจ 1,228 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์คะแนนนิยมตก !"

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์คะแนนนิยมตก !"

 

 

     หลังจากวันที่ 8 พ.ย. ปีที่ผ่านมา นายโดนัลด์ ทรัมป์ เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ก็มีข่าวที่เกี่ยวกับ ทรัมป์มากมายไม่ว่าจะเป็น เรื่องการเลือกตั้งที่รัสเซียอาจมีส่วนทำให้ทรัมป์ได้รับชัยชนะ หรือการใช้มาตรการแบน 6 ประเทศมุสลิมที่เริ่มใช้เมื่อวันที่ 1 ก.ค. 2560 ที่สร้างความไม่พอใจต่อชาวมุสสิมเป็นอย่างมาก จนเกิดกระแสความไม่มั่นใจของประชาชนที่มีต่อทรัมป์

 

     การเกิดข่าวลักษณะนี้บ่อยๆทำให้คะแนนนิยมของทรัมป์ที่จัดทำจากสำนักข่าวเอบีซี นิวส์ และหนังสือพิมพ์วอชิงตัน โพสต์ ตกไปที่ 36% ก็น่าตกใจอยู่ในระดับหนึ่ง ซึ่งตัวเลขความนิยมดังกล่าวเป็นจุดต่ำสุดในประวัติศาสตร์ประธานาธิบดีสหรัฐฯอีกด้วย ผู้ตอบแบบสอบถามระบุว่า เขาไม่เชื่อมั่นในตัวของทรัมป์ว่าจะสามารถเป็นตัวแทนสหรัฐฯในการเจรจาต่อรองกับผู้นำโลกคนอื่นๆได้

 

     ความซวยของทรัมป์ยังไม่หมดเพราะ ในปัจจุบันทรัมป์มีสิทธ์ที่อาจถูกถอดถอน หลังคณะกรรมการตุลาการแห่งวุฒิสภาสหรัฐฯ จะเรียกนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของ ทรัมป์ เข้าชี้แจงกรณีที่เขาและทนายความชาวรัสเซียนัดพบกันในเดือนมิ.ย. 2559 และอาจสมรู้ร่วมคิดกับรัฐบาลรัสเซีย เพื่อโจมตีนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตในช่วงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนเป็นส่วนทำให้คะแนนเสียงของ นางฮิลลารี คลินตัน ลดลงในช่วงท้ายของการเลือกตั้ง

 

     ข่าวทรัมป์ว่าอาจถูกถอดถอนนี้ ส่งผลกระทบถึงค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าลงแตะระดับ 95 จุด ในทันที เพราะความไม่มั่นคงของทรัมป์ที่จะส่งผลกระทบในการดำเนินนโยบายต่างๆที่กำลังเดินหน้าไม่ว่าจะเป็น การลดภาษี หรือการเปลี่ยน โอมาบ่าแคร์ ให้เป็น "Affordable Care Act" (ACA) เพื่อที่จะลดรายจ่ายจากภาครัฐ

 

 

อ่านต่อ

Ausiris Futures Gold Idea 17 July 2017

Gold Futures / Strategy : Long
 

 

ล่าสุด
Gold Spot $1,230.15 +$2.18 (+0.18%)
GF10Q17 19,780 บาท. +90 บาท.(+0.46%)
ค่าเงินบาทต่อดอลลาร์ 33.69 บาท. -0.03 บาท (-0.11%)
 
ประเด็นสำคัญ
ราคาทองคำทั้งไทยและต่างชาติรีบาวด์ขึ้น หลังนักลงทุนกังวลเรื่องคะแนนความนิยมของทรัมป์ที่ต่ำสุดในประวัติศาสตร์ประธานาธิบดีสหรัฐฯ แตะ 36% ซึ่งกระทบความน่าเชื่อถือของสหรัฐฯ
 
ค่าเงินบาท
แข็งค่าแตะ 33.69 บาท แนวโน้มมีโอกาสรีบาวด์รับ RSI รายวันเกิด oversold
กรอบ 33.60 - 33.75 บาท
 
กลยุทธ์
เข้าซื้อ Open Long 1,224-1,226 เป้าทำกำไร 1,234-1,238 จุดตัดใจ 1,220
คืนนี้ลุ้นดัชนีภาคการผลิตโดยเฟดนิวยอร์ค เดือน ก.ค.ของสหรับฯ ตอน 19:30 คาดการณ์ชะลอตัวเป็นตัวบวกทองคำ
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสิงค์โปรเริ่มกลับมาแล้ว”

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสิงคโปร์เริ่มกลับมาแล้ว”

 

 

     กระทรวงการค้าและอุตสาหกรรมสิงคโปร์รายงานการประมาณการ GDP ในไตรมาสที่2 ที่ผ่านมา ปรับตัวเพิ่มขึ้น 0.4% เมื่อเทียบกับช่วงไตรมาสแรกที่หดตัวถึง -1.9% การที่สิงคโปร์ได้รับประโยชน์จากการค้าระหว่างประเทศทำให้กลุ่มสินค้าอิเล็กทรอนิคส์และสินค้าในกลุ่มอุตสาหกรรมมีการปรับตัวสูงขึ้น ซึ่งดัชนีการผลิตสินค้าภาคอุตสาหกรรมของสิงคโปร์ในเดือนเม.ย และ พ.ค. ปรับตัวเพิ่มขึ้น 6.7% และ 5.0% ตามลำดับ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้ GDP ในไตรมาส 2 กลับมาฟื้นตัวเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อน

 

     อย่างไรก็ตามการชะลอตัวของเศรษฐกิจจีนยังคงเป็นปัจจัยที่น่ากังวลต่อความอ่อนแอของตลาดแรงงานสิงคโปร์ ซึ่งส่งผลต่อตลาดอสังหาริมทรัพย์ และภาคการค้าปลีกของสิงคโปร์ด้วย จากตัวเลขดัชนีอสังหาฯ ไตรมาส 2 ยังคงหดตัวที่ 0.3% เมื่อเทียบกับไตรมาสแรก ส่วนดัชนียอดขายปลีกเดือน พ.ค. ยังคงชะลอตัวอยู่ที่ 0.9% ทั้งที่เดือนที่แล้วเติบโตถึง 2.7%

 

     หากสิงคโปร์สามารถผลักดันให้ตลาดแรงงานกลับมาแข็งแกร่งได้ก็จะทำให้ทั้งตลาดค้าปลีกและตลาดอสังหาฯ กลับมาดูดีขึ้น จนดันเศรษฐกิจของสิงคโปร์ให้กลับมาได้อย่างแข็งแกร่งอย่างแท้จริง ซึ่งจะส่งผลต่อระดับความเชื่อมั่นของนักลงทุนที่มีต่อภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ได้ 

 

 

อ่านต่อ

Stock Calendar Thai 17 - 21 JULY-17

Stock Calendar Thai 17 - 21 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญในประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา

  • นายสมคิด จาตุศรีพิทักษ์ รองนายกรัฐมนตรี สั่งระดมออกชุดมาตรการช่วยเหลือ SME เข้าถึงแหล่งเงินทุน ก.ย.นี้-จี้ บสย.เร่งค้ำประกันสินเชื่อ
  • ครม.ไฟเขียวกองทัพอากาศจัดซื้อเครื่องบินฝึกสำหรับนักบินขับไล่ขั้นต้น 8 ลำ
  • ครม.ไฟเขียวโครงการรถไฟความเร็วสูงกรุงเทพ-นครราชสีมาวงเงิน 1.79 แสนลบ.
  • ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ส่งสัญญาณเตรียมออกมาตรการคุมสินเชื่อบัตรเครดิต-สินเชื่อบุคคลตามเพดานเงินเดือน เพื่อคุมหนี้ครัวเรือน
  • ครม.อนุมัติงบ 1.3 พันลบ.ในโครงการสนับสนุนปลูกพืชทดแทนการทำนาปรังเป้าหมาย 7 แสนไร่

+++++++

หมายเหตุ
XD (Excluding Dividend): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินปันผล 
XR (Excluding Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ 
XW (Excluding Warrant): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิที่จะซื้อหลักทรัพย์ 
XT (Excluding Transferable Subscription Right): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้นเพิ่มทุนที่โอนสิทธิได้ 
XI (Excluding Interest): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับดอกเบี้ย 
XP (Excluding Principal): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิรับเงินต้นที่บริษัทประกาศจ่ายคืนในคราวนั้น 
XA (Excluding All): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่ได้สิทธิทุกประเภทที่บริษัทประกาศให้ในคราวนั้น
XE (Excluding Exercise): แสดงการปิดสมุดทะเบียนพักการโอนหุ้น เพื่อให้สิทธิแก่ผู้ถือหุ้นในการนำตราสารสิทธิไปแปลงสภาพเป็นหุ้นอ้างอิง 
XM (Excluding Meetings): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิเข้าประชุมผู้ถือหุ้น
XN (Excluding Capital Return): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ไม่มีสิทธิในการรับเงินคืนจากการลดทุน
XB (Excluding Other Benefit): ผู้ซื้อหลักทรัพย์ ไม่ได้สิทธิจองซื้อหุ้นออกใหม่ ในกรณีต่อไปนี้
   - สิทธิจองซื้อหุ้นบุริมสิทธิ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นสามัญ
   - สิทธิจองซื้อหุ้นสามัญ ที่จัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นบุริมสิทธิ
   - สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ที่เสนอขายให้แก่ประชาชนทั่วไป (Public Offering) โดยจัดสรรให้แก่ผู้ถือหุ้นเดิมของบริษัท 
   - สิทธิในการจองซื้อหลักทรัพย์ของบริษัทในเครือ

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 17 - 21 JULY-17

Weekly Economic Focus 17 - 21 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

  • ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดเผยรายงานสรุปภาวะเศรษฐกิจทั้ง 12 เขต หรือ Beige Book ในเดือน มิ.ย.สรุปว่า เศรษฐกิจขยายตัวปานกลาง การจ้างงานอยู่ในภาวะน้อยมากๆ และเงินเฟ้อที่ลดลง
  • นางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) แถลงนโยบายการเงินรอบครึ่งปีต่อคณะกรรมาธิการบริการการเงินประจำสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯ ว่า มีแนวโน้มชะลอการขึ้นอัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น เนื่องจากค่าจ้างยังคงอยู่ในระดับต่ำ ทั้งนี้มีแนวโน้มที่จะทำการปรับลดงบดุลวงเงิน 4.5 ล้านล้านดอลลาร์ในปีนี้
  • กระทรวงกลาโหมสหรัฐ เปิดเผยว่า ทางกองทัพสหรัฐประสบความสำเร็จในการสกัดขีปนาวุธพิสัยกลางจากการจำลองสถานการณ์ในการทดสอบรอบใหม่
  • เกิดกระแสวิพากษ์วิจารณ์หลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เผยแพร่อีเมลที่ระบุว่า เขาได้พบกับทนายความชาวรัสเซียเมื่อปีที่แล้ว เกี่ยวกับ"เอกสารลับระหว่างคลินตันและรัสเซีย"

 

ยุโรป

  • รัฐมนตรีกระทรวงคลังแห่งสหภาพยุโรป (EU) ได้เห็นพ้องร่วมกันเรื่องการกำหนดจัดทำแผนแม่บท เพื่อแก้ปัญหาหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือหนี้เสียในกลุ่มประเทศสมาชิก เพื่อดูแลให้ระบบการเงินมีความยืดหยุ่นมากขึ้น และป้องกันไม่ให้เกิดหนี้ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ขึ้นมาอีกในอนาคต

 

อังกฤษ

  • สำนักงานสถิติแห่งชาติอังกฤษ (ONS) กล่าวว่าอัตราการว่างงานลดลงแตะ 4.5%

 

จีน

  • สำนักงานศุลกากรจีนประกาศตัวเลขส่งออกครึ่งปีแรกของ 2560 ขยายตัวที่ 15%(YoY) และยอดการนำเข้าแตะ 25.7%(YoY) ขณะที่มูลค่าดุลการค้าแตะ 1.28 ล้านล้านหยวน
  • กระทรวงพาณิชย์จีนเผยมูลค่าการลงทุนโดยตรงในต่างประเทศนอกภาคการเงินมีมูลค่า 4.819 หมื่นล้านดอลลาร์ และหดตัวลงมากกว่า 45% ในครึ่งปีแรก
  • ธนาคารกลางจีนประกาศการยอดปล่อยเงินกู้สกุลเงินหยวนประจำเดือนมิ.ย. เพิ่มขึ้น 1.533 แสนล้านหยวน(YoY) ส่วนปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M2 ซึ่งครอบคลุมเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากทุกประเภท ปรับตัวขึ้น 9.4% ณ สิ้นเดือนมิ.ย.(YoY) และปริมาณเงินหมุนเวียนในระบบ M1 ซึ่งครอบคลุมกระแสเงินสดหมุนเวียนและเงินฝากเผื่อเรียก (demand deposits) ปรับตัวขึ้น 15% สู่ระดับ 51 ล้านล้านหยวน.
  • ธนาคารกลางจีนได้อัดฉีดเม็ดเงินเข้าสู่ระบบ 4 หมื่นล้านหยวน หรือ 5.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ โดยมีเป้าหมายเพื่อเสริมสภาพคล่องในตลาด

 

เกาหลีใต้

  • ธนาคารกลางเกาหลีใต้(BOK) เพิ่มคาดการณ์ GDP แตะ 2.8% จากเดิม 2.6% หลังมีการกระตุ้นการกู้ยืมในภาคครัวเรือน
  • ธนาคารกลางเกาหลีใต้มีมติคงอัตราดอกเบี้ยที่ระดับ 1.25% ตรึงดอกเบี้ยต่ำสุด 13 เดือนติด

 

รัสเซีย

  • ออกแถลงการณ์ว่าไม่มีส่วนรู้เห็นในการกันระหว่างนายโดนัลด์ ทรัมป์ จูเนียร์ บุตรชายคนโตของปธน.ทรัมป์กับนางเวเซลนิตสกายาทนายความชาวรัสเซียในเดือนมิ.ย. 2559 ซึ่งเป็นช่วงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

 

ซาอุฯ

  • ซาอุดิอาระเบียเตรียมที่จะปรับลดการส่งมอบน้ำมันแก่ลูกค้าเป็นจำนวนมากกว่า 600,000 บาร์เรล/วันในเดือนส.ค. ทำให้ซาอุดิอาระเบียส่งงออกน้ำมันรวม 6.6 ล้านบาร์เรล/วันในเดือนส.ค.

 

แคนาดา

  • ธนาคารกลางแคนาดาขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้น 0.25% แตะระดับ 0.75% นับเป็นการขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในรอบ 7 ปี หลังมีการขยายตัวจากภาคอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจเติบโตอย่างมีเสถียรภาพมากขึ้น

 

กาตาร์

  • ขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศ GCC หาก 4 ชาติอาหรับไม่ยกเลิกคว่ำบาตร โดย GCC คือ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Counci ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย คูเวต โอมาน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ กาตาร์ และบาห์เรน มีเป้าหมายเพื่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการทูต

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “กาตาร์ขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศ GCC”

ประเด็นวันนี้ “กาตาร์ขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศ GCC”

 

 

     ยังไม่จบสำหรับปัญหาตะวันออกกลาง หลังจากที่กาตาร์ไม่ทำตามข้อเรียกร้องของ 4 ชาติอาหรับที่คว่ำบาตรกาตาร์อยู่ โดยก่อนหน้านี้ประเทศที่คว่ำบาตรให้เหตุผลว่า กาตาร์สนับสนุนกลุ่มก่อการร้ายและอิหร่าน ซึ่งเป็นเหตุที่ทำให้มูดี้ส์ ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศกาตาร์ลงสู่เชิงลบ จากเดิมที่มีเสถียรภาพ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงิน หลังชาติอาหรับต่างๆ คว่ำบาตรกาตาร์

 

     ทั้งนี้กาตาร์ ขู่ถอนตัวออกจากกลุ่มประเทศ GCC หาก 4 ชาติอาหรับไม่ยกเลิกการคว่ำบาตร โดย GCC คือ กลุ่มประเทศความร่วมมืออ่าวอาหรับ Gulf Cooperation Counci ประกอบด้วยสมาชิก 6 ประเทศ ได้แก่ ซาอุดีอาระเบีย, คูเวต, โอมาน, สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์, กาตาร์, และบาห์เรน มีเป้าหมายเพื่อเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการทูต

 

     ต้องตามต่อว่า กาตาร์จะทำจริงหรือไม่หรือเป็นแค่คำขู่ หากทำจริงจะเพิ่มความกังวลต่อเศรษฐกิจในตะวันออกกลางมากขึ้น ซึ่งเป็นปัจจัยบวกต่อราคาทองคำ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เจเนต เยลเลน อาจไม่ได้ไปต่อ”

ประเด็นวันนี้ “เจเนต เยลเลน อาจไม่ได้ไปต่อ”

 

 

     ตอนนี้มีข่าวว่านางเจเนต เยลเลน ที่จะหมดวาระในวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2561 อาจไม่ได้เข้ามาดำรงตำแหน่งต่อในสมัยหน้า เพราะทรัมป์มีแนวโน้มว่าจะเสนอชื่อนายแกรี่ โคห์น ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้อำนวยการสภาเศรษฐกิจแห่งชาติของสหรัฐฯหรือ NEC และเคยเป็นประธานบริษัท Goldman Sachs ขึ้นดำรงตำแหน่งแทนในปี 2561

 

     และหากนายแกรี่ โคห์น ได้เป็นประธานธนาคารกลางสหรัฐฯจริง เชื่อได้ว่านโยบายทางการเงินของสหรัฐฯจะไปในทิศทางเดียวกับนโยบายการคลังปัจจุบัน ที่ในตอนนี้นายสตีเวน มนูชิน ดำรงตำแหน่งรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังอยู่ และเคยเป็นผู้บริหาร Goldman Sachs เช่นกัน

 

     สาเหตุที่นางเจเนต เยลเลนอาจไม่ได้ดำรงตำแหน่งต่อเนื่องจาก มีนโนยายขึ้นดอกเบี้ย ซึ่งขัดกับนโยบายทางการคลังของทรัมป์ที่ลดภาษี นับเป็นนโยบายการเงินและการคลังที่ไม่สอดคล้องกันเป็นอย่างมาก เนื่องจากการขึ้นดอกเบี้ยจะทำให้ต้นทุนการกู้ยืมสูงขึ้น แต่การลดภาษีเป็นการลดต้นทุนของผู้ผลิต  ส่งให้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่มาจากทางการคลังสหรัฐฯทำงานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพ

 

     ทั้งนี้ต้องตามดูกันต่อว่าในวันที่นางเจเนต เยลเลน หมดวาระในปี 2561 ทรัมป์จะเสนอชื่อนายแกรี่ โคห์น หรือไม่ หากนางเจเนต เยลเลน อยากอยู่ดำรงตำแหน่งต่อไปอาจต้องแลกกับการหันไปดำเนินนโยบายทางการเงินตามนโยบายการคลังมากขึ้น

 

 

อ่านต่อ

กองทุน SPDR มีความสัมพันธ์ต่อราคา Gold Spot จริงไหม เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน
กองทุน SPDR มีความสัมพันธ์ต่อราคา Gold Spot จริงไหม เรามาหาคำตอบไปพร้อมกัน
 
         ต้องบอกก่อนว่ากองทุน SPDR หรือ SPDR Gold Trust เป็นกองทุนเปิดจดทะเบียนและซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์สิงคโปร์ (Exchange Traded Fund : ETF) ลงทุนในทองคำแท่งใหญ่ที่สุดในโลก มีเป้าหมายเพื่อสร้างผลตอบแทนของกองทุนหลังหักค่าธรรมเนียมและค่าใช้จ่ายในการจัดการ ให้ใกล้เคียงกับผลตอบแทนของราคาทองคำในตลาดลอนดอน คือ London Gold PM Fix Price มีนโยบายลงทุนในทองคำแท่งโดยตรงโดยไม่มีการใช้ตราสารอนุพันธ์หรือมีการให้ยืมทองคำแท่งกับผู้ลงทุน SPDR Gold Trust มีผู้เก็บรักษาทองคำแท่งให้ ได้แก่ ธนาคารฮ่องกงเซี่ยงไฮ้ ,สหรัฐอเมริกา (HSBC Bank USA, N.A.) กองทุน SPDR Gold Trust จดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์ 4 แห่ง ได้แก่ นิวยอร์ก ,สิงคโปร์ ,ฮ่องกง และญี่ปุ่น กองทุน Feeder Fund หลายกองทุนในประเทศต่างๆ ก็มีนโยบายลงทุนใน SPDR Gold Trust อีกทีหนึ่ง ซึ่งรวบรวมคำสั่งซื้อขายหน่วยลงทุนจากนักลงทุนรายย่อย หรือสถาบันในประเทศนั้นๆ มาอีกทอดหนึ่ง เราจึงต้องมาหาคำตอบว่าระดับการถือครองทองคำที่เพิ่มขึ้นหรือลดลงของ SPDR Gold Trust จะเป็นตัวสะท้อนราคา Gold Spot ของโลกได้ไหม
 
จากกราฟเปรียบเทียบราคา Gold Spot กับการถือครองทองคำของกองทุน SPDR ด้านบน
 
        แสดงให้เห็นว่าระดับการถือครองทองคำของกองทุน SPDR มีผลต่อราคา Gold Spot จริงๆ สังเกตได้จากเส้นกราฟของกองทุน SPDR และ Gold Spot เคลื่อนไหวไปในทิศทางเดียวกัน ทั้งนี้ค่า Correlation ระหว่าง กองทุน SPDR กับ Gold Spot มีค่าเข้าใกล้ 1 ซึ่งหมายว่าราคา Gold Spot มีการเคลื่อนไหวในทิศทางเดียวกับกองทุน SPDR ดังกล่าว และหากค่า Correlation ซึ่งเข้าใกล้ 1 มากเท่าใดจะมีความสัมพันธ์ในทิศทางเดียวกับกองทุน SPDR และหากค่า Correlation เป็น 1 คือ ความสัมพันธ์ในทิศทางเดียว 100%
โดยในปัจจุบันถือครองอยู่ที่ 840.67 ตัน หากนับตั้งแต่ต้นปีกองทุน SPDR ซื้อเพิ่มขึ้นมากถึง 18.5 ตัน และราคา Gold Spot ก็ปรับขึ้นถึง $170 เช่นเดียวกัน ฉะนั้นแล้วการลงทุนใน Gold Spot ควรสนใจการซื้อหรือขายของกองทุน SPDR ด้วยประการทั้งปวง
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มทองคำหลังจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มทองคำหลังจากนี้”

 

 

     นับตั้งแต่ต้นเดือนกรกฎาคม ราคาทองคำทำจุดต่ำสุดไปแล้ว 2 ครั้ง แตะต่ำสุดที่ $1,204 หรือต่ำสุดในรอบ 4 เดือน ปัจจัยที่กดดันเป็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรสหรัฐฯ ที่มากกว่ารอยเตอร์คาดการณ์ถึง 43,000 ราย แตะระดับ 222,000 ราย ส่งผลให้ตลาดกลับมากังวลเรื่องการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯอีกครั้ง ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่า 2 วันติด

 

     แล้วหลังจากนี้ราคาทองคำจะวิ่งไปทางไหน หากประกอบกับปัจจัยพื้นฐานและเทคนิคเข้าด้วยกันจะมีอะไรบ้างที่ต้องติดตาม เริ่มจากปัจจัยพื้นฐานในเดือน ก.ค. กันก่อน

     - วันพฤหัสบดีที่ 20 ก.ค. ประชุม ECB คาดแนวโน้มยังชะลอการใช้นโยบายผ่อนคลายทางการเงิน

     - วันพฤหัสบดีที่ 27 ก.ค. ประชุม FOMC แนวโน้มการใช้นโยบายการเงินยังคงเดิม ไม่เปลี่ยนแปลง

     - วันศุกร์ที่ 28 ก.ค. GDP Q2/17 มีแนวโน้มขยายตัวแตะ 2.7% อ้างอิงจากแบบจำลองการคาดการณ์ GDP ของเฟดสาขาแอตแลนตา

 

     จะเห็นได้ชัดว่าสายน้ำทางการเงินเริ่มเปลี่ยน ตั้งแต่ธนาคารกลางสหรัฐฯปรับขึ้นดอกเบี้ย 2 ครั้งในปี 2017 ทำให้ธนาคารกลางยุโรปหรือ ECB มีแนวโน้มจะกระตุ้นนโยบายทางเศรษฐกิจมากขึ้น และการคาดว่า GDP Q2/17 ของสหรัฐฯที่ขยายตัว จะเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำได้อย่างดี

เมื่อดูจากกราฟทองคำยังมองเป็นขาลง โดยรวมแล้วแนวโน้มของราคาทองคำในเดือนกรกฎาคมยังคงมีแนวโน้มเป็น Sideway Down กรอบ $1,195 -$1,237

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Thai 10 - 14 JULY-17

Weekly Economic Thai 10 - 14 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญในประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา

  • ศูนย์วิจัยกสิกรฯ คงเป้าสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ปี 2560 โต 4%, NPL ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น
  • ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เตรียมปรับประมาณการ GDP ปีนี้เพิ่มขึ้นอาจแตะ 4%
  • หอการค้าไทย คาดการณ์ GDP ปี 2560 ขยายตัว 3.5-4% พื้นตัวจากการส่งออก และเศรษฐกิจดีขึ้น
  • ศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย ประกาศดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคเดือน มิ.ย.อยู่ที่ 74.9 ลดลงจากเดือน พ.ค.
  • คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) รับคาดการณ์การขยายตัวทางเศรษฐกิจ (GDP) ไทยในปี 60 เพิ่มขึ้นเล็กน้อยเป็น 3.5% จากเดิมที่คาดไว้ 3.4% และคงคงดอกเบี้ย 1.5%
  • ธนาคารทหารไทย (TMB) ประเมินว่า ในปี 2560 GDP โต 3.3% ได้แรงส่งจากการส่งออก
  • กระทรวงพาณิชย์ เปิดเผยดัชนีราคาผู้บริโภคทั่วไปของประเทศ (CPI) เดือนมิ.ย.60 อยู่ที่ 100.66 หดตัว -0.05% จากเดือนเดียวกันของปีก่อน (ตลาดคาดหดตัว -0.32%) แต่ขยายตัวเพิ่มขึ้น 0.02% จากเดือนพ.ค.60 ขณะที่ CPI ช่วง 6 เดือนปี 60 ขยายตัว 0.67%
  • หนี้ครัวเรือนต่อจีดีพีในไตรมาส 1/2560 ปรับลดลงเป็นไตรมาสที่ 5 สู่ระดับ 78.6% ต่อจีดีพี

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 10 - 14 JULY-17

Weekly Economic Focus 10 - 14 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐฯ

  • ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เรียกร้องให้อียิปต์ และประเทศในตะวันออกกลาง ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาความขัดแย้งกับกาตาร์
  • ขู่ตัดความสัมพันธ์การค้ากับทุกประเทศที่ทำการค้ากับเกาหลีเหนือ หลังจากที่เกาหลีเหนือประสบความสำเร็จในยิงขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM)
  • รายงานการประชุม FOMC ประจำวันที่ 13-14 มิ.ย. โดยระบุว่า เจ้าหน้าที่เฟดมีความเห็นที่แตกต่างกันเกี่ยวกับช่วงเวลาที่เฟดจะเริ่มดำเนินการปรับลดงบดุลบัญชีของเฟด
  • บริษัท อเมซอนดอทคอม เปิดเผยว่า บริษัทจะสร้างงานจำนวน 1,500 ตำแหน่ง ในเมืองซอลท์ เลค ซิตี้ ในรัฐยูทาห์
  • กระทรวงพาณิชย์เปิดเผยว่า ยอดสั่งซื้อภาคโรงงานของสหรัฐลดลง 0.8% ในเดือนพ.ค. ต่ำกว่าที่คาดการณ์
  • เฟดสาขาแอตแลนตา คาดการณ์ GDP Q2/2560 ขยายตัวที่ 2.7% นับเป็นการขยายตัวมากกว่าใน Q1/2560
  • ตัวเลขขาดดุลของสหรัฐลดลงเดือนพ.ค. แตะระดับ 4.65 หมื่นล้านดอลลาร์ แต่ที่น่าสนใจ คือ การส่งออกมีมูลค่าแตะ 1.92 แสนล้านดอลลาร์มากที่สุดในรอบ 2 ปี

           

ยุโรป

  • ยอดค้าปลีกในยูโรโซนเพิ่มขึ้น 0.4% ในเดือนพ.ค. นับเป็นการขยายตัวได้น้อยแม้ว่า ECB จะใช้ดอกเบี้ยที่ 0% การอัดเงินเข้าระบบ
  • มาร์กิตระบุว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการของยูโรโซน อยู่ที่ระดับ 55.4 ในเดือนมิ.ย. ลดลงจากเดือน พ.ค. แต่ยังอยู่ในระดับที่เกิน 50 ถือว่าเป็นการขยายตัวที่ลดลงเท่านั้น
  • สำนักงานปกป้องรัฐธรรมนูญของรัฐบาลกลางเยอรมนี (BfV) กล่าวว่าเยอรมนีกำลังเจอความเสี่ยงต่อภัยก่อการร้ายมากขึ้น และกำลังเผชิญกับภัยคุกคามที่เพิ่มมากขึ้นจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และโอกาสที่จะเกิดการโจมตีนั้นยังคงอยู่ในระดับสูง

           

กาตาร์

  • 4 ชาติอาหรับเริ่มการประชุมหารือจัดการกาตาร์ หลังกาตาร์ไม่ทำตามข้อเรียกร้อง
  • มูดี้ส์ ปรับลดแนวโน้มอันดับความน่าเชื่อของประเทศกาตาร์ลงสู่เชิงลบ จากเดิมที่มีเสถียรภาพ เนื่องจากปัจจัยเสี่ยงด้านเศรษฐกิจและการเงิน หลังชาติอาหรับคว่ำบาตรกาตาร์

           

เกหลีเหนือ

  • ยืนยันทดสอบเทคโนโลยีนำหัวรบกลับเข้าชั้นบรรยากาศโลกได้สำเร็จ ระบุสามารถโจมตีได้ไกลถึงสหรัฐฯ

จีน

  • ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการปรับตัวลงสู่ระดับ 51.6 ในเดือนมิ.ย.
  • ธนาคารกลางระงับการซื้อขายหลักทรัพย์หรือพันธบัตรของทางการ (Open market operation หรือ OMO) เพราะสภาพคล่องที่สูงในระบบธนาคาร

อียิปต์

  • รัฐสภาอียิปต์มีมติอนุมัติการขยายเวลาประกาศภาวะฉุกเฉินของรัฐบาลเป็นเวลา 3 เดือนในวันนี้ เนื่องจากยังคงมีปัญหาท้าทายเกี่ยวกับความมั่นคง

สวีเดน

  • ธนาคารกลางคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.50% คงวงเงินซื้อพันธบัตรไว้ที่ 2.9 แสนล้านโครน (ราว 3.4 หมื่นล้านดอลลาร์สหรัฐ)

ออสเตรเลีย

  • ธนาคารกลางอมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 1.5%

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Microsoft กับเทรนด์การจ้างงานที่เปลี่ยนไป”

ประเด็นวันนี้ “Microsoft กับเทรนด์การจ้างงานที่เปลี่ยนไป”

 

     บริษัทยักษ์ใหญ่ชื่อก้องโลกอย่าง Microsoft เตรียมจะปลดพนักงานกว่า 3 พันชีวิตทั่วโลก แต่การปลดครั้งนี้ไม่ได้เป็นการปลดพนักงานเพราะปัญหาทางการเงินของบริษัท แต่ปลดเพราะต้องการจะปรับโครงสร้างใหม่ เพื่อเจาะธุรกิจออนไลน์มากขึ้นโดย 1 ในนั้นคือ Azure ซึ่งเป็นการให้บริการรูปแบบหนึ่งในธุรกิจออนไลน์

 

     ธุรกิจ Azure เปรียบเสมือนธุรกิจการให้บริการคลังเก็บข้อมูลผ่านระบบออนไลน์ ซึ่งสามารถรองรับรูปแบบได้หลากหลาย โดยมีกลุ่มลูกค้าหลักๆคือ กลุ่มผู้ให้บริการ Web Sites ,Mobile Services และกลุ่มบริษัทผู้พัฒนาระบบการให้บริการออนไลน์และซอฟแวร์

 

     จุดที่น่าสนใจของประเด็นนี้คือ โลกของเรากำลังจะเปลี่ยนไป โดยไม่จำเป็นต้องใช้คนให้บริการธุรกิจแล้วหรือเปล่า ??  การขยายธุรกิจของ Microsoft กลายเป็นว่าปลดพนักงานออกแทนที่จะเพิ่มกำลังพล  การลงทุนครั้งนี้เหมือนมองผลลัพธ์ในระยะยาว

 

     ไม่ใช่เพียงภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเท่านั้นที่ทยอยปลดพนักงานและนำเครื่องจักรมาแทนที่ แต่ภาคบริการเองก็สามารถทำได้เช่นกัน ซึ่งทำให้เกิดคำถามต่อไปว่า อนาคตจะมีบริษัทที่ดำเนินธุรกิจการให้บริการ ออกมาปลดพนักงานเพิ่มหรือไม่ หากโลกเปลี่ยนจริง ตัวเลขการจ้างงานหรืออัตราการหมุนเวียนของเม็ดเงินในระบบจะออกมาในรูปแบบใด ได้เวลาที่ผู้บริโภคหรือผู้ผลิตต้องเตรียมรับมือกับปัญหาที่กำลังมานี้แล้วหรือยัง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “หากเกิดวิกฤตทางการเงิน ไทยจะเป็นอย่างไร”

ประเด็นวันนี้ “หากเกิดวิกฤตทางการเงิน ไทยจะเป็นอย่างไร”

 

     ลองย้อนกลับไปเมื่อปี พ.ศ. 2540 ประเทศไทยเจอวิกฤตต้มยำกุ้ง ดัวย 5 ปัญหาที่เข้าชน

     - หนี้ต่างประเทศมากถึง 63%

     - ขาดดุลบัญชีเดินสะพัด ด้วยการขาดทุนที่ต่อเนื่อง หลังการส่งออกชะลอตัว

     - ฟองสบู่ในธุรกิจอสังหาฯ ตามมาด้วยหนี้เสียหรือ NPL

     - สถาบันการเงินที่ปิดตัวถึง 58 สถาบัน

     - ถูกโจมตีค่าเงินบาท จากกองทุน Hedge Funds ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยนำเงินทุนสำรองถึง $24,000 ล้าน มาปกป้องค่าเงินบาท จนส่งผลให้เงินทุนสำรองลดลง ทำให้ธนาคารแห่งประเทศไทยประกาศลอยตัวค่าเงินบาท

 

     แล้วในปัจจุบันประเทศไทยจะสามารถรับมือวิกฤตคล้ายกันได้หรือไม่ตอบเลยว่าผลลัพธ์ที่ออกมาจะไม่เหมือนเมื่อปี 40 เนื่องจาก

     - มีเงินทุนสำรองมากกว่าตอนเกิดวิกฤต 375% แตะที่ระดับ $184,000 ล้าน

     - ดุลบัญชีเดินสะพัดมีมากกว่าช่วงวิกฤตถึง 242.5%

     - ตัวเลข GDP สูงมากกว่าถึง 122%

     - หนี้ต่างประเทศในตอนนี้มีเพียง 35.2% น้อยกว่าตอนเกิดวิกฤต

 

     แต่เรื่องที่น่าเป็นห่วงอีกเรื่องคือ จำนวนประชากรไทยเพิ่มขึ้นเพียง 7.2 ล้านคนหรือเพิ่มขึ้นเพียง 11% เรานับจากปี 2540 ถึง 2560 ซึ่งจำนวนประชากรที่เพิ่มน้อยแบบนี้ในอนาคตอาจจะมีปัญหาเรื่องจำนวนผู้สูงอายุ และกลุ่มคนรุ่นใหม่นั่นเอง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ธนาคารอิตาลีเริ่มส่อแววล้ม”

ประเด็นวันนี้ “ธนาคารอิตาลีเริ่มส่อแววล้ม”

 

 

     เริ่มมีปัญหาภาคธนาคารซะแล้ว รัฐบาลอิตาลีเข้าควบคุมการดำเนินงานของธนาคาร Banca Monte dei Paschi di Siena  (BMPS) ด้วยการอัดเงิน 5.4 พันล้านยุโร ซึ่งก่อนหน้านี้ BMPS มีสภาพคล่องในเดือน ธ.ค. ปี 2016 เพียง 1.06 หนื่มล้านยูโร ทำให้ประสบปัญหาทางการเงิน และทำให้ในช่วงนั้นหุ้น BMPS ปรับตัวลงมากกว่า 53%

 หลังจากรู้ปัญหาของ BMPS แล้ว มาดูว่ารัฐบาลอิตาลีมีนโยบายเข้าช่วยเหลืออย่างไร

   1.เริ่มแผนปรับโครงสร้างในระยะ 5 ปี

   2.ปิด 600 สาขา

   3.ปลดพนักงาน 5,500 ตำแหน่ง

   4.ตัด NPL 2.86 หมื่นล้านยูโร

 โดย BMPS คาดการณ์ว่าหลังจากปรับโครงสร้างจะเพิ่มกำไรกว่า 1 พันล้านยูโร

 ก็ต้องมีเงินสดเหลือกันบ้างล่ะ เพราะเล่นปิด 600 สาขา ไล่คนออกมากกว่า 5,500 ตำแหน่ง ซึ่งเราต้นทุนของธนาคารบางส่วนก็มาจากการจ้างพนักงาน ทั้งนี้ในปัจจุบันธนาคารน่าจะเน้นไปโฟกัสทำธุรกิจ Online มากขึ้น มองในอนาคตหากรัฐบาลอิตาลียังไม่แก้เรื่องปัญหาสินเชื่อ NPL ก็จะเกิดปัญหากับธนาคารอื่นๆของอิตาลีอีกเป็นแน่

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เอาไงดีกับทองคำ”

ประเด็นวันนี้ “เอาไงดีกับทองคำ”

 

 

     กล่าวได้ว่าการปรับลงมาของราคาทองคำวันจันทร์ที่ผ่านมาซึ่งปรับลงมากกว่า $21 (-1.75%) มาจาก 3 ปัจจัย ได้แก่

     - ทรัมป์เริ่มมีการเปลี่ยนนโยบายของสหรัฐฯ ที่แต่ก่อนจะใช้นโยบายกีดกันทางการค้ากับต่างชาติ แต่การประชุม G20 ในวันจันทร์ทรัมป์กลับมีการเจรจาทางการค้ากับเยอรมนี อิตาลี และจีน ทำให้แนวโน้มเศรษฐกิจโลกเริ่มดีขึ้น

     - อัตราเงินเฟ้อที่มีแนวโน้มลดลง หลัง BOE และ ECB มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยเร็วมากกว่าที่คาด ราคาทองคำจึงปรับลงจากเงินเฟ้อที่ลดลง

     - การเทขายทองคำกว่า 6 ตัน ของกองทุน SPDR กดดันราคาทองลงมา

 

      แล้วแนวโน้มต่อจากนี้จะไปในทิศทางไหน ตอบได้ว่าแนวโน้มราคาทองคำมีโอกาสปรับลง เนื่องจากการคาดการณ์ตัวเลข Non-Farm ของสหรัฐฯน่าจะประกาศมากขึ้นกว่าครั้งก่อน ประกอบกับในทางเทคนิคหลุดแนวรับ $1,235 ไปแล้ว ทำให้เราคาดว่าราคาทองคำมีแนวโน้มที่จะลงไปแตะ $1,210 - $1,217 ฉนั้นแล้วใครที่คิดซื้อทองคำคงต้องรอให้ไปทดสอบที่ระดับ $1,200 - $1,205 ซะก่อน

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน มิถุนายน 2560

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน มิถุนายน 2560

 



       ภาพโดยรวม 12 กองทุนใหญ่ถือทองคำสุทธิอยู่ที่ระดับ 1,713.97 ตัน ซึ่งมีการซื้อเพิ่ม 6.06 ตัน (+0.35%)

 

ทั้งนี้ที่ต้องติดตามต่อได้แก่ 
      - 7 ก.ค.การจ้างงานนอกภาคการเกษตร(-ทองคำ)
      - 20 ก.ค. การประชุม ECB(-ทองคำ)
      - 26
ก.ค. การประชุม FOMC(+/-ทองคำ)
      - 28
ก.ค. GDP Q2/2017 สหรัฐฯ(-ทองคำ)

 

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำในเดือนกรกฏาคม 
      กรอบ 1207 -1240 รับหลุดแนวโน้ม Sideway Up แนวโน้มเริ่มเป็นขาลง

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการขึ้นดอกเบี้ยของ BOE จะทำได้จริงไหม”

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการขึ้นดอกเบี้ยของ BOE จะทำได้จริงไหม”

 

 

     จากการประชุมครั้งก่อนจะเห็นได้ว่าคณะกรรมการธนาคารกลางอังกฤษหรือ BOE มีความพยายามส่งสัญญาณว่า อาจจะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ BOE ทำไว้ ได้แก่ นโยบายอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% และการทำ QE ที่ 375,000 ล้าน แต่นักวิเคราะห์หลายคนกลับเชื่อว่า การขึ้นอัตราดอกเบี้ยถึงแม้จะสามารถลดอัตราเงินฟ้อได้จริง แต่จะทำให้เศรษฐกิจของอังกฤษตกต่ำเพราะการเติบโตของค่าจ้างและอัตราเงินเฟ้อในประเทศยังคงอ่อนแออยู่และมีสัญญาณว่าเศรษฐกิจจะชะลอตัวลงอย่างรวดเร็ว ทั้งนี้อัตราเงินเฟ้อที่สูงขึ้นช่วงนี้ไม่ได้รับแรงหนุนจากปัจจัยภายในประเทศ แต่เป็นปัจจัยจากราคาน้ำมันที่เพิ่มสูง และยังมีแนวโน้มสนับสนุนให้ธนาคารอังกฤษปรับลดอัตราดอกเบี้ยและทำ QE  เพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อที่จะกระตุ้นเศรษฐกิจอีกครั้ง

 

     เห็นได้ชัดว่า ตลาดทุนก่อนการเลือกตั้งอังกฤษนั้นเคยเชื่อว่า BOE จะปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้นอย่างเต็มที่ในปีหน้า แต่หลังจากการเลือกตั้งทั่วไปจบลง ทำให้เกิดความไม่มั่นคงทางการเมืองเกิดขึ้น เพราะนางเทเรซา เมย์ สามารถตั้งรัฐบาลได้จริงแต่เป็นรัฐบาลซึ่งประกอบไปด้วย พรรคอนุรักษ์นิยมที่มีที่นั่ง 318 ที่นั่ง และพรรคสหภาพประชาธิปไตย (Democratic Unionist Party หรือ DUP) จากไอร์แลนด์เหนือ ที่มีที่นั่งจำนวน 10 ที่นั่ง และปัจจัยทางการเมืองดังกล่าวมีโอกาสทำให้เกิดความล่าช้าด้านการปล่อยนโยบายต่างๆ กระทบถึงเศรษฐกิจในบางส่วน จนนักลงทุนมองว่าอัตราดอกเบี้ยจะไม่เพิ่มขึ้นจนถึงต้นปี  2020 

 

     ต้องติดตามต่อว่าหลังจากนี้ ตัวเลขทางเศรษฐกิจของอังกฤษจะมีแนวโน้มดีขึ้นไหม และช่วงที่เหมาะสมในการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจะเป็นเมื่อไร หากเศรษฐกิจของอังกฤษมีการเติบโตจริงก็จะทำให้หมดข้อครหาในความพยายามปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของธนาคารกลางอังกฤษครั้งนี้ได้

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 03 - 07 JULY-17

Weekly Economic Focus 03 - 07 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

           

สหรัฐฯ

            รัฐมนตรีคลังสหรัฐฯประกาศคว่ำบาตร ธนาคารตันตง (Bank of Dandong) ของจีน โดยให้เหตุผลว่าเป็นช่องทางการฟอกเงินให้กับรัฐบาลเกาหลีเหนือ เห็นได้ชัดว่าสหรัฐฯ เริ่มตัดท่อน้ำเลี้ยงของเกาหลีเหนือ

            GDP Q1/2560 ของสหรัฐฯขยายตัวแตะ 1.4% มากกว่าที่คาดการณ์ รับแรงหนุนจากการใช้จ่ายของผู้บริโภค และการส่งออก

            ร่างกฎหมายประกันสุขภาพฉบับใหม่ยังไม่จบ โดยจะเลื่อนไปเข้าวุฒิสภาอีกครั้งในวัน 4 ก.ค.

            ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคพุ่งขึ้นแตะ 118.9 ในเดือน มิ.ย. ซึ่งสูงกว่าที่คาดการณ์

            รัฐบาลสหรัฐฯอนุมัติข้อตกลงขายอาวุธให้กับไต้หวัน ซึ่งสร้างความไม่พอใจแก่จีนเป็นอย่างมาก

           

 

ยุโรป

            ดัชนีความเชื่อมั่นทางเศรษฐกิจในเดือน มิ.ย.แตะ 111.1 จุด มากที่สุดในรอบ 10 ปี นับตั้งแต่เดือน ส.ค. 2007

 

อังกฤษ

            สมาชิกสภาสามัญชนลงมติรับรองกรอบการทำงานของรัฐบาลที่นำโดยนางเทเรซา เมย์ ด้วยคะแนนเสียง 323 เสียง ต่อ 309 เสียงที่คัดค้าน ซึ่งรัฐบาลชุดดังกล่าวประกอบไปด้วย พรรคอนุรักษ์นิยมมีที่นั่ง 318 ที่นั่ง และพรรคสหภาพประชาธิปไตย (Democratic Unionist Party หรือ DUP) จากไอร์แลนด์เหนือ มีที่นั่งจำนวน 10 ที่นั่ง

            รมว.วัฒนธรรมของอังกฤษชะลอแผนการของบริษัท ทเวนตี้ เฟิร์สต์ เซ็นจูรี ฟ็อกซ์ ต้องการซื้อกิจการบริษัท สกาย โดยเหตุผลในการชะลอคือ การผูกขาดงวการสื่อ

            นายมาร์ค คาร์นีย์ ผู้ว่าการธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) ส่งสัญญาณว่า อาจจะยกเลิกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ BOE ทำไว้ได้แก่ การนโนบายอัตราดอกเบี้ยที่ 0.25% และการทำ QE ที่ 3.75 แสนล้าน

           

ญี่ปุ่น

            อุตสาหกรรมญี่ปุ่นรายงานว่า ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมเดือนพ.ค.หดตัวลง 3.3%

           

จีน

           ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการในเดือนมิ.ย. ปรับตัวขึ้นแตะ 54.9 และดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิต ปรับตัวขึ้นสู่ระดับ 51.7 ในเดือนเดียวกัน

           ประกาศใช้มาตรการผ่อนคลายข้อจำกัดการลงทุนจากต่างชาติ หวังนักลงทุนต่างชาติเข้าลงทุนเพิ่ม โดยผ่อนคลายกฎระเบียบเพื่อเปิดรับการลงทุนจากต่างประเทศ

 

รัสเซีย   

            มีแผนขยายเวลาคว่ำบาตรการนำเข้าอาหารจากยุโรปและสหรัฐฯเพิ่มอีก 15 เดือน

 

กรีซ

            ประธานกองทุนกลไกรักษาเสถียรภาพยุโรป (ESM) ประเมินว่า กรีซจะเลิกรับเงินช่วยเหลือจากกลุ่มเจ้าหนี้ได้ในช่วงกลางปี 2561 โดยในปัจจุบันความเชื่อถือของกรีซดีขึ้น หลังมูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส เพิ่มอันดับความน่าเชื่อถือของกรีซ 1 ขั้น สู่ระดับ Caa2 จากระดับ Caa3 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ภัยร้ายจาก NASDAQ จะเกิดได้จริงมั้ย”

ประเด็นวันนี้ “ภัยร้ายจาก NASDAQ จะเกิดได้จริงมั้ย”

 

 

     หลังดัชนี NASDAQ ถูกแรงขายจากระดับ 6,300 ลงไปแตะ 6,140 จุดหรือประมาณ 3 % ภายในสัปดาห์ที่ผ่านมา และช่วงต้นปี 2017 ทำ New High ต่อเนื่อง วิ่งจากช่วง 5,250 ไปทำระดับสูงสุดที่ 6,340 จุดหรือประมาณ 20% แต่นักวิเคราะห์ต่างๆกลับมองว่าการที่ NASDAQ ดีดขึ้นเร็วขนาดนี้เป็นไปได้ว่าฟองสบู่กำลังพองตัวขึ้นเรื่อยๆและเตรียมที่จะระเบิดหรือเปล่า

 

     โดยหุ้นบริษัทจดทะเบียนต่างๆที่อยู่ในตลาด NASDAQ ถูกเทขายอย่างรุนแรง เช่น Apple ซึ่งเป็นบริษัทที่มีมูลค่ามากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก เมื่อมองด้านมูลค่าราคาหุ้นทำ All Time High ไปถึงราคา $155 และตกลงสู่ระดับ $142 เท่ากับว่า Apple สูญเสียมูลค่าไปมากถึง 50,000 ล้านเหรียญเพียงแค่สัปดาห์เดียว และจุดประกายให้นักวิเคราะห์เริ่มประมาณว่าอาจเกิดฟองสบู่ในตลาด NASDAQ

     และหากเกิดฟองสบู่ขึ้นจริง ปัญหาลูกนี้จะมีขนาดใหญ่แค่ไหน ตอบได้เลยว่าจะเป็นปัญหาใหญ่กว่าครั้งก่อน เนื่องจากตอนนี้ดัชนี NASDAQ สูงสุดที่ 6,340 แต่ตอนเกิด ฟองสบู่ Dotcom ดัชนีอยู่ที่เพียง 5,132 จุดเท่านั้น

     จากข้อสังเกตเห็นว่าราคาหุ้นเทคโนโลยีใน Nasdaq  มี P/E ถึง 25 เท่า  แต่ P/E ของ Nasdaq ตอนนี้เองก็ถือว่ายังไม่เข้าใกล้สมัย ฟองสบู่ Dotcom มากนัก ซึ่งในตอนนั้นมี P/E มากถึง 80 เท่าทีเดียว ต้องจับตาดูหลังจากนี้ว่าปัญหาเหล่านี้จะพัฒนาจนกลายเป็นฟองสบู่ก้อนใหญ่ที่รอวันแตกหรือไม่

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Thai 03 - 07 JULY-17

Weekly Economic Thai 03 - 07 JULY-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปในประเทศสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

            สำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เผยดัชนีผลผลิตอุตสาหกรรมเดือน พ.ค. 2560 แตะระดับ 115.02 จุด ขยายตัว 15.06% เมื่อเทียบช่วงเดือนกันของเดือนก่อน การเพิ่มขึ้นมาจาก ชิ้นส่วนอิเล็กทรอนิกส์, ผลิตภัณฑ์ยาง, เนื้อไก่แช่แข็ง, น้ำมันปิโตรเลียม และน้ำมันพืช

 

            กทม.มีแผนที่จะยกเลิกบริษัทผู้รับจ้างก่อสร้างสร้างรถไฟฟ้าสายต่างๆ หากว่าเกิดอุบัติเหตุซ้ำซาก

 

            ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยภาวะเศรษฐกิจไทยในเดือน พ.ค. มีการขยายตัวต่อเนื่อง ซึ่งสิ่งที่หนุน นำโดยการบริโภคภาคเอกชน และการท่องเที่ยวจากต่างชาติ

 

            เลขาธิการคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มองว่าเศรษฐกิจไทยในปีนี้มีแนวโน้มขยายตัวสูงกว่าเป้าหมายที่ 3.5%

 

            กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯเปิดเผยรายงานสถานการณ์การค้ามนุษย์ (Trafficking in Persons (TIP) Report) ประจำปี 2017 โดยคงอันดับให้ไทยอยู่ในระดับ "เทียร์ 2 ที่ต้องจับตามอง" แม้รัฐบาลไทยจะมีมาตรการแก้ไขปัญหาดังกล่าวแล้วก็ตาม

 

            นายกอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติเห็นชอบให้จัดสรรงบประมาณรายจ่ายเพิ่มเติมประจำปีงบประมาณ 2560 เป็นงบกลางรายการค่าใช้จ่ายส่งเสริมและสร้างความเข้มเข็งเศรษฐกิจภายในประเทศ จำนวน 18 หน่วยงาน รวม 28 โครงการ ในวงเงิน 3,828 ล้านบาท ได้แก่โครงการที่เกี่ยวกับพัฒนาศูนย์กระจายสินค้า และท่าอากาศ

 

 

 

อ่านต่อ

Window dressing ขึ้นจริงหรือแค่หลอกฟัน (กำไร)

Window dressing ขึ้นจริงหรือแค่หลอกฟัน (กำไร)

 

 

      นักลงทุนหลายๆท่านที่อยู่ในวงการตลาดทุนคงเคยหรือมักจะได้ยิน คำว่า Window dressing ในช่วงใกล้จะสิ้นเดือน 3 6 9 และ 12 หรือทุกๆไตรมาสของแต่ละปีจนรู้สึกเป็นเรื่องธรรมดาแต่ก็ไม่รู้ว่าทำไมถึงต้องทำ และนักลงทุนมือใหม่หรือ นักลงทุนที่ไม่ค่อยได้ติดตามตลาดเท่าไหร่นักก็อาจจะไม่รู้ว่า Window dressing คืออะไร แล้วทำไปเพื่ออะไรกัน

      Window dressing คือการที่บรรดากองทุนต่างๆ หรือบริษัท Holding Company ที่มีนโยบายลงทุนในตลาดทุน ทำราคาหุ้นที่กองทุนนั้นๆ ถือให้สูงขึ้น เพื่อหวังผลให้มูลค่าของหุ้นที่ตนถือนั้นดัน NAV ของกองทุนหรือผลประกอบการของตนให้สูงขึ้น เพราะโดยส่วนใหญ่แล้วกองทุนแต่ละกองทุนจะมีการทบทวนผลงานทุกไตรมาส โดยนำ NAV ของกองทุนนั้นไปเทียบกับ Bench Mark ที่กองทุนนั้นเปรียบเทียบอยู่ ซึ่งแน่นอนว่าหาก NAV ของกองทุน หรือผลประกอบการของ บริษัท Holding Company ต่างๆออกมาไม่ดี หรือแย่กว่าเมื่อเทียบกับ Bench Mark นั้นก็จะทำให้ นักลงทุนเดิมไม่พอใจในผลตอบแทน และนักลงทุนใหม่ไม่สนใจลงทุนในกองทุนนั้น และทำให้ผู้จัดการกองทุนนั้นๆ ถูกจับตามองในที่สุด ซึ่งก็ทำให้กองทุนต่างๆนิยมทำ Window dressing ลากตลาดกันในช่วงปลายๆของแต่ละไตรมาส เพื่อที่จะซื้อใจนักลงทุนเดิมที่ถือหน่วยลงทุนนั้นๆอยู่เพื่อลงทุนเพิ่ม และใช้ตัวเลขผลประกอบการในการชักจูงการตัดสินใจของนักลงทุนใหม่ให้เข้ามาลงทุนในหน่วยลงทุนนั้นๆไปด้วยนั้นเอง

      ซึ่งโดยส่วนใหญ่แล้วกองทุนหลายๆกองทุนจะนิยมถือหุ้นใน SET50 ค่อนข้างมาก เนื่องจากเป็นหุ้นที่ดีและมีสภาพคล่องทำให้เป็นกลุ่มหุ้นที่น่าสนใจในการลงทุน ดังนั้นการทำ Window dressing จึงมักเกิดขึ้นกับหุ้นที่อยู่ใน SET50 เป็นส่วนใหญ่นั้นเอง จากการศึกษาเชิงปริมาณโดยศึกษาการเคลื่อนไหวของราคาและปริมาณของดัชนี SET50 ก่อนหน้าการปิดผลประกอบการหรือ NAV ในไตรมาสที่ 2 โดยทำการศึกษา 5 ปีย้อนหลังตั้งแต่ปี 2012-2016 โดยแบ่งเป็นก่อนหน้าการปิดผลประกอบการ Q2 ในราย 1 เดือน 1 สัปดาห์ และ 1 วันจะพบว่า ราคาของดัชนี SET50 มีการปรับตัวขึ้น อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยของ SET50 ก่อนหน้าการปิดผลประกอบการ Q2 ในราย 1 เดือน 1 สัปดาห์ และ 1 วัน เท่ากับ 0.83% 1.50% และ 0.03%  ตามลำดับ จะเห็นได้ว่าค่าเฉลี่ยของอัตราผลตอบแทนยอดหลังในทุกๆเหตุการณ์มีค่าเป็นบวก โดยเฉพาะในช่วงสัปดาห์สุดท้ายก่อนการปิดผลประกอบการไตรมาสที่ 2 อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงสุดถึง 1.50% โดยทำจุดสูงสุดที่ 4.50% และต่ำสุดเพียง -0.31% ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาของ SET50 มักจะมีการเคลื่อนไหวไปในทิศทางทีดีในช่วงเดือนสุดท้ายโดยเฉพาะสัปดาห์สุดท้ายก่อนการปิดผลประกอบการในไตรมาสที่ 2

      หลังจากปิดงบไตรมาส 2 เสร็จแล้วนั้นจะเห็นได้ว่า อัตราผลตอบแทนในช่วงเวลา 1 เดือน 1 สัปดาห์ และ 1 วัน หลังการปิดผลประกอบการไตรมาสที่ 2 มีค่าเฉลี่ยเท่ากับ 0.55% -0.24% และ 0.55% ตามลำดับ โดยจะสังเกตเห็นผลกระทบจากการทำ Window dressing ในช่วง 1 สัปดาห์ หลังการปิดงบไตรมาสที่ 2 ที่ให้ค่าเฉลี่ยอัตราผลตอบแทนเท่ากับ -0.24% โดยทำจุดสูงสุดที่ 2.40% และต่ำสุดที่ -3.13% ซึ่งหมายความว่าเมื่อจบการทำ Window dressing แล้วทำให้อัตราผลตอบแทนของดัชนี SET50 มีการเคลื่อนไหวอย่างไม่มีนัยสำคัญนั้นเอง หรือตามมูลค่าที่ควรจะเป็นของแต่ละช่วงเหตุการณ์ต่อไปนั้นเอง

ที่มา : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น คอลัมน์ Ausiris Futures
ฉบับวันที่ 30/06/2017

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เกิดอะไรขึ้นกับราคาน้ำมัน”

ประเด็นวันนี้ “เกิดอะไรขึ้นกับราคาน้ำมัน”

 

 

     - WTI และ Brent ปรับตัวขึ้น 6 ติด สูงสุดในรอบ 2 สัปดาห์

     - โกลด์แมน แซคส์ มองน้ำมันอย่างไร

 

     ราคาน้ำมันดิบทั้ง WTI และ Brent ปรับตัวขึ้น 6 วันติดต่อกัน และยังทำ New High ในรอบ 2 สัปดาห์ ซึ่งปัจจัยที่เข้ามาบวกตลาดน้ำมันคือ ปริมาณสำรองน้ำมันของสหรัฐฯที่ลดลง

 

     ส่วนโกลด์แมน แซคส์ เปลี่ยนมุมมองราคาน้ำมันใน Q3/2560 โดยปรับเป้าลดลงแตะ $47.50/บาร์เรล จากเดิมตั้งไว้ที่ $55.00/บาร์เรล โดยคาดว่าน้ำมันกำลังจะล้นตลาดอีกครั้งหลังจากที่ ลิเบียและไนจีเรีย ได้รับการยกเว้นข้อตกลงปรับลดการผลิตน้ำมันจากโอเปก

 

     แต่เราเชื่อว่าราคาน้ำมันยังวิ่งในกรอบ $40-55/บาร์เรล เนื่องจากหากราคาน้ำมันต่ำแตะกรอบล่างจะใกล้ต้นทุนการผลิตน้ำมันในสหรัฐฯ อาจทำให้บริษัทน้ำมันต่างๆชะลอการผลิตออกมา  แต่ในทางกลับกันหากราคาน้ำมันดีดสูงใกล้แตะกรอบบนจะจูงใจให้ผู้ผลิตเริ่มเร่งกำลังผลิตน้ำมันออกมาเพิ่มมากขึ้น

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ความขัดแย้งครั้งใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ความขัดแย้งครั้งใหม่”

 

 

     เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาสมัชชาใหญ่แห่งสหประชาชาติมีมติเสียงข้างมาก 94 ต่อ 15 เสียง โดยมีประเทศงดออกเสียง 65 เสียง ให้ศาลโลกแสดงความเห็นเกี่ยวกับข้อพิพาทระหว่างอังกฤษกับมอริเชียส ที่อ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะชากอส

 

     ประเด็นไม่ได้อยู่ที่การอ้างสิทธิเหนือหมู่เกาะชากอส แต่เป็นการที่มีประเทศจงใจงดออกเสียงถึง 65 เสียง ซึ่งใน 4 เสียงนั้นมาจากประเทศที่เคยสนับสนุนอังกฤษ อย่างเยอรมนี ฝรั่งเศส อิตาลี และสเปน ซึ่งกำลังบอกว่า เริ่มมีรอยร้าวระหว่าง UK และ EU

 

     สิ่งที่น่ากลัวที่กำลังจะตามมาคือ นโยบายการค้าระหว่างประเทศที่ในปัจจุบัน UK และ EU ห่างกันด้วย เรื่อง Brexit ซึ่งจะทำให้อนาคตอาจเกิดกำแพงทางภาษี หรือมาตรการกีดกันทางการค้า

 

     ทั้งนี้ UK มีการส่งออกสินค้าหลักอย่างเชื้อเพลิงธรรมชาติ และเคมีภัณฑ์ไป เยอรมนี, ฝรั่งเศส และมีการนำเข้าสินค้าเครื่องจักร ชิ้นส่วนยานยนต์ น้ำมันหล่อลื่น จากเยอรมนี, ฝรั่งเศส, จีน รวมถึงสหรัฐฯ โดยรวมแล้วเยอรมนีและฝรั่งเศสมีทั้งฝั่งนำเข้าและส่งออกทีเดียว  ทั้งนี้ความสัมพันธ์ที่ไม่สู้ดีนักระหว่าง UK และ EU จะทำให้เศรษฐกิจชะลอตัว รวมถึงอาจเกิดความขัดแย้งครั้งใหม่ ซึ่งเราต้องติดตามต่อว่า UK และ EU จะเดินเกมความสัมพันธ์ในอนาคตอย่างไร แต่หากเริ่มมีนโยบายกีดกันทางการค้าเกิดขึ้นโลกคงปั่นป่วนอีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

CPF เพิ่มทุน เราจะเพิ่มทุนด้วยกันไหม ?

CPF เพิ่มทุน เราจะเพิ่มทุนด้วยกันไหม ?

 

        หลังจากที่ CPF ประกาศเพิ่มทุน 1.55 พันล้านหุ้น โดยขายให้กับผู้ถือหุ้นเดิม 5:1 ที่ราคา 25 บาท นักลงทุนหลายๆท่านอาจะเกิดความสงสัยว่า เอ๊ะ! เราถือ CPF อยู่ ทำอย่างไรดี เพิ่มทุนดีไหม ??

      ก่อนอื่นเลยเราต้องมาทำความเข้าใจกับคำว่าเพิ่มทุนกันก่อนครับ การเพิ่มทุนคือ การเสนอขายหุ้นของบริษัทให้กับนักลงทุน โดยต้องการที่จะจัดสรรเงินทุนก้อนใหม่เข้าสู่บริษัท โดยวิธีการเพิ่มทุนมีอยู่ด้วยกันหลายรูปแบบ ไม่ว่าจะเป็นเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นใหม่ เพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิม หรือเพิ่มทุนให้กับกลุ่มบุคคลเฉพาะเจาะจง ในกรณีของ CPF แล้วเลือกที่จะใช้วิธีการคือเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมตามสัดส่วนของแต่ละรายที่ถืออยู่ (Rights offerings) แสดงว่าหากนักลงทุนทุกท่านที่ถือหุ้น CPF อยู่ในขณะนี้พร้อมใจกันใช้สิทธิตามทีตนนั้นได้รับ เท่ากับว่าสัดส่วนการถือหุ้นของ CPF ของแต่ละท่านจะไม่มีการเปลี่ยนแปลงใดๆเลยครับ

        บางท่านเกิดคำถาม แล้วทำไมต้องมาระดมทุนผ่านทางการเพิ่มทุนให้เดือดร้อนผู้ถือหุ้นกันอีกหล่ะ!!
นั้นก็เพราะว่า การระดมทุนทางอื่นยอมเกิดต้นทุนทางการเงินที่ค่อนข้างสูงกว่าการระดมทุนผ่านทางการเสนอขายหุ้นสามัญ หากเลือกระดมทุนผ่านทางการออกหุ้นกู้ บ.จะมีต้นทุนทางการเงินคือดอกเบี้ยจ่ายให้กับผู้ถือหุ้นกู้นั้น และยิ่งโดยเฉพาะการเพิ่มทุนให้กับผู้ถือหุ้นเดิมด้วยแล้วทำให้ ภาระค่าใช้จ่ายในการระดมทุนค่อนข้างต่ำมาก

       แล้วควรเพิ่มทุนดีหรือไม่??  เราต้องมาดูกันครับว่า บ.จะเพิ่มทุนไปทำไม ในกรณีของ CPF นั้นเพิ่มทุนโดยต้องการนำเงินทุนขนาด 3.87 หมื่นล้านบาท แบ่งไปใช้คืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้ 2.70 หมื่นล้าน และที่เหลืออีก 1.17 หมื่นล้านบาทจะนำไปตั้งสำรองเพื่อขยายการลงทุนในอนาคต

       ซึ่งในปกติแล้วการที่บริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เลือกที่จะเพิ่มทุนเพื่อไปใช้คืนหนี้แล้วจะได้รับผลตอบรับจากนักลงทุนไปในทางที่ไม่ดีนัก แต่ในกรณีของ CFP แล้วเรามองว่า ในระยะสั้นนั้นแน่นอนอยู่แล้วว่ามันจะต้องเกิดการ Dilute ของราคาหุ้น จากการที่มีจำนวนของหุ้นนั้นเพิ่มขึ้นแต่รายได้หรือกำไรไม่เปลี่ยนแปลง แต่ในระยะยาวแล้ว การเพิ่มทุนเพื่อใช้คืนเงินกู้ยืมและหุ้นกู้นั้นจะส่งผลเป็นบวกต่อหุ้น CPF เนื่องจากว่า ปัจจุบัน CPF มี D/E ratio อยู่ที่ 2.48 เท่า การเพิ่มทุนเพื่อชำระคืนหนี้สินจำนวน 2.70 หมื่นล้านบาท ในกรณีที่ตัวแปรอื่นไม่มีการเปลี่ยนแปลง จะทำให้ D/E ของ CPF ลดลงเหลือเพียง 1.83 เท่า และทำให้ภาระทางการเงินหรือต้นทุนทางการเงิน (ดอกเบี้ยจ่าย) ของ CPF ลดลงอีก การลดลงของ D/E ratio นั้นทำให้ CPF กลับมามีความสามารถในการกู้ยืมมากขึ้นและสามารถระดมทุนผ่านทางการออกหุ้นกู้ใหม่เพิ่มได้อีกเพื่อสนับสนุนการลงทุนในอนาคต ซึ่งหากการลงทุนดังกล่าวสามารถสร้างอัตราผลตอบแทนที่คุ้มค่าก็จะทำให้มูลค่าของหุ้นในอนาคตปรับตัวสูงขึ้นได้นั้นเอง

        ส่วนในประเด็นว่า นักลงทุนที่ถือ CPF อยู่ควรเพิ่มทุนดีหรือไม่ ก็อยู่ที่มุมมองของนักลงทุนแต่ละท่านครับว่า การเพิ่มทุนในครั้งนี้จะส่งผลดีกับ CPF มากเท่าไหร่ และสามารถสร้างผลตอบแทนในอนาคตที่เท่ากับหรือมากกว่าอัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของนักลงทุนแต่ละท่านได้หรือไม่นั้นเอง และหากท่านคาดการณ์ว่าการเพิ่มทุนครั้งนี้จะทำให้ ราคาหุ้นของ CPF สามารถปรับตัวขึ้นได้ ท่านสามารถเลือกใช้สัญญา CPF Futures โดยการ Open Long CPFU17 หรือกรณีกลับกัน หากท่านคาดการณ์ว่าราคาหุ้น CPF มีแนวโน้มจะปรับตัวลดลงท่านยังสามารถ Open Short เพื่อทำกำไรในช่วงขาลง และยังสามารถเปิดสถานะด้วยการทำ Block Trade โดยมีขั้นต่ำ 100 Contracts ได้อีกด้วย

 

เครดิตรูปภาพ : หนังสือพิมพ์ทันหุ้น

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Wells Fargo ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะจากไป”

ประเด็นวันนี้ “Wells Fargo ยักษ์ใหญ่ที่กำลังจะจากไป”

 

 

     ชื่อนี้คงเป็นที่คุ้นเคยของใครหลายคน จากปี 2016 Wells Fargo ธนาคารที่ใหญ่ที่สุดเป็นอันดับที่ 3 ของสหรัฐฯ มีข่าวฉาว หลังได้ทำการเพิ่มยอดขายผลิตภัณฑ์ด้านการเงินของธนาคาร ซึ่งพนักงานของเวลส์ ฟาร์โก ได้เปิดบัญชีลูกค้าโดยไม่ได้รับอนุญาตเป็นจำนวนกว่า 2 ล้านบัญชี และเงินในบัญชีของลูกค้าได้ถูกโอนไปยังบัญชีใหม่โดยไม่ได้รับอนุญาต อีกทั้งยังพบว่ามีการออกเดบิทการ์ด และตั้งรหัสอิเล็กทรอนิก (PIN) โดยไม่ได้แจ้งให้ลูกค้าทราบด้วย คาดว่าพนักงานทำเพื่อเพิ่มรายได้ของตน ซึ่งพนักงานที่เกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ดังกล่าวมีมากถึง 5,300 คน โดยทางธนาคาร ตัดสินใจปลดพนักงานทั้งหมดแล้ว ผลจากการกระทำดังกล่าว ธนาคารถูกปรับเป็นเงินมูลค่าถึง 185 ล้านดอลลาร์

 

     ส่งผลทำให้ความเชื่อมั่นของบริษัทลดลงเป็นอย่างมาก ในปัจจุบัน Wells Fargo ได้ขายธุรกิจประกันภัยให้กับ USI Insurance Services ทั้งนี้ ธนาคารมีแผนที่จะลดรายจ่าย 2 พันล้านดอลลาร์ในปีนี้ เพื่อที่จะยื้อให้ Wells Fargo อยู่ต่อไปให้ได้ ต้องจับตาดูกันต่อหลังจากนี้ว่าจะผ่านช่วงวิกฤตนี้ไปได้หรือไม่

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ธนาคารอิตาลี ภัยเงียบครั้งใหม่ของยูโรโซน”

ประเด็นวันนี้ “ธนาคารอิตาลี ภัยเงียบครั้งใหม่ของยูโรโซน”

 

 

     เป็นที่ทราบกันดีว่า อิตาลีกำลังมีปัญหาทางธนาคาร เนื่องจากภาวะเศรษฐกิจที่ถดถอยของอิตาลีและยุโรปทำให้ ECB ต้องลดระดับอัตราดอกเบี้ยนโยบายจนแตะระดับ 0 % เป็นระยะเวลาที่ยาวนาน ส่งผลให้ภาคธุรกิจธนาคารของอิตาลีเองมีความอ่อนแอ ประกอบกับการที่อิตาลีเองมีหนี้เสียหรือ NPL สูงถึง 17% ของหนี้ทั้งหมด ซึ่งส่งผลต่อสภาพคล่องและการดำเนินงานต่างๆของธนาคารในอิตาลี จนทำให้ธนาคารในอิตาลีเกิดปัญหาในที่สุด

 

     โดยล่าสุดได้ออกมาตรการให้กับ 2 ธนาคารยักษ์ใหญ่ Banca Popolare di Vicenza SpA และ Veneto Banca SpA  ซึ่งเป็นธนาคารที่กำลังประสบปัญหาทางการเงิน ทำการลงชำระบัญชีโดยไม่ก่อให้เกิดความกังวลเกี่ยวกับวิกฤตทางการเงินของธนาคารในมุมกว้าง โดยรัฐบาลจะจัดหากองทุนเพื่อเข้าซื้อสินทรัพย์ที่ดีของธนาคารดังกล่าว และจะจัด lion’s share of funding เพื่อถือสินทรัพย์ที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้  โดยภาครัฐเองอาจต้องให้เงินสนับสนุนมากถึง 7.8 พันล้านยูโร

 

     ซึ่งศุกร์ที่ผ่านมานั้น ECB เอง ก็มีการพูดถึงธนาคารทั้งสองว่ามีแนวโน้มไปในทางไม่ค่อยสู้ดีนัก ก็ต้องมาดูกันต่อว่า การแทรกแซงจากภาครัฐในครั้งนี้จะทำให้ปัญหาธนาคารของอิตาลีดีขึ้นมากน้อยเพียงใด และในกรณีกลับกันหากอิตาลีไม่สามารถแก้ไขปัญหาครั้งนี้ได้ ปัญหาอาจส่งผลเป็นวงกว้างต่อทั้งอิตาลีและยูโรโซนอย่างเป็นวงกว้างได้อีกด้วย

 

 

อ่านต่อ

ไขคดีทองลงปริศนา

ไขคดีทองลงปริศนา

 

 

                หลังจากเมื่อตอนบ่ายที่ผ่านมา ราคาทองคำปรับลงแตะ $1,236 ต่ำสุดในรอบ 6 สัปดาห์ ใครเป็นคนร้ายที่ทำให้ราคาทองคำปรับลงในครั้งนี้

 

ผู้ต้องสงสัยรายที่ 1 เฟด

                ช่วงที่ราคาทองร่วงมีการปรากฏว่านายจอห์น วิลเลียมส์ ประธานเฟดสาขาซานฟรานซิสโกกล่าวว่า”การที่อัตราเงินเฟ้อชะลอตัว ไม่เป็นอุปสรรคในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในครั้งต่อไป” ซึ่งนักวิเคราะห์ต่างๆคาดการณ์ว่าในช่วงสิ้นปี 2018 เฟดมีแนวโน้มที่จะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะระดับ 2.25% (เกิดความกังวลว่าเงินจะไหลกลับเข้าสหรัฐฯ)

 

ผู้ต้องสงสัยรายที่ 2 เยอรมนี

               ก่อนช่วงเวลาที่ทองคำปรับลงนั้นได้มีการประกาศตัวเลขเศรษฐกิจจากทางเยอรมนีคือ ดัชนีชี้วัดภาวะธุรกิจเดือน มิ.ย. ออกมาที่ 115.1 ซึ่งมากที่สุดในประวัติศาสตร์ ดัชนีดังกล่าวอาจสะท้อนถึงความเชื่อมั่นของนักลงทุนว่า นางอังเกลา แมร์เคิล จะสามารถครองตำแหน่งนายกฯคนต่อไป ในการเลือกตั้งปีนี้ที่จะเกิดขึ้นในวันที่ 24 ก.ย. และเป็นสิ่งที่ยืนยันว่ายูโรโซนจะไม่แตก (ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจไม่เกิด)

 

ผู้ต้องสงสัยรายที่ 3 อังกฤษ

                  15 นาทีก่อนราคาทองคำปรับลง มีข่าวจากอังกฤษ โดยนางเทเรซา เมย์ มีแนวคิดที่จะให้แรงงานที่มาจาก EU สามารถที่จะทำงานอยู่ในอังกฤตต่อไปได้ และได้รับสถานะการตั้งถิ่นฐานใน UK โดยมีเงื่อนไขว่า ผู้ที่เดินทางมาถึงก่อนวันที่ 29 มี.ค. 2019 จะมีสถานะเกือบเทียบเท่าพลเมือง UK และคงสิทธิในการดูแลสุขภาพรวมถึงบำเหน็จบำนาญ แต่ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งอังกฤษได้ ส่วนชาว UK ที่เลือกโหวต Brexit เพราะไม่อยากโดนแย่งงานคงรู้สึกไม่มั่นคงในใจ การออกมาในรูปแบบนี้เหมือนเป็นการประนีประนอมระหว่าง UK และ EU เพื่อที่คงความสัมพันธ์ในทางเศรษฐกิจและสังคมต่อไป (ภาพรวมเศรษฐกิจยุโรปและอังกฤษไม่ตกต่ำ)

 

 

คนที่เข้าข่ายสุดคงเป็นเยอรมณีและอังกฤษ

                   เนื่องจากเป็นปัจจัยใหม่ที่เข้ามากระทบกับตลาด หลังจากช่วงที่ผ่านมาตลาดมีความกังวลลว่า ยูโรโซนอาจแตก แต่ทั้ง 2 เหตุการณ์ทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นว่าน่าจะยังคงได้เห็นสหภาพยุโรปต่อไป และเป็นต้นเหตุที่ทำให้กองทุนป้องกันความเสี่ยงลดการถือทองคำลง 57 ตัน เป็นข้อมูลจากนาย Afshin Nabavi หัวหน้าผ่ายห้องค้าของ MKS

 

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 26 - 30 JUN-17

Weekly Economic Focus 26 - 30 JUN-17

 

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

            ธนาคารกลางสหรัฐฯ มีการทดสอบภาวะวิกฤต (Stress Test) ต่อธนาคารรายใหญ่ ซึ่งธนาคารรายใหญ่มีระดับเงินทุนที่แข็งแกร่งเพียงพอที่จะต้านทานภาวะเศรษฐกิจถดถอยรุนแรงได้

            สถาบันปิโตรเลียมอเมริกา (API) กล่าวว่าสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐ ร่วงลง 2.7 ล้านบาร์

            กระทรวงการคลังสหรัฐประกาศคว่ำบาตรรัสเซียครั้งใหม่ในวันพุธที่ผ่านมา โดยได้ขึ้นบัญชีดำกลุ่มบุคคล และองค์กรต่างๆ จำนวน 38 รายชื่อ เพื่อเป็นการตอบโต้กรณีรัสเซียเข้าแทรกแซงในยูเครน

 

รัสเซีย

ประกาศเตือนว่า เครื่องบินของสหรัฐฯและพันธมิตรที่บินอยู่เหนือน่านฟ้าทางทิศตะวันตกของแม่น้ำยูเฟรติสในประเทศซีเรียจะตกเป็นเป้าการติดตามของระบบป้องกันอากาศยานหรือนักบินของรัสเซีย หลังจากที่สหรัฐฯยิงเครื่องบินของรัฐบาลซีเรียตกในวันอาทิตย์ที่ 18 มิ.ย.

 

เกาหลีเหนือ        

เอกอัครราชทูตเกาหลีเหนือ คาดว่าอาจมีการเจรจาทวิภาคีกับทางสหรัฐฯ ในประเด็นระงับการทดลองนิวเคลียร์

 

กาตาร์

            กล่าวว่าจะไม่เจรจาใดๆกับประเทศเพื่อนบ้านที่มีมาตรการคว่ำบาตร แต่มีความตึงเครียดเกิดขึ้น หลังกาตาร์และตุรกีทำการซ้อมรบ

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “EEC ความหวังใหม่ New High SET”

ประเด็นวันนี้ “EEC ความหวังใหม่ New High SET”

 

 

     โครงการ EEC หรืออีกชื่อคือ เขตเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออกของไทย ซึ่งในปัจจุบันนักลงทุนทั่วโลกให้ความสนใจ เนื่องจากเป็นทำเลในการตั้งโรงงานอุตสาหกรรมได้ดี เพราะสามารถเชื่อมรถไฟและสนามบิน โดยรัฐบาลไทยมีแผนจะลงทุนโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ อาทิเช่น โครงการรถไฟทางคู่ รถไฟฟ้าความเร็วสูง พัฒนาสนามบินอู่ตะเภา ในวงเงิน 1.5 ล้านล้านบาท ระยะเวลา 5 ปี

 

     และล่าสุด บริษัท โบอิ้ง เซาท์อีส เอเชีย บริษัทที่ผลิตและพัฒนาเครื่องบินชั้นนำของโลก ที่ให้ความสนใจในการลงทุนส่วนที่เกี่ยวกับการผลิตชิ้นส่วน รวมถึงการลงทุนจัดตั้งศูนย์ฝึกอบรมนักบินเพื่อป้อนเข้าสู้ตลาดต่างประเทศ หลังจากรัฐบาลไทยมีความชัดเจนในการลงทุนโครงการ EEC มากขึ้น

 

     ทั้งนี้ต้องจับตามองต่อไปว่า รัฐบาลจะสามารถผลักดันโครงการ EEC  ให้เป็นรูปธรรมได้มากแค่ไหน หากรัฐบาลทำได้สำเร็จจะสามารถดึงบริษัทต่างชาติรายใหม่ๆเข้ามาลงทุนในเขตเศรษฐกิจพิเศษซึ่งประเทศไทยจะได้ประโยชน์มากในการลงทุนดังกล่าว เพราะจะสามารถกระตุ้น GDP เพิ่มการจ้างงาน และส่งผลบวกต่อตลาดทุนไทยได้อีกด้วย 

 

     แต่สิ่งที่ต้องจับตาต่อคือ ความต่อเนื่องของรัฐบาลต่อไปว่าจะยังจริงจังกับโครงการ EEC ต่อไปอีกหรือไม่

 

 

อ่านต่อ

คำถามที่นักลงทุนทองสงสัย....

คำถามที่นักลงทุนทองสงสัย....

 


       เวลาที่มีวิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดความเสี่ยงเกิดสงครามมักจะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้นนั้นจริงๆแล้วสิ่งที่จะให้ราคาทองคำปรับขึ้น เพราะการเข้าซื้อของนักลงทุนที่มองว่า การที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจ หรือความเสี่ยงที่จะเกิดสงคราม มักส่งผลกระทบให้ค่าเงินและดัชนีหุ้นของชาติที่เกิดวิกฤตเศรษฐกิจมีค่าที่ลดลง ขณะที่เหตุการณ์ที่มีความเสี่ยงเกิดสงคราม มีผลกระทบต่อค่าเงินและตลาดหุ้นทั่วโลก

 

       หลังจากที่ได้เห็นกราฟราคาทองคำมักจะปรับขึ้นกับเหตุการณ์เกี่ยวกับประเทศใหญ่ หรือเหตุการณ์สำคัญที่มีผลเศรษฐกิจ และปัจจัยที่อาจจะก่อให้เกิดสงคราม เช่นการเกิดวิกฤตเสณาฐกิจของสหรัฐฯ

       แล้วเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในปัจจุบันมีสิ่งใดน่าเป็นห่วงกันบ้าง
       1.) ความไม่สงบในซีเรีย ที่นานาชาติอย่าง สหรัฐฯ ยุโรป และรัสเรีย มีปฎิบัติการโจมตีกลุ่มก่อการร้าย ISIS (ความเสี่ยงทางภาวะสงคราม)
       2.) คาบสมุทรเกาหลี รู้กันอยู่แล้วว่าเกาหลีเหนือและเกาหลีใต้ มีการปัญหากันมาตั้งนานแล้ว แต่สิ่งที่จะทำให้เกิดภาวะสงครามจริงๆ คือ การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ ที่อาจทำให้สหรัฐฯ หรือประเทศมหาอำนาจมีความกังวลทำการโจมตีเพื่อตอบโต้การทดลองอาวุธนิวเคลียร์ (ความเสี่ยงทางภาวะสงคราม)
       3.) กรีซอาจต้องออกจากสหภาพยุโรป จากการที่ไม่มีเงินชำระหนี้แก่เจ้าหนี้ (ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ)
       4.) ความเสี่ยงจากหนี้เสียของอิตาลี ซึ่งมีมูลค่าสูงถึง 3.6 แสนล้านยูโร โดยหนี้ดังกล่าวนับเป็น 1 ใน 3 ของหนี้เสียของยุโรโซน

 

       สรุปราคาทองคำมักจะปรับขึ้นจากวิกฤตเศรษฐกิจ หรือเหตุการณ์ที่จะเกิดความเสี่ยงเกิดสงครามจริง และปัจจัยที่เราให้ระวังอาจไม่ได้แค่ 4 ข้อ เพราะในปัจจุบันมีข้อมูลบ่งชี้เพียงเท่านี้ 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ภัยเงียบจากแคนาดา”

ประเด็นวันนี้ “ภัยเงียบจากแคนาดา”

 

 

     - หนี้ครัวเรือนสูงสุดเป็นประวัติการ

     - ภายในปี 2002 -2017 หนี้พุ่ง 60% แตะ 169%

 

            เราอาจกำลังอยู่ในช่วงของวิกฤตแคนาดา เพราะในปัจจุบันหนี้ครัวเรือนสูงถึง 169% ในช่วง Q1/2017 และมีการคาดการณ์ว่าในปี Q2/2018 หนี้จะสูงขึ้นอีกถึง 180%

 

            จริงๆแล้วการเป็นหนี้ที่สามารถควบคุบได้ถือเป็นสิ่งที่ดี  เพราะสามารถกระตุ้นเศรษฐกิจของประเทศได้ แต่การที่มีหนี้มากจนไม่สามารถควบคุมได้จะทำให้เศรษฐกิจเกิดการชะลอตัว เนื่องจากการที่มีหนี้สูงทำให้ไม่สามารถสร้างหนี้เพิ่มได้

 

     สุดท้ายคนมักแก้ปัญหาหนี้อยู่ 3 ทางใหญ่ๆ

     1.เก็บเงินใช้หนี้ตามปกติ  อาจหมดหนี้ช้าแต่หนี้หมดแน่

     2.กู้มาลงทุนเพิ่ม เพื่อหาเงินใช้หนี้ ในข้อนี้จะเริ่มเห็นความเสี่ยงแล้ว

     3.กู้มาใช้หนี้ ซึ่งเป็นอะไรที่อันตรายที่สุด

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ภาพทองคำยังทรุด”

ประเด็นวันนี้ “ภาพทองคำยังทรุด”

 

 

     - ดอลลาร์แข็งค่ามากสุดในรอบ 1เดือน

     - ราคาทองคำต่ำสุดในรอบ 7 สัปดาห์

     - แนวโน้มทางเทคนิคอาจลงแตะ $1,237

 

            ทองคำปรับตัวลงรอบนี้ต่ำสุดในรอบ 7 เดือน จากปัจจัยที่นักลงทุนกังวลเกี่ยวกับการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯที่มีแนวโน้มจะขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นอีก 4 ครั้ง ภายในเวลาปีครึ่ง

 

            ทั้งนี้ประธานสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐฯกำลังดันร่างกฎหมายปฎิรูปภาษี ซึ่งการใช้นโยบายดังกล่าวมีแนวโน้มที่จะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัว จากการลงทุนเพิ่มขึ้นประชาชนของสหรัฐฯเอง เนื่องจากจะมีกำไรที่เพิ่ม เพราะมีการเสียภาษีที่ลดลง  แนวโน้มทางเทคนิคภาพใหญ่อาจลงแตะ $1,237 ระยะสั้นภาพเป็น Sideway Up ตอนนี้อยู่ใกล้กรอบล่าง เสี่ยงเข้าซื้อได้สั้นๆ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “อนาคตฝรั่งเศสในมือ มาครง”

ประเด็นวันนี้ “อนาคตฝรั่งเศสในมือ มาครง”

 

 

     หลายท่านคงยังจำกันได้ว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ได้ขึ้นมาเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนที่ 25  ในวันที่ 8 พ.ค. 2560 เพราะมีนโยบายที่ประชาชนชาวฝรั่งเศสชอบ คือ จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อและสัญญาว่าจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 50,000 ล้านยูโร รวมถึงมาตรการลดภาษีนิติบุคคลให้เหลือ 25% จากเดิม 35%

 

     ทั้งนี้ตลาดมีการคาดการณ์ว่า นายเอ็มมานูเอล มาครง ที่จะขึ้นเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสจะไม่สามารถออกนโยบายเองได้  เนื่องจากไม่มีเสียงในรัฐสภาสนับสนุนเพียงพอ และอาจทำให้เศรษฐกิจฝรั่งเศสไม่ขยายตัวตามที่คาด

 

     แต่ความหวังของเศรษฐกิจฝรั่งเศสเริ่มมีขึ้นอีกครั้ง เพราะผลการเลือกตั้งสภาชิกรัฐสภาที่พึ่งจบไปในวันอาทิตย์ที่ผ่านมา พรรคของนายเอมมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีฝรั่งเศส และพรรค Democratic Movement ซึ่งเป็นพรรคพันธมิตรกวาดที่นั่งอย่างถล่มทลายโดยได้ที่นั่งในรัฐสภาแตะ 350 ที่นั่ง จากคะแนนเสียงดังกล่าวนับได้ว่าตอนนี้ถือเสียงข้างมากในสภา ซึ่งในอีกความหมายคือ นโยบายที่นายเอ็มมานูเอล มาครง วางไว้น่าจะออกมาใช้จริงได้อย่างแน่นอน แต่ต้องจับตาต่อว่า การที่ใช้นโยบายที่วางแผนไว้จะได้ผลตามที่หวังได้หรือไม่ แต่ที่แน่ๆแนวโน้มเศรษฐกิจของฝรั่งเศสที่น่าจะขยายตัวมากขึ้นจะเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำต่อไป

            

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ซีเรียระอุ”

ประเด็นวันนี้ “ซีเรียระอุ”

 

 

     หลังกองทัพสหรัฐฯใช้เครื่องบินขับไล่ F-18 เข้าโจมตี เครื่องบินรบ SU-22 ซึ่งเป็นเครื่องบินขับไล่ทิ้งระเบิดของซีเรีย ที่กำลังทิ้งระเบิดใส่กองกำลังฝ่ายกบฏของซีเรีย ทางตอนใต้ของเมืองทับกา เป็นเหตุทำให้เครื่องบินรบของซีเรียตก โดยอ้างถึงกฎการปะทะ และพันธกรณีในการปกป้องพันธมิตร ซึ่งกลุ่มกองกำลังฝ่ายกบฏ เป็นพันธมิตรกับกองทัพสหรัฐฯ ในการทำสงครามต่อต้านกลุ่มผู้ก่อการร้ายและกองกำลัง ISIS ซึ่งเป็นคำตอบที่ใครหลายคนสงสัยว่าแบบนี้ก็ได้หรือ !!

 

     กลับมาที่เรื่องของซีเรีย ซึ่งก่อนหน้านี้สหรัฐฯมีการโจมตี โดยยิงขีปนาวุธกว่า 59 ลูกใส่ซีเรีย เพื่อตอบโต้การใช้อาวุธสารเคมีต่อประชาชนที่สหรัฐฯเชื่อว่าเป็นฝีมือของรัฐบาลซีเรีย

 

     ความกังวลจะเกิดขึ้นเมื่อกรณีที่ซีเรียมีท่าทีที่แข็งข้อมากขึ้นอาจส่งผลให้ปัญหาความตึงเครียดระหว่างสหรัฐฯและซีเรียกลับมาเป็นตัวกดดันสภาพตลาดหุ้นโลก (ผลักดันราคาทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย)

 

     อย่างไรก็ตามเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนั้นทางรัฐบาลซีเรียยังไม่มีการตอบโต้ใดๆ จากเหตุการณ์ดังกล่าว ต้องติดตามกันต่อไปว่า รัฐบาลซีเรียจะมีการตอบโต้กลับอย่างไร และประเทศอื่นๆอย่าง อิหร่านและรัสเซียจะมีท่าทีอย่างไรกับการโจมตีครั้งนี้       

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ม.44 ความหวังใหม่ผลักดัน SET”

ประเด็นวันนี้ “ม.44 ความหวังใหม่ผลักดัน SET”

 

 

     ในวันศุกร์ที่ผ่านมา คสช. มีคำสั่งเรื่องมาตรการเร่งรัดการดำเนินโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย-จีน ในช่วง กรุงเทพฯ.-โคราช วงเงิน 1.79 แสนล้านบาท ให้มีผลทันที โดยทางกระทรวงคมนาคมจะเสนอร่างสัญญาความร่วมมือโครงการรถไฟฟ้าความเร็วสูง ไทย-จีน เข้าที่ประชุม ครม.ภายในเดือนนี้ และคาดว่าจะมีการเปิดประมูลหาผู้รับเหมาไทยมาดำเนินงาน ภายใน 120 วัน

 

     จากปัจจัยดังกล่าวคาดการณ์จะส่งผลผลักดันหุ้นกลุ่มรับเหมาและหุ้นกลุ่มวัสดุก่อสร้างให้กลับมาคึกคักและน่าสนใจอีกครั้ง หลังจากเมื่อไม่นานมานี้เอง ทางภาครัฐเองก็พึ่งจะออกมาตราเร่งรัดการดำเนินการรถไฟฟ้าสายสีต่างๆ  ให้มีการดำเนินโครงการต่างๆให้เร็วขึ้น ทั้งนี้เราคาดว่า รัฐบาลมีโอกาสผลักดันเร่งรัดโครงการขนาดใหญ่ที่เกี่ยวกับโครงสร้างพื้นฐานของประเทศอีกเช่นกัน ทำให้หุ้นกลุ่มดังกล่าวมีโอกาสที่จะผลักดันตลาดให้หลุดพ้นแนวโน้ม Sideway  ออกด้านข้างได้ หลังจากตลาดบ้านเราไร้ปัจจัยหนุนภายในประเทศผลักดันค่อนข้างยาวนาน

 

     ทั้งนี้ต้องจับตาดูต่อไปว่า รัฐบาลจะมีการผลักดันเร่งรัดนโยบายต่างๆ ในปีนี้เพิ่มอีกหรือไม่ และการเร่งรัดโครงการต่างๆจะได้รับผลตอบรับจากประชาชนมากน้อยเพียงใด ซึ่งหากรัฐบาลสามารถผลักดันโครงการโครงสร้างพื้นฐานไทยออกมาได้หมดนั้น ก็จะเป็นการขับคลื่นเศรษฐกิจไทย และจะสามารถผลักดัน GDP   ไทยได้อีกด้วย

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 19 - 23 JUN-17

Weekly Economic Focus 19 - 23 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

            สหรัฐ-จีนมีประชุมหารือเรื่องถกนิวเคลียร์เกาหลีเหนือต้องตามต่อว่าจะมีข้อสรุปหรือไม่

            เฟด มีมติ  8-1 เสียง ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.00-1.25% และเตรียมปรับลดงบดุล ทั้งนี้ปรับลดคาดการณ์เงินเฟ้อในปีนี้สู่ระดับ 1.6% ลดลงจากระดับ 1.9% ที่คาดการณ์ในเดือนมี.ค. และต่ำกว่าเป้าหมายเงินเฟ้อ 2% ของเฟด

            ทรัมป์ ประกาศเพิ่มความเข้มงวดในการเดินทางไปคิวบาและการทำธุรกิจกับกองทัพคิวบา หลังมีการละเมิดสิทธิมนุษยชนของรัฐบาลฟิเดล คาสโตร

 

อังกฤษ

            ธนาคารกลางอังกฤษ (BoE) มีมติ 5-3 ที่คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ 0.25% เพื่อควบคุมเงินเฟ้อที่พุ่งขึ้นเป็นอย่างมาก

 

จีน       

            เกิดเหตุระเบิดที่โรงเรียนอนุบาลแห่งหนึ่งในจีน ส่งผลให้มีผู้เสียชีวิต 7 คน และบาดเจ็บเกือบ 60 คน

            ธนาคารกลางจีนได้ตัดสินใจอัตราดอกเบี้ย reverse repo ประเภท 7 วัน ยังคงอยู่ที่ระดับ 2.45%, อัตราดอกเบี้ยประเภท 14 วันยังคงอยู่ที่ระดับ 2.60% และอัตราดอกเบี้ยประเภท 28 วัน ตรึงอยู่ที่ระดับ 2.75% ทั้งนี้ยังมีการอัดฉีดเม็ดเงิน 2.5 แสนล้านหยวน

            สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า การจ้างงานของจีนมีการขยายตัวอย่างต่อเนื่องในช่วง 5 เดือนแตะ 5.99 ล้านตำแหน่ง เพิ่มขึ้น 220,000 ตำแหน่ง ซึ่งการจ้างงานของจีนอยู่ในภาวะมีเสถียรภาพ และมีแนวโน้มในเชิงบวก

            IMF ปรับเพิ่มคาดการณ์การขยายตัวเศรษฐกิจจีนปี 60 เป็น 6.7%

ญี่ปุ่น

           ธนาคารกลางญี่ปุ่นมีมติ 7-2 คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายที่ระดับ -0.1% รวมทั้งเดินหน้าโครงการซื้อพันธบัตรรัฐบาล อัตราผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 10 ปีให้อยู่ที่ระดับ 0% เพื่อรักษาเป้าหมายเงินเฟ้อที่ระดับ 2%

 

ฮ่องกง

           ธนาคารกลางฮ่องกงปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% เป็น 1.50%

 

 

อ่านต่อ

รอยเตอร์สำรวจมุมมองสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีต่อ FED

ประเด็นวันนี้  “รอยเตอร์สำรวจมุมมองสถาบันการเงินยักษ์ใหญ่ที่มีต่อ FED”

 

 

โดย สถาบันการเงินยักษ์อย่าง Bank of America Merrill Lynch , Barclays , BMO , Bank of Nova Scotia , BNP Paribas , Cantor Fitzgerald, Citigroup, Credit Suisse, Daiwa, Deutsche Bank, Goldman Sachs, HSBC, Jefferies, JPMorgan, Mizuho, Morgan Stanley, Nomura, RBC, NatWest, Societe Generale, TD Securities, UBS, Wells Fargo, median 

 

โดยมี 3 คำถามสำคัญ 
1.)มองว่าใน Q3/2017 FED จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ 
-โดย 79.2% คาดการณ์ว่า FED จะคงดอกเบี้ยที่ 1-1.25% 

 

2.)มองว่าใน Q4/2017 FED จะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่ 
-โดยสถาบันการเงินมีเสียงเป็นเอกฉันท์ว่าขึ้นดอกเบี้ยแน่นอนที่ 1.25-1.50% 

 

3.)คำถามสุดท้ายมองว่า Q4/2018 FED จะขึ้นดอกเบี้ยที่ระดับไหน 
ซึ่งสถาบันการเงินมองเป็น 3 ทาง 

 

-สถาบันการเงิน 54.2% มองว่าขึ้นดอกเบี้ยแตะ 2-2.25% -สถาบันการเงิน 16.7% คาดขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับ 2.25-2.5% -สถาบันการเงิน 12.5% เชื่อขึ้นดอกเบี้ยแตะระดับ 1.5-1.75%

 

เราคาดการณ์ว่าการที่สถาบันการเงินมองว่าใน Q4/2017 จะขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1.25-1.50% เนื่องจากทรัมป์มีนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจสิ่งที่จะตามมา คือ อัตราเงินเฟ้อที่เพิ่มขึ้น ผลส่งให้ FED ต้องขึ้นดอกเบี้ยเพื่อที่จะลดอัตราเงินเฟ้อ เพื่อที่จะทำไม่ให้เกิดฟองสบู่ในอสังหาฯ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทำไมเฟดถึงรีบขึ้นดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “ทำไมเฟดถึงรีบขึ้นดอกเบี้ย”

 

 

-    เฟด มีมติลงคะแนนเสียง 8-1 เสียง ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 1.00-1.25% 
-    วิเคราะห์ได้จาก 3 ความกลัวที่ทำให้รีบขึ้นดอกเบี้ย
-    กลัว Money Multiplier(M1)
-    กลัวเงินเฟ้อ
-    กล้วฟองสบู่ในอสังหาฯ 

 

      จริงๆแล้วเรื่อง Money Multiplier(M1) เงินเฟ้อและฟองสบู่เป็นผลกระทบที่มีความต่อเนื่องกัน
เพราะในปัจจุบัน Money Multiplier สิ่งที่ชี้ว่ารอบเงินเปลี่ยนมือมีการเปลี่ยนแปลงมากน้อยขนาดไหน โดยตอนนี้ Money Multiplier แตะ
0.9% สูงสุดในรอบ 5 เดือน และเป็นปัจจัยที่ส่งให้ Historical Annual U.S. Inflation Rate ปรับขึ้นไปแตะ 2.20% ในเดือน เม.ย. ทั้งนี้ราคาบ้าน 20 เขตสำคัญของสหรัฐมีราคาบ้านขึ้น 5.9% สูงสุดในรอบ 2 ปีกว่า

 

      จากที่ได้ข้อมูล นี่แหละเป็นเหตุผลหลักที่เฟดต้องขึ้นดอกเบี้ยไวมากขึ้น เพื่อที่จะหยุดความร้อนแรงของอัตราเงินเฟ้อ และหากเฟดไม่ขึ้นดอกเบี้ยอาจเกิดฟองสบู่แตกได้ในอนาคต ซึ่งจะเป็นวิกฤตที่จะเกิดขึ้นครั้งใหม่ของสหรัฐฯ

 

      ขณะที่ผลกระทบจากการที่เฟดขึ้นดอกเบี้ย มองว่าราคาทองคำรับข่าวกับเรื่องนี้ไปแล้ว เพราะช่วงที่ผ่านมามีข่าวมาโดยตลอดว่า เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือน 6

อ่านต่อ

คาดการณ์ผลการประชุม FOMC

FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยในคืนนี้

 

 

เราคาดการณ์ FED  มีโอกาสขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งที่ 2 ปีนี้  ในการประชุม FOMC วันที่ 13 – 14 มิถุนายน 
มีโอกาสถึง 90 % ขึ้นดอกเบี้ยเป็น 1.00%-1.25% รับ 2 ปัจจัยหนุน


1.ตลาดแรงงานสหรัฐฯเองมีแนวโน้มแข็งแรง จากแนวโน้มอัตราการว่างแตะ 4.3% ต่ำสุดในรอบ 16 ปี 
2.อัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ระดับ อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2 % โดยอัตราเงินเฟ้อของสหรัฐอยู่ในระดับที่ 1.5-1.7% 


โดยการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดจะส่งผลให้มีโอกาสทำให้ Fund Flow ไหลกลับเข้าสู่ประเทศสหรัฐฯมากขึ้น จากการฟื้นตัวของสหรัฐฯ
และการลดงบดุลของธนาคารกลางสหรัฐฯ ในระยะกลาง ส่งผลให้ ค่าเงิน US Dollar  มีแนวโน้มแข็งค่าในระยะสั้นๆ 

หากวิเคราะห์โอกาสในการปรับอัตราดอกเบี้ยนโยบายของ FED ในครั้งต่อๆไป จะมีแนวโน้มการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไปมากขึ้น
หลังจากการปรับเพิ่มอัตราดอกเบี้ยของ FED ในครั้งก่อน ที่ทำให้อัตราเงินเฟ้อปรับตัวลดลงอย่างมีประสิทธิภาพหลังจากการปรับตัวเข้าใกล้อัตราเงินเฟ้อเป้าหมายที่ 2%
และเพิ่มแนวโน้มของการลดงบดุลของธนาคารสหรัฐฯ หลังจาก งบดุลของ FED ในปัจจุบันอยู่ที่ 4.4 ล้านล้าน ดอลลาร์ เพิ่มขึ้นจาก ปี 2008
ซึ่งมีขนาดเพียงแค่ 9.2 แสนล้านดอลลาร์ ก่อนการขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองทรุดแตะ $1,258”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองทรุดแตะ $1,258”

 

 

          - ตลาดคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ยคืนนี้

          - สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย ส่งสัญญาณคลายความตึงเครียดกับกาตาร์

 

            ราคาทองคำปรับลงต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ รับปัจจัยกดดัน 2 เรื่อง

     1) การขึ้นดอกเบี้ยของเฟด หลังในวันที่ 13-14 มิ.ย. ตามเวลาสหรัฐฯ จะมีการประชุม FOMC โดยนาย Michael Feroli นักเศรษฐศาสตร์ของ J.P. Morgan มองว่าจะมีการขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1-1.25%  จากอัตราการว่างงานสหรัฐฯที่ต่ำสุดในรอบ 16 ปี แตะระดับ 4.3%

ประกอบกับอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานในไตรมาสแรกเพิ่มขึ้นแตะ 1.5-1.7% ทั้งนี้ Fed Rate Monitor Tool ที่จัดทำโดย CME Group คาดว่ามีโอกาส 90% ที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยครั้งนี้

 

     2) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ และซาอุดิอาระเบีย เริ่มมีนโยบายผ่อนปรนแก่ครอบครัวกาตาร์-ยูเออี และ กาตาร์-ซาอุดิอาระเบีย ทั้งนี้ถึงแม้ถูกชาติอาหรับตัดสัมพันธ์ กาตาร์ยืนยันข้อตกลงของกลุ่มโอเปก ในการปรับลดระดับกำลังการผลิตจนถึงเดือนแค่เดือน มี.ค. 2561

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แอฟริกาใต้ ปัญหาใหม่จากแดนไกล”

ประเด็นวันนี้ “แอฟริกาใต้ ปัญหาใหม่จากแดนไกล”

 

 

          แอฟริกาใต้ประเทศที่มีระบบเศรษฐกิจใหญ่สุดในทวีปแอฟริกา และเป็น 1 ในกลุ่ม BRICS กำลังเจอกับปัญหา หลังสถาบันจัดอันดับ Moody’s   ปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของประเทศและลดค่าเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้  ลงแตะระดับ Baa3 เริ่มเข้าใกล้ระดับ “ขยะ” เข้าไปทุกที โดยต้นตอของการปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือมาจากเหตุการณ์ทางการเมืองและนโยบายต่างๆของรัฐบาลปัจจุบันทำให้แนวโน้มการขยายตัวภาคธุรกิจ และเติบโตทางเศรษฐกิจลดลง กระทบต่อ GDP และรายได้ของประชากรที่ชะลอตัว

 ทั้งนี้ Moody’s  กล่าวว่ามีโอกาสปรับลดอันดับความน่าเชื่อถือของแอฟริกาใต้ได้อีก เพราะปัญหาหนี้สาธารณะที่มีอยู่ถึง $1.48 แสนล้าน แต่กลับมีรายได้เฉลี่ยของประเทศต่อปีเพียง $8.07 พันล้าน ส่วนแนวโน้มรายได้ต่อหัวของประชากรก็ลดลง เนื่องจากอัตราการว่างงานพุ่งสูงถึง 27.7%

 

         ในขณะที่เดือนเมษายน ปี 2560 สถาบันจัดอันดับทางการเงินอย่าง S&P และ Fitch Rating ได้ลดอันดับความน่าเชื่อถือทางการเงินของสกุลเงินในประเทศของแอฟริกาใต้ไปอยู่ชั้น BB+ หรือในระดับ “ขยะ” จากที่ปธน. Jacop Zuma เปลี่ยนคณะรัฐมนตรีของเขาและไล่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังออกจากตำแหน่ง

 

         สิ่งที่ต้องติดตามหลังจากนี้ สถาบันจัดอันดับอย่าง Moody’s จะลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินแรนด์ ของแอฟริกาใต้อีกครั้ง ให้ลงมาอยู่ในระดับขยะเหมือนกับ S&P และ Fitch Rating หรือไม่ ซึ่งหากโดนปรับลด อาจสร้างความผันผวนในประเทศแอฟริกาใต้ และอาจเป็นตัวผลักดันราคาทองคำให้ขึ้นได้อีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 12 - 16 JUN-17

Weekly Economic Focus 12 - 16 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 สหรัฐฯ

            หลังจากเสร็จสิ้นการให้ปากคำต่อคณะกรรมาธิการข่าวกรองของวุฒิสภาสหรัฐฯ ของนายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการ FBI ทำให้รู้ว่ายังไม่มีหลักฐานใดชี้ว่า ทรัมป์ได้เข้ามาขัดขวางการสอบสวนของนายเจมส์ โคมีย์ ในประเด็นความสัมพันธ์ระหว่างนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติ กับรัฐบาลรัสเซีย

            จับตากันต่อวันในพุธตามเวลาประเทศไทย เพราะนายนายเจฟฟ์ เซสชันส์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรมสหรัฐฯ เตรียมให้การต่อวุฒิสภาสหรัฐฯ ในประเด็นที่รัสเซียอาจแทรกแซงการเลือกตั้งสหรัฐฯ

 

อังกฤษ

            จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการตั้งแต่อังกฤษ พรรคที่มีที่นั่งนำมาคือ

          - พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ได้ไป 319 ที่นั่ง

- ส่วนพรรคแรงงานได้ 261 ที่นั่ง

- พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ (SNP) ได้ 35 ที่นั่ง

- พรรค Lib Dems ได้ 12 ที่นั่ง

- ส่วนพรรค Democratic Unionist ได้ 10 ที่นั่ง

จะเห็นได้ว่าไม่มีพรรคใดสามารถจัดตั้งรัฐบาลเพียงพรรคเดียวได้เพราะคะแนนไม่ถึง 326 ที่นั้ง ทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมต้องหาพรรคร่วมจัดตั้งรัฐบาล โดยได้พรรค Democratic Unionist ที่มี 10 ที่นั่ง มาเข้าร่วมกับพรรคอนุรักษ์นิยมและมีเสียงข้างมากที่ 329 ที่นั่ง แต่การที่เป็นรัฐบาลร่วมทำให้ S&P และ มูดี้ส์ มีแนวโน้มที่จะลดอันดับเครดิตอังกฤษ เนื่องจากการออกนโยบายต่างๆจะลำบากมากขึ้นนั่นเอง

 

ฝรั่งเศส

            จบไปแล้วกับการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรรอบแรก พรรคแนวร่วมรัฐบาลอย่างพรรค "ออง มาร์ชี" ของประธานาธิบดีเอมมานูเอล มาครอง และพรรคโมเดม (Democratic Movement) มีที่นั่งรวมกันมาอันดับหนึ่งมีที่นั่ง 32.32%  โดยการเลือกตั้งที่จัดขึ้น เป็นการเลือกส.ส.ในสภาผู้แทนราษฎรทั้งหมด 539 ที่นั่งที่แบ่งตามเขตเลือกตั้ง แบ่งเป็น 2 รอบนั้น โดยผู้สมัครคนใดที่ได้รับคะแนนเสียง 12.5% ขึ้นไปจึงจะมีคุณสมบัติผ่านเข้าสู่การเลือกตั้งรอบ 2 แต่หากในรอบแรกมีผู้สมัครได้คะแนนเสียงเกิน 50% จะได้เป็นส.ส.ทันที

 

แอฟริกาใต้

            มูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือของตราสารหนี้รัฐบาลระยะยาวสกุลเงินต่างประเทศและสกุลเงินแรนด์ของแอฟริกาใต้ลง 1 ขั้น จาก Baa2 เป็น Baa3 จากปัญหาทางการเมืองที่มีนโยบายไม่แน่นอน

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เทเรซ่า เมย์ คิดผิดชีวิตเปลี่ยน”

ประเด็นวันนี้ “เทเรซ่า เมย์ คิดผิดชีวิตเปลี่ยน”

 

 

     หลังจากนางเทเรซ่า เมย์ ประกาศยุบสภา เพราะมั่นใจว่าจะได้ที่นั่งในสภากว่า 330 ที่นั่ง แต่การกระทำดังกล่าวกลับเป็นความผิดพลาด ที่นั่งในสภาลดลงมากกว่าเดิมอีก  โดยผลการเลือกตั้งของอังกฤษในวันศุกร์ที่ผ่านมา พรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซ่า เมย์ ได้คะแนนเสียง 319 ที่นั่ง โดยมีพรรคแรงงานของนายเจเรมี่ คอร์บิน ตามมาติดๆที่ 261 ที่นั่ง ขณะที่พรรคชาตินิยมสกอตแลนด์ได้ 35 ที่นั่ง พรรคเสรีประชาธิปไตย 12 ที่นั่ง และอีก 10 ที่นั่งเป็นของพรรค Democratic Unionist ของไอร์แลนด์เหนือ ส่งผลให้อังกฤษเข้าสู่ภาวะไม่มีรัฐบาลเบ็ดเสร็จที่กุมเสียงข้างมากพรรคเดียว เพราะต้องมีอย่างน้อย 326 ที่นั่ง

 

     หลังจากทราบผลการเลือกตั้ง นางเทเรซ่า เมย์ ได้เดินทางเข้าเฝ้าสมเด็จพระราชินีนาถอลิซาเบธที่ 2 ของสหราชอาณาจักร เพื่อขอพระบรมราชานุญาตจัดตั้งรัฐบาล โดยมีการคาดการณ์ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมซึ่งได้ 319   ที่นั่งจะจับมือกับพรรค Democratic Unionist ที่ได้ 10   ที่นั่ง เพื่อจัดตั้งรัฐบาลที่มี 329 ที่นั่ง

     ตลาดหุ้นลอนดอนปรับตัวขึ้นมาปิดแดนบวกรับรู้ผลการเลือกตั้ง การที่พรรคอนุรักษ์นิยมไม่สามารถยึดเสียงข้างมากในสภาได้และจำเป็นต้องจัดตั้งรัฐบาลผสม ส่งผลให้การออกจากสหภาพยุโรปของอังกฤษมีแนวโน้มอ่อนลง

     ประเด็นที่สำคัญหลังจบการเลือกตั้ง รัฐบาลผสมของ นางเทเรซ่า เมย์จะสามารถผลักดันอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปด้วยรูปแบบใด และการผลักดันนโยบายต่างๆตามที่ได้หาเสียงไปจะสามารถทำได้มากน้อยแค่ใหน หลังการเลือกตั้งที่ไม่ได้เสียงมากพอที่จะมีอำนาจอย่างเบ็ดเสร็จ และในวันที่ 19 มิถุนายนที่จะถึงนี้จะเป็นวันที่รัฐบาลอังกฤษต้องแถลงนโยบายรัฐบาลต่อสภา ซึ่งเป็นวันที่ประเทศอังกฤษเริ่มเจราจาเพื่อออกจากสหภาพยุโรปต่อไป

 

     ทั้งนี้มองว่าความเสียงทางการเมืองของอังกฤษเริ่มมีสูงขึ้นหลังจากมีรัฐบาลผสมที่มีเสียงไม่แน่นอน ทำให้การกำหนดนโยบายต่างๆ รวมถึงการเจรจา Brexit ของรัฐบาลต่อจากนี้ จะเป็นไปด้วยความยากลำบากยิ่งขึ้น โดยรวมมองเป็นผลบวกต่อกลุ่ม Commodities   

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เอ็กซิทโพลล์อังกฤษชี้ ใครได้เสียงข้างมาก”

ประเด็นวันนี้ “เอ็กซิทโพลล์อังกฤษชี้ ใครได้เสียงข้างมาก”

 

 

     กล่าวได้ว่าการเลือกตั้งของอังกฤษครั้งนี้ มีความสำคัญไม่แพ้ครั้งไหนๆ เนื่องจากเป็นการกำหนดว่าอังกฤษจะสามารถเดินออกจากสหภาพยุโรปในรูปแบบไหน ขึ้นอยู่กับนายกคนที่ 55 ของอังกฤษนั้นเอง

 

     หลังจากที่ปิดหีบการเลือกตั้งอังกฤษในเวลา 04:00 น. ตามเวลาประเทศไทย เอ็กซิทโพลล์จากสำนักข่าวใหญ่ๆ อย่าง BBC, ITV และ Sky ชี้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ จะได้ที่นั่งในสภามากที่สุด แต่ก็ยังไม่สามารถครองเสียงข้างมากได้ จากที่คาดว่าจะได้ที่นั่งเพียง 314 ที่นั่ง ซึ่งการจัดตั้งรัฐบาลได้ต้องมีที่นั่งมากกว่า 326 ที่นั่ง

 

     เกมนี้อาจไม่ได้เป็นอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คิด เพราะนางมั่นใจว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะทำให้พรรคอนุรักษ์นิยมได้ที่นั่งมากกว่าเดิม การที่เอ็กซิทโพลล์บอกว่าคะแนนของพรรคอนุรักษ์นิยมลดลงมีสาเหตุมาจากปัญหาการก่อการร้าย เนื่องจากเหตุการณ์ดังกล่าวทำให้ประชาชนของอังกฤษ เริ่มไม่มีความเชื่อมั่นกับมาตรการดูแลรักษาความปลอดภัยของพรรคอนุรักษ์นิยมที่เป็นรัฐบาลในช่วงที่ผ่านมา

 

     ถ้าพรรคอนุรักษ์นิยมจะไม่ได้เป็นผู้จัดตั้งรัฐบาล  อาจเป็นโอกาสของพรรคแรงงาน หากรวมกับพรรคอื่นๆรวมกันจัดตั้งรัฐบาลได้ด้วยผลประโยชน์ที่ลงตัว  นั่นหมายความว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ จะกลายเป็นฝ่ายค้านในทันที 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “4 เหตุการณ์ที่ต้องจับตาวันนี้”

ประเด็นวันนี้ “4 เหตุการณ์ที่ต้องจับตาวันนี้”

 

 

     1.การเลือกตั้งอังกฤษ ใครจะเป็นผู้นำประเทศคนที่ 55 ที่จะมาสานต่อประเด็น Brexit ซึ่งจะประชุมกันอีกทีในวันที่ 19 มิ.ย. จะดำเนินนโยบายทางเศรษฐกิจต่อไปอย่างไร

 

     2.ราคาน้ำมันกำลังจะเป็นขาลง จากความกังวลสภาวะล้นตลาดจริงหรือ ? มีความเป็นไปได้ในเรื่องนี้ หลังจากที่กาตาร์โดนตัดความสัมพันธ์จาก 7 ชาติ ทำให้กาตาร์ไม่สนใจเรื่องการคงการผลิตน้ำมันที่ตกลงกับกลุ่มโอเปกแล้ว ส่วนทรัมปที่ไม่สนใจโลก ได้ถอนตัวออกจากความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ

 

     3.อิหร่านเริ่มโครงการขีปนาวุธ เริ่มกระทบถึงสหรัฐฯ โดยวุฒิสภาสหรัฐฯเตรียมลงมติเรื่องร่างกฎหมายยกระดับการคว่ำบาตรอิหร่านฉบับใหม่ ต้องตามต่อว่าความเสี่ยงทางการเมืองจะรุนแรงขึ้นมากน้อยขนาดไหน

 

     4.การประชุม ECB ในการประชุมครั้งนี้ประธาน ECB จะมีมุมมองการใช้นโยบายทางการเงินในสถานการณ์ที่ยุโรปมีปัญหาเริ้อรังแบบนี้อย่างไร

 

 

อ่านต่อ

กาตาร์กับความขัดแย้งครั้งใหม่

กาตาร์กับความขัดแย้งครั้งใหม่

 

 

      หลังจาก 6 ชาติอาหรับได้ประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูต นำโดย ซาอุดิอาระเบีย อียิปต์ บาร์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เขตปกครองตะวันออกของลิเบีย และเยเมน ที่มีต่อกาตาร์ โดยให้เหตุผลสำคัญคือ กาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง และ กลุ่มก่อการร้าย และอีกประเด็นที่นักวิเคราะห์ให้ความสนใจคือการที่ กาตาร์ให้ความสนับสนุนอิหร่าน ซึ่งเป็นประเทศที่มีความแข็งกร้าวต่อซาอุดิอาระเบีย และสหรัฐฯ และความไม่แน่นอนทางการเมืองของกลุ่มประเทศตะวันออกกลางยังกดดันหุ้นของกาตาร์ล่วงลงถึง 7% วันนี้เราจะพานักลงทุนทุกท่านมาทราบถึงข้อมูลที่ควรรู้เกี่ยวกับการตาร์กันค่ะ

 

ที่ตั้ง
      ประเทศกาตาร์ตั้งอยู่บนแผ่นดินที่เป็นแหลมยื่นจากชายฝั่งตะวันออกของคาบสมุทรอาระเบียออกไปทางอ่าวเปอร์เซีย โดยมีพื้นที่เท่ากับ 11,437 ตร.กม. ซึ่งพื้นที่ส่วนใหญ่เป็นทะเลทราย มีชายแดนทางใต้ที่ติดกับประเทศซาอุดิอาระเบียทางภาคพื้นดินเพียงประเทศเดียว ส่วนทางตะวันตกเฉียงเหนือติดกับบาห์เรน และทางตะวันออกติดกับสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ผ่านทางน่านน้ำ

 

ประชากร
      ประเทศกาตาร์ มีประชากรราว 2.1 ล้านคนเป็นชาวกาตาร์ เชื้อสาย เชดูอินเพียง 2 แสนคน ส่วนประชากรส่วนใหญ่เป็นกำลังแรงงานที่มีเชื้อสายจากอินเดีย เนปาล ฯลฯ  ประชากรส่วนใหญ่นั้นนับถือศาสนาอิสลามนิกายสุหนี  โดยมีรายได้ประชากรต่อหัวถึง 144,139 ดอลลาร์/ปี ในปี 2015  ซึ่งทำให้ประเทศกาตาร์นั้นกลายเป็นประเทศที่รวยที่สุดในโลกในปี 2015

 

เศรษฐกิจหลัก
เศรษฐกิจหลักของประเทศกาตาร์นั้น มาจากการส่งออกน้ำมันและก๊าซธรรมชาติถึง 63% ของรายได้หลักของประเทศ โดยสามารถแบ่งได้เป็น
      -    ในด้านน้ำมันดิบ  กาตาร์นั้นมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 2.1ล้านบาร์เรล / วัน โดยมีปริมาณน้ำมันดิบสำรองอยู่ที่ประมาณ 25.24 พันล้านบาร์เรล ซึ่งเป็นปริมาณที่สามารถผลิต ณ กำลังการผลิตปัจจุบันได้นานถึง 60 ปี
     -    และในด้านก๊าซธรรมชาตินั้น กาตาร์นั้นเป็นผู้ส่งออกก๊าซธรรมชาติรายใหญ่ที่สุดของโลก ตั้งแต่ปี 2008 เนื่องจากการที่ภาครัฐมีการเร่งการขยายการผลิตและการส่งออกก๊าซธรรมชาติและการลงทุนที่เกี่ยวข้อง  โดยมีกำลังการผลิตอยู่ที่ 25 ล้านตัน/ปี โดยมี ปริมาณก๊าซธรรมชาติสำรองอยู่ 871.59 หมื่นล้านลูกบาศก์ฟุต ซึ่งมากเป็นอันดับ 3 ของโลกรองจากรัสเซียและอิหร่าน 

 

ผลกระทบจากการที่กลุ่มประเทศอาหรับตัดความสัมพันธ์กับประเทศกาตาร์
     -    ปัญหาความวิตกกังวลการขาดแคลนอาหารภายในประเทศกาตาร์เอง เนื่องด้วยกาตาร์เป็นประเทศที่มีภูมิศาสตร์เป็นทะเลทราย จึงทำให้ต้องนำเข้าอาหารถึง ร้อยละ 80 ของสินค้าและประชากรชั้นรากหญ้าของกาตาร์ส่วนใหญ่จะนิยมข้ามแดนไปเพื่อจับจ่ายใช้สอย สินค้าอุปโภคบริโภค การที่ประเทศซาอุดิอาระเบียประกาศตัดความสัมพันธ์และสั่งปิดกันพรมแดนนั้นทำให้ประชาชนชาวกาตาร์เดือนร้อนโดยตรงและเกิดภาวะความวิตกกังวลเกี่ยวกับการขาดแคลนอาหาร
     -    ความกังวลในด้านของภาวะน้ำมันดิบล้นตลาด การที่กลุ่มประเทศอาหรับประกาศตัดความสัมพันธ์ทางการทูตกับกาตาร์ ส่งผลให้นักลงทุนจำนวนมากกลับมามองปัญหาอุปทานน้ำมันดิบล้นตลาดอีกครั้ง เนื่องจากกาตาร์อาจะยกเลิกข้อตกลงการลดกำลังการผลิตน้ำมันที่ได้ให้ไว้กับกลุ่ม OPEC ได้
     -    ด้านอุตสาหกรรมการบิน สายการบินต่างๆของกาตาร์ไม่สามารถบินเข้าหรือผ่านน่านฟ้าของกลุ่มประเทศอาหรับได้  ทำให้สายการบินต่างๆได้ประกาศระงับเที่ยวบิน หรือปรับเปลี่ยนเส้นทางบิน ซึ่งทำให้การคมนาคมมีความล้าช้าขึ้น


      อย่างไรก็ตามประเทศกาตาร์ยังคงไม่มีนโยบายเชิงแข็งกร้าวต่อประเทศกลุ่มอาหรับ โดยเสนอหนทางให้ทุกฝ่ายร่วมพูดคุยเจรจารา เพื่อยุติปัญหาดังกล่าว และพร้อมให้คูเวต เป็นผู้ไกล่เกลี่ยปัญหาดังกล่าวให้แล้ว ทั้งนี้การเจรจาดังกล่าวไม่ได้ดูเปิดเผยแต่อย่างใด ซึ่งนักลงทุนควรต้องรอดูท่าทีของซาอุดิอาระเบียและกลุ่มประเทศอาหรับต่อไป แล้วสถานการณ์เหล่านี้จะมีแนวโน้มดีขึ้นมากน้อยแค่ไหนจากการหารือครั้งนี้ 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งทองเดือด ขึ้นแตะ $1,295”

ประเด็นวันนี้ “3 ปัจจัยส่งทองเดือด ขึ้นแตะ $1,295”

 

 

     1.US Dollar Index ต่ำสุดในรอบ 6 เดือน แตะ 96 จุด เหตุเกิดจากวุฒิสภาเริ่มสอบสวนกรณีประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ได้กดดันให้นายเจมส์ โคมีย์ อดีตผู้อำนวยการสำนักงานสอบสวนกลางสหรัฐฯ หรือ FBI ยุติการสืบสวนในข้อกล่าวหาว่ารัสเซียได้เข้าแทรกแซงการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯในปี 2016 หรือไม่ และนายไมเคิล ฟลินน์ อดีตที่ปรึกษาฝ่ายความมั่นคงแห่งชาติของสหรัฐฯที่ทรัมป์แต่งตั้งนั้นมีความสัมพันธ์กับรัฐบาลรัสเซียหรือไม่ ซึ่งอาจตามมาด้วยการถอดถอนทรัมป์ออกจากประธานาธิบดีสหรัฐฯ

 

     2.ความไม่แน่นอนของการเลือกตั้งอังกฤษ อาจเป็นปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและเป็นตัวที่ส่งราคาทองไปได้อีก

 

     3.ตลาดหุ้นกาตาร์ลงมากกว่า 7% หลัง 7 ประเทศใกล้เคียงประกาศตัดความสัมพันธ์ระหว่างประเทศลง และอาจมีประเทศอื่นตามมาด้วยอีก ส่วนทางมูดี้ส์เองก็ส่อเตรียมลดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือลงอีก

 

     ทั้งนี้ราคาทองคำปรับขึ้นสูงสุดในรอบ 6 เดือน รับ 3 ปัจจัยที่กล่าวในขั้นต่ำ ประกอบกับกองทุน SPDR เข้าซื้อทองคำเพิ่ม 4.16 ตัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ตะวันออกกลางเดือด”

ประเด็นวันนี้ “ตะวันออกกลางเดือด”

 

 

     - 7 ชาติตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ นำโดย ซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ อียิปต์ เยเมน ลิเบีย และมัลดีฟส์

     - เป็นผลกระทบต่อกาตาร์ในหลายด้าน

 

          การที่ 7 ชาติตัดสัมพันธ์กับกาตาร์ ให้เหตุผลในการกระทำครั้งนี้ว่า กาตาร์ให้การสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย แต่จริงๆแล้ว อาจเป็นเพราะการเข้าข้างอิหร่าน และการที่ทรัมป์เข้าไปเยือนซาอุฯ เขาก็ไม่ได้ทำแค่ข้อตกลงเกี่ยวกับอาวุธและพลังงานมูลค่า 150,000 ล้านดอลลาร์เพียงอย่างเดียว แต่คงมีข้อตกลงบางอย่างที่นำไปสู่การตัดสัมพันธ์กับกาตาร์เป็นแน่ เพื่อที่จะกดดันกาตาร์ให้เลิกสนับสนุนกลุ่มก่อการร้าย และอิหร่าน

 

          ทั้งนี้ 3 ประเทศอย่างซาอุดิอาระเบีย บาห์เรน และสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ จะปิดชายแดนทางบกและทางทะเล รวมทั้งสนามบินต่อกาตาร์ โดยห้ามกาตาร์รุกล้ำดินแดน น่านน้ำ และน่านฟ้า และให้ประชาชนของตนเดินทางออกจากกาตาร์  ซ้ำร้ายให้ชาวกาตาร์ออกจากประเทศในเวลา 2 สัปดาห์

 

          ผลกระทบที่มองข้ามไม่ได้คือเรื่องการบิน เนื่องจากอาหรับเอมิเรตส์, สายการบินกัลฟ์แอร์ของบาห์เรน, สายการบินอียิปต์แอร์กำลังยุติเที่ยวบินต่าง ๆ ที่เดินทางเข้าออกกรุงโดฮา ประเทศกาตาร์ และสุดท้ายกาตาร์ต้องนำเข้าอาหารราว 40 % ผ่านทางพรมแดนที่ติดกับซาอุดิอาระเบีย คงถูกกีดกันจนกว่าจะตกลงผลประโยชน์ได้ ต้องดูว่ากาตาร์จะทำอย่างไรต่อไปเพื่อแก้ไขสถานการณ์นี้

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 5 -9 JUN-17

Weekly Economic Focus 5 -9 JUN-17

 

 

รู้ก่อนได้เปรียบ วิเคราะห์วางแผนก่อนเทรด

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

            ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์กล่าวว่า "สหรัฐจะยุติการมีส่วนร่วมในความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ นับตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป

 

รัสเซีย

            นายอังเดร เบโลซอฟ เจ้าหน้าที่ระดับสูงของเครมลนกล่าวว่า "ความตกลงปารีสว่าด้วยปัญหาการเปลี่ยนแปลงทางสภาพภูมิอากาศ" จะไม่สามารถเดินหน้าได้ หากขาดการมีส่วนร่วมจากสหรัฐ

 

อังกฤษ

            ผลการสำรวจของ Ipsos MORI ชี้ว่าพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษคะแนนนิยมตกลงแตะ 45% และพรรคแรงงานตามอยู่ที่ 40%

            เกิดเหตุไล่แทง-ขับรถพุ่งชนในกรุงลอนดอนใกล้สะพานลอนดอนบริดจ์และตลาดโบโรห์ บาดเจ็บ 7 ราย

 

เกาหลีเหนือ

            ประณามสหรัฐฯในการทดสอบการยิงสกัดขีปนาวุธข้ามทวีป (ICBM) ว่าอาจเป็นชนวนให้เกิดสงครามนิวเคลียร์

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองคำยังพุ่งต่อ สูงสุดรอบ 6 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้ “ทองคำยังพุ่งต่อ สูงสุดรอบ 6 สัปดาห์”

 

 

            ในสุดสัปดาห์ที่ผ่านมาทองคำทำราคาปิดไปที่ $1,278 ปรับตัวเพิ่มขึ้น $13 หรือกว่า 1% หลังสหรัฐฯประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร หดตัวลง 36,000 ราย แตะที่ 138,000 ราย น้อยกว่าที่นักวิเคราะห์คาดไว้ที่ 185,000 ราย นอกจากนี้การเปิดเผยดุลการค้าของสหรัฐฯ ที่มีการขาดดุลเพิ่มขึ้น 5.2% ในเดือนที่ผ่านมานับเป็นระดับ สูงสุดตั้งแต่เดือน ม.ค. ทำให้นักลงทุน กังวลภาวะการฟื้นตัวของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ว่าอาจจะยังไม่เข้มแข็งพอที่จะทำให้ เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยจากการประชุม FOMC ในเดือนนี้

 

            ประกอบกับความกังวลกับปัญหาความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษก่อนการเลือกตั้ง หลังผลโพลล์ชี้คะแนนเสียงของพรรคอนุรักษ์นิยมของนางเทเรซา เมย์ ได้คะแนนนิยมลดลงอยู่ที่ 45% และพรรคแรงงานตามอยู่ที่ 40% ซึ่งการเลือกตั้งจะเกิดขึ้นในวันที่ 8 มิ.ย.

 

            ทั้งนี้ตลาดทองคำมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้นได้อีก หลังการก่อการร้ายของอังกฤษที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น จากเหตุการณ์ในกรุงลอนดอนเมื่อวานที่ผ่านมา โดยการโจมตีครั้งนี้เกิดขึ้นติดกับการโจมตีครั้งที่แล้วห่างกันเพียงไม่ถึง 2 สัปดาห์ ภาพ Safe Haven ของทองคำเริ่มกลับมา แนวโน้มยังเป็น Sideway Up

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ไปไม่ถึงฝัน เทเรซา เมย์ คะแนนตก”

ประเด็นวันนี้ “ไปไม่ถึงฝัน เทเรซา เมย์ คะแนนตก”

 

 

            ใกล้วันเลือกตั้งอังกฤษเข้าไปทุกที เกิดสิ่งที่นาง เทเรซา เมย์ ไม่คาดคิดว่าคะแนของพรรคอนุรักษ์นิยมของเธอจะลดลงอีก 3 จุด แตะ 45 จุด ทำให้นักลงทุนเริ่มไม่มั่นใจการเมืองอังกฤษว่า นาง เทเรซา เมย์ จะสามารถกลับมาเป็นนกยกฯอังกฤษได้อีกครั้งหริอไม่ และการดำเนินการของ Brexit จะเป็นอย่างไรหากพรรคอนุรักษ์นิยมเป็นฝ่านค้าน

 

            ทั้งนี้ผลการสำรวจของ YouGov ระบุว่า พรรคอนุรักษ์นิยมมีโอกาสสูญเสียที่นั่งในรัฐสภาจากเดิม 330 ที่นั่ง เหลือเพียง 310 ที่นั่ง หากจะเป็นพรรครัฐบาลเสียงข้างมากจำเป็นต้องมี 326 ที่นั่ง

 

            ล่าสุดมีความคิดเห็นจาก จอร์จ โซรอส เรื่องมุมมองต่อ Brexit ว่ามีความคิดเห็นอย่างไร

   - มองว่านาง เทเรซา เมย์ จะไม่สามารถดำเนินการออกจากสหภาพยุโรปได้ เพราะเสียงในสภาไม่ถึงเกณฑ์

   - นอกจากนี้ เขายังกังวลเรื่องวิกฤตผู้อพยพ, การเลือกตั้งเยอรมนี, วิกฤติหนี้ของธนาคารอิตาลี

 

            ทำให้มองว่าถ้า Brexit จบเรียบร้อยไปแล้วยังมี การเลือกตั้งของเยอรมนี และวิกฤติหนี้ของอิตาลีให้ติดตามต่อ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 ตัวแปรสำคัญคอยกระตุ้นตลาด”

ประเด็นวันนี้ “3 ตัวแปรสำคัญคอยกระตุ้นตลาด”

 

 

     อ้างอิงจาก Bloomberg ที่มีการสอบถามนักลงทุนแบบจริงจังจำนวน 400 คนผลสรุปมี 3 เรื่องที่กลุ่มคนเหล่านี้ให้ความสนใจในช่วงนี้

 

     1.การเมืองโลก ให้ระดับความสำคัญถึง 47% มีเรื่องให้กังวลเยอะมาก

- คาบสมุทรเกาหลี จากที่เกาหลีเหนือมีการทดลองอาวุธ โดยผู้เล่นในเกมนี้คือ เกาหลีเหนือ, เกาหลีใต้, ญี่ปุ่น และสหรัฐฯ

- การผลิตน้ำมันของกลุ่มโอเปกจาก 13 ประเทศ เพราะราคาน้ำมันที่สูงหรือต่ำมักจะส่งผลกระทบถึงอัตราเงินเฟ้อ

- การก่อการร้ายสากลในยุโรป, อังกฤษ และเอเชีย

- สงครามการค้าระหว่างสหรัฐฯกับจีน

- มาตรการคว่ำบาตรรัสเซียจากยุโรปและสหรัฐฯ

 

     2.ทรัมป์ ให้ระดับความสำคัญ 38% กล่าวได้ว่าค่าเงิน US Dollar Index ของสหรัฐฯ ผันผวนตาม “ทรัมป์” โดยในช่วงแรกที่เขาเข้ารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 นั้น ค่าเงินแข็งมากที่สุดในรอบ 14 ปี แตะที่ 103.82 จุด ซึ่ง เกิดจากการส่งสัญญาณถึงมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โดยการลดภาษีในประเทศ เพิ่มภาษีการนำเข้า เพิ่มการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน 

 

     3.Brexit ให้ระดับความสำคัญเพียง 3% ที่เหมือนจะไปได้สวย แต่กลับไม่เป็นอย่างที่คิด หลังจากที่นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อต้องการเลือกตั้งอีกครั้ง ล่าสุดโพลล์ที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานที่  42% - 38% เพียงเล็กน้อย ต้องติดตามว่าการเลือกตั้งอังกฤษในวันที่ 8 มิ.ย. พรรคไหนจะได้เสียงข้างมาก และใครจะได้เป็นนายกฯคนที่ 55 ของอังกฤษ

 

 

อ่านต่อ

ทำกำไรง่ายๆด้วย SET50Index Futures

ทำกำไรง่ายๆด้วย SET50Index Futures

 

 

 

      S50M17 คืออะไร หลายคนที่พึ่งเล่นหุ้นหรือ Derivative (หรือที่คนนิยมเรียกว่า TFEX) พอเห็น กลุ่มตัวอักษรเหล่านี้อาจจะงงว่ามันคืออะไร มองครั้งแรกอาจจะรู้สึกเหมือนมันมีความซับซ้อน ใช่ครับ มันมีความซับซ้อนอยู่บ้างก็จริง แต่การซื้อขาย ลงทุนหรือเกร็งกำไร ไม่ได้อยากอย่างที่ทุกท่านคิด โดยเมื่อเราเห็นกลุ่มคำนี้ S50M17 ให้เข้าใจเลยว่ามันคือสัญญาฟิวเจอร์สตัวหนึ่งที่เทรดในบ้านเราครับ หรือคือ สัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงในดัชนี SET50Indexs ที่มีกำหนดอายุสัญญาหมดภายในเดือน มิถุนายน ปี 2017  โดยสามารถแยกได้อย่างนี้ครับ S50 = SET50Index  M = ซีรี่ หรือสัญญาหมดอายุเดือนมิถุนายน และ 17 แทนปี 2017 โดยตัวอักษรที่แทนเดือนนี่สัญญาหมดอายุสามารถระบุได้ดังนี้

 

**โดยส่วนใหญ่แล้วนักลงทุนจะนิยมซื้อขายกันในสัญญาที่หมดอายุในเดือนสุดท้ายของไตรมาส เช่น H M U และ Z นั้นเอง ซึ่ง ซีรี่เหล่านี้จะมีสภาพคล่องที่สูงกว่าซี่รี่อื่นๆ

      สำหรับการทำกำไร นั้นง่ายมาก !! หากท่านคิดว่า ดัชนี SET50 จะมีการปรับตัวเพิ่มขึ้น ท่านก็แค่เพียง ซื้อหรือ Long S50M17 และหากท่านคิดว่า SET50 จะมีการปรับตัวลดลง ก็เพียงแค่ขายหรือ Short S50M17 เท่านั้นเอง โดยจะกำไร จุดละ 200 บาท อย่างเช่น หากตอนนี้เรา ซื้อ S50M17 ที่ 1,000.0 จุด หาก S50M17 วิ่งขึ้นไปที่ 1,020.0 จุด เปลี่ยนแปลงไป 2% ท่านจะได้รับเงินทั้งสิ้น 20 x 200 = 4,000 บาท แต่หากกลับกันท่านจะต้องเสีย 4,000 บาทเช่นกัน โดยวางเงินหลักประกันเท่ากับ 5,700 บาทต่อ 1 สัญญา (อ้างอิงจากราคาหลักประกันล่าสุด ณ.วันที่ 31 พฤษภาคม) เท่ากับว่า การขึ้นลงของ S50M17 2% สามารถสร้างผลตอบแทนให้แก่นักลงทุนได้ถึง 70% เลยทีเดียว เช่นเดียวกันในกรณีที่ผิดทางก็ขาดทุนได้เท่านั้นนะครับ และนี่คือลักษณะเฉพาะตัวของสัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นเอง ซึ่งการลงทุนในสัญญาซื้อขายล่วงหน้าจะต้องเข้าใจการวางหลักประกันอีก 3 ชนิด (ขออนุญาตเก็บไว้อธิบายต่อไปในบทความหน้านะครับ)

 

    ซึ่งข้อดีของการซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าคือ

- สามารถป้องกันความเสี่ยงจากการขึ้นลงของตัวสินทรัพย์อ้างอิงนั้นๆได้ เช่น หากท่านมีหุ้นอยู่ใน SET50 อยู่แล้วแต่ยังไม่อยากขาย และท่านคาดการณ์ว่า SET50Index จะปรับตัวลดลง ท่านสามารถใช้ S50Index Futures เป็นตัวป้องกันความเสี่ยงได้ โดยการ ถือหลักทรัพย์ดังกล่าวพร้อมกับ Short S50Index Futures ในปริมาณ ที่เหมาะสมกับจำนวนหุ้นที่ถือ

- ไม่ต้องวางเงินเต็มจำนวนในการลงทุนหรือเก็งกำไร สัญญาซื้อขายล่วงหน้านั้นจะเรียกเก็บเพียงหลักประกันขั้นต้นเท่านั้น ทำให้ความสามารถในการรับผลกำไรหรือขาดทุน ถูกทวีคูณไปด้วยเช่นเดียวกัน

- ไม่มีการส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงนั้นจริงๆ การซื้อขาย SET50Index Futures เมื่อถือครบสัญญา จะมีการชำระราคาเป็นเงินสด ไม่ได้นำหุ้นใน SET50Index มาชำระราคา

      มาถึงตรงนี้แล้วทุกท่านน่าจะทราบ ลักษณะของการลงทุนหรือเก็งกำไรใน SET50Index Futures ในเบื้องต้นแล้ว โดยจะเห็นจะเห็นว่า การลงทุนใน สัญญาซื้อขายล่วงหน้าสามารถสร้างผลกำไรได้อย่างมหาศาลจากเงินลงทุนที่ค่อนข้างน้อย แต่อย่าลืมครับว่ามันก็เป็นการลงทุนในลักษณะ ดาบ 2 คม คือหากท่านถูกท่าน ท่านก็จะได้รับเยอะ และหากท่านผิดทางท่านก็จะเสียในจำนวนเดียวกัน อย่างที่นักลงทุนหลายๆท่านทราบกันดี High Risk High Return นะครับ

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เจาะลึกผลกระทบการเมืองบราซิล”

ประเด็นวันนี้  “เจาะลึกผลกระทบการเมืองบราซิล”

 

 

     หลังจากกลางเดือน พ.ค. ตลาดหุ้นบราซิลร่วงลงแตะ 10% รับข่าวนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิลคนที่ 37 ได้ทำการติดสินบนแก่พยานที่ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การ คดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง JBS และ BRF ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื่อวัวและเนื้อไก่ไปมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก จนเป็นที่มาของการระงับการซื้อเนื้อบราซิลจากประเทศคู้ค้า

     แต่ผลกระทบไม่ได้จบแค่ตลาดหุ้น เพราะการที่ประเทศคู่ค้ายกเลิกคำสั่งซื้อเนื้อมีผลกระทบต่อ เศรษฐกิจบราซิลเป็นอย่างมาก โดยภาคแรงงานโดนผลกระทบมากที่สุด จากตัวเลขการจ้างงานที่ย่ำแย่ในปี 2016 อัตราการว่างงานเพิ่มแตะ 8.2% เพิ่มขึ้นจากปี 2015 ที่ 7 % ประกอบกับเจอปัญหานี้เข้าไป อาจทำให้เกิดวิกฤตการจ้างงานก็เป็นได้ 

     ทั้งนี้คาดการณ์ว่า GDP ปี 2017 อาจขยายตัวแค่ 1% และจะนับเป็นตัวเลข GDP ที่ต่ำสุดในรอบ 16 ปี จากเหตุที่ภาวะการจ้างงานหดตัว

     มุมมองต่อราคาทองคำ มองว่าการหดตัวของเศรษฐกิจบราซิลในปลายปี จะเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจ เป็นมุมมองเชิงบวกต่อทองคำ

 

 

อ่านต่อ

9 เหตุการณ์สำคัญส่งทองผันผวน

9 เหตุการณ์สำคัญส่งทองผันผวน

                       

 

[1] - 2/1/17 เฟดประกาศอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้งในปี 2017 ซึ่งคาดว่ามีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยแตะ 1.5%
 

[2] - 18/1/17 เวิลด์แบงก์กังวลความไม่แน่นอนของ"ทรัมป์" ฉุดการลงทุน โดยมีความกลัวว่าทรัมป์จะทำให้การลงทุนทั่วโลกชะลอตัวจากนโยบาย “America Great Again” ซึ่งตามมาด้วยการกีดกันทางการค้า
 

[3] - 27/1/17 ทรัมป์มีแผนกระตุ้นเศรษฐกิจโครงสร้างพื้นฐาน 50 โครงการ และการกลับมาของทรัมป์ครั้งนี้ ทำให้ US Dollar Index กลับมาแข็งค่าที่ 100 จุดอีกครั้ง
 

[4] - 8/2/17 ทรัมป์มีแนวโน้มขึ้นภาษีสินค้าจีน 45% การเริ่มค้าโลกป่วน จากการเสนอวิธีเพิ่มรายได้จากนายปีเตอร์ นาวาร์โร่ หัวหน้าคณะที่ปรึกษาด้านการค้าของทำเนียบขาว
 

[5] - 27/2/17 ทรัมป์มีคำสั่งแบนพลเมือง 7 ชาติมุสลิม เพิ่มความเกลียดชังระหว่างสหรัฐฯและชาติมุสลิม ซึ่งเป็นอีกหนึ่งเชื้อไฟเติมลงไปสู่ความขัดแย้งมากขึ้น
 

[6] - 10/3/17 กองทุน SPDR เททอง 8 ตัน รับตัวเลข Non-Farm พุ่ง 235,000 ราย เกิดแรงเทขายทองคำอย่างแรง รับการจ้างงานสหรัฐฯดีขึ้น
 

[7] - 17/4/17 ทรัมป์เปิดฉากการยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูก สู่ซีเรีย ภาพความไม่สงบของโลกเกิดขึ้น ส่งภาพ Safe Haven แก่ทองคำ
 

[8] - 10/5/17 จบการเลือกตั้งฝรั่งเศส นายมาครองได้รับชัยชนะ ทางเดินของฝรั่งเศสไม่เปลี่ยน  แน่นอนว่าผู้นำของสหภาพยุโรปพอใจเป็นอย่างมาก จากความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศสจะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อ
 

[9] - 26/5/17 การเมืองอังกฤษระอุ โพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่นางเทเรซา เมย์ คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุดเท่านั้น ทำให้การเลือกตั้งในครั้งนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ จากคะแนนแต่ละพรรคที่ออกมาสูสีนั้น ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ต่างจากเดิมก่อนยุบสภา ซึ่งนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษ

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “การเมืองอังกฤษระอุ หนุนราคาทองสุงสูดในรอบ 4 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้  “การเมืองอังกฤษระอุ หนุนราคาทองสุงสูดในรอบ 4 สัปดาห์”

 


        
      กลับมาอีกครั้งกับการเมืองอังกฤษ ซึ่งในเดือน พ.ค. นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรี ประกาศยุบสภาเพื่อต้องการเลือกตั้งอีกครั้ง โดยหวังว่าจะได้เสียงข้างมากในการดำเนินการออกจากสหภาพยุโรป โดยใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอน เพราะก่อนหน้านี้นางเทเรซา เมย์ ยังไม่มีเสียงข้างมากพอที่จะนำอังกฤษออกจากสหภาพยุโรปได้

 

      ล่าสุดโพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้ออกมาอย่างที่ นางเทเรซา เมย์คาด โดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุดเท่านั้น ทำให้เรามองว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้อาจไม่สามารถแก้ปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ เพราะการที่คะแนนแต่ละพรรคออกมาสูสีนั้น ผลลัพธ์อาจออกมาไม่ต่างจากเดิมก่อนยุบสภา ซึ่งนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษเลย

 

      ความไม่แน่นอนนี้ทำให้ค่าเงินปอนด์เมื่อเทียบกับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ลดลงถึง 1.06% ปิดที่ 1.2805 ปอนด์/ดอลลาร์ สวนกับราคาทองคำที่ปรับขึ้น $11.3 ปิดที่ $1,266.5 ทั้งนี้ต้องจับตาการเลือกตั้งอังกฤษอีกครั้งในวันที่ 8 มิ.ย. 2560 ซึ่งเป็นวันตัดสินว่าพรรคไหนถือเสียงข้างมาก และใครจะได้เป็นนายกฯคนที่ 55 ของอังกฤษ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 29 MAY – 2 JUN-17

Weekly Economic Focus 29 MAY – 2 JUN-17

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

สหรัฐฯ

            ตัวเลขเศรษฐกิจในภาคอสังหาฯและภาคแรงงานชะลอตัว แต่ GDP Q1/2017 ขยายตัวแตะ 1.2%

            กองทัพเตรียมทดสอบระบบสกัดกั้นขีปนาวุธข้ามทวีป หลังจากเกาหลีเหนือมีการพัฒนาขีปนาวุธข้ามทวีป  ที่คาดว่าจะมีพิสัยโจมตีไกลถึงสหรัฐฯ

            เฟดสาขาเซนต์หลุยส์ มีความวิตกว่า เงินเฟ้อของสหรัฐในปัจจุบันยังคงเคลื่อนไหวอยู่ในระดับต่ำกว่าที่ควรจะเป็น

 

ฟิลิปปินส์

            ประธานาธิบดีโรดริโก ดูเตอร์เต ขอความช่วยเหลือจากรัสเซีย หลังเกิดเหตุการณ์สู้รบระหว่างกลุ่มหัวรุนแรงมอเต้ และกองกำลังของรัฐบาล ในเกาะมินดาเนา ทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งปธน.รัสเซียหวังว่า ความขัดแย้งในฟิลิปปินส์จะยุติลงโดยเกิดการสูญเสียน้อยที่สุด

 

อังกฤษ

            การเมืองระอุหลังโพลล์การเลือกตั้งที่จัดทำโดย YouGov ไม่ได้เป็นอย่างที่ นางเทเรซา เมย์ คิดโดยคะแนนพรรคอนุรักษ์นิยมนำพรรคแรงงานอยู่ 5 จุด ทำให้มองว่าการเลือกตั้งในครั้งนี้ไม่มีสามารถปัญหาทางการเมืองของอังกฤษได้ เพราะการที่พรรคอนุรักษ์นิยมและพรรคแรงงานมีคะแนนที่สูสี จะทำให้กลับไปสู่จุดที่ปัจจัยก่อนการที่ นางเทเรซา เมย์  จะยุบสภา และนับเป็นความไม่แน่นอนทางการเมืองของอังกฤษ เหมือนสุภาษิตไทยที่ว่า “งูกินหาง”

 

กลุ่มโอเปก

            บทสรุปมีมติอนุมัติขยายเวลาลดกำลังการผลิตที่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปถึง เดือน มี.ค. 2018 นับเป็นปริมาณการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 8 ปี ซึ่งผิดจากที่ตลาดคาดว่าน่าจะลดระดับยาวไปถึง มิ.ย. 2018

 

จีน

            มูดี้ส์สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับจีนในรอบ 30 ปี โดยลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนของจีน จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3 เพราะมองว่าเศรษฐกิจชะลอตัว โดย GDP จีนลดลงมา 6 ปีติดแล้ว และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทำให้เกิดการเติบโตของสินเชื่อ และเป็นตัวเร่งให้หนี้สูงขึ้น 300% เมื่อเทียบกับ GDP

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาน้ำมันป่วน จบการประชุมโอเปก”

ประเด็นวันนี้ “ราคาน้ำมันป่วน จบการประชุมโอเปก”

 

 

- โอเปกมีมติขยายเวลาลดกำลังการผลิตไปถึงเดือน มี.ค. 2018

- ราคาน้ำมันดิบ Brent ผันผวน 6.61%

 

     จบไปเป็นที่เรียบร้อยสำหรับการประชุมโอเปก มีมติอนุมัติขยายเวลาลดกำลังการผลิตที่ 32.5 ล้านบาร์เรลต่อวัน ไปถึง เดือน มี.ค. 2018 นับเป็นปริมาณการผลิตที่ต่ำสุดในรอบ 8 ปี  ซึ่งผิดจากที่ตลาดคาดว่าน่าจะลดระดับยาวไปถึง มิ.ย. 2018 เข้าใจว่ากลุ่มโอเปกเชื่อว่าการลดการผลิตน้ำมันจะมีโอกาสทำให้ราคาน้ำมันปรับเพิ่มขึ้น จากปริมาณน้ำมันที่ลดลง แต่ก็ไม่สามารถลดปริมาณได้นานถึง 12 เดือน เนื่องจากประเทศในกลุ่มโอเปกส่วนใหญ่มีรายได้หลัก คือ การขายน้ำมัน

 

     โกลด์แมน แซคส์วิเคราะห์ในครึ่งปีหลัง ราคาน้ำมันดิบ Brent อาจมีราคาอยู่ที่ระดับ $57/บาร์เรล มองว่าการคงกำลังการผลิตของกลุ่มโอเปกเป็นผลบวกต่อราคาน้ำมัน

 

     สิ่งที่จะกดดันราคาน้ำมันในตอนนี้คือทรัมป์ ที่มีแนวคิดจะขายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์หรือ SPR ออกครึ่งหนึ่ง โดย SPR มีน้ำมันในสต็อกอยู่ที่ 688 ล้านบาร์เรล โดยการกระทำดังกล่าวเพื่อเพิ่มรายรับของสหรัฐฯ

 

      แนวโน้มน้ำมันปัจจุบันเป็น Sideway Up  ตราบ ใดที่ทรัมป์ยังไม่ได้ระบายน้ำมันจากคลังสำรองออกไป ซึ่งหากทำจริง ปริมาณน้ำมันคงจะล้นตลาด จนเราอาจได้เห็นน้ำมันที่ระดับราคาไม่แพงก็ได้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เหตุใดที่มูดี้ส์มองจีนเปลี่ยนไป”

ประเด็นวันนี้ “เหตุใดที่มูดี้ส์มองจีนเปลี่ยนไป”

 

 

- มูดี้ส์ ลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนของจีน จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3

- มูดี้ส์ให้เหตุผลจากเศรษฐกิจที่ชะลอตัวและการเพิ่มขึ้นของหนี้สิน

 

มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ส เซอร์วิส สร้างเซอร์ไพรส์ให้กับจีนในรอบ 30 ปี โดยการลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวนลง จากระดับ A1 ลงไปแตะระดับ AA3 เหตุผลหลักที่มูดี้ส์ให้คือ

     1.มองเศรษฐกิจชะลอตัว โดย GDP จีนลดลงมา 6 ปีติดแล้ว

     2.มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐทำให้เกิดการเติบโตของสินเชื่อ และเป็นตัวเร่งให้หนี้สูงขึ้น 300% เมื่อเทียบกับ GDP

 

แต่ที่น่าตลกคือ จีนมีหนี้สาธารณะเพียง 10 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐฯ กลับถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวน แต่พอมองกลับไปที่สหรัฐฯ ที่มีหนี้สาธารณะถึง 19 ล้านล้าน กลับไม่ถูกลดอันดับความน่าเชื่อถือของค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ

 

ทั้งนี้จีนก็โต้กลับ โดยกระทรวงการคลังจีนได้ออกมาปฏิเสธการตัดสินใจของมูดี้ส์ ที่ประกาศลดอันดับความน่าเชื่อถือค่าเงินหยวน

 

จากนี้ต้องตามต่อว่า S&P และ Fitch จะมีมุมมองต่อค่าเงินหยวนอย่างไร และหากสองเจ้านี้ลงมาเล่นด้วย ความน่าเชื่อถือของจีนก็มีโอกาสที่จะลดลงเป็นอย่างมาก

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดรับ 3 ปัจจัยหนุน”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดรับ 3 ปัจจัยหนุน”

 

 

ราคาทองคำกลับมาแตะที่ 1,263 อีกครั้ง หลังได้ 3 แรงหนุน คือ

 

     1.ความกังวลเศรษฐกิจสหรัฐฯ เพราะทรัมป์มีแผนปรับลดรายจ่ายภาครัฐลง 3.6 ล้านล้านดอลลาร์ และมีแผนขายน้ำมันจากคลังสำรองทางยุทธศาสตร์หรือ SPR ออกครึ่งหนึ่ง โดย SPR มีน้ำมันในสต็อกอยู่ที่ 688 ล้านบาร์เรล หากเทขายออกมาครึ่งหนึ่งน่าจะเป็นปัจจัยกดดันราคาน้ำมันอย่างแน่นอน แต่ที่น่าสนใจคือ อะไรที่ทำให้ทรัมป์มีแนวโน้มคิดเช่นนี้ หรือสหรัฐฯกำลังจะมีวิฤกตใหม่ ?

 

     2.ภาพ Safe Haven ที่ชัดขึ้นหลังเกิดเหตุระเบิดที่เมืองแมนเชสเตอร์ของอังกฤษ โดยกลุ่ม IS อ้างตัวว่าเป็นผู้กระทำ อีกทั้งฟิลิปปินส์ ประกาศกฏอัยการศึกในจังหวัดมินดาเนา 60 วัน หลังเกิดการปะทะระหว่างกองทัพฟิลิปปินส์ กับกลุ่มอูเต กลุ่มที่ติดอาวุธของมุสลิม

 

     3.นายนีล แคชคารี ประธานเฟด สาขามินนีอาโพลิส มองเศรษฐกิจสหรัฐฯน่าจะโตได้อีก จนอยากให้ชะลอการขึ้นดอกเบี้ย เพราะกลัวจะไปขัดการโตของเศรษฐกิจสหรัฐฯ ซึ่งนายนีล แคชคารี เป็นหนึ่งในคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC)

 

แนวโน้มราคาทองคำมองทางเทคนิค หากสามารถทะลุ $1,266 ได้มองเป้าต่อไป $1,280 ส่วนปัจจัยพื้นฐานยังเป็นบวก

 

 

อ่านต่อ

Issues of the day “จับตาการเมืองบราซิล”

Issues of the day  “จับตาการเมืองบราซิล”

 

 

หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมามีข่าวฉาวเกี่ยวกับนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิลคนที่ 37 ได้ทำการติดสินบนแก่พยานที่ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การ คดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัทยักษ์ใหญ่อย่าง JBS และ BRF ซึ่งเป็นผู้ส่งออกเนื่อวัวและเนื้อไก่ไปมากกว่า 150 ประเทศทั่วโลก

 

            ทั้งนี้ประธานาธิบดีบราซิลมีส่วนรู้เห็น ในการที่ภาครัฐบาลรับเงินสินบนจากบริษัทเอกชนหลายแห่ง เพื่อแลกกับการรับรองคุณภาพเนื้อส่งออก  ทั้งที่จริงเนื้อที่ส่งออกไปไม่ได้คุณภาพอย่างที่ควรจะเป็น

 

            ผลที่ตามมาทำให้ประเทศคู้ค้าเริ่มมีการระงับนำเข้าเนื้อจากบราซิล ซึ่งในระยะยาวอาจมีความรุนแรงถึงขนาดที่จะเป็นเหตุให้ประธานาธิบดีบราซิลหลุดออกจากตำแหน่งได้เลย เพราะประชาชนเริ่มออกมาประท้วงและเรียกร้องให้ประธานาธิบดีมิเชล เตเมร์ ลาออกจากตำแหน่ง เนื่องจากคดีการคอรัปชั่น

 

            มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส เองก็อาจถือโอกาสนี้หั่นอันดับความน่าเชื่อถือลงด้วย มองปัญหาทางการเมืองที่ไม่แน่นอนครั้งนี้จะกระทบเศรษฐกิจพอสมควร ซึ่งนับตั้งแต่มีข่าวดังกล่าวตลาดหุ้นบราซิลลงมาแล้วกว่า 6,892 จุด หรือลบกว่า 10%  คาดการณ์ว่าความเสี่ยงทางการเมืองของบราซิลครั้งนี้น่าจะเป็นแรงผลักดันต่อกลุ่ม commodities ได้อีกแรง      

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Bitcoin ทะลุ $2,000 สูงสุดในประวัติศาสตร์”

ประเด็นวันนี้ “Bitcoin ทะลุ $2,000 สูงสุดในประวัติศาสตร์”

 

 

หลายคนยังสงสัยว่า Bitcoin คืออะไรทำไมราคาถึงได้สูงนัก กล่าวได้ว่าเป็นสกุลเงินดิจิตอลถูกกฎหมายมีการยอมรับจากประเทศยักษ์อย่างเช่น สหรัฐฯ และญี่ปุ่น ซึ่ง Bitcoin สามารถใช้ได้ในโลกออนไลน์พร้อมทั้งมีโรงแรมกว่า 300,000 แห่งที่รับ Bitcoin

 

      มูลค่าของ Bitcoin ปรับสูงขึ้นมาเรื่อยๆ ตอนนี้แค่ 1 Bitcoin ก็มีมูลค่ามากกว่า 2,000 ดอลลาร์สหรัฐฯ หากแปลงเป็นเงินบาทจะมีมูลค่ากว่า 70,000 บาททีเดียว

 

ถ้านับตั้งแต่ต้นปี Bitcoin ปรับขึ้นมาแล้วกว่า $1,000 หรือมากกว่า 2 เท่าตัว นับเป็นอัตราการเติบโตที่ก้าวกระโดดมาก แล้วอะไรล่ะที่ทำให้ Bitcoin มีราคาที่สูงขึ้นมาได้ขนาดนี้

 

      1.นักลงทุนญี่ปุ่น,สหรัฐฯและเกาหลีใต้มีความต้องการ (Demand) มากขึ้น มองเพื่อเก็งกำไร ประกอบกับภาครัฐญี่ปุ่นยอมให้ใช้ชำระเงินได้ถูกต้อง

      2.ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่า รับการเกิดปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองในสหรัฐฯ และบราซิล

 

แนวโน้มของ Bitcoin อาจได้เห็นการพุ่งทะยานแบบนี้ต่อระยะสั้น จากการเข้าเก็งกำไรของนักลงทุน แต่ความผันผวนที่รุนแรงเช่นนี้ก็ต้องกลับเข้าสู่สภาพที่ตลาดควรจะเป็นโดยใช้เวลาอีกซักพัก เมื่อใดที่ตลาดสร้างแรงจูงใจจากมือใหม่ด้วยอัตรากำไรที่ก้าวกระโดด ช่วงนั้นควรต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 22-26 MAY-17

Weekly Economic Focus 22-26 MAY-17
สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

 

สหรัฐฯ
    ทรัมป์ ได้ข้อตกลงซื้อขายอาวุธกับรัฐบาลซาอุดิอาระเบียมีมูลค่าราว 1.1 แสนล้านดอลลาร์สหรัฐฯ(สันติจะเกิดขึ้นได้จากกลุ่มคนที่มีอำนาจทางการทหารมากสุด ยกตัวอย่าง จิ๋นซีฮ่องเต้ที่สามารถรวม 7 แคว้นใหญ่ เพราะมีกำลังทหารแกร่งที่สุด)
    ประเด็นที่ 2 ยังอยู่กับทรัมป์ หลังมีข่าวว่าเข้าแทรกแซง CIA ที่มีการตรวจสอบความสัมพันธ์ของทรัมป์กับรัสเซีย และเป็นโอกาสนำไปสู่การถอดถอนทรัทป์

 

บราซิล
    มีปัญหาเดียวกับสหรัฐฯ คือ ปัญหาการเมือง เพราะนายมิเชล เตเมร์ ประธานาธิบดีบราซิล ได้ติดสินบนแก่พยานคนหนึ่ง ชื่อนายคันฮา เพื่อปิดปากในการให้การคดีขบวนการส่งออกเนื้อเน่าของบริษัท JBS ซึ่งประธานาธิบดีมีส่วนร่วมในเรื่องดังกล่าว และเป็นที่มาของการลง 10% ในตลาดหุ้น ทั้งนี้มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส อาจมีการลดความน่าเชื่อถือ

 

กรีซ
    รัฐสภามีมติอนุมัติร่างกฎหมายมาตรการรัดเข็มขัด  ด้วยการลดเงินบำนาญและปรับขึ้นภาษีรอบใหม่จนถึงปี 2563 ดัวยคะแนน 153 ต่อ 128 เสียง โดยการในมาตรการนี้มีความหวังว่ากรีซจะได้เงินกู้ก้อนใหม่จากเจ้าหนี้ ที่จะประชุมในวันที่ 22 พ.ค.

 

อิหร่าน
    นายฮัสซัน รูฮานี คว้าชัยชนะในศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีนับเป็นสมัยที่ 2 ซึ่งคาดว่าจะดำเนินนโยบายที่มีต่อต่างชาติในแบบเดิม

 

 

อ่านต่อ

ตลาดหุ้นบราซิลร่วงหนัก 10%

ตลาดหุ้นบราซิลร่วงหนัก 10% 

 

 

      เมื่อคืนตลาดหุ้นบราซิลดิ่งต่ำกว่า 10% ทำให้เกิดเซอร์กิต เบรคเกอร์ โดยการลงครั้งดังกล่าวมาจากรับแรงกดดันเกี่ยวกับความเสี่ยงทางการเมือง
หลังมีข่าวอื้อฉาวของ นายมิเชล เทเมอร์ซึ่งเป็น ประธานาธิบดีของบราซิล มีความพยายามที่จะจ่ายค่าปิดปากพยานในคดีการติดสินบนครั้งใหญ่ที่สุดของบราซิลทั้งนี้นายมิเชล เทเมอร์ ประกาศว่าจะไม่ลาออกจากตำแหน่งอย่างแน่นอน

      จากความเสี่ยงทางเมืองส่งผลกระทบให้เกิดความกังวลของนักลงทุนที่อยู่ในตลาดหุ้นบราซิล ประธานาธิบดีมิเชล เทเมอร์  อาจถูกถอดถอน 
แต่หากผลกระทบไม่ได้มีในตลาดหุ้นอย่างเดียว ยังส่งผลถึงค่าเงินเรียลของบราซิลดิ่งลงมากกว่า 6% เมื่อเทียบดอลลาร์ และ กองทุน iShares MSCI Brazil Capped ETF (EWZ) ซึ่งเป็นกองทุน ETF ของสหรัฐฯ ที่มีการซื้อขายโดยอิงหุ้นบราซิล ทรุดตัวลงกว่า 17% ในช่วงการซื้อขายก่อนเปิดตลาด
และยังส่งผลต่อตลาดหลักทรัพย์เพื่อนบ้านอย่างตลาดหุ้นอาร์เจนตินาที่ดิ่งลงร่วงลง 4.2% เพราะมีดุลการค้าต่อกันเป็นจำนวนค่อนข้างมาก

      ในมุมมองของตลาดหุ้นไทยไม่ได้ผลกระทบมากนัก ในการดิ่งของตลาดหุ้นบราซิลเนื่องจาก ประเทศเรามีดุลการค้าและการลงทุนต่อบราซิลค่อนข้างน้อย ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบเชิงอ้อมต่อหุ้นที่เกี่ยวกับการส่งออกสินค้าโภคภัณฑ์ ธัญพืชและถั่วเหลือง ในระยะสั้นๆเท่านั้น เนื่องจาก การอ่อนตัวของค่าเงินเรียลบราซิล ทำให้ราคา ของสัญญาข้าวโพดส่งมอบเดือน ก.ค. ลดลง 5.5 เซนต์ หรือ 1.48% แตะที่ 3.66 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาข้าวสาลีส่งมอบเดือนก.ค. ลดลง 1.25 เซนต์ หรือ 0.29% ปิดที่ 4.2575 ดอลลาร์/บุชเชล สัญญาถั่วเหลืองส่งมอบเดือนก.ค. ร่วง 31 เซนต์ หรือ 3.18% ปิดที่ 9.4475 ดอลลาร์/บุชเชล อย่างไรก็ดี เราอาจจะเห็นการรีบาวด์กลับมาของตลาดหุ้นบริลในเร็วๆวันนี้ หลังการแพนิคหมดไป เพราะขั้นตอนการถอดถอนประธิบดีในบราซิล มีขั้นตอนค่อยข้างมาก และใช้เวลานาน ซึ่งจะทำให้ตลาดโลกสามารถที่จะรับรู้ผลกระทบหลังจากาการถอดถอนได้อย่างเพียงพอ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “Brexit กับปัญหาที่ไม่จางหายไป”

ประเด็นวันนี้ “Brexit กับปัญหาที่ไม่จางหายไป”

 

 

หลังจากที่เราทราบผล Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย. 2559 ที่เสียงส่วนมากต้องการออกจากสหภาพยุโรป หลังจากนั้นเกิดการเทขายในตลาดหุ้นทั้งโลกจากความกังวลต่างๆ ทองช่วงนั้นก็ได้อานิสงปรับขึ้นกว่า $50

 

     ปัจจุบันปัญหาก็ยังไม่จบ สก็อตแลนด์เตรียมจัดทำประชามติขอแยกตัวเป็นเอกราชจากอังกฤษ ส่วนสถาบันการเงินต่างชาติยักษัใหญ่ของโลก ก็เตรียมย้ายสาขาออกจากอังกฤษเช่นกัน อย่างเช่น JPMorgan ,UBS และ Deutsche Bank ต่างขู่ว่าจะย้ายออกจากอังกฤษ

 

     ส่วนผลกระทบที่จะตามมา หากสถาบันการเงินต่างชาติยักษัใหญ่ของโลกย้ายสาขาออกจากอังกฤษ มองว่าในระยะสั้นจะส่งผลลบต่อตัวสถาบันการเงินและอังกฤษเองอย่างแน่นอน ซึ่งจะเป็นที่มาของความเสี่ยงในเศรษฐกิจยุโรปอีกครั้ง

 

ทั้งนี้ต้องจับตาการเลือกตั้งในวันที่ 8 มิ.ย. 2560 ใครจะได้ขึ้นมาเป็นนายกอังกฤษ ซึ่งหากนางเทเรซา เมย์ ได้กลับมาเป็นนายกฯอีกครั้ง คงจะดำเนินการพร้อมนโยบายผลักดันให้ได้ออกจากสหภาพยุโรปเป็นแน่แท้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “คืนเดียวทองคำพุ่ง $24 ปิด $1,260”

ประเด็นวันนี้ “คืนเดียวทองคำพุ่ง $24 ปิด $1,260”

 

 

- ราคาทองคำปรับขึ้นมา 5 วันติด

- ปัจจัยหนุนจาก US Dollar Index อ่อนสุดในรอบ 5 เดือน

- America First เริ่มสร้างปัญหา

 

ราคาทองคำเริ่มมีแนวโน้มที่จะกลับมาเป็นขาขึ้นอีกครั้ง หลัง 5 วันที่ผ่านมาปรับขึ้นมาโดยตลอด และแตะระดับสูงสุดในรอบ 15 วันปิดทิ่ $1,260

 

ปัจจัยสนับสนุนอีกเรื่องคือการอ่อนค่าของ US Dollar Index ที่มากสุดในรอบ 5 เดือน แตะ 97 จุด หลังเกิดความเสี่ยงทางงการเมืองของสหรัฐฯ รับเริ่มมีเรื่องขอการตรวจสอบทรัมป์

 

ขณะที่แนวโน้มราคาทองคำนั้นจากนโยบาย America First เริ่มสร้างปัญหาทางการค้าโลก ซึ่งก่อนหน้านี้คงเคยได้ยินว่า ทรัมป์สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนการค้าของสหรัฐจัดทำรายงานภายใน 90 วัน เพื่อหาต้นตอการขาดดุลการค้าและล่าสุดเริ่มมีการขึ้นกำแพงภาษีไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา 20% และเตรียมที่จะขึ้นภาษีเหล็กที่มาจากญี่ปุ่นกว่าอีก 200% ซึ่งมองว่ากีดกันทางการค้าและมีความเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกซึ่งอาจเป็นโอกาสบวกของทองคำต่อเนื่อง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “อิตาลี กับความเสี่ยงครั้งใหม่ !”

ประเด็นวันนี้ “อิตาลี กับความเสี่ยงครั้งใหม่ !”

 

 

- S&P คาด GDP ปี 2017 อิตาลีชะลอตัว

- อิตาลีมี  NPL สูงถึง 3.6 แสนล้านยูโร

- อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP อิตาลีปรับเพิ่มขึ้นอย่างน่ากลัว

 

รอบนี้อิตาลีกลับมาพร้อมปัจจัยเสี่ยง เศรษฐกิจหลังจากนี้จะเป็นอย่างไร เริ่มด้วยสแตนดาร์ดแอนด์พัวร์  เปิดประเด็นโดยคาดการณ์ว่าเศรษฐกิจอิตาลีในปีนี้ มีแนวโน้มหดตัวหลังจากภาคธนาคารอ่อนแอ หลังจากในปี 2016 ภาคธนาคารได้รับผลกระทบจากสินเชื่อที่ไม่ก่อให้เกิดรายได้ (NPL) หรือหนี้เสียที่มีมูลค่าสูงถึงราว 360,000 ล้านยูโร คิดเป็นหนี้เสียถึงหนึ่งในสามของยูโรโซน ถือว่าหนี้ก่อนนี้มีขนาดใหญ่มากๆเมื่อเทียบกับขนาด GDP อิตาลีเอง

 

พอมามองหนี้สาธารณะของอิตาลีนั้น มีมากกว่าถึง 6 เท่า อย่างในปี 2016 หนี้สาธารณะอยู่ที่ 2,240,000 ล้านยูโร ความน่ากลัวอยู่ที่อัตราส่วนหนี้ต่อ GDP ปรับเพิ่มขึ้น 9 ปีติดต่อกัน ล่าสุดปี 2016 อยู่ที่ 132% แสดงถึงหนี้สาธารณะที่มีมากขึ้นเรื่อยๆ

 

คาดการณ์ว่าในระยะยาว การที่ประเทศเศรษฐกิจอันดับ 3 ของสหภาพยุโรปอย่างอิตาลีมีหนี้ที่เพิ่มขึ้น ส่วน GDP ที่มีแนวโน้มคงที่หรืออาจชะลอตัวนี้ จะเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจยุโรป และมีความเสี่ยงที่จะทำดัชนีตลาดหุ้นปรับตัวลงต่อ เป็นโอกาสที่จะทำให้ราคา Gold Spot ปรับขึ้นจากภาพความเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก

 

 

อ่านต่อ

ทำกำไรง่ายๆ ด้วย Calendar Spread !!

ทำกำไรง่ายๆ ด้วย Calendar Spread

 

 

      Calendar Spread คืออะไร คือการเก็งกำไรส่วนต่าง ซึ่งจะมีความแตกต่างจากการเก็งกำไรทิศทาง หรือการเก็งกำไรปกติทั่วไปที่นิยมทำกันในปัจจุบัน
Calendar Spread คือการเก็งกำไรส่วนต่าง ในตลาดเดียวกัน โดยทำการซื้อและขายสัญญาฟิวเจอร์ของสินค้าอ้างอิงเดียวกัน
แต่ต่างกันที่เดือนส่งมอบสินทรัพย์อ้างอิงหรือวันหมดอายุของสัญญา โดยนักเก็งกำไรจะต้องคิดถึงความสัมพันธ์ของราคาระหว่างสัญญามากกว่าระดับราคา (Basis)
โดยจะทำการขายสัญญาที่คิดว่าราคาแพง และซื้อสัญญาที่คิดว่าราคาถูกกว่า กลยุทธ์ Calendar Spread เป็นกลยุทธ์การลงทุนที่มีความเสี่ยงต่ำกว่าการเก็งกำไรทั่วไป
เนื่องจากเป็นการล็อคความเสี่ยงของนักเก็งกำไรไปในตัว หรือการหักล้างความเสี่ยงซึ่งกันและกัน (Natural Hedging)
เพราะไม่ว่าราคาฟิวเจอร์สจะเปลี่ยนไปทางใด สัญญา Spread จะได้กำไรจากอีกสัญญาหนึ่งมาชดเชยขาดทุนจากอีกสัญญาหนึ่งเสมอ

      ตัวอย่างเช่น หากนักเก็งกำไรพบว่า Basis Spread (ค่าส่วนต่างของสัญญา เกิดจากการนำราคาของสัญญาส่งมอบเดือนไกล ลบกับสัญญาส่งมอบเดือนใกล้)
ที่เหมาะสมของ SET50 Index Future ควรจะอยู่ที่ -5 แต่ Basis Spread ในปัจจุบันอยู่ที่ -10 นักเก็งกำไรโดยใช้กลยุทธ์ Calendar Spread จะทำกำไร
โดยการ เปิดสถานะ Short SET50 Index Future ที่มีเดือนส่งมอบใกล้ (สมมุติเป็น S50M17) และ เปิดสถานะ Long SET50 Index Future ที่มีเดือนส่งมอบไกล
(สมมุติเป็น S50U17) ไปพร้อมกัน โดยสามารถใช้คำสั่งพิเศษประเภท Combination Order โดยคำสั่งประเภทนี้จะมีผลใน 2 Series ในเวลาเดียวกัน
(Open Long S50M17U17) นักเก็งกำไรจะได้กำไรจากการที่ Basis Spread กลับมาอยู่ใน Basis ที่เหมาะสม จึงทำการปิดสถานะของคู่สัญญานั้น
ซึ่งจะทำให้นักเก็งกำไรได้รับกำไรจาก Basis Spread ประมาณ 5 จุด (กำไรที่ยังไม่รวมค่าธรรมเนียมการซื้อขาย)โดยมีความเสี่ยงที่ค่อนข้างต่ำเพราะมี Natural Hedging อยู่แล้วในตัว

      สรุป Calendar Spread คือกลยุทธ์การเก็งกำไรประเภทหนึ่ง โดยเป็นการเก็งกำไรจากส่วนต่าง ซึ่งต่างจากเก็งกำไรทิศทางที่นักเก็งกำไรปกตินิยมทำกัน
นักเก็งกำไรที่ใช้กลยุทธ์ Calendar Spread จะมองหาความผิดปกติจาก Basis Spread เปลี่ยนแปลงไปจากค่าที่เหมาะสม
เพื่อทำกำไรจากใช้กลยุทธ์นี้ โดยจะได้รับกำไรเมื่อ Basis Spread กลับมาอยู่ในค่าที่เหมาะสม โดยมีความเสี่ยงในการเก็งกำไรที่ค่อนข้างต่ำมาก
เพราะมี Natural Hedging อยู่ในตัว เนื่องจากกลยุทธ์นี้จะทำการ เปิดสถานะซื้อและขายไปพร้อมๆกัน ต่างกันเพียงแค่วันหมดอายุของสัญญาเพียงแค่นั้น

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 3 วันติด”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำปรับตัวขึ้น 3 วันติด”

    

 

ทองคำมีการปรับขึ้นตั้งแต่วันศุกร์ที่ผ่านมา โดยปรับขึ้นมา 3 วันติด รวมขึ้นราว $20 แตะ $1,237 หลังมีปัจจัย 2 อย่างบวกตลาดทองคำ

 

1.ตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯ อย่างดัชนีภาคการผลิตประกาศออกมาต่ำที่สุดในรอบ 7 เดือน ส่งความสงสัยไปยังนักลงทุนว่าในภาคการผลิตที่ชะลอตัว จะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯมีโอกาสขึ้นดอกเบี้ยนโยบายหรือไม่

 

2.ความตึงเครียดที่เพิ่มขึ้นในคาบสุมครเกาหลี หลังจากที่เกาหลีเหนือยิงขีปนาวุธ Hwasong-12 จากทางชายฝั่งตะวันตกของเกาหลีเหนือ ไปยังน่านฟ้าเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร ตกลงในทะเลญี่ปุ่น แต่ความน่ากลัวอยู่ที่ Hwasong-12 สามารถติดหัวรบนิวเคลียร์ขนาดใหญ่ โดยทางการสหรัฐฯก็ทำเพียงออกมากดดันเกาหลีเหนือ ด้วยการเรียกร้องให้ทั่วโลกยกระดับการคว่ำบาตร

 

สรุปราคาทองคำปรับขึ้น 3 วันติด จากตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐฯที่ชะลอตัวและปัจจัยความตึงเครียดของเกาหลีเหนือกับนานาชาติ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “S&P 500 พุ่งกว่า 6% หลังได้ 3 ปัจจัยหนุน”

ประเด็นวันนี้ “S&P 500 พุ่งกว่า 6% หลังได้ 3 ปัจจัยหนุน”    

 

 

ในปีนี้นับเป็นปีทองของดัชนีสหรัฐฯอย่าง S&P 500 ที่ปรับขึ้นไปถึง 139.33 จุด (+6.19%) ซึ่งเป็นจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ 3 ปัจจัยหลักที่ผลักดันดัชนีให้ไปต่อได้คือ

 

- การเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ (Economic Growth) ซึ่งบริษัทที่อยู่ใน S&P 500 ส่วนใหญ่ได้ประโยชน์จากนโยบายของทรัมป์ในเรื่องการกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯ ไม่ว่าจะเป็นการลดภาษี , การลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน แต่มองว่าเป็นการรับข่าวดีระยะสั้นเท่านั้น

 

- การควบคุม (Regulation) ทรัมป์นั้นเตรียมปรับกฎหมายใหม่ที่จะเข้ามาแทนกฎหมายดอดด์-แฟรงก์ ก็คือ Glass-Steagall Act  เป็นกฎหมายภาคธนาคารฉบับเก่าที่ไม่ให้ธนาคารลงทุนในตลาดทุนที่มีความเสี่ยงสูง ถือว่าอาจเป็นการลดความเสี่ยงที่มีอยู่ในปัจจุบันได้ดีเลยทีเดียว พร้อมกับสร้างความมั่นคงให้กับตลาดภาคธนาคารมากขึ้น

 

- อัตราเงินเฟ้อและตัวเลขแรงงาน (Labor and Inflation) กล่าวได้ว่าอัตราเงินเฟ้อและอัตราการว่างงานของสหรัฐฯ ในปัจจุบันกลับมาพอๆกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต “แฮมเบอร์เกอร์” ในปี 2008 เลยทีเดียว ซึ่งอัตราเงินเฟ้อสหรัฐมีแนวโน้มสูงมากที่จะยืนเหนือ 2% ส่วนอัตราการว่างงานอยู่ระดับ 4.4% นับว่า ตัวเลขเหล่านี้มีส่วนที่สร้างความเชื่อมั่นแก่นักลงทุนเป็นอย่างมาก

 

สรุปในปี 2017 ยังมีโอกาสสูงที่จะเป็นปีทองของดัชนีสหรัฐฯ หลังมี 3 ปัจจัยที่หนุนดัชนี เมื่อเม็ดเงินไหลเข้าตลาดทุน อาจส่งผลให้ตลาดทองคำซบเซาลงได้

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 15-19 MAY-17

Weekly Economic Focus 15-19 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

       ภาพเศรษฐกิจโดยรวม วัดจากตัวเลขเศรษฐกิจ ภาคแรงงานแข็งแกร่งหลังยอดผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสัปดาห์ลดลงแตะ 236,000 ราย และตำแหน่งที่เปิดรับสมัครงานนอกภาคเกษตรมีการขยายตัวแตะ 5.74 ล้านตำแหน่ง ขณะภาพของอัตราเงินเฟ้อมีแนวโน้มสูงขึ้น รับดัชนีราคาผู้ผลิต(PPI)ขยายตัวถึง 0.5%

       เฟดเซนต์หลุยส์ คาดอาจมีแนวโน้มชะลอการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ รับผลกระทบของ GDP Q1/17 ชะลอตัว

 

เกาหลีเหนือ

       กลับมาอีกครั้งด้วยการยิงขีปนาวุธจากทางชายฝั่งตะวันตกของเกาหลีเหนือ ไปยังน่านฟ้าเป็นระยะทางประมาณ 800 กิโลเมตร และตกลงในทะเลญี่ปุ่น แต่สหรัฐฯยังไม่ได้ใช้มาตรการตอบโต้อะไรเลย

 

เกาหลีใต้

       บทสรุปผลการเลือกตั้ง นายมูน แจ อิน ที่ได้ตำแหน่งประธานาธิบดีคนที่ 19 ชู้นโยบายปฏิรูปธุรกิจและเริ่มเปิดการเจรจากับเกาหลีเหนือมากขึ้น

 

เอเชีย

       IMF คาดว่าเศรษฐกิจอาจมีการขยายตัวอยู่ที่ 5.5% และคาดการณ์ว่าอาจขยายตัวขึ้นจากปีก่อนถึง 0.2%

 

จีน

       จีนและสหรัฐฯบรรลุข้อตกลงการค้า ซึ่งสหรัฐฯจะได้ประโยชน์การส่งเนื้อวัวไปยังจีน และจีนได้ประโยชน์จากการส่งไก่ไปสหรัฐฯ เหมือนเป็นการเจรจาตามทฤษฎีเกม (Game Theory)

 

 

อ่านต่อ

BITCOIN ค่าเงินใหม่ที่ต้องจับตามอง

BITCOIN พุ่ง ATH มาอยู่ในระดับ 1,800 เหรียญ

 

      ราคา BITCOIN พุ่งขึ้นสูงเป็นประวัติการณ์ โดยมีสาเหตุหลักจากทาง Security and Exchange Commission
หรือ SEC ของสหรัฐฯกำลังเตรียมการอนุมัติกองทุนบิทคอย ETF ซึ่งจะถือเป็นแห่งแรกของโลก โดย SEC ของสหรัฐฯ
นั้นจะทำการตัดสินใจครั้งสุดท้ายและออกแถลงการในวันที่ 11 มิถุนายน ที่จะถึงนี้

 

หลายๆท่านอาจมีข้อสงสัยว่า BITCOIN ที่ว่ามานี้มันคืออะไร ?

            BITCOIN คือสกุลเงินดิจิทัล ที่ถูกสร้างจากสมการทางคณิตศาสตร์ทางคอมพิวเตอร์
ไม่มีใครเป็นเจ้าของและไม่มีตัวกลางทางการเงินโดยการถูกควบคุมแบบกระจายตัว (Decentralize)
นั้นหมายความว่าไม่มีสถาบันการเงินไหนสามารถควบคุมมันได้ ซึ่งช่วยลดการแทรกแซงค่าเงินจากภาคัฐ
โดยการที่ไม่มีธนาคารเป็นตัวกลางนั้นทำให้การเคลื่อนย้ายของ BITCOIN สะดวกสบาย
และ มีค่าธรรมเนียมที่ต่ำมากๆ ทำให้เกิดความสะดวกสบายในการจับจ่ายใช้สอยออนไลน์ของผู้คนในสมัยนี้
ที่ดูแล้วมีแนวโน้มจะสูงขึ้นได้อย่างต่อเนื่อง

 

แล้วราคามันขึ้นลงจากสาเหตุอะไร ??

            ตามอุปสงค์ล้วนๆครับ เนื่องจากอุปทานของ BITCOIN เรียกได้ว่าคงที่ เนื่องจากมีอยู่เพียง 21 ล้านบิทคอยเท่านั้น
(แต่มันสามารถแบ่งย่อยออกมาได้ภายใน 1 บิทคอยสามารถแตกย่อยได้ถึง 100 ล้าน) เมื่อไหร่ก็ตามที่ราคาของ BITCOIN ขึ้น
นั้นแทบจะหมายถึง ความต้องการบิทคอยมีสูงขึ้นล้วนๆ ไม่ว่าจะเป็นการลงทุน หรือ เก็งกำไรก็ตาม
อยากไรก็ตามประเด็นที่น่าจับตามองอนาคตของ BITCOIN คือ ทาง Security and Exchange Commission
หรือ SEC ของสหรัฐฯกำลังเตรียมการอนุมัติกองทุนบิทคอย ETF ซึ่งจะถือเป็นแห่งแรกของโลก
และรัฐบาลในหลายประเทศเริ่มมีโครงการเปิดใช้ BITCOIN อย่างถูกกฎหมายแล้ว เช่น ออสเตรเลีย กัมพูชา และ อินเดีย เป็นต้น



 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “รอยเตอร์คาดราคาทองคำอาจลงต่ำกว่า $1,200”

 “รอยเตอร์คาดราคาทองคำอาจลงต่ำกว่า $1,200”    

 

 

- รอยเตอร์คาดอาจลงไปต่ำสุดที่ $1,173

- มองแนวโน้มเป็นขาลง

- ปัจจัยต่อไปที่บวกและลบกับราคา Gold Spot

 

สำนักข่าวยักษ์ใหญ่จากอังกฤษ อย่างรอยเตอร์เริ่มมองแนวโน้ม

ราคาทองคำว่าเป็น “ขาลง” หลังจากราคา Gold Spot ไม่สามารถ-

ยืนเหนือ $1,295 โดยคาดว่าราคาอาจลงไปต่ำกว่า $1,173

 

พร้อมประเด็นอื่นๆอย่าง ภาพความขัดแย้งในคาบสมุทรเกาหลีลดลง หลังประธานาธิบดีคนใหม่ของเกาหลีใต้อย่างนาย มุน แจ อิน ผู้ที่มีนโยบายเน้นการเจรจากับเกาหลีเหนือ นับเป็นการแปลี่ยนแปลงนโยบายที่มีต่อเกาหลีเหนือในรอบหลายปี จากปัจจัยนี้ทำให้ความเสี่ยงทางการเมืองลดลง (-ทองคำ)

 

และเริ่มมีกระแสการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯ หลังจากประธานเฟด อย่างนางเจเน็ต เยลเลน ออกมาส่งสัญญาณว่าอัตราเงินเฟ้อกำลังเข้าสู่เป้าหมายที่ 2 %

 

ส่วนการเมืองของฝรั่งเศสมองไม่น่ากังวลในระยะสั้น แต่ในระยะกลางตอบได้เลยว่าต้องเฝ้าจับตาดู เนื่องจากนาย มาครง ที่เป็นประธานาธิบดีคนใหม่มาจากพรรคอิสระ นั่นหมายความว่านาย มาครง อาจไม่สามารถจับเสียงส่วนใหญ่ของสภาฝรั่งเศสได้ โดยการเลือกตั้งสมาชิกสภานิติบัญญัติจะมีขึ้นอีก 1 เดือนข้างหน้า ซึ่งคาดว่ารูปแบบทางการเมืองจะเป็นแบบผสมพร้อมผลประโยชน์ที่ลงตัว ดังนั้นนโยบายที่นาย มาครง สัญญาตอนหาเสียงของเขาอาจทำไม่ได้จริงทั้งหมด เพราะขาดเสียงจากสภาที่จะสนับสนุนนั่นเอง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เรื่องของทองคำเดือน พ.ค.”

ประเด็นวันนี้ “เรื่องของทองคำเดือน พ.ค.”    

 

 

- เริ่มเดือน พ.ค. ราคาทรุด $36

- ทำจุดต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์

- ปัจจัยทางการเมืองลดลง

 

 ตั้งแต่เริ่มเดือนมาราคาทองคำปรับลงมาโดยตลอดนับรวมได้ $36 แตะจุดต่ำสุด $1,214 นับเป็นจุดที่ต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์

 

ปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำปรับลงในตอนนี้ เป็นเรื่องความเสี่ยงทางการเมืองที่ลดลงไปพอควร หลังนายมาครง ได้รับเลือกจากชาวฝรั่งเศสให้เป็นประธานาธิบดีคนต่อไป ซึ่งนายคนนี้มีแนวโน้มที่จะไม่ออกจากยุโรป

 

มองแนวโน้มราคาทองคำปัจจัยทางเทคนิค เราใช้ Moving Average(MA) 100 วัน ในการวิเคราะห์ ซึ่งราคาในตอนนี้หลุด MA 100 วันมาแล้ว ทำให้ภาพระยะกลางอาจเข้าสู่แนวโน้มขาลง กรอบ $1,200 – $1,225

 

ขณะที่ปัจจัยในสัปดาห์ต่อไปมี GDP Q1/17 ของยุโรปและญี่ปุ่น  พร้อมตัวเลขการสร้างบ้านสหรัฐฯ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ดอลลาร์ร่วงต่ำสุด 7 เดือน พยุงทองไม่หลุด $1,220”

ประเด็นวันนี้ “ดอลลาร์ร่วงต่ำสุด 7 เดือน พยุงทองไม่หลุด $1,220”    

 

 

- ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯร่วงแตะ 98.59 จุด

- นับแต่ต้นปีค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯลงมากว่า 4%

- ทองยังแข็ง ไม่หลุด $1,220

 

เหตุผลหลักๆที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนได้ขนาดนี้มี 3 เรื่อง

 

1. มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์มีเพียงคำพูดเท่านั้น ยังไม่มีออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน ทำให้เม็ดเงินยังไม่เข้าไปในภาคธุรกิจจริงๆ

2. GDP Q1/17 ขยายตัวเพียง 0.7% ซึ่งต่ำสุดในรอบ 9 เดือน แสดงถึงเศรษฐกิจสหรัฐฯอาจไม่แข็งแกร่งจริง

3. คลายความกังวลเรื่องการเมืองของฝรั่งเศส ทำให้ภาพความเสี่ยงทางการเมืองลดลง

 

ทั้งนี้แนวโน้มค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯในสัปดาห์นี้เป็น Sideway Down กรอบ 97-100 จุด

 

การที่ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯอ่อนค่าครั้งนี้ก็เป็นหนึ่งเหตุผลที่ทำให้ราคาทองคำยังไม่หลุด $1,220 ประจวบเหมาะยังมีอีกหนึ่งปัจจัยที่อาจส่งผลบวกต่อราคาทองคำได้ ก็คือการที่รัฐบาลจีนมีคำสั่งให้ชาวจีนที่อยู่ในเกาหลีเหนืออพยพออกมา จนอาจถูกมองว่าตอนนี้จีนเองก็กังวลเรื่องความไม่ปลอดภัยของประชาชนตัวเอง ทั้งนี้ราคาทองคำในสัปดาห์นี้มองรีบาวด์แตะ $1,240

 

 

อ่านต่อ

ชาวฝรั่งเศสจะออกหรือจะอยู่ใน EU จะได้รู้วันนี้

ประเด็นวันนี้ “ชาวฝรั่งเศสจะออกหรือจะอยู่ใน EU จะได้รู้วันนี้”   

    

      ในวันอาทิตย์ที่ 7 พ.ค. 2560 มีการเลือกตั้งครั้งสำคัญของประเทศในสหภาพยุโรป คือ การเลือกตั้งของฝรั่งเศส โดยบทสรุปอย่างไม่เป็นทางการ นาย มาครอง มีคะแนนเสียงนำถึง 60% มากกว่าคู่แข่งของเขา 1 เท่าตัว

 

      แสดงให้เห็นว่าชาวฝรั่งเศสเลือกที่จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป อยากใช้ค่าเงินยูโรต่อ โดยการที่ชาวฝรั่งเศสเลือกที่จะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อเรามองด้วย 3 เหตุผล

      1. ฝรั่งเศสไม่อยากเสียคู่ค้าสำคัญ เพราะคู่ค้ามากกว่า 50% เป็นประเทศในสหภาพยุโรป

      2. การอยู่ในสหภาพยุโรปสร้างความได้เปรียบ เรื่องอำนาจการต่อรองทางการค้าระหว่างสหภาพยุโรปกับคู่ค้านอกยุโรป เนื่องจากสหภาพยุโรปเป็นกลุ่มเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลก เป็นรองเพียงสหรัฐฯ ด้วยกำลังซื้อที่มากเป็นอันดับ 2 ของโลก ทำให้การเจรจาต่อรองได้สั่งซื้อของต่างๆได้ในราคาที่ต่ำกว่าประเทศอื่นๆ

      3. การที่นายมาครอง สัญญาว่าจะมีการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 50,000 ล้านยูโร และมาตรการลดภาษีนิติบุคคลเหลือ 25% จากเดิม 35% เป็นนโยบายสำคัญที่ทำให้เขามายืนเป็นผู้นำของฝรั่งเศสในปี 2017

 

      บทสรุปการที่ นาย มาครอง ได้เข้ามาเป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศส แน่นอนผู้นำของเหล่านหภาพยุโรปพอใจเป็นอย่างมาก เพราะมีความเป็นไปได้สูงที่ฝรั่งเศสจะอยู่ในสหภาพยุโรปต่อ

      แล้วคำถามที่ใครหลายคนอยากรู้ว่าตลาดหุ้น ตลาดทองคำจะเป็นอย่างไร

      วิเคราะห์ระยะสั้น สถานการณ์การเมืองฝรั่งเศสเริ่มนิ่ง ความกังวลเรื่องฝรั่งเศสที่จะออกจากสหภาพยุโรปหมดไป แน่นอนตลาดหุ้นอาจปรับขึ้น หลังหมดความเสี่ยงทางการเมือง  แต่สำหรับทองมีโอกาสสูงที่จะปรับลง

      วิเคราะห์ระยะกลาง ต้องตามต่อถึงนาย มาครอง หากเขาทำให้เศรษฐกิจฝรั่งเศสกลับมาแข็งแกร่งได้จริง ส่งผลให้เศรษฐกิจแข็งแกร่งด้วย ซึ่งจะทำให้ตลาดหุ้นกลับมาอีกครั้ง แต่หากนาย มาครอง ทำไม่ได้ตามที่สัญญาณจะเป็นโอกาสของราคาทองคำที่จะปรับขึ้น

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 08-12 MAY-17

Weekly Economic Focus 08-12 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐฯ

       สภาสหรัฐฯมาเงียบๆโดยผ่านไปหลายร่าง ในระหว่างที่สหรัฐฯมีปัญหาการเมืองกับเกาหลีเหนือ (อาศัยช่วงชุลมุน)โดยร่างที่สภาคองเกรสผ่านมี

-ร่างที่หนึ่ง คือ กฎหมายงบประมาณมูลค่า 1.1 ล้านล้านดอลลาร์ เพื่อต่อลมหายใจภาครัฐของสหรัฐให้อยู่ได้ต่อ เดือนกันยายน

-ร่างที่สอง ผ่านร่างกฎหมายประกันสุขภาพ หรือที่เรียกว่า "อเมริกันเฮลธ์แคร์"

       ธนาคารกลางสหรัฐคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0.75-1% พร้อมการส่งสัญญาณว่า เงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมาย ตลาดเลยกลัวว่าการประชุมครั้งหน้าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ย

       ทรัมป์เตรียมกฎหมายใหม่ แทนฎหมายดอดด์-แฟรงก์ โดยกฎหมายที่จะมาแทน คือ Glass-Steagall Act ซึ่งเป็นกฎหมายภาคธนาคารฉบับเก่า

       เฟด สาขาแอตแลนตา ทำแบบจำลองการคาดการณ์ GDP สหรัฐฯ มีแนวโน้มขยายตัวถึง 4.3% ในไตรมาสที่ 2

       อยู่ก็เข้ามาป่วนตลาด โดยกระทรวงการต่างประเทศสหรัฐได้ออกแถลงการณ์เตือนพลเมืองชาวอเมริกันที่เดินทางไปยุโรปในเดือน พ.ค. – ส.ค. ให้ระมัดระวังภัยก่อการร้ายจากกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง

       ทั้งนี้การตัวเลขอัตราการว่างงานของสหรัฐฯที่แตะระดับ 4.4% นับเป็นตัวเลขที่ต่ำสุดในรอบ 7 ปี

      

จีน

       มีสัญญาณที่ดีหลัง ธนาคาร 2 ยักษ์ใหญ่จีนกำไรเพิ่ม อย่าง

-ธนาคารอินดัสเทรียล แอนด์ คอมเมอร์เชียล แบงก์ ออฟ ไชน่า(ICBC) มีกำไร 7.5 หมื่นล้านหยวน และมี

-ธนาคาร ไชน่า คอนสตรักชั่น แบงก์(CCB) มีกำไรเพิ่มขึ้น 3.03%

 

อิตาลี

       เกิดเรื่องหลังสายการบินอาลิตาเลียประกาศล้มละลายเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 10 ปี รัฐบาลอิตาลีเตรียมอุ้มธุรกิจ ทั้งนี้ในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา สายการบินอาลิตาเลียได้เงินช่วยเหลือจากรัฐบาลอิตาลีแล้ว 7,000 ล้านยูโร ซึ่งวงดังกล่าวก็ไม่สามารถทำให้พ้นจากวิกฤตการเงิน

 

กรีซ

       ได้ข้อสรุปบรรลุข้อตกลงเบิกจ่ายเงินกู้งวดใหม่แล้ว โดยรัฐบาลกรีซยอมออกมาตรการรัดเข็มขัดที่เพิ่มขึ้น และการปฏิรูปภาษี ลดเงินบำนาญ และการปรับขึ้นภาษีทางอ้อม เรียกได้ว่าอยากได้เงินก็ต้องยอมทุกอย่าง

 

ฝรั่งเศส

       การเลือกตั้งในตอนนี้โพลบอกว่า นาย Macron มีคะแนนนำอยู่ที่ 62% ขณะที่ นาย Le Pen 38% และหากนาย Macron ได้รับชัยชนะ แสดงว่าฝรั่งเศสกำลังจะเกิดไปต่อกับสหภาพยุโรปต่อไป

 

 

 

 

อ่านต่อ

หลังการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ความผันผวนของตลาดหุ้นจะหมดไปจริงหรือ ??

หลังการเลือกตั้งของฝรั่งเศส ความผันผวนของตลาดหุ้นจะหมดไปจริงหรือ ??



      ในอาทิตย์นี้ประเด็นสำคัญที่เราจะพลาดไปไม่ได้นั้นคือการเลือกตั้งรอบที่ 2 ของฝรั่งเศส  โดยในขณะนี้ผู้สมัครตัวเต็ง 2 คน คือนาย Macron และนาง Le Pen กำลังหาเสียงกันอย่างดุเดือด หากเรามามองนโยบายของแต่ละคนจะพบว่า นาย Macron ชูนโยบายอยู่กับสหภาพยุโรป โดยใช้ค่าเงินยูโรต่อไป และเพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเยอรมนี ส่วน นาง Le Pen จะเน้นออกไปเชิงชาตินิยมที่ส่งเสริมให้ฝรั่งเศสนั้นแยกตัวออกจากยูโรโซนไปเช่นเดียวกับอังกฤษ ความผันผวนก็จะอยู่ตรงนี้แหละตรงความไม่แน่นอนที่ใครจะได้เป็นผู้นำคนต่อไปของฝรั่งเศส ซึ่งนโยบายของ 2 คนนี้เป็นคนละเรื่องกันเลย หลายๆครั้งเราจะเห็นเหตุการณ์ในลักษณะนี้เช่น Brexit และการเลือกตั้งของ USA  หากเกิดความไม่แน่นอนขึ้น ไม่ว่าตลาดจะรับรู้ว่าโพลจะออกมาอย่างไร ใครจะได้เป็นประธานาธิบดีฝรั่งเศสคนต่อไป แต่ตลาดก็จะกังวล ทำให้เกิดการโยกย้ายเงินทุนจากสินทรัพย์เสี่ยงไปหาสินทรัพย์ปลอดภัยเช่น ทองคำหรือพันธบัตรรัฐบาลแทน (อะไรก็เกิดขึ้นได้ ปลอดภัยไว้ก่อน) 

 

      แต่คำถามที่สำคัญคือ หากการเลือกตั้งของฝรั่งเศสจบแล้วตลาดหุ้นจะเคลื่อนไหวอย่างไร คำตอบคือเราจะเห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าสู่ตลาดหุ้นแน่ๆ ในระยะสั้น จะมากจะน้อยอันนี้ตอบได้ค่อนข้างยาก ก็ขึ้นอยู่ว่าผลที่ออกมามันตรงกับความต้องการของนักลงทุนมากน้อยขนาดไหน ส่วนระยะกลาง มันก็คงยังผันผวนต่อไป เพราะตลาดยังคงต้องมีเรื่องให้จับตาอีก 2 เรื่องหลังจากนี้ คือ

 

      1.การเลือกตั้งเยอรมนี เดือนตุลาคม ถึงคิวของ นางAngela Merkel  ซึ่งอยู่ในตำแหน่งนายกรัฐมนตรีมาอย่างยาวนานถึง 11 ปี ตัดสินใจที่จะลงสมัครเลือกตั้งอีกเป็นสมัยที่ 4 โดยนางAngela Merkel  เป็นผู้ทรงอิทธิพลทางการเมืองของยูโรโซน เราจะเห็นบทบาทของเธอในตอนนี้ ที่กำลังเจอกับวิกฤตหนี้สินในยุโรป การเปิดรับผู้อพยพเข้าเยอรมนี และความพยายามผนึกกำลังทางเศรษฐกิจในยูโรโซน ทั้งนี้ผลโพลสำรวจชี้ว่า มีความเป็นไปได้สูงว่าเธอจะชนะการเลือกตั้งอีกสมัย แต่หาก นางAngela Merkel แพ้การเลือกตั้งครั้งนี้  นั่นหมายถึงอนาคตของสหภาพยุโรปต้องสั่นคลอนลงอย่างแน่นอน
      2.อิตาลีหลังล้มเหลวจากการทำประชามติที่ล้มเหลวของรัฐบาลเกี่ยวกับการให้อำนาจรัฐบาลที่มากขึ้น อิตาลีเองก็มีปัญหาไม่แพ้ชาติอื่นในยูโรโซนเลย ไม่ว่าจะเป็นปัญหาทางเศรษฐกิจที่เลวร้ายยิ่งกว่าฝรั่งเศสมาก หนี้สาธารณะของอิตาลีปัจจุบันอยู่ที่ 133% ของ GDP  รวมถึงปัญหาธนาคารพาณิชย์ที่ยังไม่สามารถแก้ไขโดยการเพิ่มทุนได้เพราะติดเงื่อนไขของยูโรโซนและอีกปัญหา คือ การอพยพเข้าเมืองอิตาลีอย่างผิดกฎหมาย ซึ่งอาจส่งผลต่อการจ้างงาน ในขณะที่อัตราการว่างงานของยูโรโซนในเดือนมีนาคมที่ผ่านมาลดลง แต่ในอิตาลีกลับมีอัตราการว่างงานเพิ่มขึ้นแตะ 11.7% การเลือกตั้งในครั้งนี้จะเปิดโอกาสให้พรรค ดาวห้าแฉก Five Star Movement (M5S) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองที่มีนโยบายนำอิตาลีออกจากยูโรโซน อาจได้ครอบครองเสียงส่วนใหญ่ และนำพาอิตาลีออกจากยูโรโซน เมื่อจะถึงการเลือกตั้งของอิตาลี เราน่าจะได้เห็นความผันผวนของตลาดกลับมาอีกครั้ง

 

      สรุป เมื่อผ่านการเลือกตั้งของฝรั่งเศสวันที่ 7 พฤษภาคมไป เราอาจจะได้เห็นเม็ดเงินไหลกลับเข้าหาสินทรัพย์เสี่ยงในระยะสั้นๆ แต่ในระยะกลาง เราอาจจะต้องพบความผันผวนของตลาด ที่มาจากยูโรโซนเอง ประเด็นที่น่าจับตามองคือ 1.การเลือกตั้งของเยอรมนีในเดือนตุลาคมที่จะถึงนี้ และ 2.การเลือกตั้งและปัญหาเศรษฐกิจของอิตาลี

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองทรุด ! ต่ำที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์”

ประเด็นวันนี้ “ทองทรุด ! ต่ำที่สุดในรอบ 8 สัปดาห์” 

 

 

- ราคาทองทำจุดต่ำสุดใหม่แตะ $1,225

- ราคาทองหลุดเส้น Moving Average 200 วัน

- เฟดบอกอัตราเงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมาย

- ปัจจัยที่จะกระทบราคาทองคำต่อจากนี้คืออะไร?

 

       วานนี้ทองลงไปแตะจุดต่ำสุดที่ $1,225 ต่ำสุดในรอบ 8 สัปดาห์ โดยมีปัจจัยทางพื้นฐานและทางเทคนิคกดดันตลาดทองคำ

 

       อย่างเรื่องที่เฟดออกมากล่าวว่า ตอนนี้อัตราเงินเฟ้อใกล้ถึงเป้าหมายที่ 2%  ส่งให้ตลาดเริ่มรับข่าวว่า เฟดอาจขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นในการประชุม FOMC ครั้งต่อไป  ส่วนปัจจัยทางเทคนิคที่กดดันราคาทองคำ ได้แก่ ราคาทองคำหลุดเส้น Moving Average 200 วัน ส่งให้เกิดความกังวลว่าตลาดทองคำกำลังเข้าสู่แนวโน้ม Sideway Down 

 

       ปัจจัยที่ส่งผลกระทบกับทองคำต่อไปมี 2 ประเด็นด้วยกัน

       (1).ประเด็นตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรของสหรัฐฯที่มีขึ้นในวันนี้ โดยมีคาดการณ์กันว่าการจ้างงานอาจเพิ่มขึ้นอยู่ที่ 194,000 ราย มองเป็นปัจจัยลบต่อทองคำ

       (2).ประเด็นผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส ในตอนนี้ผลโพลล์ของการเลือกตั้งนั้นนาย Macron มีคะแนนนำอยู่ที่ 60.05% ส่วนนาง Le Pen มีคะแนนตามอยู่ที่ 40.1% และถ้านาย Macron ชนะคาดว่าจะเป็นผลบวกต่อตลาดทุนบ้านเรา ปัจจัยความเสี่ยงเริ่มหายไป เม็ดเงินน่าจะเริ่มกลับเข้ามา  แต่หากผลโพลล์ผิดนาง Le Pen ชนะขึ้นมา ตลาดทุนจะเริ่มมีความเสี่ยงทันที เกิดสภาพความไม่แน่นอนอย่างตอนเกิด Brexit  เม็ดเงินอาจไหลกลับมาเข้าตลาดทองคำอีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “บทสรุปเฟดคงดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “บทสรุปเฟดคงดอกเบี้ย” 

 

 

หลังจากมีการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐฯ FOMC ได้บทสรุปว่า เฟดคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นไว้ที่ 0.75 - 1% ซึ่งจะขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป ทั้งนี้ต้นเหตุที่เฟดยังไม่ขึ้นดอกเบี้ยมีด้วยกัน 2 ส่วน

 

ส่วนที่หนึ่งมาจากกังวลเรื่อง Shut Down ของสหรัฐฯ เพราะสภาคองเกรส จะมีการประชุมในวันจันทร์นี้เพื่อเจรจาและผ่านร่างรายจ่ายงบประมาณหากไม่ผ่านร่างอาจเกิดการ Shut Down สร้างความวุ่นวายต่อสหรัฐฯเอง

 

ส่วนที่สองคือ GDP Q1/17 ของสหรัฐฯชะลอตัวแตะ 0.7% นับเป็นการขยายตัวน้อยกว่าที่เฟดคาดการณ์ไว้ และหากขึ้นดอกเบี้ยในเดือนนี้จะเป็นปัจจัยที่กดดันเศรษฐกิจเสียเอง

 

หากถามว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งเมื่อไร เราไปหาคำตอบได้จาก CME Group ซึ่งได้จัดทำแบบสำรวจกับนักลงทุนในเรื่องนี้ คิดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยในเดือนใด ผลสำรวจที่ได้คือน่าจะขึ้นดอกเบี้ยเดือนกรกฎาคม จากความเห็นนักลงทุนที่เชื่อว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยมีมากถึง 63.7%

 

บทสรุปหลังจากที่เฟดคงดอกเบี้ยในเดือน พ.ค. และอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยในเดือน ก.ค. สูง มองว่าเม็ดเงินที่อยู่ในตลาดหุ้นเอเชียและทองคำ มีการไหลกลับตลาดสหรัฐฯแน่ๆ แต่เป็นการไหลแบบช้าๆ และทำให้ตลาดหุ้นเอเชียและทองคำอยู่ในช่วง sideway down

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำหลังจากนี้”

 

    

     ในเดือนเมษายนที่ผ่านมาทองคำปรับขึ้น +$14.96 ไปปิดที่ $1,267 แล้วแนวโน้มในเดือนพฤษภาคมจะเป็นไปให้ทิศทางไหน

 

      เรามาวิเคราะห์กันก่อนว่า ในเดือนพฤษภาคม จะมีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบตลาดทองได้บ้าง

- ความขัดแย้งของสหรัฐฯและเกาหลีเหนือ ที่ล่าสุดทรัมป์เริ่มอยากที่จะเจรจากับผู้นำเกาหลีเหนือ ด้วยการลดท่าทีแข็งกร้าวลงนี้เป็นการลดความขัดแย้งลงไปด้วย (-ทอง)

 

- ทรัมป์อาจเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีใน 2 สัปดาห์ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 15% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่ที่ 35% แต่อาจทำได้ไม่จริง (-ทอง)

 

- การประชุม FOMC ประเด็นอัตราดอกเบี้ยของสหรัฐฯ ที่คาดว่าจะคงดอกเบี้ยไว้ที่ 0.75 - 1% คาดว่าเฟดจะรอขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขอัตราเงินเฟ้อสูงขึ้น

 

- วันที่ 7 พ.ค. การเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบที่สอง ระหว่าง นายเอ็มมานูเอล มาครงและนางมารีน เลอเปนซึ่งคาดว่า นางนางมารีน เลอเปนน่าจะชนะในครั้งนี้ (+ทอง)

 

      สรุปยังมองทิศทางราคาทองคำในเดือนนี้มีโอกาสเป็น Sideway Down

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน เมษายน 2560

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน เมษายน 2560

 

        ในเดือน เม.ย. ราคาทองคำปรับขึ้น $14.96 ปิดที่ $1,267 หลัง 12 กองทุนทองคำมีการซื้อสุทธิมากกว่า 30 ตัน

 

        ทั้งนี้การวิเคราะห์แนวโน้มของราคาทองคำต้องพิจารณา ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ แนวโน้วเศรษฐกิจโลก และปัจจัยของความไม่สงบ

 

        โดยค่าเงินดอลลาร์สหรัฐมีการแข็งค่าขึ้น หลังเฟดคาดการณ์ว่า GDP Q2/17 จะขยายตัวมากกว่า 4 % (-Gold)

 

        ขณะที่แนวโน้มเศรษฐกิจโลก ไม่ค่อยจะสู้ดีนัก เนื่องจากสหรัฐฯที่นำโดยทรัมป์ มีการออกคำสั่งทบทวบการนำเข้าสินค้าจากประเทศคู่ค้า ซึ่งการกระทำแบบนี้มีโอกาสที่จะเกิดมาตรการกีดกันทางการค้าสูงมากขึ้น(+Gold)

 

        ส่วนปัจจัยของความไม่สงบเริ่มลดลง หลังทรัมป์มีแนวคิดที่จะเปิดการเจรจาแบบสันติกับผู้นำเกาหลีเหนือ โดยที่ทรัมป์ทำแบบนี้เพราะจีนไม่เอาด้วย ซึ่งสัปดาห์ก่อนจีนเปิดเผยจุดยืน เรื่องของเกาหลีเหนือว่าจะใช้การเจรจาเท่านั้น(-Gold)

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ข้อคิดหลังผ่าน 100 วันของทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ข้อคิดหลังผ่าน 100 วันของทรัมป์” 

 

 

ทรัมป์อยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯครบ 100 วันแล้วมีอะไรที่เปลื่ยนไปไหม ?

 

1.นโยบายประชานิยม หรืออีกชื่อหนึ่ง “นโยบายขายฝัน” อย่างการปฏิรูปภาษีของทรัมป์ คาดว่าทำได้ยากมากๆ เพราะไม่มีนักเศรษฐศาสตร์คนใดกล้ารับรองว่าจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯขยายตัวได้จริง แต่หากปฏิรูปภาษีผ่านได้จริง ก็อาจเป็นอีกหนึ่งนโยบายที่สร้างหนี้ให้แก่สหรัฐฯเอง

 

2.แม้ทรัมป์มีเสียงข้างมากอยู่สภาล่างและสภาบน ก็ผ่านร่างอะไรไม่ได้ง่าย เพราะเมื่อเดือน มี.ค. ทรัมป์ได้มีการขอสภาคองเกรสให้ลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย “อเมริกันเฮลธ์แคร์” ให้มาแทน “โอบามาแคร์” แต่ผลปรากฏว่าสภาล่างและสภาบนไม่ผ่านร่างดังกล่าว เนื่องจากประชาชนขู่ว่าหากคนในสภาล่างและสภาบนโหวตผ่านร่างกฎหมายดังกล่าวจะไม่เลือกคนนั้นอีก แสดงให้เห็นว่ามีเสียงข้างมากใช่ว่าจะทำนโยบายอะไรก็ได้

 

3.ถือว่าข้าใหญ่ เพราะตั้งแต่  ทรัมป์เข้ามาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐฯ ก็เริ่มทำการทบทวบสินค้านำเข้าจากประเทศต่าง  ยังไม่รวมถึงการขึ้นภาษีกับประเทศผู้ค้า ยกตัวอย่าง แคนนาดาที่สหรัฐฯเรียกเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อน แต่หากมองย้อนมุมกลับกัน หากประเทศคู้ค้าสหรัฐฯ รวมหัวกันไปพึ่งจีนมากขึ้น อาจจะสร้างปัญหาให้กับสหรัฐฯได้มากทีเดียว

ทั้งนี้สิ่งที่ทรัมป์ทำมาทั้งหมดบอกได้ว่า ประชาชนเองก็ไม่ชอบผลงานของทรัมป์นัก เนื่องจากผลโพลล์ของเอบีซี ได้สำรวจความพึงพอใจของชาวสหรัฐฯ ปรากฏว่ามีเพียง 42% ที่ชอบผลงานของทรัมป์

 

       สุดท้ายหากอยากรู้ว่าทรัมป์เตรียมจะทำนโยบายอะไร เราจะรู้ได้ไม่ยากเพียงไปที่ทวิตเตอร์ชื่อ “Donald J. Trump”  เพราะทรัมป์ชอบที่จะทวิตนโยบายต่างๆที่จะประกาศใช้จริง เปรียบเหมือนการโยนหินถามทาง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 01-05 MAY-17

Weekly Economic Focus 01-05 MAY-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

สหรัฐ

       ครบ 100 วัน การเข้ารับตำแหน่งของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐฯคนที่ 45 ซึ่งสื่อมองว่าเป็นการคว้าน้ำเหลวของทรัมป์ตลอดระยะเวลา 100 วันที่เข้ารับตำแหน่ง

       ตอนนี้ทรัมป์กำลังหาทางลดรายจ่าย และเพิ่มรายได้ โดยการส่งคำสั่งให้กระทรวงพาณิชย์และสำนักงานผู้แทนการค้าสหรัฐฯ เปิดฉากการทบทวนข้อตกลงการค้าและการลงทุน โดยให้เวลาทบทวน 180 วัน ทั้งนี้การเกิดคำสั่งดังกล่าวอาจตามมาด้วยการเกิดของกำแพงภาษีที่เพิ่มขึ้น หรือมาตรการเพิ่มเติมต่อคู่ค้าของสหรัฐฯ

       ในวันเสาร์ที่ผ่านมาเริ่มมีการซ้อมรบระหว่าง 3 ประเทศ คือ สหรัฐฯ เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น ซึ่งการกระทำดังกล่าวคาดว่าเป็นการแสดงแสนยานุภาพทางทหารเพื่อขู่เกาหลีเหนือ

       ขณะที่ประเด็นการ shut down ของภาพรัฐในสหรัฐฯ ถูกขยายไปถึงวันที่ 5 พ.ค. หลังสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐลงคะแนนเสียง 382-30 เสียงให้ผ่านร่างกฎหมายงบประมาณชั่วคราวที่จะทำให้รัฐบาลมีงบประมาณในการใช้จ่ายต่อไปอีก 1 สัปดาห์

       ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ อย่าง GDP Q1/2017 ประกาศออกได้น่าตกใจเป็นอย่างมาก โดยออกมาที่ 0.7% นับเป็นตัวเลขต่ำสุดในรอบ 9 เดือน

 

จีน

       จีนเผยจุดยืนเรื่องของเกาหลีเหนือ ต้องถือการเจรจาอย่างสันติเป็นหลัก โดยคาดว่าเป็นการส่งสัญญาณให้กับสหรัฐฯว่าจะทำอะไรที่รุนแรงในทวีเอเชีย

       สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนมีรายงานในวันเสาร์ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนเม.ย.ชะลอตัวที่ระดับ 54

 

เกาหลีเหนือ

       ได้มีการทดสอบยิงขีปนาวุธในวันเสาร์ แต่ไม่ประสบความสำเร็จ โดยขีปนาวุธเกิดระเบิดหลังจากที่ยิงออกไปเพียงไม่กี่วินาที ทั้งนี้เชื่อว่าแรงจูงใจที่ทำให้เกาหลีเหนือทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งนี้ เพื่อเป็นการตอบโต้การซ้อมรบของสหรัฐฯ ญี่ปุ่น และเกาหลีใต้

 

ยุโรป

       ยังไม่มีและมากนัก เนื่องจากกำลังรอการเลือกตั้งของฝรั่งเศสรอบ 2 ที่จะมีขึ้นวันที่ 7 พ.ค. นี้ ระหว่างนายแอมานุแอล มาครง กับนางมารีน เลอ แปน ทั้งนี้ยังมีโอกาสที่นายแอมานุแอล มาครงจะชนะการเลือกตั้งดังกล่าวที่สูงกว่านางมารีน เลอ แปน

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณ สหรัฐฯจะกลับมาแข็งแกร่ง”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์ส่งสัญญาณ สหรัฐฯจะกลับมาแข็งแกร่ง”

 

 

ในช่วงสัปดาห์นี้สหรัฐฯมีการออกนโยบายมามากมายได้แก่

      - การปฏิรูปภาษี โดยจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลสู่ระดับ 15% จากเดิม 35% และลดภาษีเงินได้ของธุรกิจขนาดย่อมจากเดิม 39.6% ให้เหลือ 15% เท่ากัน

      - ดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศ

      - เตรียมเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา

 

      โดยมีสมมติฐานว่า ทรัมป์กำลังพยายามจะทำให้เข้านโยบาย “Buy American, Hire American” ซึ่งจะเพิ่มรายได้ ลดรายจ่ายสหรัฐฯ

แต่นี่ถือเป็นการเปิดศึกการค้าระหว่างประเทศเลยที่เดียว จาก 2 นโยบายหลักๆ คือ

  

      การเริ่มดำเนินการตรวจสอบการนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศ นับได้ว่าเป็นก้าวแรกที่เริ่มกีดกันเหล็กที่เข้ามาในสหรัฐฯ ซึ่งอาจทำให้ประเทศต่างๆที่ส่งเหล็กเข้าสหรัฐฯมีรายได้ที่ถดถอยลง ส่วนอีกเรื่องคือ สหรัฐฯเตรียมเก็บภาษี 20% ต่อการนำเข้าไม้เนื้ออ่อนจากแคนาดา เพื่อเป็นการปกป้องอุตสาหกรรมไม้ของสหรัฐฯ หลังสืบทราบมาว่าอุตสาหกรรมนี้ในแคนาดาได้รับเงินอุดหนุนจากรัฐบาลตัวเอง ทำให้มีต้นทุนที่ต่ำกว่าการผลิตไม้ในสหรัฐฯ จนสู้ราคาค่อนข้างลำบาก

      ต้องมาดูกันต่อไปว่านโยบายหลังจากนี้จะมาในรูปแบบการอัดฉีดหรือกีดกันการค้ามากกว่ากัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการปฏิรูปภาษีทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ตีแตกการปฏิรูปภาษีทรัมป์”

 

 

ในช่วงนี้คงได้ยินข่าวเกี่ยวกับสหรัฐฯที่นำโดย นายโดนัลด์ ทรัมป์ว่า จะมีการปฏิรูปภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิมที่เก็บอยู่ที่ 35% จะหั่นลงให้เหลือแค่ 15% ซึ่งสามารถมองได้ 2 มุม ว่ามาตรการนี้จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจสหรัฐฯได้จริงหรือไม่

 

      ถ้ากระตุ้นได้จริงคาดว่าการลดภาษีจะทำให้ประชาชนของสหรัฐฯอาจมีการใช้จ่ายหรือกระตุ้นการใช้จ่ายที่มากขึ้น ทำให้มีเงินไหลเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น เป็นการกระจายเงินที่มากขึ้นตาม การที่เศรษฐกิจขยายตัวทำให้รัฐสามารถจัดเก็บภาษีได้มากขึ้น หากเกิดในลักษณ์นี้จะทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้น ทั้งนี้นายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯ หนุนมาตรการดังกล่าว และมองว่าจะทำให้เศรษฐกิจโตมากกว่า 3% ต่อปี

 

      แต่ถ้ามาตรการนี้ไม่ได้ผลอย่างที่คาดหวังล่ะ  เนื่องจากในปัจจุบันแนวโน้มการใช้ดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐฯมีสูงขึ้นเรื่อยๆ แสดงถึงว่าหากประชาชนของสหรัฐฯกู้เพื่อมาลงทุนจากแรงจูงใจด้วยการเก็บภาษีที่ลดลง จะมีต้นทุนการกู้ยืมที่เพิ่มตาม เพราะแนวโน้มดอกเบี้ยที่จะสูงขึ้นในอนาคต และหากมาตรการลดภาษีไม่ได้ทำให้เกิดการใช้จ่ายจะเป็นการตัดรายได้ของรัฐบาลสหรัฐฯแทน ซึ่งในตอนนี้หนี้สาธารณะสหรัฐฯสูงถึง $19.88 ล้านล้าน

 

      ทั้งนี้ต้องตามต่อว่ามาตรการดังกล่าวจะมีผลส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯพุ่ง หรือจะส่งให้เศรษฐกิจสหรัฐฯตกต่ำกันแน่

 

 

อ่านต่อ

ถึงเวลาเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีของทรัมป์

ถึงเวลาเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีของทรัมป์

 

 

      โดยในคืนนี้เวลา 00:30 น. ประเทศไทย จะมีการเปิดเผยรายละเอียดของมาตรการปฏิรูปภาษี และคาดการณ์จะมีการปฏิรูปภาษีเงินได้นิติบุคคลจากเดิมเก็บอยู่ที่ 35% และจะกลับมาเก็บภาษีดังกล่าวให้เหลือ 15% ซึ่งนายสตีเวน มนูชิน รมว.คลังสหรัฐฯ หนุนมาตรการดังกล่าวว่าจะทำให้เศรษฐกิจขยายตัวมากกว่า 3% ต่อปี

 

อ่านต่อ

ตลาด TFEX ไม่ได้มีแค่ SET50 Futures !!

ตลาด TFEX ไม่ได้มีแค่ SET50 Futures !!

 

 

TFEX ประกอบไปด้วย #Futures และ #Options
 


Futures ก็ประกอบไปด้วยสินค้าหลากหลายกว่า เริ่มตั้งแต่ 
 

 

#SET50Futures 
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 7,600 บาท
1 จุด มีมูลค่า 200 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.1 จุด
นั่นหมายความว่าได้เสีย การเคลื่อนไหวต่อ 0.1 จุด เท่ากับ 20 บาท
วันนึงเคลื่อนไหวเฉลี่ยตั้งแต่ 3-10 จุด
นั่นคือวันนึงมีโอกาสกำไรขาดทุนได้ ตั้งแต่ 600 - 2,000 บาท

SET50 Futures คนนิยมเทรดเยอะสุด
การเคลื่อนไหวหวือหวา
เหมาะทั้งสไตล์ Day Trade เก็บกินภายในวัน 
(ก็แล้วแต่วันเพราะบางวันก็นิ่งซะ)
หรือจะเป็นแบบ Swing Trade เก็บกินจังหวะการแกว่งตัวในแนวโน้มหลัก
ซึ่งสามารถถือ Positions ข้ามวันได้แต่ต้องบริหารเงินหน้าตักดีๆนะครับ


#GoldFutures 
มี 2 ขนาด คือน้ำหนัก 10 บาททอง และ 50 บาททอง
ราคาที่เทรดกันเป็นทอง 96.5%

GF10 (น้ำหนัก 10 บาททอง)
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 8,360 บาท
ได้เสีย ต่อราคา 10 บาท เท่ากับ 100 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 10 บาท

GF (น้ำหนัก 50 บาททอง)
ใช้เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 41,800 บาท
ได้เสีย ต่อราคา 10 บาท เท่ากับ 500 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 10 บาท

Gold Futures เวลาในการเทรดจะมากกว่าชาวบ้านเค้า คือเทรดได้ถึงนู่นเลย 4 ทุ่มครึ่ง เนื่องจากการเคลื่อนไหวราคา Gold Futures ในบ้านเรานั้นวิ่งสอดคล้องกับราคาทองในตลาดโลกรวมถึงค่าเงินบาทด้วย จึงทำให้ปิดดึกกว่าสินค้าตัวอื่น

เหมาะสำหรับคนที่ชื่นชอบทองเป็นชีวิตจิตใจ นอนดึกได้ 
ชอบเรื่องราวภาวะเศรษฐกิจและการเมืองโลก
ได้เสียเป็นเนื้อเป็นหนังถ้าถือข้ามคืนแบบถูก trend ^^
และเหมาะสำหรับช่วงเกิดวิกฤตต่างๆบนโลกใบนี้มันจะวิ่งขึ้นแบบน่าใจหายเลยทีเดียว


#SingleStockFutures 
มีทั้งหมด 93 ตัว ที่อยู่ใน SET100
เงิน Margin เริ่มต้นต่อสัญญา ก็แล้วแต่ว่าเป็น Stock Futures ตัวไหน 
Contract Size เท่ากับ 1,000 หุ้น 
ทั้ง 93 ตัว วาง Margin ไม่เท่ากัน 
มีตั้งแต่ หลักร้อยบาท ไปถึง หลักหมื่นบาท 
ขึ้นอยู่กับ ราคาของหุ้นตัวนั้นๆ เช่น 
ถ้าเป็น AOT Futures ก็วาง 19,000 บาท
CK Futures ก็วาง 2,090 บาท
ในขณะที่ตัวเล็กๆอย่าง BTS Futures วาง 380 บาท
ราคาในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.1 บาท
นั่นหมายความว่าได้เสีย การเคลื่อนไหวต่อ 0.1 บาท เท่ากับ 100 บาท

เหมาะสำหรับมือใหม่อย่างแท้จริง 
ด้วยการเริ่มทดลองเทรดจริงด้วยเงินลงทุนน้อยๆ

ส่วนคนเงินลงทุนเยอะขึ้นมาหน่อย และมองว่าบางตัวเคาะในกระดานแล้วไม่มี volume เพียงพอ ก็สามารถทำ #BlockTrade กันได้


#RubberFutures (RSS3D Futures)
มี 2 แบบ คือ
RSS3 แบบไม่ส่งมอบ
RSS3D แบบส่งมอบ (แบบนี้คนนิยมกว่า)
เงินวาง Margin เริ่มต้นต่อสัญญา 49,400 บาท
มีให้เทรด 7 ช่วงอายุรายเดือน

ใครที่ไม่มีที่เก็บยาง เก็งกำไรอย่างเดียวก็ไปเทรดเดือนไกลๆกันนะจ๊ะเช่น เดือน 6 หรือเดือน 7
Contract Size 5,000 กิโลกกรัม
ในกระดานขยับขั้นต่ำ tick ละ 0.05 บาท
นั่นหมายความว่าได้เสีย 0.05 บาท ต่อ 250 บาท

ยางเป็นสินค้าเกษตรมักจะเคลื่อนไหวเป็นรอบๆ
เหมาะสำหรับเก็งกำไรและผู้ที่เกี่ยวข้องในอุตสาหกรรมยาง
เพื่อทำ Hedging ป้องกันความเสี่ยง
เท่าที่สังเกตมักชอบที่จะวิ่งตามราคายาง TOCOM


สำหรับ Options ปัจจุบัน มีให้เทรด Product เดียวคือ
#SET50Options แต่แค่ตัวเดียว ก็มีทั้ง Call และ Put
แถมด้วย ใน Call และ Put ก็มีอย่างน้อย 5 Strike Price
เรียกว่าถึงแม้ Options จะมี SET50 เป็น Product ตัวเดียว
แต่ก็สามารถสร้างสรรค์กลยุทธ์ได้อย่างหลากหลายมากๆ
ซึ่งสามารถเทรดร่วมกันกับ SET50 Futures ได้ด้วย
ได้เสียจุดละ 200 บาท เหมือนกันเลย

เหมาะสำหรับมือเก๋า ที่อยากหาวิธีการใหม่ๆที่ต่างจากเดิม
ให้ตอบโจทย์ การหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในทุกสถานการณ์

หรือจะเป็นมือใหม่ก็สามารถเข้ามาหาประสบการณ์
ด้วยการเทรดจริงโดยใช้เงินทุนไม่มากได้เช่นกัน


การเงินการลงทุนเป็นเรื่องที่เราต้องใส่ใจวางแผน
สะสมประสบการณ์ไปเรื่อยๆ 
ไม่มีหรอกทางลัดอ่ะ

มันจะง่ายไปมั้ยที่อยู่ดีๆมีคนมาบอกคุณว่า 
เอาเงินมาเดี๋ยวเราเทรดให้และแถมการันตีได้กำไรเดือนละ 10-20% 
ปีนึงเป็น 100% เลยนะนั่น

ถ้ามีใครมาบอกคุณแบบนี้ 
สันนิษฐานไปก่อนเลยว่า โดนหลอกแน่ๆ 
หลายครั้งที่มีคนมาเล่าให้ฟังแบบนี้แล้วถามว่ามันจริงมั้ย 
มันเริ่มเข้ามาใกล้ตัวคุณเรื่อยๆ ข่าวโดนหลอกก็มีครึกโครม 
ตั้งสตินะครับ อย่าให้ความโลภครอบงำ

เงินคุณคุณต้องลงมือเริ่มต้นด้วยตัวเอง 
ด้วยความเป็นห่วง จริงๆนะ
Love U
.
.
ปล อัตรา Margin อ้างอิงวันที่ 18-04-2017 ทั้งนี้อาจมีการเปลี่ยนแปลงได้

 

โดยคุณจรณเวท  ศักดิ์ศรี

ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด

บ.ออสสิริส ฟิวเจอร์ส

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองลง 2 วันติด เกิดปัจจัยกดดันใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ทองลง 2 วันติด เกิดปัจจัยกดดันใหม่”

 

 

- มีแนวโน้มที่ฝรั่งเศสอาจไม่ออกจากสหภาพยุโรป

- วันครบรอบสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลีเหนือ ผ่านไปอย่างราบรื่น

- ทรัมป์อาจเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษีสัปดาห์นี้

- ราคาทองคำ 2 วันลง $21 (-1.64%)

 

       การที่ราคาทองคำปรับลง 2 วันติดต่อกันนับได้ว่าโดน 3 ปัจจัยกดดันอย่างต่อเนื่อง เพราะในวันจันทร์ทั่วโลกได้รู้ว่า การเลือกตั้งฝรั่งเศสในรอบแรกผู้มีคะแนนเสียงเยอะที่สุดคือ นาย Macron ผู้ที่ชูนโยบายหลักด้วยการอยู่ในสหภาพยุโรปต่อไป นี่เป็นปัจจัยแรกที่ทำให้ราคาทองคำไม่สามารถไปต่อได้

 

      ขณะที่ปัจจัยที่สองคือ ภาพความขัดแข้งของเกาหลีเหนือและสหรัฐฯลดลง โดยเมื่อวานที่ผ่านมาเป็นวันสถาปนากองทัพประชาชนเกาหลีเหนือในปีที่ 85 ซึ่งปกติเกาหลีเหนือจะมีการทดลองนิวเคลียร์ หรือการยิงขีปนาวุธ แต่ในครั้งนี้มีแค่การยิงปืนใหญ่เท่านั้น แสดงถึงมาตรการที่สหรัฐฯทำมาโดยตลอดเริ่มมีผลบ้าง ภาพความเป็น Safe Haven ของทองคำเริ่มลดลง

 

      และสุดท้ายปัจจัยที่สามที่สามารถกดดันราคาทองคำได้มากที่สุดคือ ทรัมป์จะมีการกล่าวถึงรายละเอียดการปฏิรูปภาษีครั้งใหญ่ โดยมีการคาดการณ์ว่าจะลดภาษีเงินได้นิติบุคคลเหลือ 15% จากเดิมที่เรียกเก็บอยู่ที่ 35% ทั้งนี้ตลาดหุ้น NASDAQ ของสหรัฐฯมีการขานรับและปรับขึ้นทำจุดสูงสุดในประวัติศาสตร์ที่ 6,000 จุด แสดงถึงเม็ดเงินทุนเริ่มกลับไปที่ตลาดสหรัฐฯอีกครั้ง

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ผลกระทบของการเลือกตั้งฝรั่งเศส

ประเด็นวันนี้ “ผลกระทบของการเลือกตั้งฝรั่งเศส

    

 

     หลังจากเมื่อวานที่ผ่านมาเกิดการเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบแรกก็ได้ข้อสรุปว่า นาย Macron เป็นผู้ชนะในครั้งนี้ แต่คะแนนที่ได้ไม่ห่างจากผู้สมัครรายอื่นมากนัก โดยนาย Macron ได้คะแนนเสียงเพียง 24% ทำให้เข้าเงื่อนไงที่ว่าไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. โดยจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก นั่น คือ นาย Macron และนาง LePen

    

     โดยการที่นาย Macron ชนะทำให้ตลาดหุ้นสหรัฐฯ ยุโรป ปรับขึ้นแรง แต่ตลาดทองคำปรับลงแรง ทั้งนี้มีการคาดในการเลือกตั้งในวันที่ 7 พ.ค. นาย Macron จะชนะในครั้งที่สอง

 

     ซึ่งการที่นาย Macron ชนะ ส่งให้ตลาดมีความเชื่อมั่นว่าฝรั่งเศสจะยังอยู่กับสหภาพยุโรปต่อไป และจะทำให้ตลาดหุ้นปรับขึ้นได้อีก แต่หากเกิดเซอร์ไพร์ส คือ นาง LePen กลับได้เป็นผู้ชนะ อาจเกิดการเปลี่ยนแปลงของสหภาพยุโรปอย่างแน่นอน โดยปัจจัยดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจยุโรปผันผวน และเป็นปัจจัยที่ทำให้ราคาทองคำปรับขึ้น

 

 

อ่านต่อ

Economic Insight : ตอน Brexit...สะกิดใจ

Economic Insight : ตอน Brexit...สะกิดใจ

 

 

โดยคุณกมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

                                     

            ระหว่างที่ดูการประชุมสภาอังกฤษในประเด็นมาตรา 50 ที่จะเป็นการปิดประตูจากการหันหลังกลับเข้าสู่อ้อมกอดของสหภาพยุโรปของอังกฤษ ก็อดไม่ได้ที่จะชื่นชมคุณเทเรซ่า เมย์ นายกรัฐมนตรีคนที่ 76 และผู้นำหญิงคนที่สองของอังกฤษ (คนแรกนางมาร์กาเร็ต แธทเชอร์) ด้วยท่าทีที่เข้มแข็งวิธีการโต้ตอบข้อโต้แย้งที่สะท้อนกระดูกที่แข็งปั้กในเวทีการเมือง และถ้าย้อนดูประวัติของผู้นำหญิงท่านนี้ก็ไม่แปลกใจที่จะแสดงออกได้ถึงความเป็นผู้นำได้อย่างเด่นชัด เพราะเคยดำรงตำแหน่งทางการเมืองมาแล้วหลายตำแหน่งในช่วงกว่าสองทศวรรษ รวมถึงการนั่งในตำแหน่งรัฐมนตรีกระทรวงมหาดไทย แม้ว่าก่อนหน้าได้รับการเลือกตั้งคุณเทเรซ่า เมย์เคยอยู่ฝั่งที่คัดค้านการออกจากอียูก็ตาม แต่ก็นะเวลาเปลี่ยนคนเปลี่ยน การเมืองยังไงก็ยังเป็นการเมืองวันยังค่ำ แต่ยิ่งเสพข่าวเรื่อง Brexit ของอังกฤษนานเท่าใดยิ่งรู้สึกว่าการเดินหน้าตามผลประชามติครั้งนี้มีเรื่อง “สะกิดใจ” อยู่ไม่น้อย

 

ออกจากอียูได้ “ใจ” ใคร

            จากข้อสรุปที่ชัดเจนคือเส้นทางนี้เดินกันยาว ๆ อีกสองปี คาดว่าจะดำเนินการออกจากอียูแล้วเสร็จประมาณเดือนมีนาคมปี 2562 ระหว่างทางก็วิบากไม่น้อยเพราะมีเรื่องต้องปรับต้องแก้กันอีกพอดูตั้งแต่การนำกฎหมายเดิมมาใช้งานแทนกฎหมายอียู ข้อตกลงทางการค้า เงื่อนไขทางการเมืองและเศรษฐกิจอื่น เช่น การจ่ายเงินสมทบ การรับผู้อพยพ ฯลฯ ถ้าเราอ่านการเจาะวิเคราะห์ประเด็น Brexit มักจะออกมาในทาง “กังวล” “ไม่แน่นอน” หรือออกไปในทางลบ แต่ในอีกมุมหนึ่งการที่ประชาชนอังกฤษลงประชามติที่จะแยกตัวก็มีเหตุอันน่าคิดสองสามประการ เรื่องแรกคือขั้วอำนาจเศรษฐกิจเริ่มเปลี่ยน หลายชาติเริ่มมีบทบาทในเศรษฐกิจโลกอย่างเห็นได้ชัด เช่น ประเทศกลุ่ม BRICS การปฏิบัติตามเงื่อนไขอียูทำให้ต้องคิดเยอะในการทำการค้ากับประเทศเหล่านี้ทั้งที่มีผลประโยชน์ร่วมมากมาย ประกอบกับเศรษฐกิจยุโรปก็ใช่ว่าจะดี เละกันไปตั้งแต่หลังวิกฤตแฮมเบอเกอร์เรียกว่ายืนไม่ตรงกันเป็นแถบการออกจากอียูอาจจะเป็นทางเลือกที่ดีในระยะยาวด้วยซ้ำในมุมมองส่วนตัว ในกรณีที่ยุโรปเกิดวิกฤตทางการเงิน (ซึ่งคงหนี้ไม่พ้นวัฏจักรนี้ก็เล่นสะสมหนี้กันไว้ซะเต็มกระเป๋า) อังกฤษที่ไม่ได้อยู่ในยุโรปก็จะรับผลกระทบไม่มาก เพราะว่านี่อังกฤษนะฮะไม่ได้อยู่ในยุโรป ประการที่สองงบประมาณที่ต้องจ่ายสบทบอียูซึ่งทุกปีก็ขาดทุนมาตลอดต้องจ่ายมากกว่ารับ ได้แต่กล่องแต่ประโยชน์จับต้องยาก สู้ออกแล้วเอาเงินภาษีมาใช้ด้านอื่นน่าจะดีกว่า นอกจากนี้การที่ไม่ต้องปฏิบัติตามกฎหมายของศาลยุติธรรมของอียูก็จะเป็นการลดข้อจำกัดด้านกฏหมายภายในไปได้มากทีเดียว ประการสุดท้ายเรื่องรับผู้อพยพก็ปวดใจคนอังกฤษตกงานตาปริบ ๆ แต่ยังรับชาวต่างชาติที่ต้นทุนแรงงานต่ำกว่ามาแย่งงาน ที่สำคัญหลัง ๆ นี้ก็ก่อการร้ายกันเยอะไปไหมล่าสุดนี่ก็โดนที่รัสเซีย อังกฤษเองก็ตกเป็นเป้าก่อการร้ายด้วยเช่นกันในมุมของผู้ที่โหวตออกก็คงมีเรื่องราวเหล่านี้เป็นตัวแปรก่อนจรดปากกา

 

 

เส้นทางที่เดินอยู่ไว้ “ใจ” ได้ไหม

            ถ้าประเมินจากสถานการณ์ปัจจุบันเส้นทางนี้น่าจะไม่ได้โรยด้วยกลีบกุหลาบแต่ก็ไม่ได้มีแต่ขวากหนามซะทีเดียว ส่วนที่ยากคงเป็นเรื่องเงื่อนไขที่มีอยู่เดิม ตัวบทกฎหมาย (บีบีซีรายงานว่าอาจจะต้องมีกฎหมายที่ต้องแก้ไขถึง 1000 ฉบับ) และการปรับตัวของภาคธุรกิจเองเพื่อตอบรับต่อเงื่อนไขการค้าที่จะดำเนินไปหลังจากอังกฤษแยกตัว เพราะการค้าขายกับชาติในอียูจะไม่ได้ง่ายเช่นเดิมแล้ว นอกจากนี้ยังต้องเผชิญต่อปัญหาเงินเฟ้อที่จะเริ่มสูงขึ้น ผลกระทบต่อภาคธุรกิจที่มีการพึ่งพาชาติในอียูอันนี้ก็ถือเป็นอีกสาระสำคัญ นี่เป็นเพียงปัญหาภายใน ในกรณีที่แย่กว่าคืออังกฤษสามารถเดินออกจากอียูได้อย่างไม่มีปัญหา เศรษฐกิจดีขึ้น รัฐบาลหรือการบริหารประเทศมีเอกภาพมากขึ้นอาจจะกลายเป็นต้นแบบให้ประชาชนชาติอื่นในอียูอาจเลือกเดินตามรอยอังกฤษ ผมเชื่อว่าคงมีประชาชนหลายชาติคิดแบบนี้ไม่น้อยไม่เชื่อก็ลองให้ลงประชามติแบบอังกฤษสิครับ รู้เรื่อง

 

            แม้ประเด็นการออกจากอียูของอังกฤษวันนี้อาจจะเป็นเปลี่ยนแค่การเปลี่ยนแปลงในเชิงการเมืองที่ได้รับการยอมรับจากประชาชนส่วนใหญ่แต่ก็ต้องไม่ลืมว่าการเปลี่ยนแปลงทุกครั้งนำมาซึ่งมาตรฐานใหม่ ผมเชื่อว่าหลายประเทศจับตาดูอังกฤษในฐานะห้องทดลองขนาดใหญ่ที่ต้องการผลในหลายด้าน ทั้งการเมือง เศรษฐกิจ สังคมที่สำคัญ “คนในชาติ” ว่าตอบรับต่อปัญหาและความไม่แน่นอนอย่างไร ไม่ว่าผลจะดีหรือร้ายผลลัพธ์ของการทดลองนี้ย่อมก่อนให้เกิดการเปลี่ยนแปลง เมื่อรู้ว่าโลกจะต้องเปลี่ยน รู้ว่าแบบเก่ามันไม่เวิร์ค และรู้ว่าทางที่ควรเดินเป็นอย่างไร แล้วจะรออะไรคุณว่าจริงไหม?

 

ที่มา : หนังสือพิมพ์สยามอินชัวร์

 

 

อ่านต่อ

สรุปผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส กับความเซอร์ไพรส์เล็กๆที่เกิดขึ้น

สรุปผลการเลือกตั้งฝรั่งเศส กับความเซอร์ไพรส์เล็กๆที่เกิดขึ้น

 

       เป็นอันว่าการเลือกตั้งฝรั่งเศสในรอบแรก นาย Macron เป็นผู้ชนะในครั้งนี้ แต่คะแนนที่ได้ไม่ห่างจากผู้สมัครรายอื่นมากนัก โดยนาย Macron ได้คะแนนเสียงเพียง 24% ทำให้เข้าเงื่อนไงที่ว่าไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% และจะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. โดยจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก นั่น คือ นาย Macron และนาง LePen 

 

       ขณะที่การเลือกตั้งมีความเซอร์ไพรส์เล็กๆ เพราะ Poll ก่อนการเลือกตั้งนาง LePen เป็นผู้มีคะแนนนำในโค้งสุดท้าย หลังเกิดเหตุการณ์ก่อการร้ายในกรุงปารีส และนางเหมือนตายตอนจบ เนื่องจากการที่นางเล่นกับกระแสนี้มากเกินไป ทำให้ประชาชนเห็นภาพของความแตกแยกในอนาคต คะแนนที่ควรจะเป็นของนาง จึงไปตกอยู่กับผู้สมัครรายอื่นอย่าง นาย Macron และนาย Fillon แทน ทั้งนี้นายแบร์นาร์ด กาซเนิฟว์ นายกรัฐมนตรีฝรั่งเศส ชี้ว่าให้เห็นว่า นางมารีน เลอเปน สร้างความแตกแยกในหมู่ประชาชนจากเหตุการณ์โจมตีกรุงปารีส ซึ่งนางมีการกล่าวถึงมาตรการไล่ชาวต่างชาติที่หน่วยข่าวกรอบกำลังจับตาอยู่คาดได้ว่าตอนแรกชาวต่างชาติเหล่อนั้นคงไม่ได้คิดจะจะทำการก่อการร้าย แต่หากมีมาตรการดังกล่าวออกมาจริง อาจสร้างความโกธรแค้นกับกลุ่มคนดังกล่าวไม่มากก็น้อย ที่อาจเป็นจุดตัดที่ทำให้กลุ่มคนเหล่อคิดถึงเรื่องการเอาคืน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์เริ่มขยับ สั่งกระตุ้นเศรษฐกิจ”

ประเด็นวันนี้ “ทรัมป์เริ่มขยับ สั่งกระตุ้นเศรษฐกิจ”

 

 

     โดนัลด์ ทรัมป์ กำลังดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีครบ 100 วันแล้ว มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่างๆที่ทรัมป์สัญญาว่าจะทำ อย่าง การปฏิรูปภาษีและกระตุ้นการใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐาน ก็ยังไม่ออกมาเป็นชิ้นเป็นอัน เศรษฐกิจสหรัฐที่คาดจะขยายตัวก็ชะงัก ซึ่งที่ผ่านมาในเดือนกุมภาพันธ์ ทรัมป์กล่าวว่าจะออกนโยบายปฏิรูปภาษีครั้งใหม่ แต่เราก็ยังไม่เห็นอะไรนัก นอกจากการสั่งโจมตีประเทศต่างๆ ซึ่งสร้างความกังวลให้กับประชาชนทั้งของสหรัฐฯเอง และประเทศอื่นๆเป็นอย่างมาก

 

     ล่าสุดทรัมป์เริ่มขยับด้านนโยบายเศรษฐกิจเพื่อเรียกคะแนนเสียงบ้าง  โดยกล่าวว่าจะเปิดเผยรายละเอียดแผนการปฏิรูปภาษีในสัปดาห์นี้ ซึ่งคาดว่าจะมีการลดภาษีนิติบุคคลจากเดิม 35% ให้เหลือ 15% ผลลัพธ์ที่ออกมาน่าจะช่วยอะไรได้หลายอย่างเช่น

- เพิ่มแรงจูงใจในการทำธุรกิจของประชาชน เพราะมีต้นทุนที่ลดลง

- ประชาชนมีต้นทุนค่าครองชีพที่ลดลง เนื่องจากการจ่ายภาษีที่น้อยลง

- อาจมีการใช้จ่ายมากขึ้น จากการที่ประชาชนมีเงินเหลือเพิ่มขึ้น

- อาจเกิดการกระจายของเงินในระบบเศรษฐกิจสหรัฐฯมากขึ้น

 

     โดยสรุปมาตรการดังกล่าวหากออกมาจริงจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯมีการขยายตัวมากขึ้น ซึ่งจะส่งให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯแข็งค่าตามลำดับ

     

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 24-28 APR-17

Weekly Economic Focus 24-28 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

      

       สหรัฐฯ

       ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ มีคำสั่งใหม่ให้คณะทำงานเร่งตรวจสอบว่า การนำเข้าเหล็กกล้าจากต่างประเทศเป็นผลเสียต่อเศรษฐกิจสหรัฐฯหรือไม่ และส่งรายงานผลการสอบสวนโดยเร็วที่สุด

      

       ยุโรป

       IMF เริ่มกังวลว่า ในกรณีที่นางมารีน เลอเปน จากพรรค National Front (FN)ชนะการเลือกตั้งในฝรั่งเศส จะวิกฤตใหม่ของยุโรป

       ในวันอาทิตย์ ฝรั่งเศสเริ่มมีการจัดการเลือกตั้ง และจะปิดหีบในเวลา 01:00 ตามเวลาประเทศไทย ทั้งนี้ประชาชนของฝรั่งเศสที่มีสิทธิเลือกตั้งทั้งหมดรวม 47 ล้านคน และหากผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% จะได้เป็นประธานาธิบดี แต่หากไม่มีผู้สมัครคนใดได้เสียงเกินกว่า 50% จะต้องมีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 7 พ.ค. ซึ่งจะเป็นการแข่งขันระหว่างผู้สมัครที่มีคะแนนเสียงมากที่สุด 2 คนแรก จากการเลือกตั้งในวันที่ 23 เม.ย.

      

       อังกฤษ

       นางเทเรซา เมย์ ผู้เป็นนายกของอังกฤษยุบสภา และกำหนดการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิ.ย. ส่งตลาดหุ้นอังกฤษลงมากกว่า 1.8%

      

       เกาหลีเหนือ

       ยังไม่หยุดล่าสุด เล่นสงครามประสาท โดยกล่าว่าจะจม เรือรบสหรัฐฯ (คาร์ล วินสัน) ด้วยการโจมตีเพียงครั้งเดียวเท่านั้น!!

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสวันอาทิตย์นี้”

 

 

     การเลือกตั้งครั้งนี้อาจเป็นอีกหนึ่งจุดเปลี่ยนสำคัญของยูโรโซนในปี พ.ศ.2560 เหตุผลที่ให้ความสำคัญของการเลือกตั้งฝรั่งเศส เพราะมีแนวโน้มที่ฝรั่งเศสอาจมีการเปลี่ยนแปลงทางการเมืองสูง และอาจออกจากสหภาพยุโรป

 

     ซึ่งทั่วโลกคงได้เห็นแล้วว่าผลกระทบจาก Brexit ในวันที่ 23 มิ.ย. 2016 ในครั้งนั้น ชาวสหราชอาณาจักร 52% เลือกที่จะออกจาก EU ก็ส่งผลให้ตลาดหุ้นทั่วโลกปั่นป่วนไปพอควร รวมถึงทองคำดีดขึ้น 4.6%  แต่เราอย่าลืมว่า UK เป็นแค่สมาชิกสหภาพยุโรปเท่านั้น แต่ฝรั่งเศสเป็นสมาชิกทั้งสหภาพยุโรป และยูโรโซน ถ้าหากฝรั่งเศสออกจากยูโรโซนผลกระทบที่ตามมาจะต้องมากกว่า ครั้งที่ UK ทำ Brexit อย่างแน่นอน

 

     ตัวเก็งของการเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศสมี 2 คนตอนนี้คือ

     1.นายเอมมานูเอล มาครอง ผู้ที่เคยเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจในยุคของนายฟรองซัวส์ ออลลองด์ ซึ่งตอนนี้เข้ามาในฐานะผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรคอิสระ ชูนโยบายหลัก

- อยู่กับสหภาพยุโรป และใช้ค่าเงินยูโรต่อไป

- เพิ่มความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจกับเยอรมนี

 

     2.นางมารีน เลอเปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีจากพรรค National Front FN ซึ่งเป็นพรรคฝ่ายขวา ชูนโยบายหลัก

- จัดประชามติเพื่อให้ประชาชนเลือกว่าจะออกจากสหภาพยุโรปหรือไม่ หากประชาชนเลือกที่จะออกจากสหภาพยุโรปจริง เธอจะเสนอให้กลับมาใช้ค่าเงินฟรังก์

- หยุดมาตรการรับผู้อพยพทุกช่องทาง และจัดทำกฎหมายการเข้าเมืองใหม่

ถ้าประชามติว่าออกจากยูโรโซน เยอรมนีอาจจะต้องแบกประเทศที่มีปัญหาเศรษฐกิจอย่าง กรีซและอิตาลีแทน

 

ขณะที่ผลโพลล์จาก telegraph ในวันที่ 19 เม.ย. นายเอมมานูเอล มาครอง มีคะแนนนำอยู่ที่ 23.6% และตามมาด้วยนางมารีน เลอเปนมีคะแนนที่ 22.5%

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ชี้ผลดีผลเสีย นโยบายสร้างงานของทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ชี้ผลดีผลเสีย นโยบายสร้างงานของทรัมป์”

 

 

     เราคงได้เห็นกันแล้วว่า ทรัมป์ได้สั่งการใช้นโยบาย “Buy American, Hire American” ในวันพุธที่ 19 เมษายน คล้ายๆประมาณนโยบายไทยช่วยไทย แต่คำสั่งดังกล่าวมีผลกระทบมากกว่าของไทยในเรื่อง การออกวีซ่าทำงานให้คนต่างด้าวที่ทำงานอยู่ในสหรัฐฯ

 

     เหตุผลในการออกคำสั่งดังกล่าวคือ เรากำลังเริ่มที่จะเพิ่มการจ้างงานของชาวสหรัฐฯ และปกป้องตำแหน่งงานของเรา ซึ่งเป็นการเดินตามนโยบายที่ทรัมป์ให้ไว้ตอนเข้ารับตำแหน่งประธานาธีบดีสหรัฐฯในวันที่ 20 มกราคม ว่า “อเมริกาต้องมาก่อน”

 

     คำสั่งดังกล่าวอาจสร้างงานให้ประชากรของสหรัฐฯได้จริง แต่จะเป็นการลดประสิทธิภาพในการดำเนินงานของบริษัทเอกชน ซึ่งมองถึงผลกระทบในข้อนี้ว่าค่อนข้างอันตรายต่อบริษัทเอกชนต่างๆเป็นอย่างมาก  ชี้ให้เห็นว่าคำสั่งดังกล่าวอาจจะเป็นตัวที่ฉุดเศรษฐกิจในภาคเอกชนของสหรัฐฯเอง เพราะแรงงานต่างๆในแต่ละประเทศก็มีจุดเด่นของเนื้องานที่ต่างกัน และจะไม่มีประเทศที่แรงงานเก่งทุกด้าน ซึ่งอาจเป็นที่มาของการย้ายฐานการผลิตหากมีบริษัทเอกชนในสหรัฐฯที่ต้องใช้ทรัพยากรบุคคลของชาวต่างชาติ รวมถึงจะถูกมองเป็นการกีดกันทางเชื้อชาติกลายๆได้ด้วย

 

     สรุปมองว่าคำสั่งเป็นผลเสียต่อสหรัฐฯมากกว่าผลดี เนื่องจากน่าจะเป็นการลดประสิทธิภาพการดำเนินงานของบริษัทต่างๆ ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐฯชะลอตัว และเป็นปัจจัยที่ฉุดค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯให้อ่อนได้ในระยะยาว

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งจริงหรือ ?”

ประเด็นวันนี้ “เศรษฐกิจสหรัฐฯ แข็งแกร่งจริงหรือ ?”​

    

 

     นับตั้งแต่ทรัมป์เข้ามารับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯในวันที่ 20 มกราคม จนถึงปัจจุบันยังไม่มีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจในรูปแบบนโยบายการคลังที่เป็นชิ้นเป็นอันเลย แม้ว่าทรัมป์จะเคยสัญญาตอนหาเสียงว่าจะมีมาตรการปฏิรูปภาษีซึ่งจะทำให้ชนชั้นกลางจ่ายภาษีที่ลดลง และการกระตุ้นเศรษฐกิจผ่านโครงสร้างพื้นฐาน ขณะที่นโยบายการเงินก็ไม่ได้ช่วยสหรัฐฯแต่อย่างใดมีแค่การปรับขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.75-1% เท่านั้น

 

     ซึ่งส่งผลให้ตัวเลขที่สำคัญทางเศรษฐกิจสหรัฐฯมีการชะลอตัว อย่างเช่น ยอดค้าปลีกเหลือ 0.1%  ค่าจ้างเฉลี่ยรายชั่วโมงลดลง 0.2% ส่วนเฟด Atlanta มีลองทำแบบจำลอง GDP Q1/2560 สหรัฐฯ ได้คำตอบว่า GDP จะลดลงเหลือ 0.5% ทั้งนี้ JPMorgan มีการคาดว่า GDP Q1/2560 สหรัฐควรจะแตะที่ 1%

 

     สรุปนโยบายการคลังยังไม่มีมาตรการช่วยเหลือเศรษฐกิจและนโยบายการเงินทำให้ต้นทุนทางการเงินสูงขึ้น ประเด็นที่ยกมาก็ยังทำให้สงสัยว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯในยุคทรัมป์จะขยายตัวได้อย่างไร ก็ต้องรอกันต่อไปว่าเร็วๆนี้จะได้เห็นมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจใหม่ๆจากทรัมป์หรือไม่

 

 

อ่านต่อ

เซอร์ไพรส์แรง หลังนายกอังกฤษยุบสภา

เซอร์ไพรส์แรง หลังนายกอังกฤษยุบสภา 
    

      หลังจากเปิดตลาดหุ้นอังกฤษได้ไม่นาน ก็มีข่าวเกี่ยวกับการยุบสภาเกิดขึ้นซึ่งเป็นเรื่องจริงในเวลาต่อมา และได้มีการเลือกตั้งใหม่ในวันที่ 8 มิถุนายน  โดยการเลือกตั้งของอังกฤษใครที่เป็นฝ่ายได้เสียงข้างมากกว่า 326 ที่นั่งจะได้เป็นพรรครัฐบาลใหม่ ซึ่งที่นั่งทั้งหมดมี 650 ที่นั่ง
    

      ที่มาของการยุบสภาเชื่อว่ามีบางพรรคไม่เห็นด้วยกับข้อตกลงของ Brexit และเป็นจุดตัดที่ทำให้นางเทเรซ่า เมย์ ผู้เป็นนายกรัฐมนตรีของอังกฤษ ตัดสินใจประกาศยุบสภา ทั้งนี้นางเชื่อว่าพรรคอนุรักษนิยมที่เธออยู่จะได้ที่นั่งมากกว่าเดิม โดยมีผลโพลล์ว่า พรรคอนุรักษนิยมมีโอกาส 44% ที่จะเข้ามาเป็นพรรครัฐบาล ขณะที่พรรคแรงงานซึ่งเป็นคู่แข่งมีโอกาสเป็นพรรครัฐบาลเพียง 23%
    

      โดยผลกระทบในเบื้องต้นทำให้ ค่าเงินปอนด์ต่อดอลลาร์สหรัฐฯ ปรับขึ้นมากที่สุดในรอบ 4 เดือน แตะที่ระดับ 1.2727 จุด  ขณะที่ตลาดหุ้น FTSE 100 ของอังกฤษปรับลง 140 จุด หรือมากกว่า 1.9% โดยจุดต่ำสุดของตอนนี้อยู่ที่ 7184.36 จุด นับได้ว่าเป็นจุดที่ต่ำสุดในรอบ 2 เดือน 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จุดตัดอีกหนึ่งครั้งของทองคำ”

ประเด็นวันนี้ “จุดตัดอีกหนึ่งครั้งของทองคำ”

 

 

       นับได้ว่าเมษายน เป็นอีกหนึ่งเดือนที่ราคา Gold Spot ปรับขึ้นได้แรง บวกไปแล้วถึง $47(+3.77%) และทำจุดสูงสุดที่ $1,295 ทั้งนี้หากย้อนมาดูกราฟในรายสัปดาห์กำลังทดสอบกรอบบนของแนวโน้มขาลง และหากสามารถยืนเหนือ $1,297 ได้มีสิทธิ์สูงที่จะขึ้นไปวิ่งในกรอบ $1,300 – $1,336

 

พอย้อนกลับมาดูปัจจัยพื้นฐานที่ช่วยย้ำภาพ Safe Haven มากขึ้น ก็จากวันศุกร์ที่ 7 เมษายน ที่เป็นจุดเริ่มต้นที่สหรัฐฯเริ่มทำตัวเป็นผู้คุมกฎระเบียบของโลก ที่มีการกล่าวหาว่า รัฐบาลของซีเรียมีการใช้อาวุธเคมีโจมตี ใส่ประชาชนตัวเอง ซึ่งเป็นต้นเหตุให้สหรัฐฯอ้างถึงเหตุผลในการโจมตีซีเรีย ด้วยการยิงจรวดโทมาฮอว์ก 59 ลูก สู่พื้นที่ที่สหรัฐฯคาดว่าเป็นแหล่งผลิตอาวุธเคมีของรัฐบาลซีเรีย และในภายหลังทางการสหรัฐฯ ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การกระทำดังกล่าวเป็นการขู่เกาหลีเหนือกลายๆ และหลังจากนั้นสหรัฐฯได้ส่งกองเรือที่มีแสงยานุภาพในวันเสาร์ที่ 8 เมษายน ไปยังคาบสมุทรเกาหลีที่นำโดย เรือบรรทุกเครื่องบิน USS Carl Vinson และฝูงเรือรบจู่โจม

 

ทั้งนี้เกาหลีเหนือก็ยังไม่หยุดที่จะทดลองอาวุธ โดยล่าสุดในวันเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมาเกาหลีเหนือได้ทดสอบจรวดพิสัยกลาง ซึ่งจรวดลูกดังกล่าวมีความสามารถไปได้ไกลถึงพื้นที่ของเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเลยทีเดียว

 

        ปัจจัยพื้นฐานที่จะส่งผลต่อราคา Gold Spot ต่อไปในอีก 2 เดือน ข้างหน้า คือ

1.การเลือกตั้งฝรั่งเศส

2.นโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจครั้งใหญ่ อย่างการปฏิรูปภาษี

3.การใช้นโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐฯ

4.การแสดงแสงยานุภาพระหว่างสหรัฐฯ กับเกาหลีเหนือ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแรงรับภาพ Safe Haven”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดแรงรับภาพ Safe Haven”

      

 

     นับได้ว่าช่วงที่ประเทศไทยเริ่มหยุดในวันสงกรานต์ ราคาทองคำได้ไต่ระดับขึ้นไป $1,288 ซึ่งเป็นจุดที่สูงสุดในรอบ 4 เดือน

 

เรื่องที่ส่งให้ราคาทองคำขึ้นมาได้ถึงขนาดนี้ ยังไม่พ้นนายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่สร้างเซอร์ไพรส์ครั้งที่ 3 ในรอบเดือน เม.ย. ด้วยการเปิดปฏิบัติการทางทหารในอัฟกานิสถานในวันที่ 13 เม.ย. เป็นการทิ้งระเบิดใส่กลุ่มก่อการร้าย ISIS  และระเบิดที่ทิ้งใส่ก็มีชื่อทางเทคนิคคือ “GBU-43/B Massive Ordnance Air Blast Bomb" หรือชื่อย่อว่า MOAB เนื่องจากแรงระเบิดเทียบเท่ากับ TNT 11 ตัน อำนาจการทำลายล้างรัศมี 1 ไมล์ ทำให้ความรุนแรงของระเบิดชนิดนี้เป็นรองแค่นิวเคลียร์เท่านั้น

 

การกระทำของสหรัฐฯในช่วงนี้ก็เปรียบเหมือนเป็นการขู่เกาหลีเหนือกลายๆ ที่ช่วงนี้อยู่ในช่วงจัดงานครบรอบ 105 ปีผู้ก่อตั้งเกาหลีเหนือพอดี และอีกส่วนก็เพื่อเรียกคะแนนเสียงของทรัมป์ให้เพิ่มขึ้น หลังช่วงต้นเดือน เม.ย. ทรัมป์ไม่สามารถล้มโอบามาแคร์ลงได้ ทั้งนี้การที่ราคาทองปรับขึ้นเรื่อยๆก็มาจากภาพ Safe Haven ที่ชัดมากขึ้นนั่นเอง

 

       ต่อจากนี้ต้องกลับมาจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศสมากขึ้น ในวันที่ 23 พ.ค. นี้ส่วนตัวเก็งที่จะเป็นผู้นำคนใหม่มี 2 คน จากโพลล์ล่าสุดคะแนนใกล้เคียงกันมาก

- แอมานุแอล มาครง ผู้ที่มีนโยบายรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกลาง ผลโพลล์ระบุว่ามีโอกาส 25.3% ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งหากชนะการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสก็น่าจะได้อยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อ

- มารีน เลอ แปน ผู้ที่มีนโยบายว่าฝรั่งเศสต้องมาก่อน ซึ่งคะแนนจากโพลล์ตอนนี้พอๆกันอยู่ที่ 25.1%  หากเธอได้รับชัยชนะจริงสิ่งที่จะทำมีทั้งหมด 144 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การออกจากยูโรโซน

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 17-21 APR-17

Weekly Economic Focus 17-21 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐฯ

       นับเป็นสัปดาห์ที่สามที่ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐฯที่ไม่มีความหมาย เนื่องจากตลาดกำลังจับตาการเคลื่อนไหวของทรัมป์ ที่เริ่มด้วยการโจมตีซีเรีย ทิ้งระเบิดใส่นอัฟกานิสถาน และรอที่จะถล่มใส่เกาหลีเหนือ

 

จีน

       ดุลการค้ากลับมาเกินดุลได้เล็กน้อยเพียง 23.9 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ แต่ที่น่าสนใจ คือ เงินหมุนเวียงในระบบปรับลดลงเหลือ 10.6% ทั้งนี้ดัชนีราคาผู้บริโภค และดัชนีราคาผู้ผลิตเพิ่มขึ้น ซึ่งแสดงให้เห็นว่าราคาซื้อสินค้าและบริการมีแนวโน้มที่เพิ่มขึ้น ทำให้กำลังประชาชนซื้อสินค้าและบริการลดลง

 

ญี่ปุ่นและเกาหลีใต้

       กังวลอยู่เรื่องเดียว คือ เกาหลีเหนือหลังสัปดาห์ที่ผ่านยังไม่หยุดซ่า เพราะยังคงทดสอบอาวุธอย่างต่อเนื่อง แม้สหรัฐฯจะส่งเรือรบมาที่น่านน้ำเกาหลี เพื่อขู่เกาหลีเหนือ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดสูงสุดรอบ 4 เดือนแตะ $1,275”

ประเด็นวันนี้ “ทองดีดสูงสุดรอบ 4 เดือนแตะ $1,275”

      

 

 

     เรียกได้ว่าในตอนนี้เกิดความไม่สงบหลายแห่งของโลกไล่ตั้งแต่

 

- ในศุกร์ที่ผ่านมาสหรัฐฯที่นำโดยทรัมป์ เปิดฉากโจมตีซีเรีย ซึ่งล่าสุดรัสเซียกล่าวว่า หากสหรัฐฯโจมตีซีเรียอีกจะเจอกับมาตรการตอบโต้ของรัสเซียแน่นอน มองว่าการออกโรงมาปกป้องซีเรียนั้น มาจากการที่สหรัฐฯกระทำการอย่างไม่ถูกต้อง โดยอ้างว่าการโจมตีซีเรียเป็นการตอบโต้หลังเชื่อว่ารัฐบาลซีเรียเป็นผู้ใช้อาวุธเคมีโจมตีใส่ประชาชนของซีเรียเอง และเป็นการขู่เกาหลีเหนือไปในตัว ทั้งนี้ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียและสหรัฐฯกำลังถึงจุดต้องจับตา ซึ่งอาจก่อให้เกิดเหตุการณ์ที่ไม่คาดคิดขึ้นได้ง่ายๆ

 

- ทรัมป์ได้สั่งเรือรบแล่นไปยังคาบสมุทรเกาหลี ซึ่งเกาหลีเหนือ ยังท้าทายดัวยการกล่าวว่าจะมีการทดสอบอาวุธต่อไป ทรัมป์ก็ยังประกาศว่าจะจัดการเกาหลีเหนือเอง และไม่สนว่าจีนจะยอมให้ความช่วยเหลือหรือไม่

 

- รัฐบาลอียิปต์มีมติประกาศภาวะฉุกเฉินเป็นเวลา 3 เดือน หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีด้วยระเบิดที่โบสถ์คริสต์ ซึ่งส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตมากถึง 45 คน

 

โดยทุกเรื่องที่กล่าวล้วนเป็นปัจจัยเสี่ยงทางการเมืองและเศรษฐกิจโลก ทำให้ภาพ Safe Haven ของทองคำชัดขึ้น มีการเข้าถือทองคำมากขึ้น ส่งให้ราคาทำจุดสูงสุดใหม่ที่ $1,275 ซึ่งเป็นระดับที่สูงสูดในรอบ 4 เดือน

 

 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยความผันผวนใหม่ของโลกที่ชื่อว่า ทรัมป์”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยความผันผวนใหม่ของโลกที่ชื่อว่า ทรัมป์”​

      

 

     หลังจากที่สหรัฐฯมีผู้นำคนใหม่ในเดือน พ.ย. ปี 2016 นั้นก็คือ นายโดนัลด์ ทรัมป์ ที่ได้รับเลือกมาเป็นประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 และเป็นผู้ที่สร้างปรากฏการณ์สำคัญๆที่ทำให้โลกตกใจ และต้องจดจำอีกมากมายได้แก่

 

1.การประกาศสร้างกำแพงระหว่างสหรัฐฯกับเม็กซิโก โดยจะกันแรงงานเม็กชิโกเข้าประเทศ แต่ที่ตลกคือ ส่วนมากแรงงานเม็กชิโกจะเข้ามาทางเครื่องบิน แต่การลักลอบแบบเดินข้ามเข้ามามีไม่ถึง 10% ซึ่งการสร้างกำแพงก็เป็นเพียงการใช้เงินที่ไม่คุ้มค่านัก

 

2.เมื่อก่อนเรากลัวเกาหลีเหนือเวลาทดสอบอาวุธ แต่ตอนนี้เราต้องกลัวทรัมป์ด้วย เพราะแกใจร้อน นึกอยากโจมตีซีเรียก็ทำอย่างรวดเร็ว ไม่ค่อยสนใจผลกระทบเท่าไร

 

3.ยิ่งตอกย้ำการไม่แคร์ใครอีก เพราะหลังจากโจมตีซีเรียแล้วยังไม่พอใจส่ง 2 กองเรือไปไว้ที่น่านน้ำเกาหลีอีก โดยให้เหตุผลว่า คอยป้องกันการทดสอบหรือการยิงขีปนาวุธจากเกาหลีเหนือ

 

4.การที่จะปฏิรูปภาษีขนานใหญ่ซึ่งบอกว่าจะออกในเดือน มี.ค. แต่ตอนนี้เดือน เม.ษ. ยังไม่เห็นแนวโน้มที่จะประกาศอะไรเกี่ยวกับการปฏิรูปภาษีเลย

 

ซึ่งทรัมป์เข้ามาอยู่ในตำแหน่งผู้นำสหรัฐฯได้เกือบ 4 เดือน หลังจากที่รับสาบานตนในวันที่ 20 ม.ค. 2017 และได้สร้างสิ่งที่น่าจดจำและไม่น่าจดจำมากมาย ทั้งนี้ทรัมป์ยังมีเวลาอยู่ในตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐอีก 3 ปีกับอีก 8 เดือน นั่นหมายความว่า นักลงทุนยังต้องเจอเซอร์ไพรส์จากทรัมป์อีกเยอะ และเตรียมรับมือกับความผันผวนที่ชื่อว่า “ทรัมป์” จากนี้ไป

 

 

อ่านต่อ

ทรัมป์สั่งลุย การเมืองโลกระอุ

ทรัมป์สั่งลุย การเมืองโลกระอุ

 

 

      เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาสหรัฐฯที่นำโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้มีคำสั่งโจมตีประเทศซีเรีย ซึ่งได้ชี้แจงกับสภาคองเกรสของสหรัฐในการโจมตีดังกล่าวว่า “เป็นการทำเพื่อปกป้องผลประโยชน์ของสหรัฐฯ และเป็นสิ่งที่ชอบด้วยกฎหมาย” ก่อนหน้านี้สหรัฐฯกล่าวหาว่า รัฐบาลซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนทำให้มีผู้เสียชีวิตราว 70 คน และตอบโต้ด้วยการโจมตีพื้นที่ของซีเรียที่คาดว่าในจุดนั้นจะเป็นพื้นที่ทำสารเคมี ซึ่งยังไม่มีการตรวจสอบว่า รัฐบาลซีเรียกระทำจริงหรือไม่ ทั้งหมดนี้คือปัญหาที่หนึ่ง
 
      ขณะที่ปัญหาที่สองที่กำลังจะเกิด คงจำกันได้ว่าวันพฤหัสและศุกร์ที่ผ่านมา สหรัฐฯและจีนมีการประชุมผู้นำ ซึ่งมีแตะประเด็นเรื่องเกาหลีเหนือ โดยที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมีการทดสอบอาวุธมากมาย สร้างความกังวลให้กับประเทศใกล้เคียง อย่างเกาหลีใต้และญี่ปุ่นเป็นอย่างมาก ทำให้ญี่ปุ่นต้องมีการเพิ่มอำนาจของกองกำลังป้องกันตนเอง ในเดือนสิงหาคม ปี 2015 ซึ่งทำให้ญี่ปุ่นสามารถส่งกองกำลังป้องกันตนเองไปร่วมสู้รบร่วมกับชาติพันธมิตรได้  ทั้งนี้เกาหลีใต้ได้ขอให้สหรัฐฯเข้ามาติดตั้งระบบต่อต้านขีปนาวุธ THAAD (Terminal High Altitude Area Defense System) หรือระบบยิงสกัดขีปนาวุธในบริเวณพิกัดตำแหน่งสูง 
 
      กลับมาที่เรื่องการประชุมของสหรัฐฯและจีนต่อ คาดการประชุมดังกล่าวจีนอาจเลือกที่จะยืนเป็นคนกลางแต่เข้าข้างเกาหลีเหนือหน่อยๆ  โดยในวันเสาร์สหรัฐฯส่งกองเรือบรรทุกเครื่องบินยูเอสเอส คาร์ล วินสัน และฝูงเรือรบเข้าในน่านน้ำสิงคโปร์ ซึ่งให้เหตุผลในการมาครั้งนี้คือ การเฝ้าระวังการทดสอบอาวุธของเกาหลีเหนือ แต่สาเหตุที่แท้จริงเป็นการค้านอำนาจของจีนที่มีอยู่ในเอเชีย
 
      ทั้งนี้ต้องตามต่อว่า สหรัฐฯจะเล่นเกมอันตรายนี้อย่างไร ขณะที่จีนจะรับมือกับกองเรือของสหรัฐฯอย่างไร อาจมีการดึงรัสเซียมาเข้าช่วยมั้ย ส่วนซีเรียจะตอบโต้การโจมตีของสหรัฐฯอย่างไร 
ก็ต้องจับตาดูโดนัลด์ ทรัมป์ ,วลาดิเมียร์ ปู
ติน , สี จิ้นผิง และผู้นำซีเรียอย่าง บัชชาร อัลอะซัดหลังจากนี้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองคำสัปดาห์นี้”

      

 

     หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมาเกิดเหตุการณ์น่าตกใจมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการที่สหรัฐอ้างว่า รัฐบาลซีเรียเป็นผู้ปล่อยสารเคมี ใส่กลุ่มกบฏส่งผลให้ผู้คนล้มตายมากกว่า 70 คน และยังเป็นชนวนที่ทำให้ทรัมป์สั่งโจมตีซีเรียในวันศุกร์ที่ผ่านมา ทั้งนี้ตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตรยังชะลอตัวมากกว่าที่คาดการณ์ โดยประกาศออกมาที่ 98,000 ราย ซึ่งต่ำสุดในรอบ 10 เดือน

 

     หลังจากที่ได้เห็นภาพสัปดาห์ก่อน มาดูว่าในสัปดาห์นี้จะมีปัจจัยอะไรเข้ามากระทบตลาดกันบ้าง

 

- ต้องติดตามต่อคือ การที่สหรัฐโจมตีซีเรีย โดยซีเรียจะมีมาตรการหรือทางแก้อะไรเพื่อมาแก้ปัญหาดังกล่าว จะมีประเทศไหนช่วยเหลือซีเรียได้บ้าง

 

- ข้อสรุปการประชุมของสหรัฐและจีนที่มีการประชุมในวันพฤหัสฯและศุกร์ที่ผ่านมา หากสรุปเรื่องการค้าระหว่างประเทศไม่ได้ ก็น่าจะทำให้เห็นถึงความไม่ลงรอยกันระหว่างสองมหาอำนาจอยู่  และเรื่องเกาหลีเหนือถ้าจีนไม่ยอมช่วยสหรัฐ ทรัมป์ก็คงจะลงมือเองโดยไม่พึ่งจีนเหมือนอย่างที่เคยกล่าวไว้ แต่ในปัจจุบันสหรัฐที่พึ่งมีเรื่องกับซีเรียไป หากไปพยายามจัดการกับเกาหลีเหนืออีก อาจเป็นการเพิ่มความเกลียดชังกับประเทศต่างๆที่มีต่อสหรัฐซะเอง

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 10-14 APR-17

Weekly Economic Focus 10-14 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ

       -เรื่องจากตัวเลขของสหรัฐ ยังมีความผันผวนสูงนื่องจาก การจ้างงานนอกภาคเกษตรของเอกชนดี แต่การจ้างงานนอกภาคเกษตรภาครัฐบาลกลับชะลอตัว

       -แต่เรื่องการเปิดฉากโจมตีซีเรียถือเป็นเซอร์ไพรส์ที่สุดในรอบสัปดาห์ โดยทรัมป์ ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐมีคำสั่งให้โจมตีซีเรีย โดยการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวนกว่า 50 ลูกเข้าใส่ซีเรีย ซึ่งในเหตุผลการยิงครั้งนี้ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตถึง 70 คน และเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ


จีน

       -จีนมีทุนสำรองเงินตราต่างประเทศเดือน มี.ค. ปรับเพิ่มขึ้นเป็นเดือนที่สอง แตะ 3.0091 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ

 

อินเดีย

       -สร้างเซอร์ไพรส์สำคัญ โดยการที่ธนาคารกลางอินเดียประกาศขึ้นดอกเบี้ยเงินกู้แตะ 6.25% และขึ้นดอกเบี้ยเงินฝากเป็น 6%

 

ยุโรป

       -ประธานธนาคารกลางยุโรป กล่าวว่าตอนนี้จไม่ลดมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ และมองว่าอาจใช้ต่ออีก 1 ปี

 

***ทั้งนี้ในปัจจุบันโลกจะกำลังจะเลือกข้าม หลังจากการที่สหรัฐเริ่มโจมตีซีเรีย

โดยมีประเทศที่สนับสนุน อย่าง อังกฤษ ตุรกี ญี่ปุ่น ซาอุ ออสเตรเสีย และอิสราเอล

ทั้งนี้ยังไม่มีประเทศที่ไม่เห็นด้วยกับการที่สหรัฐโจมตีซีเรีย ได้แก่ จีน รัสเซีย อิหร่าน และอินโดนีเชีย

 

 

อ่านต่อ

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า ทำไมราคาทองคำถึงปรับขึ้น

เกิดอะไรขึ้นเมื่อเช้า ทำไมราคาทองคำถึงปรับขึ้น 

 


    ราคาทองคำปรับขึ้นถึง $18 แตะ $1,269 หลังเกิดภาพ Safe Haven ที่ชัดขึ้น เนื่องจากทรัมป์ ผู้ที่เป็นประธานาธิบดีสหรัฐมีคำสั่งให้โจมตีซีเรีย โดยการยิงขีปนาวุธโทมาฮอว์คจำนวนกว่า 50 ลูกเข้าใส่ซีเรีย ซึ่งในเหตุผลการยิงครั้งนี้ เพื่อตอบโต้ที่ซีเรียใช้อาวุธเคมีทำร้ายประชาชนในซีเรีย มีผู้เสียชีวิตถึง 70 คน และเพื่อปกป้องความมั่นคงของสหรัฐฯ


    แนวโน้มราคาทองคำจากปัจจัยพื้นฐานในระยะ 3-5 วันนี้ มีแนวโน้มปรับขึ้นได้สูงถึง $1,271-$1,281 


    พอพิจารณาทางเทคนิค ราคาทองคำมีโอกาสขึ้นไปแตะ $1,281

 

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำจะเป็นอย่างไร ต้องจับตา 2 เรื่องนี้”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองคำจะเป็นอย่างไร ต้องจับตา 2 เรื่องนี้”​

      

 

     ในสัปดาห์นี้ราคาทองคำยังคงวิ่งอยู่ในกรอบ $1,243 - $1,261 ซึ่งการที่เคลื่อนไหวเพียง $18 ถือว่าไม่มากนัก ถึงแม้ตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่ประกาศออกมาอย่าง ADP Non-Farm ที่ออกมาดีเกินคาดระดับ 263,000 ราย ก็ไม่สามารถสร้างความผันผวนได้มากนัก เพราะตลาดกำลังรอ 2 เรื่องใหญ่ๆ

 

     1.การประชุมของสองสุดยอดผู้นำระหว่างสหรัฐและจีน ที่ประชุมในวันพฤหัสและวันศุกร์ ซึ่งเป็นการพบกันครั้งแรกตั้งแต่ทรัมป์ ได้รับตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐคนที่ 45 ประเด็นที่คาดว่าจะคุยคือ

(A) ความร่วมมือในด้านเศรษฐกิจและการค้าระหว่างสหรัฐกับจีน ซึ่งในปัจจุบันสหรัฐกำลังห่วงเรื่องการขาดดุล จีนซึ่งเป็นประเทศที่มีการส่งออกไปสหรัฐมากถึง 80%  นับเป็นมูลค่าการส่งออก 578,600 ล้านดอลลาร์ในปีที่ผ่านมา และคาดว่าน่าจะหาข้อสรุปที่ลงตัวไม่ได้ (+ทองคำ)

(B) ประเด็นที่สอง คือ การกดเกาหลีเหนือ เนื่องจากช่วงที่ผ่านมาเกาหลีเหนือมีการทดลองอาวุธมากมาย และสร้างความกังวลให้กับประเทศใกล้เคียง อย่างญี่ปุ่นและเกาหลีใต้  จีนอาจรับปากแต่คงทำอะไรไม่ได้มากนัก

 

     2.การประกาศตัวเลขการจ้างงานนอกภาคการเกษตร โดยการประกาศในครั้งนี้รอยเตอร์คาดการณ์ว่าน่าจะชะลอตัวลงเหลือประมาณ 174,000 ราย ตัวทองคำเองน่าจะได้รับปัจจัยบวกจากประเด็นนี้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “3 เหตุผลที่ควรจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส”

ประเด็นวันนี้ “3 เหตุผลที่ควรจับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส”

 

 

ดูท่าแล้วการเลือกตั้งฝรั่งเศสน่าจะเป็นเหตุการณ์ที่สำคัญที่สุดในเดือนเมษายนก็ว่าได้เนื่องจาก

 

     1.การเลือกตั้งครั้งนี้อาจจะเป็นตัวชี้ชะตาความอยู่รอดของยูโรโซน

 

     2.ตัวเก็งที่จะได้เป็นผู้นำของฝรั่งเศส มี 2 คน คือ

(a) แอมานุแอล มาครง ผู้ที่มีนโยบายรักษาผลประโยชน์ของชนชั้นกลาง ซึ่งผลโพลล์ระบุว่ามีโอกาส 25.3% ที่จะได้เป็นประธานาธิบดีของฝรั่งเศส ซึ่งหากชนะการเลือกตั้ง ฝรั่งเศสก็น่าจะได้อยู่ในกลุ่มยูโรโซนต่อ

ขณะที่ (b) มารีน เลอ แปน ผู้ที่มีนโยบายว่าฝรั่งเศสต้องมาก่อน ซึ่งคะแนนจากโพลล์ตอนนี้อยู่ที่ 25.1%  หากได้เป็นจริงสิ่งที่นางจะทำมีทั้งหมด 144 ข้อ ซึ่งหนึ่งในนั้น คือ การออกจากยูโรโซน

 

     3.คาดการณ์ว่าฝรั่งเศสหากออกจากยูโรโซนจริงจะมีผลกระทบมากกว่า Brexit หรือทรัมป์ได้เป็นผู้นำสหรัฐเสียอีก

 

     ดัวยเหตุผลทั้งหมดทั้งมวลจำเป็นให้นักลงทุนต้องลุ้นไปด้วยว่า บทสรุปการเลือกตั้งฝรั่งเศสจะเป็นอย่างไร แต่ที่แน่ๆนักลงทุนที่ถือทองคำอยู่น่าจะลุ้นให้ มารีน เลอ แปน ได้เป็นผู้นำ ทั้งนี้จะมีการเลือกตั้งวันที่ 23 เมษายน และหากผู้สมัครที่ได้คะแนนสูงสุดมีคะแนนไม่ถึง 50% จะต้องหาผู้ลงสมัครที่ได้คะแนนสูงสุด 2 คน เพื่อไปลงคะแนนครั้งใหญ่ในวันที่ 7 พฤษภาคม เพื่อที่จะหาผู้นำฝรั่งเศสคนต่อไป

 

 

อ่านต่อ

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ประจำเดือน มีนาคม 2560

สรุปการถือทองคำของ 12 กองทุนใหญ่ทั่วโลกในเดือน มี.ค. ถึง (วันที่ 3 เม.ย. 2560)
    

        ภาพโดยรวม 12 กองทุนใหญ่ถือทองคำสุทธิอยู่ที่ระดับ 1,699.23 ตัน ซึ่งมีการเทขาย 6.77 ตัน (-0.4%) 

        ขณะที่ธนาคารกลางทั่วโลก นับตั้งแต่ต้นปี 2017 – วันที่ 9 มีนาคม ยังมีประเทศที่ซื้อทองคำเพิ่มอยู่ 4 ประเทศ คือ

      1.Russia ซื้อเพิ่ม 30 ตัน 

      2.Turkey ซื้อเพิ่ม 28.5 ตัน

      3.Portugal ซื้อเพิ่ม 5.4 ตัน

      4.Kazakhstan ซื้อเพิ่ม 1.8 ตัน

     สรุปการที่ราคาทองคำผันผวนในช่วงที่ผ่านมาส่วนหนึ่งเกิดจาก Demand และ Supply ของกองทุน และธนาคารกลางต่างๆ ซึ่งราคาทองคำในเดือน มี.ค. ปรับตัว +$1 แต่ผันผวนมีมากถึง $65 หรือราว 5.5%

อ่านต่อ

คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์ ?
คอลัมน์ ​Marketing Insight 
ตอน คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์ ?
 
กมลธัญ พรไพศาลวิจิต
ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ
บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด
 
 
คำถามโลกแตก การตลาด...ออฟไลน์หรือออนไลน์?
กว่าเที่ยงคืนในร้านกาแฟย่านสีลมกับ ice americano แก้วโปรด ระหว่างกำลังคิดว่า Marketing Insight ฉบับเดือนเมษายนนี้จะชวนผู้อ่านถกเรื่องอะไรดีนั้น บังเอิญได้ยินชายวัยกลางคน 2 ท่านที่นั่งถัดไปจากโต๊ะผู้เขียนกำลังนั่งถกเถียงกันอย่างออกรสในหัวข้อที่เกี่ยวกับการตลาด (ไม่ได้ตั้งใจแอบฟังนะครับเนื่องจากคุยกันค่อนข้างดัง) ใจความประมาณว่าทำการตลาดทำออนไลน์ดีกว่าตลาดออฟไลน์จริงหรือไม่ และก็เหมือนการเจรจาที่มีพื้นฐานความเชื่อที่ไม่เหมือนกันที่มักจะเริ่มจากการพยายามอธิบายเหตผลที่ตนเชื่อ ยกตัวอย่างกรณีที่พบเห็น แล้วก็ยกระดับไปเป็นการสร้างข้อโต้แย้งความคิดของอีกฝ่าย และเมื่อถึงจุดนั้นคุณคงเดาได้ว่าบรรยากาศก็เริ่มที่จะอึดอัด ผู้เขียนจำได้ว่าจากประสบการณ์เคยเจอกับบรรยากาศแบบนี้หลายครั้ง ครั้งที่ชัดเจนที่สุดคือสมัยเรียนระดับประถม ผมกับเพื่อนเจอปัญหาโลกแตกที่เราต่างเชื่อต่างกันจนทำให้เกือบสัปดาห์หลังจากวันนั้นเราแทบไม่คุยกันเลย ปัญหาที่เราถกกันคือ “ไก่กับไข่ อะไรเกิดก่อนกัน” อย่ามองว่าเป็นเรื่องเล็กนะครับสมัยนั้นสำหรับผมสำคัญกว่าใครเป็นรัฐบาลอีก ฝ่ายหนึ่งพยายามอธิบายว่าไก่เกิดจากไข่ ส่วนผมเชื่อว่าถ้าไม่มีไก่แล้วใครจะเป็นคนออกไข่ (จนวันนี้ก็ยังไม่ทราบนะครับใครทราบ inbox มาบอกกันก็จะดี) บรรยากาศเก่าย้อนมาก็พลันให้นึกถึงความสำคัญของสิ่งที่ทั้งสองท่านกำลังถกเถียงกัน แล้วการตลาดออนไลน์ดีกว่าออฟไลน์ หรือการตลาดแบบออฟไลน์ดีกว่าออนไลน์กัน?
 
 
ออนไลน์ดีจริงไหม?
“ไร้ข้อกังขา” คงเป็นคำที่เหมาะสมสำหรับการตลาดออนไลน์ ด้วยการเติบโตในแง่ของงบโฆษณาที่เพิ่มขึ้นแบบก้าวกระโดดในทุก ๆ ปี จนขึ้นมายืนเทียบชั้นรุ่นพี่กับสื่อออฟไลน์รุ่นพี่อย่างทีวีไปเป็นที่เรียบร้อย ผมสามารถบอกได้ว่า 3 สิ่งที่คุณจะขายได้เสมอคือ ขายขนมให้เด็ก ขายเสื้อผ้า sale ให้คุณผู้หญิง และขายการตลาดออนไลน์ให้กับเจ้าของกิจการ คำกล่าวนี้ไม่ได้เกินจริงครับอย่างน้อยก็จะจริงไปสักระยะก่อนที่การตลาดบนโลกออนไลน์จะอิ่มตัวซึ่งเชื่อผมเถอะวันหนึ่งก็มาถึง เมื่อผู้บริโภคเห็นว่าความสะดวกตามติดมาด้วยความไม่เป็นส่วนตัว การ Action ผ่านการทำการตลาดออนไลน์จะลดลง ยิ่งการตลาดออนไลน์ที่เห็นในปัจจุบันเน้นไปที่การสร้างการรับรู้ การอวดอ้างและกระตุ้นการขายมากกว่าที่จะใส่ใจคุณค่า (Value) ที่ลูกค้าต้องการ ซึ่งเป็นหัวใจในการตลาดในทุกยุคทุกสมัย แต่ถ้าพูดเรื่องนี้กันวันนี้ก็คงจะเร็วเกินไป เรากลับมาตอบคำถามว่าออนไลน์ดีจริงไหม ข้อดีของการตลาดออนไลน์ที่โดดเด่นคือ Brand สามารถที่จะทำการตลาดแบบเฉพาะเจาะจงได้มากกว่า บนฐานข้อมูลที่มีอยู่อย่างเหลือเฟือ ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าแต่กลับวัดผลได้ดีกว่า ผมยกตัวอย่างเช่น ถ้าผมต้องจะลงโฆษณาสินค้าของบริษัทฯ ผมอาจจะเลือกจ่ายเงินกับการขึ้น billboard เพื่อประชาสัมพันธ์โดยดู traffic บนถนนเส้นที่ผมติดตั้ง และใช้การประมาณการณ์ว่าคนที่ผ่านถนนเส้นนี้จะเห็นโฆษณาของผมกี่คนซึ่งในความเป็นจริงผมไม่สามารถทราบได้เลย ใช้การเดาล้วน ๆ หลาย Brand ก็จะใช้วิธีการให้ลูกค้าที่เดินเข้ามาซื้อสินค้ากรอกข้อมูลว่าทราบข้อมูลจากสื่อใดก็อาจจะพอทราบได้บ้าง แต่ถ้าผมเลือกสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ผมสามารถวัดได้ว่าคนที่เห็นโฆษณาเป็นจำนวนเท่าใดถ้าผมเลือกช่องทางที่พ่วงมาด้วยระบบวิเคราะห์ข้อมูลตัวอย่างเช่น facebook นอกจากนี้ผมยังสามารถระบุ microsegment ที่ต้องการให้เห็นได้ด้วยต้นทุนที่ต่ำกว่าการลงบน billboard มาก จึงไม่ใช่เรื่องแปลกครับที่การตลาดออนไลน์กลายเป็นช่องทางหลักที่เกือบทุก brand ต้องการใช้งาน ผมใช้คำว่าเกือบเพราะก็เคยพบเจ้าของ brand ที่ยังเน้นการใช้ออฟไลน์ไม่ชอบออนไลน์
 
 
ออฟไลน์ต้องมีหรือไม่?
การทำการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์เมื่อดูจากยอดเงินที่ใช้จ่ายผ่านช่องทางนี้จะมีแนวโน้มลดลงแต่ต้องยอมรับว่าเป็นช่องทางที่สร้างการรับรู้ และสามารถสร้างคุณค่าที่จับต้องได้มากกว่าช่องทางออนไลน์ นอกจากนี้การตลาดแบบออฟไลน์ยังสามารถกระตุ้นยอดขายได้ดีกว่าเพราะสามารถปิดการขาย ผมอาจจะยกตัวอย่างที่เราเห็นเด่นชัดของความสำเร็จในการตลาดผ่านช่องทางออฟไลน์ ที่เขย่าวงการอย่างกระทะ Korea King ที่ทุ่มงบโฆษณาผ่านสื่อหลักอย่างโทรทัศน์เฉพาะปี 59 ใช้งบไปแตะ 1,600 ล้านบาท แต่ก็สร้างยอดขายได้แบบถล่มทลายถือเป็นความสำเร็จที่ไม่ค่อยพบในสินค้าประเภทนี้ 
Brand ที่ประสบความสำเร็จในการสร้างการสื่อสารผ่านช่องทางออนไลน์ก็สามารถสร้างคุณค่าในโลกออฟไลน์และสื่อสารผ่านออนไลน์ (Offline to Online) หรือสร้างคุณค่าผ่านโลกออนไลน์และสื่อสารผ่านออฟไลน์ (Online to Offline) ได้เช่นกัน กล่าวถึงตรงนี้ก็อยากจะเดินไปร่วมวงกับพี่ ๆ ทั้งสองท่าน เพื่อตอบปัญหาคาใจว่าจะออนไลน์หรือออฟไลน์เป็นเพียงช่องทางที่ให้นักการตลาดส่งต่อคุณค่าของสินค้าหรือบริการของคุณให้กับลูกค้าไม่ส่งต่อ “คุณค่า” ก็ไม่เกิดการ Action ให้ลูกค้านั่งดูคลิปคุณเป็นชั่วโมงก็ไม่ได้หมายความว่าเขาชอบ Brand หรือสนใจจะซื้อสินค้า เราเองก็เคยไปคน ๆ นั้น คุณว่าจริงไหม?
 
 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามอินชัวร์

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “หนี้อเมริกาพุ่ง ทรัมป์ต้องหาทางออก”

ประเด็นวันนี้ “หนี้อเมริกาพุ่ง ทรัมป์ต้องหาทางออก”

 

 

ในปัจจุบันหนี้สาธารณะของสหรัฐอยู่ที่ 19.8 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ คิดเป็น 77% ของ GDP สหรัฐ ซึ่งเป็นตัวเลขที่มากสุดหลังการเกิดสงครามโลกครั้งที่สองทีเดียว ซึ่งสหรัฐมีกฏหมายรองรับในปัจจุบันที่สามารถสร้างหนี้ได้สูงถึง 150% ของ GDP ได้ภายในปี ค.ศ. 2037

 

    แต่แท้จริงแล้วสหรัฐมีรายจ่ายมากกว่ารายรับ นโยบายหลักๆที่ใช้จ่ายลงไปคือ

     1.โอบามาแคร์

     2.งบประมาณสนับสนุนกองทัพ

     3.งบประมาณที่เกี่ยวกับการสำรวจอวกาศ

ซึ่งส่งผลให้สหรัฐมีรายจ่ายที่สูงมากๆ และมีแนวโน้มสูงมากว่าในมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์จะทำให้ได้เห็นหนี้เพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว และทำให้ทรัมป์ ต้องทำอะไรบางอย่างเพื่อหารายรับ ล่าสุดในวันศุกร์ที่ผ่านมาทรัมป์ลงนามในคำสั่งประธานาธิบดี 2 ฉบับ

       ฉบับแรก -  สั่งการให้รัฐมนตรีกระทรวงพาณิชย์และตัวแทนการค้าของสหรัฐจัดทำรายงานภายใน 90 วัน เพื่อหาต้นตอการขาดดุลการค้า

       ฉบับที่สอง - สั่งการให้เพิ่มประสิทธิภาพการเรียกเก็บภาษี และจัดการเรื่องลิขสิทธิ์ เพราะที่ผ่านมาเกิดปัญหาการละเมิดกฎหมายการค้า ซึ่งมีการเลี่ยงภาษี และละเมิดลิขสิทธิ์สินค้า

คาดว่าจะทำให้ลดปัญหาการขาดดุลการค้าของสหรัฐและสามารถเพิ่มรายรับได้

 

ทั้งนี้ข้อมูลในปี 2016 นั้นสหรัฐมีมูลค่าดุลการค้าที่ 3.64 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย 60% เป็นการนำเข้า ส่วนที่เหลือ 40% คือการส่งออก และนี่คือการหาทางรอดครั้งแรกของทรัมป์ ซึ่งเราอาจได้เห็นการดิ้นรนครั้งต่อไปที่หนักขึ้น หากสหรัฐยังไม่มีรายรับที่มากพอ

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 03/เม.ย./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.2 หลังดอลล์อ่อน-วิตกการเมืองสหรัฐ

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) โดยได้รับแรงหนุนจากเงินดอลลาร์ที่อ่อนค่าลง หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์ 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 25 เซนต์ คาดกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังมีกระแสคาดการณ์ว่ากลุ่มผู้ผลิตน้ำมันอาจขยายเวลาลดกำลังการผลิต เพื่อบรรเทาภาวะน้ำมันล้นตลาดและหนุนราคาน้ำมันให้ดีดตัวขึ้น

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก หลังตลาดซึมซับข่าว Brexit

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังนักลงทุนซึมซับข่าวอังกฤษเริ่มต้นกระบวนการถอนตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) อย่างเป็นทางการ

         

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่าเทียบเยน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าเมื่อเทียบกับเงินเยนในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 65.27 จุด หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจ

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (31 มี.ค.) หลังสหรัฐเปิดเผยข้อมูลเศรษฐกิจหลายรายการ รวมถึงการใช้จ่ายของผู้บริโภคเดือนก.พ. ที่เพิ่มขึ้นน้อยกว่าที่คาดการณ์

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบทองคำเดือน เม.ย.”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบทองคำเดือน เม.ย.”

 

 

        ในเดือน เม.ย. นักลงทุนชาวไทยคงยังจำได้ดีกับสงกรานต์เลือด ในปี พ.ศ. 2556 ที่ราคาทองคำปรับลงถึง $208 หรือประมาณ 15% ทีเดียว โดยปัจจัยที่กดดันขณะนั้นคือ ไซปรัสเทชายทองคำ 10 ตัน เพื่อแก้ปัญหาทางการเงิน ประกอบกับกองทุน SPDR ซึ่งเป็นกองทุนทองคำที่ใหญ่ที่สุดเทขายทองคำออกมามากถึง 22 ตัน

 

      ส่วนในเดือน เม.ย. ปี 2017 ราคาทองคำอาจปรับลงแรงๆได้ หากทรัมป์มีการเปิดเผยมาตรการปฏิรูปภาษี ซึ่งจะทำให้เศรษฐกิจสหรัฐดูดีขึ้นในสายตาของตลาดทั่วโลก

 

     กลับมาดูปฏิทินเศรษฐกิจในเดือน เม.ย. บ้าง ตัวเลขไหนที่มีผลกระทบกับราคาทองคำ

     5 เม.ย. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดย ADP

     6 เม.ย. รายงานการประชุม FOMC ในวันที่ 14-15 มี.ค.

     7 เม.ย. การจ้างงานนอกภาคการเกษตรโดยภาครัฐ

     23 เม.ย. การเลือกตั้งฝรั่งเศสรอบที่ 1

     27 เม.ย. การประชุม BOJ และ ECB

     28 เม.ย. GDP Q1/17 สหรัฐ

 

      ปัจจัยใหม่ๆที่สามารถสร้างกระแสให้กับราคาทองคำได้มากที่สุด คือ การการเลือกตั้งฝรั่งเศส

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 03-07 APR-17

Weekly Economic Focus 03-07 APR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ 

      US Dollar Index แข็ง 1.17% หลังดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคขยายตัวมากที่สุดในรอบ 17 ปี แตะที่ 125.6 จุด ทั้งนี้ GDP Q4/16 เพิ่มขึ้นแตะ 2.1% ซึ่งมากกว่าครั้งก่อน แต่ตลาดสหรัฐยังมีความกังวลในปัจจัยการเมืองสหรัฐ เพราะทรัมป์ ที่พรรคของเขา คือ ริพับลิกันครองเสียงส่วนใหญ่ในสภาล่างและสภาบน แต่กับไม่สามารถผ่านร่างอเมริกันเฮลธ์แคร์ ทั้งนี้ยังมีเรื่องที่น่ากังวลกว่าการเมืองสหรัฐ คือ หนี้ของสหรัฐ(ซึ่ง Ausiris Futures จะชี้ในประเด็นนี้ในวันอังคารผ่านทาง “ประเด็นวันนี้”)

ธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด)

      รองประธานธนาคารกลางสหรัฐ อยากเห็นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 1.25-1.5% ในปีนี้ แต่ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก เปิดเผยว่าอยากเห็นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 1.75-2%ในปีนี้

อังกฤษ

      เริ่มดำเนินกระบวนถอนตัวออกจาก EU อย่างเป็นทางการในวันที่ 29 มี.ค. ที่ผ่านมา ประเด็นที่ต้องตามต่อ คือ แล้วการค้าระหว่างยุโรปกับอังกฤษ จะเป็นอย่างไร จะมีมาตรการกีดกันทางการค้าเกิดขึ้นหรือไม่

ยูโรโซน

      แม้อังกฤษจะออกตัวแรงเริ่มออกจาก EU อย่างจริงจัง แต่นักลงทุนยังเชื่อมั่นว่า เศรษฐกิจผู้นำยูโรโซนอย่างเยอรมนียังไปได้สวย เพราะตัวเลขดัชนีชีวัดภาวะธุรกิจของเยอรมนีปรับตัวขึ้นดีที่สุดในรอบ 6 ปี

ญี่ปุน

      ภาคแรงงานดูดีมากๆ หลังอัตราว่างงานลดลงสู่ระดับ 2.8% ต่ำที่สุดในรอบ 22 ปี

จีน

      อาจมีข่าวทำให้ตลาดหุ้นเตรียมพุ่ง หลังมีรายงานว่า บริษัทบีโออี เทคโนโลยี กรุ๊ป จะปลดล็อคหุ้นจำนวน 9.92 พันล้านหุ้น ทั้งนี้ตามกฎเกณฑ์ตลาดจีนนั้น ผู้ถือหุ้นรายใหญ่จะไม่สามารถซื้อขายได้ จะต้องล็อคหุ้นของตนเองไว้ 1-2 ปี ก่อนที่จะได้รับการอนุมัติให้ซื้อขายในตลาด

 

ประเด็นสำคัญนี้

      Non-Farm

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 31/มี.ค./60

(17.15น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดลบ 4.77 จุด แกว่งคล้ายภูมิภาคหลังไร้ปัจจัยใหม่-เข้าใกล้ช่วงฤดูกาล/สัปดาห์หน้าตลาดฯคงแกว่งตัว

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,575.11 จุด ลดลง 4.77 จุด (-0.30%) มูลค่าการซื้อขาย 38,033.69 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้แกว่งตัวคล้ายตลาดภูมิภาค หลังเข้าใกล้ช่วงฤดูกาลที่จะมีวันหยุดหลายวัน แต่ตลาดในเอเชียถือว่ายังดูดีกว่าตลาดสหรัฐฯ เพราะมีเงินไหลกลับเข้ามาในเอเชียหลังนโยบาย"ทรัมป์"เริ่มมีความไม่แน่นอน นอกจากนี้ตลาดฯยังไร้ปัจจัยใหม่ ส่วนการทำ Window Dressing ก่อนปิดงบฯก็ไม่มีผลต่อตลาดฯ สัปดาห์หน้าติดตามตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐฯ โดยเฉพาะตัวเลขการจ้างงาน และติดตามการพบปะกันระหว่างประธานาธิบดี สี จิ้นผิง แห่งจีน และประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ โดยให้ติดตามดูจะมีมุมมองด้านการค้าเพิ่มหรือไม่ ดังนั้นสัปดาห์หน้าตลาดฯคงจะแกว่งตัวในช่วงรอปัจจัยใหม่ พร้อมให้แนวรับ 1,570-1,550 แนวต้าน 1,580-1,600 จุด       

 

 

(17.00น.) ภาวะตลาดเงินบาท: เย็นนี้อยู่ที่ 34.41/43 มองกรอบสัปดาห์หน้า 34.30-34.70 รอดูตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรสหรัฐฯ

          เงินบาทล่าสุดอยู่ที่ระดับ 34.41/43 บาท/ดอลลาร์ จากตอนเช้าที่เปิดตลาดอยู่ที่ระดับ 34.47 บาท/ดอลลาร์  เงินบาทพยายามจะขึ้นไปทดสอบ 34.50 แต่ก็ไม่สำเร็จ ดูเหมือนจะมีทั้งเงินไหลเข้าแล้วแรงเทขายทำกำไรดอลลาร์ 
ทำให้มองดูทิศทางค่าเงินบาทน่าจะยัง Sideway รอปัจจัยสำคัญคือตัวเลข Non Farm Payroll ในช่วงปลายสัปดาห์หน้า กับรอดูนโยบายเศรษฐกิจของทรัมป์  ประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในสัปดาห์หน้าไว้ระหว่าง 34.30-34.70 บาท/ดอลลาร์ 

 

 

(09.21น.) ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผันผวนเช้านี้ ขณะนักลงทุนชะลอซื้อขายวันสุดท้ายของไตรมาสแรก

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวผันผวนในช่วงเช้าวันนี้ โดยนักลงทุนบางส่วนได้ชะลอการซื้อขายในวันสุดท้ายของไตรมาสแรกปีนี้ ขณะที่ตลาดหุ้นบางแห่งได้รับแรงหนุนจากการดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐเมื่อคืนนี้ หลังจากมีรายงานว่า ผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐขยายตัวได้ดีเกินคาด

 

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ 55.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติของจีน (NBS) รายงานว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคบริการเดือนมี.ค. ขยายตัวที่ระดับ 55.1 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่มีการขยายตัว 54.2 โดยดัชนี PMI ภาคบริการเดือนมี.ค.เคลื่อนไหวใกล้ระดับสูงสุดในรอบ 3 ปี

 

 

(08.00น.) สนง.สถิติจีนเผยดัชนี PMI ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ 51.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.

     สำนักงานสถิติแห่งชาติจีนรายงานในวันนี้ว่า ดัชนีผู้จัดการฝ่ายจัดซื้อ (PMI) ภาคการผลิตเดือนมี.ค.ขยายตัวที่ระดับ 51.8 เพิ่มขึ้นจากเดือนก.พ.ที่มีการขยายตัว 51.6 ซึ่งเป็นหลักฐานล่าสุดที่บ่งชี้ถึงความมีเสถียรภาพของเศรษฐกิจจีน

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดร่วง $8.8 เหตุนลท.เทขายหลังดอลล์แข็ง,หุ้นดีดตัว

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดร่วงลงเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ นอกจากนี้ การดีดตัวขึ้นของตลาดหุ้นนิวยอร์ก และตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ประจำไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐ ซึ่งมีการขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์นั้น ยังส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

         

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 84 เซนต์ รับความหวังกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) โดยสัญญาน้ำมันดิบดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์ หลังจากมีรายงานว่า ประเทศผู้ผลิตน้ำมันหลายประเทศ ซึ่งรวมถึงคูเวต ได้ออกมาสนับสนุนให้มีการขยายการลดกำลังการผลิต  

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก รับเงินยูโรอ่อน,ราคาน้ำมันพุ่ง

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) เนื่องจากการอ่อนค่าของสกุลเงินยูโรได้หนุนหุ้นกลุ่มส่งออกดีดตัวขึ้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน หลังจากราคาน้ำมันดิบ WTI พุ่งขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรล

         

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจีดีพีสหรัฐโตสดใส

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ของสหรัฐ ที่ขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์

 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดบวก 69.17 จุด รับจีดีพีโตเกินคาด,ราคาน้ำมันพุ่ง

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (30 มี.ค.) ขานรับตัวเลขผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (จีดีพี) ไตรมาส 4/2559 ที่ขยายตัวได้ดีกว่าการคาดการณ์ของนักวิเคราะห์ โดยข้อมูลดังกล่าวช่วยหนุนหุ้นกลุ่มการเงินพุ่งขึ้นอย่างแข็งแกร่ง นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากราคาน้ำมันดิบที่ดีดตัวขึ้นเหนือระดับ 50 ดอลลาร์/บาร์เรลเป็นครั้งแรกในรอบ 3 สัปดาห์

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบราคาทองคำต่อจากนี้”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยกระทบราคาทองคำต่อจากนี้”

 

 

- ธนาคารกลางสหรัฐ (FED)
- France Election
- นโยบายทรัมป์

 

FED มีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง ซึ่งก่อนหน้านี้ในการประชุม FOMC มีการส่งสัญญาณดอกเบี้ย หลังตัวเลขภาคการจ้างงานของสหรัฐขยายตัว และอัตราเงินเฟ้อเข้าใกล้ 2% เต็มที ปัจจัยนี้มองเป็นภาพลบต่อทองคำ

 

France Election สร้างความไม่แน่นอนต่อการเมืองฝรั่งเศสเป็นอย่างมาก และหากมีการเปลี่ยนขั้วอำนาจทางการเมืองมาเป็นนางมารีน เลอ แปน ซึ่งเป็นพรรคการเมืองฝ่ายขวาจัด  เราอาจจะได้เห็นการตีตัวออกจากสหภาพยุโรปของฝรั่งเศส ปัจจัยนี้มองเป็นตัวผลักดันทองคำให้ขึ้นต่อได้

 

ความกังวลนโยบายของทรัมป์ที่เป็นเรื่องการกีดกันทางการค้า อย่างในปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองเป็นแนวทางเดียวกันว่า นโยบายดังกล่าวจะทำให้เศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว ยิ่งแย่ไปกว่านี้จนอาจทำให้สภาวะเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงชะลอตัวแบบยืดเยี้อแทน และนี่คือความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่เป็นปัจจัยใหญ่ๆที่ส่งให้ทองบวกต่อได้

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองอดีต เหตุใดจึงเกิด Brexit”

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองอดีต เหตุใดจึงเกิด Brexit”

 

 

เริ่มจากนายเดวิด คาเมรอน ในตอนหาเสียงเลือกตั้งนายกอังกฤษ เค้าสัญญาว่า ถ้าได้เป็นนายกจะเปิดโอกาสให้ประชากรชาวอังกฤษเลือกว่าจะออกจาก EU หรือไม่ และเขาก็ได้เป็นนายกสมใจ

 

     โดยในวันที่ 23 มิ.ย. 16 เป็นวันที่ชาว UK ลงประชามติว่าจะออกจาก EU หรือไม่ ซึ่งมีจำนวน 17,410,742 คน หรือคิดเป็น 52% ต้องการออกจาก EU และเป็นเสียงข้างมากจะมีความคิดเห็นว่า

- อังกฤษต้องจ่ายเงินค่าสมาชิกสูงถึง 8.5 พันล้านปอนด์ ซึ่งเป็นภาระ

- การที่อังกฤษยังอยู่กับ EU ทำให้แรงงานจาก EU ไหลทะลักเข้าอังกฤษ จนถูกมองว่าโดนแย่งงาน

- เรื่องกฎหมาย เพราะยุโรปมีอำนาจเหนือกว่ารัฐบาลของประเทศสมาชิก อย่างกฎหมายที่ให้รับผู้อพยพ ซึ่งชาวอังกฤษกลัวเรื่องจากการก่อการร้าย

 

ผลกระทบที่เกิดขึ้นในเรื่องนี้ได้แก่

- นายเดวิด คาเมรอนซึ่งเป็นนายกอังกฤษตอน Brexit ประกาศลาออก

- S&P ลดอันดับความน่าเชื่อถืออังกฤษแตะระดับ AA จากเดิม AAA

- จุดกระแสให้ประเทศที่อยู่ในยุโรปเริ่มอยากจะออกจาก EU เช่น ฝรั่งเศส

- ทำให้ทองคำดีดขึ้นถึง $100 ทำ High $1,357

- โพลล์ผิดทุกสำนัก

 

 

อ่านต่อ

Roll Over ด้วย Combination Order ง่ายนิดเดียว

Roll Over ด้วย Combination Order ง่ายนิดเดียว

 

 

พรุ่งนี้ 30 มีนาคม 
Futures series H
จะหมดอายุกันแล้ว
ใครประสงค์จะ Roll Over ก็รีบๆนะครับ

โดยการ Roll Over 
เราสามารถ ใช้คำสั่ง Combination Order ได้นะครับ
ยกตัวอย่างเช่น

เราถือ Long S50H17 1 สัญญา
แล้ว Series H กำลังจะหมดอายุ
แต่เราอยากที่จะถือ Long SET50 ต่อ
โดยสมมติจะต้องข้ามไปถือ Series S50M17
.
.

ปกติที่เราจะทำกันคือ 
Short Close S50H17 แล้วต่อด้วยไป Open Long S50M17
คือต้องส่ง order สองครั้ง ปิดของเก่าแล้วไปเปิดของใหม่
.
.
เราสามารถทำให้ไวขึ้นด้วยการส่ง combination order 1 ครั้ง
ด้วยการ Open Long S50H17M17
โดยราคาที่เราคีย์เข้าไปจะเป็นราคาส่วนต่างระหว่าง Series M17-H17
.
.

เช่นถ้าเรา ส่งราคา Long S50H17M17 ที่ราคา -5.8 จุด
ระบบจะทำการมอนิเตอร์ให้ว่า

ถ้า M17-H17 เท่ากับ -5.8 จุด (สมมติ M17=992.9 - H17=987.1) 
ระบบจะส่งคำสั่ง Long S50M17 และ Short S50H17

เพียงแค่นี้เราก็จะสามารถปิดของเก่า Short Close S50H17 ด้วยราคา 987.1

และเปิดของใหม่ Long Open S50M17 ด้วยราคา 992.9
ได้อย่างง่ายดาย^^

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 29/มี.ค./60

(08.53น.) ตลาดหุ้นเอเชียเพิ่มขึ้นเช้านี้ ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐแข็งแกร่ง

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืน หลังสหรัฐเผยข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่ง ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี

 

(08.30น.) "ทรัมป์" ลงนามคำสั่งพิเศษล้มเลิกแผนการแก้ปัญหาโลกร้อนของ "โอบามา"

     ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ของสหรัฐ ได้ลงนามในคำสั่งพิเศษฉบับใหม่ที่เรียกว่า "Energy Independence Executive Order" เพื่อล้มเลิกนโยบายแก้ปัญหาโลกร้อนของอดีตประธานาธิบดีบารัค โอบามา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดขยับลง 10 เซนต์ หลังตลาดหุ้นพุ่ง,เงินดอลล์แข็งค่า

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) เนื่องจากการพุ่งขึ้นของตลาดหุ้นสหรัฐ และการแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ ได้ส่งผลให้นักลงทุนลดการถือครองทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมันปิดบวก 64 เซนต์ รับข่าวกลุ่มกบฎลิเบียปิดบ่อน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) หลังจากมีรายงานว่า การผลิตน้ำมันในประเทศลิเบียปรับตัวลดลง เนื่องจากกลุ่มกบฎติดอาวุธได้ปิดบ่อน้ำมัน 2 แห่งที่สำคัญของประเทศ นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนจากความหวังที่ว่า ผู้ผลิตน้ำมันจะบรรลุข้อตกลงในการขยายเวลาลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้ 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ตลาดคลายกังวลกม.ประกันสุขภาพ"ทรัมป์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนคลายความวิตกกังวลจากการที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งค่าเทียบเงินสกุลหลัก รับข้อมูลศก.สหรัฐสดใส

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐในหลายรายการ ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดพุ่ง 150.52 จุด รับข้อมูลศก.สหรัฐแข็งแกร่ง

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (28 มี.ค.) ขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐ ซึ่งรวมถึงราคาบ้านที่พุ่งแตะระดับสูงสุดในรอบ 31 เดือน และดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคที่ปรับตัวขึ้นแตะระดับสูงสุดในรอบกว่า 16 ปี นอกจากนี้ การฟื้นตัวของราคาน้ำมันยังเป็นอีกปัจจัยที่ช่วยหนุนตลาดหุ้นนิวยอร์กดีดตัวขึ้นด้วย

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “MBS สหรัฐแตะ 1.7ล้านล้าน ควรต้องกลัวมั้ย?”

ประเด็นวันนี้ "MBS สหรัฐแตะ 1.7ล้านล้าน ควรต้องกลัวมั้ย?”

 

 

ต้องบอกก่อนว่าวิกฤตปี 2008 ซึ่งคือวิกฤตซับไพรม์ อเมริกามีตัวเลขต่างๆตามนี้

- MBS มีขนาดอยู่ที่ 1.9 ล้านล้านเหรียญ

- ราคาบ้านเพิ่มขึ้นจากในปี 2007 อยู่ที่ 12.4%

- อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นๆอยู่ที่ 5.25%

 

แล้วลองมาเปรียบกับปัจจุบัน

- MBS อยู่ที่ 1.7 ล้านล้านเหรียญ

- ราคาบ้านเพิ่มขึ้นแตะ 5.9%

- อัตราดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นๆแตะ 1%

 

จากตัวเลขที่ได้มาพอจะตอบได้ว่า ยังไม่ต้องกลัวการเกิดวิกฤตเรื่องดังกล่าวภายใน 1-5 ปีนี้ แต่หากมากกว่านั้นก็อาจมีโอกาสเกิดมากขึ้น เนื่องจาก MBS ตั้งแต่ปี 2009 – 2017 เพิ่มขึ้นถึง 71% แตะ 1.7 ล้านล้านเหรียญซึ่งยังมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ จนอาจพุ่งแตะตัวเลขเดิมเฉลี่ยการโตอยู่ที่ 190,000 ล้านเหรียญต่อปี

 

ในปัจจุบันธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มที่จะเริ่มขึ้นดอกเบี้ยนโยบายมากขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งอาจต้องใช้เวลาประมาณ 4-5 ปีที่ดอกเบี้ยจะขึ้นไปแตะระดับ 3-4%

 

 

อ่านต่อ

เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพราะ... “กลัว รัก จบ”

คอลัมน์ Economic Insight

ตอน เฟดขึ้นดอกเบี้ยเพราะ... “กลัว รัก จบ

 

กมลธัญ พรไพศาลวิจิต

ผู้อำนวยการ ฝ่ายกลยุทธ์และพัฒนาธุรกิจ

บริษัท ออสสิริส ฟิวเจอร์ส จำกัด

                                                  

                กว่า 5 ปีแล้วที่ผมต้องเฝ้าตอบคำถามเดิมซ้ำ ๆ ว่า “เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยหรือไม่” ทั้งที่ถามผ่านนักลงทุน ผ่านสื่อมวลชน แม้กระทั่งผ่านเพื่อนร่วมอาชีพด้วยกันเอง ผมพบว่าในช่วงวิกฤตทางการเงินในสหรัฐฯ ที่ผ่านมาทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ หรือ “เฟด” กลายเป็นองค์กรที่ทรงอิทธิพลทางเศรษฐกิจมากที่สุดในโลก (ซึ่งจริง ๆ ก็ทรงอิทธิพลมานานแล้ว) ทุกครั้งที่ท่านผู้ทรงเกียรติที่นั่งอยู่บนยอดหอคอยในเฟดวิพากษ์วิจารณ์เศรษฐกิจ หรือกล่าวถึงนโยบายทางการเงิน ตลาดก็มักจะตอบสนองอย่างกระตือรือร้น เอาละถ้าเทียบว่าการลงทุนเป็นการเล่น “หวย” อย่างที่คนไทยนิยมกัน บรรดาประธานเฟดก็อาจจะเทียบได้กับเกจิชื่อดังที่มีลูกศิษย์ลูกหาเขามาขอเลขเด็ดกันทุกงวดไป หรืออาจจะคล้ายกับทะเบียนรถของนายกรัฐมนตรีไทยในบางสมัยอันนี้ก็ว่ากันไป

 

                ประเด็นการขึ้นดอกเบี้ยถือเป็นเรื่องที่สร้างความสนใจได้อยู่เสมอเพราะดอกเบี้ยส่งผลต่อเศรษฐกิจการลงทุนในหลายด้าน ด้านไหนบ้างไม่เล่าเดี๋ยวก็จะคาใจ (ผู้เขียนเอง) ในมุมเศรษฐกิจการขึ้นดอกเบี้ยส่งผลต่ออัตราแลกเปลี่ยนโดยตรง เพราะเป็นการทำให้อัตราผลตอบแทนเฉลี่ยสูงขึ้นเม็ดเงินที่อยู่นอกประเทศก็จะไหลกลับเข้ามาอันนี้เป็นมุมแรก มุมที่สองสำหรับกลุ่มที่ยืมเงินที่มีต้นทุนถูก (ถึงถูกมาก) ในช่วงดอกเบี้ยต่ำไปลงทุนในต่างประเทศเพื่อหาผลตอบแทนที่สูงกว่า (carry trade) เมื่อดอกเบี้ยสูงขึ้นต้นทุนของเงินที่ยืมมาก็จะสูงขึ้นทำให้ผลตอบแทนที่ได้จากต่างประเทศอาจจะไม่คุ้มกับดอกเบี้ยที่จ่าย (เมื่อปรับความเสี่ยงแล้ว) เมื่อเงินไหลกลับค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ ก็แข็งค่าอย่างเลี่ยงไม่ได้ อีกด้านหนึ่งตลาดการลงทุนเมื่อดอกเบี้ยเพิ่ม อัตราผลตอบแทนที่คาดหวังของตลาดก็จะสูงขึ้นไปด้วย เพราะผลตอบแทนที่ปราศจากความเสี่ยงเพิ่ม...พักทฤษฎีไว้ครู่หนึ่ง เอาเป็นว่าผลต่อตลาดการลงทุนมีการผสมกันระหว่างส่วนผสมเรื่องความคาดหวัง สภาพคล่องที่ล้นตลาดจากเฟดเองที่ถ่ายสำเนาเงินดอลลาร์เข้าระบบและเรียกอย่างไพเราะว่า QE และการที่เงินวิ่งหาผลตอบแทนที่สูงขึ้นเรื่อย ๆ ทั้งหมดนี้ทำให้ตลาดผันผวน

 

                กลับมาที่ประเด็นว่าทำไมหล่ะเฟดต้องขึ้นดอกเบี้ย ทั้ง ๆ ที่ขึ้นดอกเบี้ยแล้วมีผลกระทบต่อทั้งเศรษฐกิจและการลงทุน ขอคำตอบ 3 คำสั้น ๆ “กลัว รัก จบ”

 

กลัวเงินเฟ้อ

                เป็นที่ทราบกันดีว่าเศรษฐกิจสหรัฐฯ ฟื้นตัว (รึป่าว) หลังจากวิกฤตทางการเงิน การฟื้นตัวทางเศรษฐกิจกระตุ้นให้เกิดการจ้างงาน การบริโภค และเมื่อมองตัวเลขด้านการบริโภคและตัวเลขในตลาดการจ้างงาน ก็ต้องยอมรับว่าสอดคล้องกับอาการฟื้นตัวของเศรษฐกิจจริง รอบหมุนของเงินที่วัดจาก M1 เริ่มหักหัวขึ้นตั้งแต่ปี 2558 ใกล้เคียงกับช่วงที่เฟดขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรก (ไม่ใช่เรื่องบังเอิญแน่ ๆ) ตัว Money Multiplier บอกอะไร? บอกว่ามีการใช้เงินเปลี่ยนมือกันมากขึ้น หรือพูดอีกนัยคือมีกิจกรรมทางเศรษฐกิจมากขึ้นในระบบ เมื่อรอบหมุนของเงินมากขึ้น เศรษฐกิจโตขึ้น ราคาสินค้าโดยเฉลี่ยก็จะปรับตัวเพิ่มมากขึ้นก็หมายถึงเงินเฟ้อกำลังจะเพิ่มขึ้นนั่นเอง ที่สำคัญฐานเงิน (ปริมาณเงิน) ในระบบยังมีอยู่จำนวนมากดังนั้นถ้าไม่ออกมาตรการคุมเศรษฐกิจแต่เนิ่น ๆ ความเสี่ยงเงินเฟ้อก็จะมาเต็ม ๆ อีกด้านหนึ่งราคาน้ำมันดิบกำลังฟื้นตัวขึ้นเป็นตัวกระตุ้นเงินเฟ้ออีกทาง

 

รักษาเสถียรภาพเงินออมและเศรษฐกิจ

                การที่ดอกเบี้ยต่ำเตี้ยเรี่ยราดเป็นเวลานาน ๆ เกิดผลกระทบร้ายสองด้าน ประการแรกประชาชนจะไม่ต้องการฝากเงินไว้กับธนาคารเนื่องจากได้ผลตอบแทนต่ำ ผลที่ตามมาคือเมื่ออยากได้ผลตอบแทนที่สูงขึ้นก็จำเป็นต้องนำไปลงทุนผ่านช่องทางอื่น เช่น การซื้อกองทุน การลงทุนในหุ้น หรือการเก็งกำไรรูปแบบอื่น ซึ่งก็สุ่มเสี่ยงต่อการเกิดฟองสบู่ในตลาดการลงทุน ในกรณีที่ยอมรับได้ต่อดอกเบี้ยต่ำ ๆ ในธนาคารผู้ฝากเงินก็จะถูกลดทอนกำลังซื้อลงเรื่อย ๆ จากดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าเงินเฟ้อ ในฐานะธนาคารกลางก็มีความจำเป็นที่ต้องสร้างเสถียรภาพในกับตลาดเเละเงินออมของประชาชน อีกด้านของการใช้ดอกเบี้ยต่ำยาวนานคือการสะสมฟองสบู่ในตลาดสินเชื่อด้วย การใช้ดอกเบี้ยต่ำก็เพราะต้องการให้เกิดการกู้ยืมเงินเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังอ้าปากพะงาบ ๆ รอความช่วยเหลือ แต่เมื่อเศรษฐกิจฟื้นตัวได้การบริโภคปกติก็จะกลับมา และมาพร้อมกับความมั่นใจต่อการเติบโตของตลาด การกู้เพื่อเก็งกำไรก็จะเกิดขึ้น วิกฤต subprime ก็เกิดขึ้นเพราะใช้ดอกเบี้ยต่ำนั่นแหละ

               

จบมาตรการผ่อนคลายทางการเงิน

                ครบ 1 ทศวรรษสำหรับการใช้นโยบายผ่านคลายทางการเงิน เรียกได้ว่าถ้าเป็นเด็กก็คงเรียนอยู่ชั้น ป.4 - 5 ไปเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งก็ดูแลตัวเองไม่ต้องป้อนข้าวป้อนน้ำกันแล้ว เศรษฐกิจก็เหมือนกันครับเลี้ยงดูปูเสื่อกันมาขนาดนี้ควรจะยืนด้วยลำแข้งของตัวเองได้เสียที เฟดคงอยากจะออกจากนโยบายผ่อนคลายเต็มทนเพื่อลดการเสพติดการกระตุ้นเศรษฐกิจของระบบ และอย่างที่เรียนคือไม่สร้างความเสี่ยงจากฟองสบู่มากเกินไป การออกจากมาตรการผ่อนคลายเฟดเริ่มจากการจบนโยบาย QE ต่อด้วยการทยอยขึ้นดอกเบี้ยเพื่อเข้าสู่ระดับปกติและลดสภาพคล่องส่วนเกินในตลาด ความเร่งรีบในการออกก็ขึ้นอยู่กับความเร็วในการที่เศรษฐกิจจะสามารถยืนได้ด้วยตัวเองนั่นแหละ

 

                กล่าวโดยสรุป ทำไมเฟดจึงขึ้นดอกเบี้ย? ก็เพราะบรรดาผู้กำหนดนโยบาย “กลัว รัก จบ” นั่นเอง และเชื่อว่าในปี 2560 นี้เราจะได้เห็นดอกเบี้ยของเฟดกลับขึ้นไปยืนเหนือ 1.00% ผลที่ตามมาไล่ตาม timeline คือ เม็ดเงินไหลกลับเข้าสหรัฐฯ, ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าขึ้น, ค่าเงินบาทเราเริ่มอ่อนค่าอีกครั้ง, ตลาดหุ้นขึ้นช่วงแรกก่อนจะพักตัวลง, ราคาทองคำปรับตัวลดลง และหลังจากนั้น...ใครจะรู้ แต่ทั้งหมดนี้ก็ใช่ว่าเป็นเรื่องใหม่ในเชิงระบบเราผ่านรูปแบบนี้มาหลายครั้งตั้งแต่โลกรู้จักระบบเศรษฐกิจ ทุกอย่างมีขึ้นมีลงในฐานะคนมีเงินก็ต้องลงทุนกันไป คุณว่าจริงไหม?

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 28/มี.ค./60

(08.43น.) ตลาดหุ้นเอเชียดีดตัวเช้านี้ จากแรงซื้อเก็งกำไร

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวเพิ่มขึ้นในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนเข้าช้อนซื้อเก็งกำไรหลังจากที่ตลาดหุ้นในเอเชียปรับตัวลดลงถ้วนหน้าเมื่อวาน ภายหลังจากที่สภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

 

(08.38น.) ประธานเฟดดัลลัสแย้มอาจหนุนเฟดขึ้นดอกเบี้ยต่อไป หากเศรษฐกิจสหรัฐยังเดินหน้า

     นายโรเบิร์ต แคปแลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาดัลลัส ได้กล่าวสุนทรพจน์ในการประชุมซึ่งจัดโดย Texas A&M University โดยระบุว่า เขาจะสนับสนุนให้เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยต่อไป หากเศรษฐกิจสหรัฐยังคงเดินหน้าจนทำให้เฟดสามารถบรรลุเป้าหมายการจ้างงานอย่างเต็มศักยภาพ และเงินเฟ้อปรับตัวสู่เป้าหมายที่ระดับ 2%

     นายแคปแลนซึ่งมีสิทธิ์โหวตนโยบายการเงินของเฟดในปีนี้ ยังคงเน้นย้ำถึงมุมมองที่ว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัวราว 2.25% ในปีนี้ แต่การที่เศรษฐกิจจะขยายตัวเร็วขึ้นหรือช้าลงนั้น ส่วนหนึ่งจะขึ้นอยู่กับนโยบายต่างๆที่คณะทำงานของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ จะนำมาบังคับใช้

         

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $7.2 เหตุนักลงทุนเข้าซื้อหลัง"อเมริกันเฮลธ์แคร์"ไม่ผ่านสภา

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดปรับตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับความล้มเหลวในการผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ ได้ส่งผลให้นักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย นอกจากนี้ การอ่อนค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังได้กระตุ้นให้มีแรงซื้อเข้าสู่ตลาดทองคำเช่นกัน

  

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 24 เซนต์ ตลาดไม่มั่นใจกลุ่มผู้ผลิตน้ำมันขยายเวลาลดกำลังการผลิต

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจว่ากลุ่มประเทศผู้ผลิตน้ำมันจะสามารถบรรลุข้อตกลงขยายเวลาการปรับลดกำลังการผลิตเกินกว่าเดือนมิ.ย.ได้หรือไม่ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันหลังจากรายงานที่ว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันที่ใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ หลัง"ทรัมป์"คว้าน้ำเหลวผลักดัน"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรได้ ซึ่งส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่า รัฐบาลสหรัฐภายใต้การนำของปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 45.74 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก.ชะงักหลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำ"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนไม่มั่นใจต่อนโยบายกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ หลังจากที่เขาไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านความเห็นชอบจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ขณะที่นักลงทุนจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้            

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบค่าเงินหลัก หลัง"ทรัมป์"คว้าน้ำเหลวผลักดัน"อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบสกุลเงินหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดปริวรรตเงินตรานิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (27 มี.ค.) หลังจากประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ไม่สามารถผลักดันร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ให้ผ่านสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ ซึ่งความล้มเหลวดังกล่าวส่งผลให้นักลงทุนไม่มั่นใจว่าปธน.ทรัมป์จะสามารถผลักดันมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจให้มีผลบังคับใช้ได้หรือไม่

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทองขึ้นแล้วมองอย่างไรต่อ?”

ประเด็นวันนี้ “ทองขึ้นแล้วมองอย่างไรต่อ?”

 

 

    ก่อนอื่นต้องกล่าวถึง สาเหตุที่ทำให้ราคาทองคำขึ้นกันก่อน โดยมี 2 ปัจจัยส่งทองคำ ได้แก่

 

1.US Dollar Index อ่อนค่า 0.3% หลังตลาดเริ่มขาดความเชื่อมั่นที่มีต่อประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ เนื่องจากในคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา ทรัมป์ได้ดันร่างกฎหมาย "อเมริกัน เฮลธ์แคร์" เข้าสู่สภาคองเกรส โดยทรัมป์หวังว่านโยบายนี้จะเข้ามาแทนที่โอบามาแคร์ แต่ผลออกมาผิดคาดหลังขาดเสียงสนับสนุนจากสภาคองเกรส ก็ต้องดูกันว่านโยบายนี้จะกลับมาอีกเมื่อใด ซึ่งการที่สภาคองเกรสไม่สนับสนุน ทั้งๆที่เสียงส่วนใหญ่เป็นของพรรครีพับลิกันนั้น ก็บ่งบอกถึงความเป็นไปได้ว่า พรรครีพับลิกันเสียงแตก และอาจมีแนวโน้มสูงที่จะไม่ผ่านร่างกฎหมายอื่นๆ เช่น การปฏิรูปภาษี และการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

 

2.เกิดจากปัจจัยเสี่ยงของเศรษฐกิจโลก เพราะ UK เตรียมที่จะประกาศออกจาก EU ในวันที่ 29 มี.ค. โดยอาจเป็นการจุดประกายให้ประเทศที่เศรษฐกิจดีๆ มีโอกาสที่จะออกตามเช่นกัน  ส่วนสก็อตแลนด์เองก็กำลังเตรียมจัดการประชุมเเรื่องการถอนตัวออกจาก UK อีกทีในวันอังคารนี้

 

กลับมาที่แนวโน้มราคาทองคำ

โดยมองแนวโน้มของราคาทองคำเป็นการรีบาวด์สั้นๆแตะ $1,258 - $1,263 และหากสามารถยืนเหนือ $1,265 ได้ แนวโน้มราคาทองคำจะเป็นขาขึ้นอย่างชัดเจน ซึ่งจะมีแนวต้านอยู่ที่ $1,300

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 27/มี.ค./60

(09.00น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ หลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลดลงอย่างต่อเนื่อง หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

         

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดเพิ่มขึ้น 1.3 ดอลลาร์ ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม.อเมริกันเฮลธ์แคร์

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" โดยตลาดทองคำนิวยอร์กปิดทำการไปก่อนที่จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐยกเลิกการลงมติร่างกฎหมายดังกล่าว 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: WTI ปิดดีดขึ้น 27 เซนต์ จับตาประชุมประเทศผู้ผลิตน้ำมันวันอาทิตย์นี้

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดดีดตัวขึ้นเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) หลังจากที่ปรับตัวลดลงต่อเนื่อง 4 วัน ขณะนักลงทุนรอดูการประชุมของประเทศผู้ผลิตน้ำมันในสุดสัปดาห์นี้ เกี่ยวกับสัญญาณการปรับลดการผลิตน้ำมันดิบทั่วโลก

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ จับตาสภาผู้แทนฯสหรัฐโหวตร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดปรับตัวลงเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ที่จะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" โดยสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้เลื่อนกำหนดการลงมติจากวันพฤหัสบดีมาเป็นวันศุกร์ เพราะยังคงขาดเสียงสนับสนุนที่เพียงพอจากสมาชิกพรรครีพับลิกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 59.86 จุดหลังสภาผู้แทนฯสหรัฐคว่ำร่างกม."อเมริกันเฮลธ์แคร์"

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดปรับตัวลดลงเป็นวันที่ 7 ติดต่อกันในวันศุกร์ (24 มี.ค.) หลังจากสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติเกี่ยวกับการนำร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" มาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันยังไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายดังกล่าว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลลาร์อ่อนค่า ก่อนสภาผู้แทนฯสหรัฐยกเลิกโหวตร่างกม.ประกันสุขภาพ

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับยูโรและเยน ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (24 มี.ค.) ก่อนที่จะมีรายงานว่าสภาผู้แทนราษฎรสหรัฐได้ยกเลิกการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" เนื่องจากเสียงสนับสนุนของพรรครีพับลิกันมีไม่มากพอต่อการผลักดันร่างกฎหมายฉบับดังกล่าว

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองกับประเด็นสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “แนวโน้มราคาทองกับประเด็นสัปดาห์นี้”

 

     - ราคา Gold Spot เป็นรูปแบบ V shape

     - เฟดชิคาโกจะกล่าวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน

     - เฟดแดลลัสร่วมเสวน “ภาวะเศรษฐกิจและบทบาทของนโยบายการเงิน”

     - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

     - GDP Q4/2560 สหรัฐ

 

     ในการที่กราฟราคา Gold Spot เกิด V shape ซึ่งนั้นจะหมายความว่าราคาทองคำมีแนวโน้มจะสามารถปรับขึ้นไปแตะบริเวณ 1255-1260

     

      ขณะที่ปัจจัยสัปดาห์นี้ที่ต้องจับการมองหลักๆ คือ

      การกล่าวของประธานเฟดสาขาย่อต่างๆ ซึ่งจับตาอยู่ 2 คนที่สำคัญ ได้แก่ เฟดชิคาโก และเฟดแดลลัส โดยเหตุผลที่ให้น้ำหนักคน 2 นี้เพราะเป็นคนที่มีสิทธิมีเสียงในการประชุมที่กำหนดนโยบายการเงินของสหรัฐ(FOMC) ซึ่งเขาทั้งสองจะกล่าวเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจและนโยบายการเงิน โดยอาจแสดงมุมมองของการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

 

      ส่วนตัวเลขเศรษฐกิจของสหรัฐที่จะมาในสัปดาห์นี้ อย่างดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคคาดเป็นโอกาสที่จะทำให้ราคาทองคำปรับขึ้น หลังจากคาดการณ์ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคจะลดลง และ GDP Q4/2559 คาดว่าจะประกาศแตะ 2% ซึ่งจะมากกว่าครั้งก่อน แต่จะเป็นปัจจัยที่กดราคาทองคำ

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 27-31 MAR-17

Weekly Economic Focus 27-31 MAR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

สหรัฐ 

      - ในสัปดาห์ที่ผ่านมาตัวเลขเศรษฐกิจสหรัฐไม่มีความหมาย เพราะตลาดกำลังจับตา "อเมริกันเฮลธ์แคร์"ที่ประธานาธิบดีสหรัฐนายโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามจะเปลี่ยนโอบามาแคร์ ตามที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง แต่ประชาชนสหรัฐส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการมาของ อเมริกันเฮลธ์แคร์ เพราะมีผลสำรวจจาก Quinnipiac University พบว่า 56% ในผลสำรวจไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนโอบามาแคร์ ขณะที่ 46% ของผู้ถูกสำรวจกล่าวว่าจะไม่เลือกสมาชิกสภาคองเกรส ที่สนับสนุนร่างกฏหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์ ทำให้ในท้ายที่สุด มีการถอนร่างกฎหมายประกันสุขภาพ "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ที่จะนำมาใช้แทนกฎหมาย "โอบามาแคร์" ออกจากการพิจารณาของสภาคองเกรส เพราะขาดเสียงสนับสนุน

ยุโรป

      - ซึ่งในตอนนี้มีความน่าเป็นห่วงอย่างมาก เพราะมี UK เตรียมที่จะประกาศออกจาก EU ในวันที่ 29 มี.ค. โดยอาจเป็นการจุดประกายให้ประเทศที่มีเศรษฐกิจดีๆ มีโอกาสที่จะออกตาม UK

UK 

      - เริ่มมีการต่อต้านการที่ UK จากออกจาก EU โดยประชาชนหลายหมื่นออกมารวมตัวต่อต้านการประกาศใช้ มาตรา 50 ตามสนธิสัญญาลิสบอน ซึ่งเป็นสัญญาณการออกจาก EU แบบเต็มตัว

จีน

      - เริ่มตระหนักถึง NPL ทำให้จีนออกมาตรการคุมเข้ม เรื่องการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น พร้อมมาตรการสุดโหด หากผู้ที่ซื้อบ้าน 1 หลัง ในเวลา 1 ปี และหากจะซื้อบ้านอีกหลังจะต้องจ่ายเงินดาวน์เพิ่มขึ้นกว่าปกติ ทั้งนี้ผู้ที่จะซื้อบ้านต้องมีอายุมากกว่า 25 ปี ขึ้นไป

 

ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

      - ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐ

      - GDP Q4/2560 สหรัฐ

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ทางแยกการเมืองสหรัฐ”

ประเด็นวันนี้ “ทางแยกการเมืองสหรัฐ”

 

      ทางแยกที่กล่าวถึง คือ การที่สภาคองเกรสของสหรับจะมีการลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย อเมริกันเฮลธ์แคร์ ซึ่งจะมาแทน โอบามาแคร์ ทั้งนี้การเกิดอเมริกันเฮลธ์แคร์ มาจากการที่ประธานาธิบดีสหรัฐนายโดนัลด์ ทรัมป์ พยายามจะเปลี่ยนโอบามาแคร์ ตามที่ทรัมป์ได้หาเสียงไว้ก่อนการเลือกตั้ง ซึ่งการเปลี่ยนโอบามาแคร์ อาจส่งผลกระทบกับประชาชนสหรัฐเป็นอย่างมาก

 

      แต่ประชาชนสหรัฐส่วนใหญ่ไม่เห็นด้วยกับการมาของ อเมริกันเฮลธ์แคร์ เพราะมีผลสำรวจจาก Quinnipiac University พบว่า 56% ในผลสำรวจไม่เห็นด้วยกับการเปลี่ยนโอบามาแคร์ ขณะที่ 46% ของผู้ถูกสำรวจกล่าวว่าจะไม่เลือกสมาชิกสภาคองเกรส ที่สนับสนุนร่างกฏหมายอเมริกันเฮลธ์แคร์

 

      ทั้งนี้เรื่องการลงมติ ผ่านร่างกฎหมาย อเมริกันเฮลธ์แคร์ยังส่งผลกระทบต่อภาคเศรษฐกิจเนื่องจากเศรษฐศาสตร์มองว่าการพิจารณา ผ่านใช้ร่างกฎหมายดงกล่าว จะสร้างความขัดแย้งในสมาชิกสภาคองเก-รส จะเป็นปัจจัยต่อเนื่องที่กระทบมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของทรัมป์ ซึ่งจะทำให้ว่า มาตรการปฏิรูปภาษี การใช้จ่ายในโครงสร้างพื้นฐานต้องเกิดความล่าช้าไปอีก โดยปัจจัยกล่าวจะกระทบต่อความเชื่อมั่นนักลงทุน และอาจมีเม็ดเงินไหลออกจากตลาดการเงินของสหรัฐมากขึ้นกว่าปกติ แต่ปัจจัยดีงกล่าวจะเป็นผลดีต่อตลาดหุ้นเกิดใหม่ และกลุ่ม Commodities

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 23/มี.ค./60

(08.40น.) ตลาดจับตา "เยลเลน" กล่าวสุนทรพจน์วันนี้ หวังหาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

     นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาชิคาโก ภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้

         

(08.40น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อย เหตุวิตกนโยบาย "ทรัมป์" ล่าช้า

     ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อยในช่วงเช้าวันนี้ เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐ อาจล่าช้าออกไป หลังจากที่เขาประสบปัญหาในการรวบรวมเสียงสนับสนุนของสมาชิกพรรครีพับลิกันในสภาคองเกรสในการยกเลิกโครงการ "โอบามา แคร์"

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.2 เหตุหุ้นสหรัฐร่วงหนุนแรงซื้อทอง

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย หลังจากตลาดหุ้นสหรัฐร่วงลงติดต่อกันหลายวันทำการ ขณะที่ตลาดจับตาการลงมติร่างกฎหมาย "อเมริกันเฮลธ์แคร์" ซึ่งจะนำมาใช้แทน "โอบามาแคร์" ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 20 เซนต์ หลังสต็อกน้ำมันดิบพุ่งเกินคาด

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐในสัปดาห์ที่แล้ว เพิ่มขึ้นสูงกว่าตัวเลขคาดการณ์ โดยข้อมูลดังกล่าวได้เพิ่มความวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทาพลังงานที่สูงขึ้นในสหรัฐ

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ เหตุหุ้นแบงก์ร่วง,วิตกนโยบาย"ทรัมป์"

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) จากความวิตกกังวลที่ว่า การดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประสบความล่าช้า นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงของหุ้นกลุ่มธนาคาร 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก ขณะนลท.จับตาถ้อยแถลง "เยลเลน"

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) ขณะที่นักลงทุนจับตาดูถ้อยแถลงของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ที่จะกล่าวสุนทรพจน์ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ ท่ามกลางความไม่มั่นใจเกี่ยวกับช่วงเวลาและความถี่ในการปรับขึ้นดอกเบี้ยในปีนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 6.71 จุด วิตกนโยบาย"ทรัมป์"ล่าช้า

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (22 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงวิตกกังวลว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ อาจประสบความล่าช้าในการดำเนินมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจซึ่งเขาเคยให้สัญญาไว้ก่อนหน้านี้ นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากรายงานยอดขายบ้านมือสองของสหรัฐซึ่งปรับตัวลดลงมากกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ อย่างไรก็ตาม ดัชนี NASDAQ ดีดตัวขึ้น โดยได้แรงหนุนจากการฟื้นตัวของหุ้นกลุ่มเทคโนโลยี

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกทองคำใหม่”

ประเด็นวันนี้ “ปัจจัยบวกทองคำใหม่”

 

 

      โดยเมื่อวานนี้มีการเสนอถึงปัจจัยบวกราคาทองคำ 3 ปัจจัย 1.หนี้ของจีน 2.ความกังวลนโยบายทรัมป์ที่เกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า 3.กรีซ ทำให้ราคาทองปรับขึ้นแตะ $1,245 และสามารถย้อนไปอ่านได้ที่ http://bit.ly/2n5BYFb

 

      แต่ในวันนี้มีปัจจัยที่บวกราคาทองคำใหม่ คือ อะไร กล่าวได้ว่าเมื่อวานที่ผ่านมา เกิดเหตุไม่คาดฝันขึ้น หลังเกิดเหตุการณ์โจมตีกรุงลอนดอน โดยเกิดสองรูปแบบ ได้แก่

      1.มีผู้ขับรถยนต์คันหนึ่งแล่นเข้าใส่ฝูงชนบนสะพานเวสต์มินสเตอร์

      2.เกิดการกราดยิงด้านนอกอาคารรัฐสภาอังกฤษ

      ซึ่งสองเหตุการณ์ดังกล่าวส่งให้ราคาทองคำมีภาพของ Safe Haven ที่ชัดขึ้น

 

      ทั้งนี้ปัจจัยที่ต้องจับตาต่อจากนี้ ได้แก่

      1.ตัวเลขจำนวนผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสหรัฐสัปดาห์ในวันนี้(-ทอง)

      2.ตัวเลขคำสั่งยอดสินค้าคงทนสหรัฐในวันศุกร์(-ทอง)

      3.ดัชนีความเชื่อมั่นผู้บริโภคสหรัฐในวันอังคาร(+ทอง)

      4.ตัวเลข GDP Q4/2016 สหรัฐในวันพฤหัสหน้า

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองดีด!! เกิดปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก”

ประเด็นวันนี้ “ราคาทองดีด!! เกิดปัจจัยเสี่ยงทั่วโลก”

 

 

      - ราคาทองดีด $11.45 แตะ $1,245

      - หนี้ของจีน

      - ความกังวลของนโยบายทรัมป์

      - ปัจจัยกรีซกลับมาอีกครั้ง

    

      ราคาทองคำปรับขึ้นแตะ $1,245 นับเป็นราคาสูงสุดในรอบ 20 วัน โดยมีปัจจัยบวก 3 ปัจจัย

       

      1.หนี้ของจีน ซึ่งน่าเป็นห่วงเป็นอย่างมาก เนื่องจากในช่วงระยะเวลาหลายปีหนี้ของจีนมีการปรับเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ซึ่งสวนทางกับ GDP จีนที่ปรับลง โดยหมายความว่าหนี้จีนเพิ่มขึ้นแต่การขยายตัวทางเศรษฐกิจจีนกลับลดลง และนี่ถือเป็นความเสี่ยงทางเศรษฐกิจจีนที่เป็นปัจจัยบวกที่หนึ่งของราคาทองคำ

 

      2.ความกังวลนโยบายทรัมป์ที่เกี่ยวกับการกีดกันทางการค้า ซึ่งในปัจจุบันนักเศรษฐศาสตร์หลายคนเริ่มมองเป็นแนวทางเดียวกันว่า นโยบายดังกล่าวของทรัมป์จทำให้เศรษฐกิจโลกที่มีความเปราะบางอยู่แล้ว อาจกลายเป็นเกิดสภาวะเศรษฐกิจโลกเข้าสู่ช่วงชะลอตัวแบบยืดเยี้อแทน และนี่คือ ความเสี่ยงทางเศรษฐกิจโลกที่เป็นปัจจัยบวกที่สองของราคาทองคำ

 

      3.กลับมาอีกครั้งสำหรับกรีซที่จะเข้ามาขยี้ความเชื่อมั่นของตลาด หลังกลุ่มเจ้าหนี้ไม่ปล่อยเงินกู้รอบใหม่ เนื่องจากรัฐบาลกรีซไม่ยอมรับเงื่อนไงของเจ้าหนี้ที่บอกว่าให้กรีซลดงบประมาณสนับสนุนกองทุนเกษียณ เหตุที่กรีซไม่ทำตามเพราะรัฐบาลกรีซกลัวเสียฐานเสียงสนับสนุนที่สำคัญ ทั้งนี้ประมาณเงินในระบบธนาคารกรีซเหลือไม่ถึง 30% ฉะนั้นรัฐบาลกรีฐจะทำอะไรบางอย่างในเร็วๆนี้ เพราะมีเวลาให้คิดจำกัด และนี่เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อเศรษฐกิจโลกซึ่งนับเป็นปัจจัยบวกราคาทองคำปัจจัยที่สาม

 

      นี่แค่ต้นเรื่องยังทำให้ราคาทองคำดีดทั้งๆที่ธนาคารกลางสหรัฐมีแนวโน้มขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ และหากเป็นตอนกลางหรือปลายของเรื่องจะทำให้เศรษฐกิจโลกและราคาทองคำจะเป็นอย่างไรก็น่าคิดเหมือนกัน?

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 21/มี.ค./60

(09.15น.) "มาครอง-เลอเปน" โต้วาทีเดือดในศึกดีเบตชิงเก้าอี้ประธานาธิบดีฝรั่งเศส

     ฝรั่งเศสจัดการอภิปรายโต้วาทีระหว่างผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีเมื่อคืนนี้ ท่ามกลางบรรยากาศที่เป็นไปอย่างดุเดือด โดยสองผู้สมัครตัวเต็งในการเลือกตั้งครั้งนี้ต่างกล่าวโจมตีซึ่งกันและกันในประเด็นเกี่ยวกับนโยบายผู้อพยพและชาวมุสลิม

 

(08.53น.) ตลาดหุ้นเอเชียลดลงเช้านี้ หลังนลท.ผิดหวังผลประชุม G20

     ตลาดหุ้นเอเชียปรับตัวลดลงในช่วงเช้าวันนี้ โดยได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดขยับลงเมื่อคืน เนื่องจากความกังวลที่ว่า การบังคับใช้มาตรการปรับลดภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐ อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $3.8 รับเฟดส่งสัญญาณไม่เร่งขึ้นดอกเบี้ย

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนยังคงขานรับผลการประชุมของธนาคารสหรัฐ (เฟด) ซึ่งส่งสัญญาณว่า เฟดจะไม่เร่งปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย นอกจากนี้ นักลงทุนยังเข้าซื้อทองคำเพื่อปรับโพสิชั่น ก่อนที่อังกฤษเตรียมประกาศแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit)

         

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 56 เซนต์ วิตกสหรัฐเพิ่มการผลิตน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) จากการที่นักลงทุนมีความวิตกเกี่ยวกับการผลิตน้ำมันที่เพิ่มมากขึ้นในสหรัฐ หลังจากบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ระบุว่าแท่นขุดเจาะน้ำมันที่มีการใช้งานในสหรัฐปรับตัวเพิ่มขึ้นติดต่อกันยาวนานถึง 9 สัปดาห์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดลบ เหตุนักลงทุนผิดหวังผลประชุม G20

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดลบเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนผิดหวังต่อผลการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่นางมารีน เลอเปน และนายเอมมานูเอล มาครอง สองผู้ลงสมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จะทำการโต้วาทีครั้งแรกก่อนที่จะถึงการเลือกตั้งรอบแรกในวันที่ 23 เม.ย.

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 8.76 จุด วิตกแผนกระตุ้นศก."ทรัมป์"ล่าช้า

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) เนื่องจากความกังวลที่ว่า การบังคับใช้มาตรการปรับลดภาษีและการกระตุ้นเศรษฐกิจของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์แห่งสหรัฐนั้น อาจต้องใช้เวลานานกว่าที่คาดการณ์ไว้ในเบื้องต้น นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากการที่นักลงทุนผิดหวังต่อผลการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่ม G20 ในช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก รับจนท.เฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (20 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากถ้อยแถลงของประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟียและชิคาโก ที่ได้ส่งสัญญาณว่า เฟดอาจพิจารณาปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยมากกว่า 3 ครั้งในปีนี้ หากอัตราเงินเฟ้อพุ่งขึ้นเป็นอย่างมาก

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำการลงทุนในสหรัฐสะดุด !!”

ประเด็นวันนี้ “ต้นทุนที่เพิ่มขึ้น ทำการลงทุนในสหรัฐสะดุด !!”

 

 

      เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐมีการปรับขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นแตะ 0.75-1% คาดว่าผลของการขึ้นดอกเบี้ยนั้นอาจฉุดเศรษฐกิจสหรัฐให้ต่ำลงได้ระยะสั้นเนื่องจาก

 

- ตันทุนการกู้ยืมในสหรัฐจะเพิ่มขึ้น หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย ส่งให้ธนาคารพาณิชย์ต้องปรับขึ้นดอกเบี้ยทั้งเงินฝากและเงินกู้จากเดิมเพิ่มอีก 0.25% ส่งผลต่อให้บริษัทเอกชนต่างๆเข้าถึงแหล่งเงินทุนได้ยากมากขึ้น หลังจากต้นทุนการกู้ยืมเพิ่มขึ้น

 

- นโยบายการขึ้นดอกเบี้ยของเฟดเป็นสิ่งที่ขัดนโยบายการคลังที่ทรัมป์จะปล่อยออกมา คือการปฏิรูปภาษี ซึ่งคงรู้กันอยู่แล้วว่า การลดภาษีจะเป็นสิ่งที่จูงใจให้นักลงทุนเข้ามาในตลาดสหรัฐมากขึ้น แต่การขึ้นดอกเบี้ยทำให้นักลงทุนต้องหันมาประเมินกันอีกรอบว่าการลงทุนที่มีความเสี่ยงมากขึ้น ซึ่งเกิดจากต้นทุนการกู้ยืมที่สูงนี้ จะคุ้มกับการลงทุนในตลาดสหรัฐหรือไม่

 

สรุปการขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐอาจเป็นปัจจัยเสี่ยงที่ทำให้นักลงทุนย้ายไปลงทุนในตลาดเกิดใหม่ที่คาดว่าจะได้ผลตอบแทนที่มากกว่า และมีความเสี่ยงน้อยกว่าสหรัฐ

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 21-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 21-03-17

 

 

      - ราคาน้ำมันปรับลง หลังบริษัทเบเกอร์ ฮิวจ์ ผู้ให้บริการขุดเจาะบ่อน้ำมันสหรัฐ เพิ่มแท่นขุดเจาะอีก 14 แท่น สู่ระดับ 631 แท่น ซึ่งเป็นจำนวนมากที่สุดนับตั้งแต่เดือนก.ย.2015 และเป็นการเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 9 ติดต่อกัน 

      - นักวิเคราะห์อีทีเอฟ ซีเคียวริตี้ส์ คาดการณ์ว่า ราคาทองจะพุ่งแตะระดับ 1,300 ดอลลาร์/ออนซ์ในกลางปีนี้ 

      - นางมารีน เลอเปน ผู้สมัครชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส จากพรรค National Front (FN) ซึ่งเป็นพรรคการเมืองชูนโยบายประชานิยมขวาจัด โดยหนุนให้ฝรั่งเศสแยกตัวจากสหภาพยุโรป และนายเอมมานูเอล มาครอง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ จะทำการโต้วาทีในวันนี้ เวลา 03:00 น. ตามเวลาไทย

      - นายแพทริค ฮาร์เกอร์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาฟิลาเดลเฟีย กล่าวว่า เฟดจะผลักดันให้อัตราเงินเฟ้ออยู่เหนือระดับเป้าหมายที่ 2% ถึงแม้เฟดยังคงใช้นโยบายปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างค่อยเป็นค่อยไป

      - ประธานเฟดมินนีอาโพลิส "แกะดำ"ใน FOMC แจงเหตุผลโหวต"โน" อ้างเงินเฟ้อต่ำกว่าเป้า

      - นายชาร์ลส์ อีแวนส์ ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาชิคาโก กล่าวในวันนี้ว่า เฟดกำลังดำเนินไปในแนวทางที่ถูกต้องสำหรับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้ หลังจากที่ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งแรกของปีนี้เมื่อวันพุธที่ผ่านมา

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 20/มี.ค./60

(09.00น.) ตลาดหุ้นเอเชียซบเซาเช้านี้ หลัง G20 ไม่แสดงจุดยืนต่อต้านการกีดกันทางการค้า

      ตลาดหุ้นเอเชียทรงตัวในวันนี้ ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ซบเซา หลังจากกลุ่ม G20 ไม่ได้แสดงจุดยืนเกี่ยวกับการต่อต้านการกีดกันทางการค้าในการประชุมเมื่อวันที่ 17-18 มี.ค. ที่เมืองบาเดน-บาเดน เยอรมนี

         

(08.00น.) ตลาดจับตา "เยลเลน" กล่าวสุนทรพจน์วันพฤหัสบดีนี้ หวังหาสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

     นักลงทุนในตลาดการเงินจับตาการกล่าวสุนทรพจน์ของนางเจเน็ต เยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพฤหัสบดีนี้ ในการประชุมซึ่งจัดขึ้นโดยเฟดสาขาชิคาโก ภายใต้หัวข้อ "Strong Foundations: The Economic Futures of Kids and Communities" เพื่อหาสัญญาณที่ชัดเจนเกี่ยวกับการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยครั้งต่อไปในปีนี้ หลังจากที่คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง 3.1 ดอลล์ รับเฟดไม่เร่งขึ้นดบ., ดอลล์อ่อน

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้น 0.25% เมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) จากอานิสงส์ของการที่สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่า ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้และยังคงรักษาจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดบวก 3 เซนต์ จากอานิสงส์ดอลล์อ่อน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากการอ่อนค่าของเงินสกุลดอลลาร์ และการที่ประเทศผู้ส่งออกน้ำมันรายใหญ่ในกลุ่มโอเปกและนอกกลุ่มโอเปกบางราย ได้ส่งสัญญาณที่จะขยายการปรับลดกำลังการผลิต เพื่อคลายความวิตกเกี่ยวกับภาวะอุปทานพลังงานล้นตลาด

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 19.93 จุด ขณะนักลงทุนจับตาผลประชุม G20

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อวันศุกร์ (17 มี.ค.) ท่ามกลางบรรยากาศการซื้อขายที่ค่อนข้างเงียบเหงา สืบเนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อมองหาสัญญาณชี้นำตลาดต่อจากนี้ และจับตาดูการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G20 ที่เยอรมนี

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก นักลงทุนจับตาผลประชุมขุนคลัง-ผู้ว่าแบงก์ชาติกลุ่ม G20

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) โดยดัชนี Stoxx Europe 600 ทำสถิติสูงสุดในรอบกว่า 1 ปี ขณะที่นักลงทุนจับตาการประชุมรัฐมนตรีคลังและผู้ว่าการธนาคารกลางของกลุ่มประเทศ G20 ที่เยอรมนี ซึ่งจะเสร็จสิ้นลงในวันนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก หลังเฟดส่งสัญญาณขึ้นดบ.อย่างค่อยเป็นค่อยไป

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (17 มี.ค.) ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอย่างรวดเร็วในปีนี้

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “จับตาทรัมป์และเยลเลนสัปดาห์นี้”

ประเด็นวันนี้ “จับตาทรัมป์และเยลเลนสัปดาห์นี้”

 

 

- วันอังคารนี้ทรัมป์อาจกล่าวถึงเรื่องการปฏิรูปภาษี

- วันพฤหัสลุ้นเยลเลนมีแนวโน้มกล่าวถึงการขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไป

- ตลาดทองยังมีแนวโน้มเป็น Sideway Down

 

       ปัจจัยกดดันตลาดทองคำยังมี ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐอาจแข็งค่ามากขึ้นได้เนื่องจาก

 

       1.ทรัมป์อาจกล่าวถึงรายละเอียดการปฏิรูประบบภาษีในวันอังคารนี้ หากฐานเสียภาษีที่จ่ายลดลงจะเป็นโอกาสเกิดการลงทุนในสหรัฐมากขึ้น ซึ่งจะช่วยเพิ่มอัตราการจ้างงาน โดยจะทำให้ตลาดมีความเชื่อมั่นในเศรษฐกิจมากขึ้นและส่งให้นักลงทุนนำเม็ดเงินเข้าในตลาดต่างๆ ทั้งนี้เป็นปัจจัยที่ทำให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าตามไปด้วย ซึ่งเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำ

 

       2.การกล่าวของนางเยลเลน ประธานธนาคารกลางสหรัฐจะมีการกล่าวในวันพฤหัส โดยตลาดกำลังจับตาว่าจะมีการส่งสัญญาณการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นในปีนี้เมื่อใด เนื่องจากสัปดาห์ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐมีมติ 9-1 ในการขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้นแตะ 0.75-1% และยังส่งสัญญาณว่าในปีนี้อาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้ง หากในวันพฤหัสนี้นางเยลเลนส่งสัญญาณขึ้นดอกเบี้ยครั้งต่อไปอย่างชัดเจนจะเป็นสิ่งที่กดดันราคาทองคำเป็นอย่างมาก

 

       3.ตัวเลขเศรษฐกิจสำคัญของสหรัฐสัปดาห์นี้ ได้แก่ ยอดขายบ้านมือสอง, จำนวนผู้ขอรับสวัสดีการว่างงานรายสัปดาห์, ยอดขายบ้านใหม่, ยอดคำสั่งซื้อสินค้าคงทน ซึ่งตัวเลข 3 ใน 4 ตัวนี้น่าจะส่งผลลบต่อราคาทองคำภายในสัปดาห์

 

 

อ่านต่อ

Weekly Economic Focus 20-24 MAR-17

Weekly Economic Focus 20-24 MAR-17

 

 

สรุปประเด็นสำคัญของสัปดาห์ที่ผ่านมา

 

      - เริ่มด้วยยักษใหญ่อย่างสหรัฐที่มีการประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 0.75-1% โดยธนาคารกลางสหรัฐให้เหตุผลในการขึ้นดอกเบี้ย เพราะอัตราการว่างงานปรับลงลด และอัตราเงินเฟ้อมีการขยายตัวมากขึ้น

      - ขณะที่อังกฤษ BOE(ธนาคารกลางอังกฤษ) ประกาศคงดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นที่ 0.25% และคง QE 4.35 แสนล้านปอนด์ ทั้งนี้ยังคงวงเงินซื้อหุ้นกู้ในภาคเอกชนที่ระดับ 1 หมื่นล้านปอนด์  

      - ส่วนตาอยู่อย่างญี่ปุ่น BOJ (ธนาคารกลางญี่ปุ่น) ซึ่งใจอยากให้ค่าเงินเยนอ่อนอยู่แล้ว พอธนาคารกลางสหรัฐขึ้นดอกเบี้ยจึงทำให้ค่าเงินดอลลาร์แข็งค่าและค่าเงินเยนอ่อน ทั้งนี้ BOJ จึงคง QE 80 ล้านล้านเยน และคงนโยบายอัตราดอกเบี้ยเงินฝากที่ธนาคารพาณิชย์ฝากไว้กับ BOJ ในอัตรา -0.1% 

      - ทั้งนี้ยูโรโซนมีการขาดดุลการค้าถึง 6 ร้อยล้านยูโร นับเป็นการขาดดุลมกาที่สุดในรอบ 6 ปี

      - ฝรั่งเศสเหมือนจะโชคร้ายที่สุดในสัปดาห์ที่ผ่านมา หลังเกิดเหตุระเบิดที่อาคารสำนักงานของ IMF ที่กรุงปารีส ทั้งนี้ยังมีอีกหนึ่งเหตุการณ์ในวันเสาร์ที่ผ่านมาโดยมีชายคนหนึ่งถูกยิงเสียชีวิต เนื่องจากพยายามแย่งอาวุธปืนจากทหารนายที่ประจำการอยู่ในท่าอากาศยานออร์ลีในกรุงปารีส ซึ่งทำให้เกิดความไม่มั่นใจต่อประชาชนชาวฝรั่งเศส และนักท่องเที่ยวเป็นอย่างมาก

 

ประเด็นที่ต้องจับตาสัปดาห์นี้

      - ยอดขายบ้านใหม่สหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะมีตัวเลขที่ขยายตัวมากขึ้น โดยการขยายตัวที่มากขึ้นจะเป็นสิ่งที่บ่งบอกถึง ประชาชนชาวสหรัฐเริ่มมีตำแหน่งงานที่มั่นคง และมองว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะดีขึ้นในอนาคต

 

 

 

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 18-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 18-03-17

 

 

      - ยูโรสแตทประกาศตัวเลขขาดดุลการค้าที่ 600 ล้านยูโร นับเป็นตัวเลขดุลการค้าที่ต่ำสุดในรอบ 6 ปี 

      - สหภาพยุโรปสั่งปรับ 11 สายการบิน ข้อหาผูกขาดตลาด โดยสายการบินแอร์ฟรานซ์ และสายการบินอื่นอีก 10 แห่ง ซึ่งรวมถึงบริติช แอร์เวย์ส ได้ถูกสหภาพยุโรป (EU) ปรับเป็นเงิน 776 ล้านยูโร อันเนื่องจากการเข้าตั้งกลุ่มสายการบินเพื่อผูกขาดการขนส่งสินค้าในช่วงกว่า 10 ปีที่ผ่านมา

      - รัสเซียเตรียใจะลดกำลังการผลิตน้ำมันมากขึ้น จากระดับ 160,000 บาร์เรล/วันในขณะนี้ สู่ระดับ 200,000 บาร์เรล/วันในช่วงที่เหลือของเดือนนี้ คาดว่าเพื่อเป็นการลดสภาวะน้ำมันที่ล้นตลาดอยู่ในปัจจุบัน และอาจเป็นหนึ่งปัจจัยที่มำให้ราคาน้ำมันดิบปรับขึ้น

      - ธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศตัวเลขการผลิตภาคอุตสาหกรรมเพิ่มขึ้น 0.5% ในเดือนก.พ. ซึ่งเป็นการปรับตัวขึ้นเป็นเดือนที่ 6 ติดต่อ

      - มหาวิทยาลัยมิชิแกนระบุว่า ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคสหรัฐอยู่ที่ระดับ 97.6 ในเดือนมี.ค. โดยสูงกว่าระดับ 96.3 ของเดือนก.พ.

 
 
 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 17/มี.ค./60

(09.15น.) "ทรัมป์" เผยร่างงบประมาณฉบับแรก เพิ่มงบกลาโหม-ตัดเงินช่วยเหลือต่างชาติ

      ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐได้เปิดเผยร่างงบประมาณของรัฐบาลฉบับแรก โดยมีการปรับลดงบประมาณขนานใหญ่สำหรับกระทรวงและหน่วยงานของรัฐบาลหลายแห่ง เพื่อนำไปอัดฉีดให้แก่กระทรวงกลาโหม

 

(08.54น.) ตลาดหุ้นเอเชียซบเซา หลังดาวโจนส์ปิดลบเมื่อคืนนี้

     ตลาดหุ้นเอเชียบวกเพียงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ ขณะที่การซื้อขายเป็นไปอย่างซบเซา เพราะได้รับแรงกดดันจากตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดลบเมื่อคืน ขณะที่หุ้นกลุ่มส่งออกของญี่ปุ่นได้รับผลกระทบจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดพุ่ง 26.4 ดอลล์ ขานรับผลการประชุมเฟด

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) หลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ และยังคงรักษาจุดยืนในการปรับขึ้นดอกเบี้ยแบบค่อยเป็นค่อยไป

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 11 เซนต์ นลท.ขายทำกำไรหลังราคาพุ่งแรง

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากราคาน้ำมันพุ่งขึ้นกว่า 2% เมื่อวันพุธที่ผ่านมา นอกจากนี้ ตลาดยังได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลเกี่ยวกับรายงานที่ว่าสมาชิกโอเปกหลายรายยังไม่ได้ลดกำลังการผลิตในระดับที่ได้สัญญาไว้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ขานรับผลเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) ขานรับผลการเลือกตั้งเบื้องต้นของเนเธอร์แลนด์ซึ่งระบุว่า พรรค VVD ของนายมาร์ค รุตเต นายกรัฐมนตรีเนเธอร์แลนด์ มีชัยชนะเหนือนายเกิร์ต ไวล์เดอร์ส นอกจากนี้ ตลาดยังได้แรงหนุนหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งล่าสุด ซึ่งสอดคล้องกับการคาดการณ์ของตลาด

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ยูโรแข็งค่าเทียบดอลล์ ขานรับผลเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     สกุลเงินยูโรแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับดอลลาร์สหรัฐ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) ด้วยแรงหนุนจากผลการเลือกตั้งในเนเธอร์แลนด์ โดยพรรคการเมืองของนายกรัฐมนตรีมาร์ค รุตเต มีชัยเหนือพรรคคู่แข่งที่มีจุดยืนต่อต้านสหภาพยุโรป ขณะที่ดอลลาร์อ่อนค่าลงจากแรงกดดันภายหลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ส่งสัญญาณว่าจะไม่ดำเนินการปรับขึ้นดอกเบี้ยให้เร็วขึ้นในปีนี้ 

         

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: หุ้นกลุ่มเฮลธ์แคร์ร่วง ฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 15.55 จุด

      ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (16 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนเทขายหุ้นกลุ่มธุรกิจเพื่อสุขภาพ หลังจากมีรายงานว่า ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้เสนอให้มีการตัดงบประมาณด้านการวิจัยทางการแพทย์ และเสนอให้เพิ่มกฎระเบียบในการอนุมัติการผลิตยาและอุปกรณ์ทางการแพทย์ อย่างไรก็ตาม ดัชนีดาวโจนส์ปรับตัวลงในกรอบจำกัด เนื่องจากนักลงทุนขานรับข้อมูลเศรษฐกิจที่แข็งแกร่งของสหรัฐเมื่อคืนนี้ ซึ่งรวมถึงตัวเลขสร้างบ้านที่เพิ่มขึ้นเกินคาดในเดือนก.พ.

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองการจ้างงาน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย”

ประเด็นวันนี้ “ย้อนมองการจ้างงาน หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ย”

 

 

- หลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.75-1% ยังบอกว่าจะขึ้นอีก 2 ครั้งในปีนี้

- อัตราการว่างงานในปีนี้อาจอยู่ 4.5%

- ตลาดคาดเฟดจะขึ้นอีกทีเดือน มิ.ย.

 

      ในวันที่ 16 มี.ค. ที่ผ่านมาธนาคารกลางสหรัฐประกาศขึ้นดอกเบี้ยนโยบายระยะสั้นแตะ 0.75-1% หลังการจ้างงานสหรัฐออกมาขยายตัวตั้งแต่ต้นปี ทั้งนี้ธนาคารกลางสหรัฐยังคาดว่าอาจมีการขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปี 2017 หากมีการปรับขึ้นจริงในปลายปีนี้จะได้เห็นดอกเบี้ยของสหรัฐขึ้นไปอยู่ที่ 1.25-1.5%

 

       ขณะที่เฟดคาดว่าอัตราการว่างงานสหรัฐจะลดลงเหลือ 4.5% ก็มีเหตุผลสนับสนุนอย่างต้นปีที่ผ่านมาทรัมป์ได้จูงใจค่ายรถใหญ่ เช่น โตโยต้า และฟอร์ด โดยโตโยต้าประกาศลงทุน 600 ล้านดอลลาร์ และจ้างงานกำลังคนมากขึ้นที่โรงงานในสหรัฐ ส่วนฟอร์ด มีแผนที่จะขยายโรงงานในรัฐมิชิแกน ซึ่งจะสร้างตำแหน่งงานได้อีกพอสมควร

 

และก่อนหน้านี้ทรัมป์ได้เรียกผู้บริหารบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำภาคเอกชนสหรัฐเข้าพบในเดือน ม.ค. ประเด็นหลักที่คุยเป็นเรื่องเกี่ยวกับการเสนอให้บริษัทที่มีการลงทุนในต่างประเทศให้ถอนการลงทุน และกลับมาสร้างฐานการผลิตในสหรัฐ เพื่อแลกกับการจ่ายภาษีที่ถูกลง หากทำสำเร็จจริงจะสร้างงานให้ประชากรสหรัฐได้มากกว่าที่ค่ายรถประกาศลงทุนก่อนหน้านี้

 

       ส่วนเรื่องที่ตลาดคาดว่าเฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีกครั้งในเดือน มิ.ย. มาจากผลสำรวจของ CME Group ที่นักลงทุนมองว่า 93.6% เฟดจะขึ้นดอกเบี้ยอีก 0.25% แตะ 1-1.25% ในเดือน มิ.ย.

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 16/มี.ค./60

(08.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเช้านี้ ขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     ตลาดหุ้นเอเชียส่วนใหญ่ปรับตัวเพิ่มขึ้นในเช้าวันนี้ ขานรับตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืน หลังจากที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้ พร้อมกับส่งสัญญาณว่าจะมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งนี้ปีนี้ ซึ่งสะท้อนให้เห็นว่าคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของเฟดมีความเชื่อมั่นต่อแนวโน้มเศรษฐกิจสหรัฐ

 

(08.00น.) แถลงการณ์ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (FOMC) ธนาคารกลางสหรัฐเดือนมี.ค.

     ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ออกแถลงการณ์ภายหลังการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ซึ่งเสร็จสิ้นลงเมื่อวานนี้ (15 มี.ค.) ว่า ข้อมูลที่ได้รับนับตั้งแต่ที่คณะกรรมการ FOMC ประชุมกันในเดือนก.พ.บ่งชี้ว่า ตลาดแรงงานยังคงมีความแข็งแกร่ง และกิจกรรมทางเศรษฐกิจมีการขยายตัวปานกลาง ส่วนการจ้างงานยังคงแข็งแกร่ง และอัตราว่างงานมีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา ขณะที่การใช้จ่ายภาคครัวเรือนยังคงขยายตัวปานกลาง และการลงทุนในสินทรัพย์ถาวรมีความแข็งแกร่งในระดับหนึ่ง

     ส่วนเงินเฟ้อปรับตัวขึ้นในช่วงหลายไตรมาสที่ผ่านมา โดยเคลื่อนตัวเข้าใกล้เป้าหมายระยะยาวของคณะกรรมการ FOMC ซึ่งกำหนดไว้ที่ระดับ 2% ขณะที่อัตราเงินเฟ้อที่ไม่นับรวมราคาพลังงานและอาหารนั้น มีการเปลี่ยนแปลงเล็กน้อยและยังคงเคลื่อนไหวต่ำกว่าระดับ 2% โดยข้อมูลที่ได้จากการสำรวจการคาดการณ์เงินเฟ้อระยะยาวบ่งชี้ว่า มีการเปลี่ยนแปลงเพียงเล็กน้อย

     เมื่อพิจารณาถึงภาวะตลาดแรงงานและเงินเฟ้อแล้ว คณะกรรมการได้ตัดสินใจปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น (federal funds rate) 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ขณะที่จุดยืนด้านนโยบายการเงินนั้น ยังคงอยู่ในลักษณะผ่อนคลาย ซึ่งจะช่วยสนับสนุนการปรับตัวดีขึ้นต่อไปของภาวะตลาดแรงงานและการที่เงินเฟ้อจะปรับตัวสู่ระดับ 2% อีกครั้ง

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดลบ 1.9 ดอลล์ ก่อนตลาดรู้ผลประชุมเฟด

     สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดลดลงเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงหลังจากตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการไปแล้ว

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดพุ่ง $1.14 รับสต็อกน้ำมันดิบร่วงสวนทางคาดการณ์

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดพุ่งขึ้นเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) หลังจากสำนักงานสารสนเทศด้านการพลังงานของรัฐบาลสหรัฐ (EIA) เปิดเผยว่า สต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐลดลงในสัปดาห์ที่แล้ว สวนทางนักวิเคราะห์ที่คาดว่าสต็อกจะเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 10 ติดต่อกัน

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: หุ้นยุโรปปิดบวก ตลาดจับตาประชุมเฟด-เลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) โดยได้แรงหนุนจากการพุ่งขึ้นของหุ้นกลุ่มพลังงาน ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะมีการแถลงหลังจากตลาดหุ้นยุโรปปิดทำการไปแล้ว พร้อมกับจับตาผลการเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก หลังเฟดมีมติขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐอ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆ ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (15 มี.ค.) ภายหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยเป็นครั้งที่ 2 ในรอบ 3 เดือนในการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินเมื่อวานนี้ ตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 


(01.53น) เฟดปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ย 0.25% ตามคาด ขณะเตรียมขึ้นดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งในปีนี้

     คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงิน (FOMC) ของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ให้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมวันนี้ ตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ไว้

 

(01.13น) ดาวโจนส์พุ่งเกือบ 100 จุด ขานรับเฟดขึ้นดอกเบี้ยตามคาด

     ตลาดหุ้นนิวยอร์กพุ่งขึ้นในวันนี้ โดยดัชนีดาวโจนส์ทะยานขึ้นเกือบ 100 จุดขานรับธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งได้ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามที่ตลาดคาดการณ์ไว้

 

(00.52น) เฟดแอตแลนตาปรับลดคาดการณ์จีดีพี Q1/60 สู่ระดับ 0.8% หลังเผยตัวเลขจ้างงาน,ค้าปลีก

     ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) สาขาแอตแลนตา เปิดเผยว่า แบบจำลองการคาดการณ์ GDP Now แสดงให้เห็นว่า เศรษฐกิจสหรัฐมีแนวโน้มขยายตัว 0.8% ในไตรมาส 1 หลังจากมีการเปิดเผยตัวเลขการจ้างงาน และยอดค้าปลีก

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 16-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 16-03-17

 

 

      - ดัชนีหุ้นไทยภาคเช้า ปรับขึ้น 10 จุด ตามทิศทางตลาดหุ้นภูมิภาคที่ปรับขึ้นอย่างสดใส หลังธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยตามคาด 

      - ธนาคารกลางญี่ปุ่น (BOJ) มีมติคงมาตรการผ่อนคลายการเงินเชิงรุก พร้อมกับให้คำมั่นว่าจะเดินหน้าบรรลุเป้าหมายอัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 2% ทั้งนี้การตัดสินใจดังกล่าวของ BOJ มีขึ้นหลังจากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ได้ประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งที่สามนับตั้งแต่เดือนธ.ค.ปีที่แล้ว ซึ่งเพิ่มแรงกดดันต่ออัตราดอกเบี้ยระยะยาวในสหรัฐและญี่ปุ่น

      - กระทรวงการคลังจีนเปิดเผยในวันนี้ว่า รายได้และรายจ่ายด้านการคลังในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2560 เติบโตในอัตราที่รวดเร็วขึ้นอย่างชัดเจน โดยมีปัจจัยมาจากเศรษฐกิจที่ปรับตัวดีขึ้น และยอดการใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่สูงขึ้น  รายได้ด้านการคลังเดือนม.ค. และเดือน ก.พ. ปรับตัวขึ้น 14.9% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 3.15 ล้านล้านหยวน ซึ่งขยายตัวขึ้นจากระดับปี 2559 ที่ 4.5%

     - ธนาคารกลางจีนประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยโครงการเงินกู้ระยะกลาง (MLF) และอัตราดอกเบี้ยข้อตกลงซื้อพันธบัตรโดยมีสัญญาขายคืน (reverse repo) 0.1% ในวันนี้ ซึ่งจะส่งผลให้อัตราดอกเบี้ย MLF ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.05% และอัตราดอกเบี้ย reverse repo ถูกปรับขึ้นมาอยู่ที่ระดับ 3.20%  นอกจากนี้ ธนาคารกลางจีนได้ปล่อยเงินกู้วงเงิน 1.135 แสนล้านหยวน (1.647 หมื่นล้านดอลลาร์) ผ่านโครงการเงินกู้ MLF ระยะเวลา 6 เดือน และปล่อยเงินกู้วงเงิน 1.895 แสนล้านหยวน ผ่านโครงการเงินกู้ MLF ระยะเวลา 1 ปี ให้กับสถาบันการเงิน 17 แห่งในวันนี้

      - ศาลฮาวายสั่งยับยั้งมาตรการแบนชาติมุสลิมฉบับใหม่ของทรัมป์

 

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “เฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมสถิติที่น่าสนใจ”

ประเด็นวันนี้ “เฟดขึ้นดอกเบี้ย พร้อมสถิติที่น่าสนใจ”

 

 

- เฟดมีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ขึ้นดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25%

- ปีนี้อาจมีโอกาสที่เฟดจะขึ้นดอกเบี้ย 3 ครั้ง

- สถิติหลังเฟดขึ้นดอกเบี้ยทองคำจะขึ้น

 

      การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) มีมติด้วยคะแนนเสียง 9-1 ขึ้นอัตราดอกเบี้ยระยะสั้น 0.25% สู่ระดับ 0.75-1.00% ในการประชุมเมื่อวานนี้ ซึ่งเป็นไปตามที่ตลาดการเงินคาดการณ์ และเป็นการปรับขึ้นดอกเบี้ยครั้งแรกในปีนี้ เหตุผลหลักๆในการปรับขึ้น คือ ตัวเลขการจ้างงานและอัตราเงินเฟ้อสหรัฐถึงเป้าหมาย

 

ทั้งนี้ตลาดการเงินมีการคาดการณ์ว่า อาจมีการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยอีก 2 ครั้งของเฟดในปีนี้ ซึ่งอาจเกิดขึ้นในเดือนมิ.ย. และธ.ค. หลังเฟดคาดว่าเศรษฐกิจสหรัฐจะมีการขยายตัว 2.1% และอัตราเงินเฟ้อจะเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 1.9% ในปีนี้

 

สถิติที่น่าสนใจคือก่อนหน้านี้ที่มีการปรับอัตราดอกเบี้ยขึ้น ในวันที่ 17 ธ.ค. 2015 หลังธนาคารกลางสหรัฐ ประกาศขึ้นดอกเบี้ยแตะ 0.25-0.5% ราคาทองคำเป็นขาขึ้นถึง 5 เดือน โดยปรับตัวขึ้นถึง $250 หรือ 23.8% ทีเดียว

และในวันที่ 15 ธ.ค. 2016 ที่ธนาคารกลางสหรัฐปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยแตะ 0.5-0.75% ราคาทองคำเป็นขาขึ้นถึง 2 เดือนหลังจากนั้น โดยปรับขึ้นถึง $120 หรือพุ่งขึ้น 10.65%

ก็ต้องมาดูกันว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐในรอบนี้จะทำให้ราคาทองคำกลายเป็นขาขึ้นอีกรอบไหม และจะไปได้ไกลมากเท่าใด

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 15/มี.ค./60

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดขยับลง 50 เซนต์ จากกระแสคาดเฟดขึ้นดอกเบี้ย

          สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) หลังจากมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ การแข็งค่าของสกุลเงินดอลลาร์ยังสร้างแรงกดดันต่อภาวะการซื้อขายในตลาดทองคำด้วย 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์แข็งเทียบเงินสกุลหลัก ขณะเฟดเริ่มประชุมนโยบายการเงิน

 

          สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆเกือบทั้งหมด ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) ขณะที่ธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) เปิดฉากการประชุมนโยบายการเงินซึ่งจัดขึ้นเป็นเวลา 2 วัน และจะสิ้นสุดลงในวันนี้ตามเวลาในสหรัฐ

     

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: หุ้นสายการบินร่วงฉุดดาวโจนส์ปิดลบ 44.11 จุด ตลาดจับตาประชุมเฟด

         ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (14 มี.ค.) โดยได้รับแรงกดดันจากการร่วงลงอย่างหนักของหุ้นกลุ่มสายการบิน หลังจากสายการบินต่างๆได้ยกเลิกเที่ยวบินจำนวนมาก อันเนื่องมาจากผลกระทบของพายุหิมะ ขณะที่หุ้นกลุ่มพลังงานร่วงลงหลังจากมีรายงานว่า สมาชิกของกลุ่มโอเปกหลายรายยังคงผลิตน้ำมันเกินกว่าโควตาที่กำหนด นอกจากนี้ นักลงทุนยังชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันนี้ตามเวลาสหรัฐ

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 15-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 15-03-17

 

 

      - จับตาการเลือกตั้งฝรั่งเศส หลังนายฟรองซัวส์ ฟิยง ซึ่งเป็นผู้สมัครของพรรค Les Republicains(รัฐบาลปัจจุบัน) ในการลงสมัครรับเลือกตั้งประธานาธิบดีฝรั่งเศส มีงานเข้า เนื่องจากสำนักงานอัยการฝรั่งเศสระบุว่า เขาได้ถูกศาลตั้งข้อหาในกรณีที่เขาได้ว่าจ้างภรรยาและบุตรของเขาด้วยเงินจากภาษีของประชาชนเพื่อเข้ามาทำหน้าที่ผู้ช่วยของเขาในรัฐสภา แต่ไม่มีหลักฐานระบุว่า ภรรยาและบุตรของเขาได้ปฏิบัติงานจริงนอกจากนี้ นายฟิยงยังถูกกล่าวหาเกี่ยวกับการละเลยไม่แจ้งทรัพย์สินส่วนบุคคล และอีกหลายข้อกล่าวหา โดยปัจจัยดังกล่าวอาจส่งผลกระทบต่อโอกาสในการคว้าชัยชนะในการเลือกตั้งชิงตำแหน่งประธานาธิบดีฝรั่งเศส หลังจากที่เขาเคยเป็นตัวเก็งก่อนหน้านี้

      - ตัวเลข ดัชนี PPIของสหรัฐเพิ่มขึ้น 0.3% ในเดือนก.พ. แต่ต่ำกว่าระดับ 0.6% ของเดือนม.ค.

      - นางเทเรซา เมย์ นายกรัฐมนตรีอังกฤษ กล่าววานนี้ว่า ประกาศใช้ประกาศใช้มาตรา 50 ของสนธิสัญญาลิสบอนของสหภาพยุโรป (EU) เพื่อเริ่มต้นกระบวนการแยกตัวออกจากสหภาพยุโรป (Brexit) ในเดือนนี้

      - ดัชนีความเชื่อมั่นของธุรกิจขนาดย่อมขยับขึ้น 0.2 จุด สู่ระดับ 93.8 ในเดือนก.พ. แต่ภาคธุรกิจมีความกังวลเกี่ยวกับการขยายตัวของยอดขายที่อ่อนแอ ซึ่งกำลังส่งผลกระทบต่อการใช้จ่ายสินค้าทุน และการลงทุนด้านสินค้าคงคลัง

      - จับตาเลือกตั้งเนเธอร์แลนด์วันนี้ โพลล์ล่าสุดชี้พรรค VVD มีคะแนนนำ ซึ่งเป็นพรรคของรัฐบาลปัจจุบัน

 

 

อ่านต่อ

ประเด็นวันนี้ “น้ำมันหลุด $50 หลังปริมาณน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง”

ประเด็นวันนี้ “น้ำมันหลุด $50 หลังปริมาณน้ำมันในตลาดโลกพุ่ง”

 

 

- ราคาน้ำมันดิบ WTI เดือน มี.ค. ลง 9% แตะ 48.46

- สมาชิกโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 29.9 ล้านบาร์เรล มากกว่าสัญญาที่ให้ไว้

- กระแสการผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ

 

      ราคาน้ำมันดิบร่วงแรง ซึ่งนับเป็นจุดต่ำสุดในรอบเกือบ 4 เดือน โดยสาเหตุมาจากน้ำมันล้นตลาด ซึ่งเกิดจากผู้ผลิตน้ำมันสองกลุ่มใหญ่ๆ คือ

     

       1.สมาชิกโอเปกผลิตน้ำมันเพิ่มขึ้นสู่ระดับ 29.9 ล้านบาร์เรล/วัน ในเดือน ก.พ. มากกว่าสัญญาที่ให้ไว้ถึง 2 แสนบาร์เรล/วัน ซึ่งกลุ่มโอเปกได้เคยทำข้อตกลงว่าจะลดกำลังการผลิตลงครั้งแรกในรอบ 8 ปี ที่ระดับ 29.7 ล้านบาร์เรล/วัน แต่ล่าสุดในเดือน ก.พ. มีประเทศในกลุ่มโอเปกแอบเพิ่มกำลังการผลิตน้ำมัน ได้แก่ อิรัก, สหรัฐอาหรับเอมิเรต, กาบอง, คูเวต, กาตาร์, และเอกวาดอร์

 

      2.การผลิตน้ำมันจากชั้นหินดินดาน (Shale oil) ในสหรัฐ และการผลิตน้ำมันทางเลือกจากฝั่งแคนาดา มีการเพิ่มขึ้นอีก 160,000 บาร์เรล/วัน

 

      สรุปปริมาณการผลิตน้ำมันเพิ่มถึง 360,000 บาร์เรล/วัน เป็นปัจจัยลบทำราคาน้ำมันร่วงลง 9% ในเดือน มี.ค. ทั้งนี้แนวโน้มของราคาน้ำมันยังเป็นขาลง ถ้าจะเปลี่ยนแปลงแนวโน้มอีกครั้งคงต้องให้ประเทศผู้ผลิตน้ำมันลดกำลังการผลิตลงอย่างที่เคยสัญญาไว้ก่อนหน้านี้

 

 

อ่านต่อ

สรุปข่าวชั่วโมงนี้ l 14/มี.ค./60

17.53น.) ภาวะตลาดเงินบาท: ปิด 35.30/32 ทรงตัวรอปัจจัยใหม่ จับตาผลประชุม FOMC คาดกรอบพรุ่งนี้ 35.25-35.35

 

         เงินบาทปิดตลาดเย็นนี้อยู่ที่ระดับ 35.30/32 บาท/ดอลลาร์ ทรงตัวจากช่วงเช้าที่เปิดตลาดที่ระดับ 35.30/32 บาท/ดอลลาร์  ตลอดทั้งวันนี้เงินบาทเคลื่อนไหวแคบมาก เพราะไม่มีปัจจัยสำคัญที่จะทำให้ตลาด move ได้ เนื่องจากนักลงทุนรอติดตาม
ผลการประชุมคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ช่วงวันที่ 14-15 มี.ค. ซึ่งจะทราบผลในช่วงเช้าวันพฤหัสนี้ตามเวลาในไทย  "วันนี้ตลาดค่อนข้างเงียบๆ บาทอยู่ในกรอบแคบ ไม่มีปัจจัยอะไรมา move แรงๆ เพราะตลาดรอผลประชุม FOMC บ้านเราน่าจะรู้ผลวันพฤหัสเช้า" นักบริหารเงินระบุ  นักบริหารเงินคาดว่า พรุ่งนี้เงินบาทจะเคลื่อนไหวในกรอบแคบที่ 35.25 - 35.35 บาท/ดอลลาร์

 

(17.33น.) ภาวะตลาดหุ้นไทย: ปิดบวก 7.64 จุด ได้ Sentiment บวกจากกลุ่มไฟแนนซ์ช่วยหนุนหลังหุ้น GL พลิกฟื้น,รอดูผลประชุมเฟด

          SET ปิดช่วงบ่ายที่ระดับ 1,543.15 จุด เพิ่มขึ้น 7.64 จุด (+0.50%) มูลค่าการซื้อขาย 49,875.34 ล้านบาท นักวิเคราะห์ฯเผยตลาดหุ้นไทยวันนี้รีบาวด์ตามเทคนิคหลังไม่หลุดแนว 1,530 จุด และได้ Sentiment บวกจากกลุ่มไฟแนนซ์ที่ฟื้นตัวขึ้น หลังหุ้น GL พลิกมาดีดตัวขึ้นชนซิลลิ่ง หลังจากที่ผู้บริหารออกมาชี้แจงกรณีการปล่อยเงินกู้ และศึกษาแผนซื้อหุ้นคืน  ด้านตลาดภูมิภาคแกว่งในแดนบวกเล็กน้อย ต่างรอผลประชุมเฟดที่มีการประชุมในวันที่ 14-15 มี.ค.นี้ พรุ่งนี้ตลาดฯคงแกว่งแคบ รอผลประชุมเฟดก่อน พร้อมให้แนวรับ 1,535 แนวต้าน 1,550 จุด
     

 

(08.55น.) ตลาดหุ้นเอเชียบวกเล็กน้อยเช้านี้ นักลงทุนจับตาผลประชุมเฟด

     ตลาดหุ้นเอเชียขยับขึ้นเพียงเล็กน้อยในเช้าวันนี้ ขณะที่นักลงทุนชะลอการซื้อขายเพื่อรอดูผลการประชุมของคณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ นอกจากนี้ นักลงทุนยังจับตาแถลงการณ์หลังการประชุมเฟด ซึ่งจะบ่งชี้ทิศทางการปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยของเฟดต่อไปในปีนี้ด้วย

 

(08.54น.) จับตาประชุมเฟด 14-15 มี.ค. คาดปรับขึ้นดอกเบี้ยหลังตัวเลขจ้างงานสหรัฐพุ่ง

     นักลงทุนทั่วโลกจับตาการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะจัดขึ้นในวันนี้และเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ ขณะที่มีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะปรับขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นยุโรป: แรงซื้อเก็งกำไร หนุนตลาดหุ้นยุโรปปิดบวก

     ตลาดหุ้นยุโรปปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) เนื่องจากแรงซื้อเก็งกำไร ขณะที่นักลงทุนจับการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ซึ่งจะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ รวมทั้งการเลือกตั้งที่จะเกิดขึ้นในเนเธอร์แลนด์ และฝรั่งเศส

 

(07.30น.) ภาวะตลาดทองคำนิวยอร์ก: ทองปิดบวก $1.7 เหตุข้อพิพาทดัทช์-ตุรกีหนุนแรงซื้อทอง

      สัญญาทองคำตลาดนิวยอร์กปิดบวกเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) โดยสัญญาทองคำปิดบวกเป็นวันแรกในรอบ 10 วันทำการ เนื่องจากสถานการณ์ตึงเครียดด้านการเมืองระหว่างตุรกีและเนเธอร์แลนด์ได้ส่งผลให้นักลงทุนกลับเข้าซื้อทองคำซึ่งเป็นสินทรัพย์ที่ปลอดภัย 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดน้ำมัน: น้ำมัน WTI ปิดลบ 9 เซนต์ วิตกอุปทานพุ่ง,ตลาดจับตาสต็อกน้ำมัน

     สัญญาน้ำมันดิบเวสต์เท็กซัส (WTI) ตลาดนิวยอร์กปิดขยับลงเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) โดยนักลงทุนยังคงวิตกกังวลเกี่ยวกับภาวะอุปทานน้ำมันที่เพิ่มขึ้นในสหรัฐ หลังจากเกอร์ ฮิวจ์รายงานว่า แท่นขุดเจาะน้ำมันสหรัฐมีจำนวนเพิ่มขึ้นเป็นสัปดาห์ที่ 8 ติดต่อกัน นอกจากนี้ นักลงทุนยังระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่หน่วยงานเอกชนและรัฐบาลสหรัฐจะเปิดเผยรายงานสต็อกน้ำมันในสัปดาห์นี้

 

(07.30น.) ภาวะตลาดเงินนิวยอร์ก: ดอลล์อ่อนเทียบเงินสกุลหลัก แม้สหรัฐเผยข้อมูลจ้างงานแข็งแกร่ง

     สกุลเงินดอลลาร์อ่อนค่าลงเมื่อเทียบกับเงินสกุลหลักๆยกเว้นสกุลยูโร ในการซื้อขายที่ตลาดนิวยอร์กเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.)  แม้สหรัฐเปิดเผยตัวเลขจ้างงานนอกภาคเกษตรที่แข็งแกร่งเกินคาด ขณะที่นักลงทุนจับตาผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ 

 

(07.30น.) ภาวะตลาดหุ้นนิวยอร์ก: ดาวโจนส์ปิดลบ 21.50 จุด นักลงทุนชะลอเทรดก่อนรู้ผลประชุมเฟด

     ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดลบเมื่อคืนนี้ (13 มี.ค.) เนื่องจากนักลงทุนชะลอการซื้อขายก่อนที่จะทราบผลการประชุมของธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ในวันพรุ่งนี้ตามเวลาสหรัฐ โดยมีกระแสคาดการณ์เป็นวงกว้างว่า คณะกรรมการกำหนดนโยบายการเงินของธนาคารกลางสหรัฐ (FOMC) จะประกาศขึ้นอัตราดอกเบี้ยในการประชุมครั้งนี้

อ่านต่อ

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 14-03-17

สรุปภาพรวมตลาดสำคัญของโลก 14-03-17

 

 

      - ดัชนีนิกเกอิตลาดหุ้นโตเกียวปิดภาคเช้าปรับตัวลง 14.61 จุด หรือ 0.07% แตะที่ 19,619.14 จุด รับนักลงทุนเทขายทำกำไรหลังจากนิกเกอิพุ่งขึ้นก่อนหน้านี้ ขณะเดียวกันนักลงทุนระมัดระวังการซื้อขายก่อนที่การประชุมธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) จะเริ่มเปิดฉากขึ้นในวันนี้

      - สำนักงานสถิติแห่งชาติจีน (NBS) เปิดเผยว่า การลงทุนในสินทรัพย์ถาวรช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 8.9% ขณะที่ตัวเลขการลงทุนในด้านพัฒนาอสังหาริมทรัพย์ในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 8.9% เทียบรายปี ทั้งนี้ผลผลิตภาคอุตสาหกรรมในช่วงเดือนม.ค.-ก.พ. ขยายตัว 6.3% เมื่อเทียบเป็นรายปี

      - ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนเปิดลบ 1.77 จุด หรือ -0.05% แตะที่ 3,235.25 จุด

      - ตุรกีประกาศคว่ำบาตรทางการเมืองต่อเนเธอร์แลนด์ เหตุสัมพันธ์การทูตระส่ำ หลังเนเธอร์แลนด์ได้มีคำสั่งห้ามไม่ให้นักการเมืองตุรกีเข้าประเทศ เพื่อกล่าวปราศรัยหาเสียงให้กับชาวตุรกีในเนเธอร์แลนด์

      - ตลาดหุ้นไทยเปิด 1533.50 จุด ลดลง 2.01 จุด รับนักลงทุนชะลอการลงทุน หลังรอผลการประชุม FOMC เพื่อรับกลยุทธ์ในการลงทุน

 

ปัจจัยที่น่าจับตาวันนี้
      - 17:00 น. ตัวเลขจากเยอรมนี คือ ดัชนีความเชื่อมั่นของนักลงทุน 

      - 19:00 น. ดันชีราคา